ความยึดมั่นถือมั่น คือ บ่อเกิดแห่งทุกข์
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
เรื่องของเธอ...ตอนจบ

เวลาผ่านไป 3 เดือน แม่ของมิ้นก็ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ลำไส้

เพราะคุณแม่หักโหมกับการทำงานจนลืมดูแลตัวเอง ทานข้าวบ้างไม่ทานบ้าง และมีแต่เรื่องเครียดให้คิดมากตลอดเวลา ผมไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาล และได้มีโอกาสคุยกับคุณหมอ

คุณหมอบอกว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว คงอยู่ได้อีกไม่นาน ตอนที่ได้ฟังผมอยากจะร้องไห้ ส่วนมิ้น เอาแต่ร้องไห้และโทษแต่ตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนมีกรรม เป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่ กรรม มันจะจัดสรรให้ คนๆไหน กรรมแบบไหน ไปอยู่รวมกับคนกลุ่มไหน เท่านั้นเอง (ถ้าจะให้อธิบายจนละเอียดผมคงต้องเขียนอีกยาว กลัวจะเบื่อกันเสียก่อน)

เวลาได้ผ่านพ้นไป 1 เดือน คุณหมอเรียก มิ้น และ ผมเข้าไปคุยด้วย คุณหมอบอกว่าอยากให้นำตัวคุณแม่กลับไปรักษาตัวที่บ้าน เพราะอยู่ที่โรงพยาบาลก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก และจะเปลืองค่ารักษาเปล่าๆ

มิ้น และผม ตัดสินใจพาคุณแม่ไปพักรักษาที่บ้าน แต่ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้น เพราะบ้านที่มิ้นอาศับอยู่นั้น ก็ยังต้องผ่อนกับธนาคาร

และไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวันอีก และค่ารักษาพยาบาลที่หักจาก เงินที่เบิกได้จากประกันสังคมแล้ว ก็มากพอประมาณ

มิ้น จึงนำเงินเก็บทั้งหมดภายในครอบครัว บวกกับเงินส่วนหนึ่งของผมที่มีน้อยอยู่แล้ว มาเป็นค่าใช้จ่ายไปก่อน ส่วนเรื่องค่าผ่อนบ้านนี้ จนปัญญาจริงๆ

จึงขอความเห็นใจจากธนาคารในการผ่อนชำระ ก็ได้รับความเห็นใจพอสมควร โดยให้ผ่อนลดลงมา ครึ่งหนึ่ง ซึ่งผมเป็นผู้รับภาระไปก่อน

หลังจากที่คุณแม่มาพักอยู่ที่บ้านได้ไม่ถึง 1 อาทิตย์ คุณแม่ก็ได้จากไปในสภาพที่ ทุกข์ทรมานเอาการเลยทีเดียว มันเป็นภาพที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกับตัวเองแน่นอน

หลังจากจัดการงานศพของคุณแม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็แนะนำให้มิ้นขายบ้านไปซะ เพราะว่ามันเป็นภาระที่หนักหนาเอาการ แล้วให้มา พักอาศัยที่บ้านผมก่อน โดยให้มาพักกับน้องสาวผม

หลังจากขายบ้านไปได้แล้ว ก็มีเงินเก็บอยู่นิดหน่อย ผมบอกให้เธอกลับไปเรียนต่อให้จบ แต่เธอยืนยันว่าไม่อยากจะเรียนแล้ว อยากจะหางานทำมากกว่า ไม่อยากเป็นภาระให้มากไปกว่านี้ ผมก็เข้าใจเธอจึงคิดว่า ให้เธอหยุดเรียนไปสักพักก่อนก็ได้ เผื่อเธอจะได้มีความรับผิดชอบมากกว่านี้

เวลาผ่านไป 2 ปี เธอเปลี่ยนไปมากเป็นคนใจเย็นขึ้น รู้จักช่วยเหลือคนอื่น อยู่ในศีล เข้าวัดบ่อยๆ และไม่คิดมากเหมือนเมื่อก่อน แล้วผมก็ไม่เคยเจอเด็กผู้ชายคนนั้นอีกเลย

จนมาถึงวันที่แสนเศร้าสำหรับผม มีเสียงโทรศัพท์มาที่บ้านผม พนักงานที่บริษัท ที่ มิ้นทำงานอยู่โทรมาบอกว่าให้รีบมาที่ โรงงานด่วน (บริษัท ที่มิ้นทำงานอยู่เป็น โรงงานผลิตอาหารส่งออกนอก)

ภาพแรกที่ผมได้พบเห็น ทำให้ผมทรุดลงไปอยู่บนพื้น หัวใจเต้นเร็วราวกับมันจะระเบิดออกมา หน้าซีด ตัวเย็นราวกับน้ำแข็ง หายใจแทบไม่มีลมเข้าออก

ร่างของมิ้นเข้าไปอยู่ในเครื่องบดอาหาร สภาพไม่ต่างอะไรกับตอนที่คุณ กำลัง หย่อนก้อนเนื้อลงไปในเครื่องปั่นอาหารที่ใช้กันตามบ้าน

และที่สำคัญ เธอยังหายใจอยู่ ทุกคนกำลังช่วยเหลือเธออย่างเต็มความสามารถ ผมพยายามลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเธอ ประโยคสุดท้ายที่ผมได้ฟังจากเธอคือ

“มิ้น รู้แล้วค่ะว่า ลูกของมิ้นรู้สึกอย่างไร พี่อย่าเสียใจเลยค่ะ มันเป็นสิ่งที่มิ้นสมควรได้รับแล้ว”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินจาก ผู้หญิงคนนี้ เพราะหลังจากที่เธอพูดจบ ลมหายใจของเธอก็สูญสิ้นไปพร้อมกัน

ผมเดินก้มหน้าเหมือนกำลังจะหาเศษสตางค์ แต่จริงๆแล้ว ไม่อยากให้ใครเห็นคราบน้ำตา
เดินไปเดินมาดันไปเหยียบขาของหมาเจ้าถิ่น วิ่งจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้ามองกันจริงๆแล้วเราก็แค่ ก้อนเนื้อเดินได้นั่นเอง และบางทีก็วิ่งเร็วซะด้วย...!


ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์อ่านจนจบ
อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรบอกกันบ้างนะครับ



เมื่อคุณอ่านจบแล้ว คุณพอรู้รึเปล่าครับว่า
เหตุการณ์ทุกอย่างมัน เป็นเหตุการณ์แบบปฎิกริยาลูกโซ่
กรรมของแต่ละคน มันสอดคล้องกันไปหมด ลองพิจารณาเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ พฤติกรรมของแต่ละพฤติกรรม กิเลสของแต่ละบุคคล....


Create Date : 17 กันยายน 2550
Last Update : 17 กันยายน 2550 16:10:50 น. 11 comments
Counter : 310 Pageviews.

 

ค่ะ ทุกอย่างเกิดแต่กรรม

สรุป เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ค่ะ

ถ้าเป็นเรื่องจริง ขอแสดงความนับถือน้ำใจงดงามของคุณค่ะ

ที่พยายามช่วยแก้กรรมทุกวิถีทาง ...


โดย: ทิวาจรดราตรี วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:17:30:53 น.  

 
จุดประสงค์ของผมคืออยากให้ เพื่อนๆ และผู้ที่ได้เข้ามาอ่านได้รับรู้ถึงเรื่องของ กรรม ว่ามันเป็นสิ่งที่มีจริง

แล้วลองพิจารณาในเหตุการณ์ที่ผมเล่าว่ามันเป็นเรื่องที่ เกิดแล้ว แล้วก็เกิดอีก แล้วก็เกิดอีกในสังคมปัจจุบัน... จริงรึเปล่าครับ

...ถ้าผู้ใดได้อ่านแล้ว สามารถนำไปบอกเล่ากับเพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่กำลังจะคิดกระทำแบบนี้ให้หยุดคิดสักนิด...

ถ้าผมสามารถหยุดการกระทำเช่นนี้ได้แม้นเพียง 1 ชีวิต ก็คุ้มค่าแล้วครับ...


โดย: ผัสสะ วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:17:49:42 น.  

 
สรุป เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ค่ะ

ตอบ-เป็นเรื่องที่ผมเขียนขึ้นมาครับ โดยรวบรวมจากความรู้อันน้อยนิด และประสบการณ์จริงแทรกอยู่ด้วยเป็นบางช่วง เพื่ออธิบายเรื่องของ กรรมวิบาก ผ่านตัวละคร เพื่อความเข้าใจได้ง่าย และได้รับความสนุกพอสมควร ถ้าชอบก็จะนำมาลงที่บล็อคเรื่อยๆครับ แต่ถ้าไม่ชอบก็จะไม่นำมาลงอีกครับ...


โดย: ผัสสะ วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:19:55:21 น.  

 

ดีกับชั่ว เป็นอมตะธรรมคู่กันก็จริง

จงเว้นชั่ว เพียรดี ให้ดีเถิด ...

หลวงปู่จันทร์ศรี ...

นับเป็นเรื่องที่ดีนะคะ สอดแทรกสัจธรรมของชีวิต


โดย: ทิวาจรดราตรี วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:21:46:45 น.  

 
เฮ้อ

ทำบุญกันเยอะๆๆเถอะ


โดย: kk IP: 58.8.156.230 วันที่: 12 มกราคม 2551 เวลา:2:40:02 น.  

 
อยากให้พี่เขียนอีกเรื่อง อยากได้แบบยาว ๆครับ อ่านแล้วน่าติดตามดี


โดย: ติดตาม IP: 203.151.53.66 วันที่: 14 ธันวาคม 2551 เวลา:23:00:32 น.  

 
จะพยายามสรรหามาเล่าครับ...


โดย: ผัสสะ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:28:26 น.  

 
เรื่องนี้น่ากลัวสุดๆค่ะ เวรกรรมนี้แรงนะเนี่ย

แหะๆๆ

ขอให้ไปสู่สุคตินะค่ะ....สาธุ


โดย: ปลาโลมา ตาตี่ (ปลาโลมา ตาตี่ ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:11:51 น.  

 
ขอให้ไปสู่สุขคติ

อ่านบทความของพี่แล้วรู้สึกว่า ดีใจค่ะที่ในสังคมยังมีคนที่มีธรรมะอยู่ค่ะ


โดย: ปูเป้ (Suphasateankul ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:06:09 น.  

 
ใช่ๆ กรรมเป็นสิ่งที่มีจริงอย่างที่คุณผัสสะบอก
ลองแบดูสิ จะรู้ว่าเรามีเส้นลายมือหลายเส้น 555
(มาปล่อยมุข ไม่ฮาอ่าดิ T^T)


โดย: P IP: 202.28.45.25 วันที่: 9 สิงหาคม 2553 เวลา:9:16:09 น.  

 
มุขอะไรเนี่ย...น่าจะมีคำอธิบาย แนบท้ายนะน้องนะ...


โดย: ผัสสะ วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:12:41:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ผัสสะ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งที่รู้ รู้อะไร รู้ในสิ่งจริง หรือ สิ่งลวง หรือ ลวงในสิ่งจริง

คิด คิด ...คิด แล้ว จะ รู้ หรือ รู้ เพราะ ไม่คิด

".. ผัสสะ
Friends' blogs
[Add ผัสสะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.