บางระจันวันเพ็ญ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








ถ้าขอได้จะขอกันในวันนี้
ขอให้สิทธิเสรีอย่าสูญหาย
ถ้าเลือดไทยจะหลั่งโลมจนโทรมกาย
ก็ขอตายด้วยศักดิ์ศรี........เสรีชน
(วิสา คัญทัพ)









เอารัฐธรรมนูญเผด็จการคืนไป เอารัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเราคืนมา
Google
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add บางระจันวันเพ็ญ's blog to your web]
Links
 

 
พาเที่ยววัดร่องขุ่น วิมานบนดินที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสได้

วัดร่องขุ่น ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเห็นผ่านตากันบ้างแล้วสำหรับสถานที่แห่งนี้ ผมเองมีโอกาสได้มาถ่ายรูปหลายครั้งมาก ตั้งแต่เกือบสิบปีที่แล้วที่เริ่มก่อสร้าง จนมาถึงปีนี้ 2009 มีหลายสิ่งหลายอย่างคืบหน้าขึ้นมากมาย แม้จะยังไม่บรรลุเป้าหมายทั้งหมดที่อาจารย์เฉลิมชัยได้ตั้งปณิธานไว้ แต่ก็ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที



โทนสีส่วนใหญ่ของวัดร่องขุ่นจะเป็นสีขาว เพราะฉะนั้นความขาวของพื้นที่ส่วนใหญ่ก็อาจจะทำให้ระบบวัดแสงของกล้องสับสน คำนวนแสงผิดพลาดไปได้ง่ายๆเหมือนกัน

ทางซ้ายมือคือร้านค้าขายอาหารและของที่ระลึกต่างๆ ทางขวามือก็เป็นทางเข้าวัดครับ

ใครหิวก็แวะทางซ้ายก่อน ใครไม่หิวก็เดินเลี้ยวขวาตามมาโลดครับ
........




เดินเข้ามาในวัด ทางซ้ายมือก็จะเป็นอาคารแสดงภาพของอาจารย์เฉลิมชัย ทางขวาก็จะเป็นทางเข้าพระอุโบสถ ส่วนตรงกลางที่เห็นเป็นประติมากรรมสีทองนั้น จะมีพระพุทธรูปสีขาวอยู่ทางด้านบน

ซึ่งอันนี้ไม่ทราบจริงๆครับ ว่าสื่อถึงอะไร เพราะในส่วนสถาปัตยกรรมแทบทั้งหมดของทีนี่จะเป็นสีขาว ยกเว้นอาคารหลังหนึ่งซึ่งสร้างอย่างหรูหราวิจิตรตระการตาประดับด้วยสีทอง จนบางคนเห็นแล้วยกมือไหว้เพราะนึกว่าเป็นอุโบสถ

ทั้งที่ความจริงแล้วมันคือ “ส้วม”

ตรงนี้อาจารย์เฉลิมชัยเคยเฉลยเสียงกลั้วหัวเราะว่า ต้องการสื่อให้เห็นว่า มนุษย์เราบางครั้งไม่ยอมใช้สติปัญญาไตร่ตรองในสิ่งที่เห็นให้ถี่ถ้วน บางอย่างพอเห็นว่าเป็นสีทองก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าควรแก่การสักการะ

หารู้ไม่ว่าที่ยกมือไหว้น่ะ ขี้ทั้งนั้น




นี่แหละครับ ห้องส้วมของวัดร่องขุ่น ( ปัจจุบันยังไม่เปิดให้ใช้บริการ ) ที่อาจารย์แกเคยบอกว่า จะมีแต่งานศิลปะ เรียกว่านั่งปลดทุกข์ไป ชมงานศิลป์ไปอย่างเพลิดเพลินเจริญตา ใครมีโอกาสไปเที่ยวที่นี่ระวังโดนเพื่อนอำให้ยกมือไหว้ส้วมนะครับ



อาจารย์เฉลิมชัยเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งว่าท่านสร้างงานพุทธศิลป์นี้ด้วยความศรัทธาจริต ไม่ได้มุ่งหวังสิ่งใด ๆ ตอบแทน วัดนี้ไม่เคยเรี่ยไรเงินด้วยการจัดทอดกฐินหรือผ้าป่า ไม่รีบร้อนสร้างเพื่อฉลองในโอกาสใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่อาจารย์ต้องการเพียงอย่างเดียว คือต้องดีที่สุด สวยที่สุด และจะสร้างจนหมดภูมิปัญญาทางโลกและทางธรรมของตัวท่าน

"ความตายเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะหยุดเสรีภาพแห่งจินตนาการของผมได้"






เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผม มาวันนี้ผมจ่ายไปแล้วกว่า 40 ล้านบาท ผมมั่นใจในตนเอง มั่นใจต่อจิตอันเป็นผู้ให้ของผม ขอทุกท่านอย่าได้เป็นห่วง ผมไม่ปรารถนาขอเงินใคร ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล องค์กรเอกชน หรือเศรษฐีร่ำรวย เพราะผมไม่อยากอยู่ใต้อำนาจทางความคิดของใคร ไม่ต้องการให้ใครมีอำนาจเหนือจินตนาการของผม ผมต้องการอิสรภาพทางความคิดสร้างสรรค์ “

"เงินจำนวนมาก ย่อมมาพร้อมอำนาจของผู้บริจาค”


นี่แหละคนที่เกิดมาเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องอวดอ้าง ไม่เบียดบังเงินหลวง ไม่เบียดเบียนเงินราษฎร์ รวยแล้วก็คืนกำไรให้กับสังคม กลับมาสร้างพุทธศิลป์เพื่อแผ่นดินที่เชียงรายด้วยความสำนึกรักบ้านเกิด

นี่ถ้าเป็นนักการเมือง สงสัยจะต้องมีชื่อเป็นวัดเฉลิมชัย สะพานเฉลิมชัย หรือถนนเฉลิมชัยแถวๆนี้เป็นแน่ ทั้งๆที่ถนน สะพานพวกนั้นมันสร้างด้วยเงินภาษีของเราทั้งน้าน เฮ้อ !




ก่อนจะเดินเข้าไปในพระอุโบสถ เราลองมาฟังความหมายของสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์แห่งนี้เพื่อให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่อาจารย์ต้องการสื่อออกมาในรูปของงานศิลปะกันก่อนสักเล็กน้อยนะครับ

โบสถ์ในเขตพุทธาวาส เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้า ( พระพุทธรูปที่อยู่ด้านใน ) ที่ต้องเป็นสีขาวทั้งหมดเพื่อแทนพระบริสุทธิ์คุณของพระพุทธเจ้า

กระจกขาว หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายให้ทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล




สะพาน หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ

ก่อนขึ้นสะพานลองสังเกตดูนะครับ ที่เห็นเป็นครึ่งวงกลมเล็กหมายถึง โลกมนุษย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือพระราหูหมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์

ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองทิ้งลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชำระจิตเราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป

( ใครเดินขึ้นแล้วรู้สึกร้อนๆ เหมือนกลัวว่ามือที่ยื่นออกมาจะฉุดลงไปอยู่ด้วย ให้รีบวิ่งขึ้นไปเลยก็ได้นะครับ )




ภาพนี้ถ้าหากไม่มีคนเป็นส่วนประกอบอยู่ในเฟรม การสื่อความหมายคงเหมือนขาดองค์ประกอบอะไรไปสักอย่าง

เพราะบนเส้นทางที่ต้องเดินผ่านนรกภูมิเพื่อข้ามสีทันดรไปยังสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มันควรจะมีตัวละครเป็นส่วนประกอบสักหนึ่งหรือสองคนเพื่อให้ภาพมันมีเรื่องเล่าในตัวมันเอง คุณผู้หญิงกับหนูน้อยเลยกลายเป็นดารารับเชิญโดยไม่รู้ตัว




เดินขึ้นมาบนสันของสะพานเราก็จะเจอกับอสูรร้ายคอยชี้หน้าว่า อย่าเข้ามานะ อิโธ่ ! จ้างก็ไม่กลัว หน้าไม่เหมือนเมียเรา เราไม่กลัวหรอก อิอิ



ถ่ายวัตถุสีขาว ฉากหลังท้องฟ้าปุยเมฆก็สีขาวไปหมด ชดเชยแสง +1 ก็ยังไม่พอ ต้องมาเลิกปรับ Curves กันใน NX อีกพอสมควร



หลังจากเราก้าวผ่านนรกภูมิมาได้อย่างใจหายใจคว่ำ อิอิ เราก็จะได้มายืนอยู่บนสะพาน ซึ่งหมายถึง เขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำ หมายถึง สีทันดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ 6 ชั้นด้วยกัน



เมื่อเราเดินมาอยู่บนสะพานอันหมายถึงสรวงสวรรค์แล้ว ลองเหลียวมองกลับไปยังที่เราเดินขึ้นมาซึ่งภาพจากเลนส์มุมกว้างอาจจะดูหลอกตาว่าระยะทางไกล แต่ความจริงสั้นเพียงนิดเดียวแหละครับ

และสิ่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาด ก็คือการเดินย้อนคืนกลับไปยังที่เราเดินขึ้นมา ก็ แหม ! อุตส่าห์ก้าวผ่านจากขุมนรกขึ้นมายังสรวงสวรรค์ทั้งที ยังจะเดินย้อนกลับลงไปหามันอีกหรือ ?

แต่ถ้าใครไม่เชื่อ อยากลองดีก็ไม่ว่ากันครับ ไสยศาสตร์มีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะทันทีที่คุณหันหลังกลับเดินย้อนลงไป คุณก็จะได้ยินเสียงจากโทรโข่งเจ้าหน้าที่ประกาศลั่นได้ยินกันทั้งวัดว่า

“ อย่าเดินย้อนลงมานะครับ ห้ามเดินครับ “

คนในวัดทั้งหมดจะมองมาที่คุณเป็นสายตาเดียว อายเค๊ามั๊ยล่ะ แม่จำเนียร




ผ่านสวรรค์ทั้ง 6 แล้วเราก็จะเดินลงไปสู่แผ่นดินของพรหม 16 ชั้น ซึ่งแทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอก รอบๆอุโบสถ



ดอกบัวที่ใหญ่สุดมี 4 ดอกครับ อยู่ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์ หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่เราควรกราบไหว้บูชา



ก่อนขึ้นบันไดอันเป็นทางเข้าพระอุโบสถ ส่วนของครึ่งวงกลม หมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น 3 ขั้น แทนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ผ่านแล้วจึงขึ้นไปสู่แผ่นดินของอรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอก และบานประตู 4 บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง (ความหลุดพ้น)

แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่พุทธภูมิ กายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง 4 ด้าน เพดานและพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตตรกรรม

น่าเสียดายที่ภายในโบสถ์ห้ามถ่ายภาพนะครับ ก็เลยไม่มีภาพมาฝากเพื่อนๆ แต่ภายในก็ยังอยู่ระหว่างตกแต่งงานเขียนอยู่ครับ




ก็ขอจบการทัวร์วัดร่องขุ่นไว้แค่นี้นะครับ ความจริงผมคิดว่าอาจารย์เฉลิมชัยน่าจะให้เด็กนักเรียนโรงเรียนแถวนั้น คอยเป็นไกด์นำเที่ยว ( เหมือนอย่างที่ผมเห็นวัดในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอย่างเช่นวัดภูมินทร์ จ.น่าน )

แม้ว่าวัดร่องขุ่นจะไม่มีประวัติความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ แต่ความหมายต่างๆของสถาปัตยกรรมที่อาจารย์สร้างไว้ก็น่าสนใจและมีคุณค่าทางพระพุทธศิลป์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งน่าจะทำให้คนที่มาเที่ยวชมได้เข้าใจในความหมายมากกว่าการมาเดินๆ แล้วก็พูดแค่ว่า สวยอย่างนั้น สวยอย่างนี้ แต่ไม่เข้าใจความหมายในศิลปะที่อาจารย์ต้องการสื่อสักนิด








Create Date : 16 มิถุนายน 2552
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2554 1:22:59 น. 17 comments
Counter : 3070 Pageviews.

 
สวยมากจริง


โดย: เด็กลพบุรี IP: 114.128.25.113 วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:14:19:01 น.  

 
สวยมากจริง
อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันอนุรักษ์"ซ็ฯษฯ


โดย: เด็กลพบุรี IP: 114.128.25.113 วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:14:20:06 น.  

 
สวยมากๆ
เกิดมายากไปสักครั้ง

(แล้วทำเสร็จยังอ่ะ จะเสร็จวันไหนคับ)


โดย: ขอนแก่น IP: 192.168.16.11, 122.154.136.53 วันที่: 14 ธันวาคม 2552 เวลา:12:22:40 น.  

 
วัดนี้น้องเคยไปเที่ยวมาแล้วค่ะ สวยมากจริงๆล่ะ แต่ร้อนมากเหมือนกัน อิอิ


โดย: ภูตะวัน IP: 124.121.18.209 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:14:35:33 น.  

 
เป่ง อา ราย เท่ โสย มัก มัก เล

มั่ย เครย เห่ง อา ราย เบบ นิ้ มา ก่อง เล

เป่ง อา ราย เท่ สุ ยอต มัก มัก เล เทร เดว

เหมือน เป่ง ซา วรรค์ เล คร้า


โดย: Miss Siriwan IP: 58.9.27.163 วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:11:23:11 น.  

 
เป่ง
อะราย
ทิ่
สุยอต
มักมัก
เล
แจ้ว
จีจี
เล
คระ


โดย: Pla IP: 58.9.27.163 วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:11:31:01 น.  

 
สวยมากเลยค่ะอย่าลืมไปเที่ยวกันนะ
เด็กพะเยา


โดย: meaw IP: 183.89.195.27 วันที่: 9 ธันวาคม 2553 เวลา:18:00:38 น.  

 
ขอบคุนสำหรับข้อมูลด้วยนะค่ะ พอดีว่าไปเที่ยวมาสวยๆๆๆๆๆมากๆๆๆครูเรยให้ทำสารคดีส่ง.....^^' ถาพสวยมาก (ชอบคร้าๆๆ)


โดย: กรกนก IP: 118.172.168.209 วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:10:07:37 น.  

 
เคยไปมาแล้ว สุดยอดศิลปะกรรมชั้นสูงจริง ประทับใจมาก ๆ


โดย: วิรุณ ฟุ้งธนะกุล IP: 223.206.180.144 วันที่: 17 เมษายน 2554 เวลา:10:55:52 น.  

 
สวยมาก ปราณีบ


โดย: อารียา IP: 182.53.253.11 วันที่: 1 สิงหาคม 2554 เวลา:19:57:30 น.  

 
สวยมากค่ะ


โดย: แม่ญิ๋ง IP: 223.204.67.164 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:20:41:35 น.  

 
ขออนุญาติแชร์รูปนะคะ สวยมากๆ


โดย: น้ำ IP: 183.89.20.53 วันที่: 16 เมษายน 2555 เวลา:17:35:56 น.  

 
เป็นมรดกทางวัฒนธรรมเพราะอะไรหรอค่ะ


โดย: บีม IP: 1.4.174.1 วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:51:42 น.  

 
สวยมากเลยค่ะ หลงรักอีกแระ


โดย: แม่ไก่ตัวเล็ก วันที่: 26 มิถุนายน 2556 เวลา:21:03:41 น.  

 


โดย: แม่ไก่ตัวเล็ก วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:17:43 น.  

 
ภาพจากทรงจำที่ไม่เคยลืม


โดย: แม่ไก่ตัวเล็ก วันที่: 10 กรกฎาคม 2556 เวลา:18:09:46 น.  

 
จริงๆแล้วศาสนสถานควรจะดูเรียบง่าย สงบ เหมาะแก่การทำบุญ หรือปฏิบัติธรรม ไม่ควรสร้างอะไรที่วิจตรพิสดาร อันก่อให้กิดกิเลส


โดย: คนเข้าใจในธรรม IP: 115.31.137.104 วันที่: 3 เมษายน 2557 เวลา:15:20:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.