Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
10 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่ 1 : บททดสอบ



http://www2.asis.co.th/antonymer/Antonymer--Again.wma
โหลดเพลงได้นะครับ




แม่ครับ เกมส์มาในครั้งนี้ เกมส์จะพยายามหาเงินให้ได้มากที่สุด จะลำบากที่สุด ขอเวลาว่างจากการสอบในช่วงนี้ให้เกมส์ได้มาทำงานอีกครั้งหนึ่งเถอะครับ แม้อนาคตจะริบหรี่ไม่มีความสบายรอเราอยู่ แต่เกมจะพยายามทำเพื่อแม่นะครับ

ผมพูดคำนี้เสร็จ จับกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำใบหนักอึ้งกับกระเป๋าสะพายที่ใส่คอมพิวเตอร์เดินหันหลังออกจากประตูผู้โดยสารไปด้วยบุคลิกที่เด็ดเดี่ยว หารู้ไม่ว่าในใจผมอยากร้องให้เหลือเกิน


แม่ได้แต่ยืนมองที่ประตูทางออกผู้โดยสาร ผมเก็บของเข้ารถแล้วขึ้นไปนั่งบนนั้น หันไปอีกทีแม่ก็อยู่ด้านข้างเรา แต่เป็นกระจกด้านนอก เรามองตากันและหอมแก้มผ่านกระจก มือเล็กๆ ที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้จับ ยังไม่รู้ว่าจะได้จับอีกทีเมื่อไหร่ สามเดือน สี่เดือน สองเดือน...


หัวใจผมอ่อนไหวอีกแล้วเมื่อรถค่อยๆไหลถอยหลังเพื่อที่จะขับเคลื่อนไปด้านหน้า หน้าที่ของลูกที่ดูแลแม่ต้องหยุดลงเพื่อชีวิตของลูกได้ก้าวต่อไป แม่คงเข้าใจสิ่งนี้ดี ผมทำได้เพียงแค่จัดเก็บทุกอย่างของบ้านให้สะอาดเรียบร้อย อาบน้ำน้องหมา ล้างเก็บครัว ขัดส้วม ทุกอย่างที่ผมทำได้ผมทำหมดแล้ว ที่ที่ผมอยากไปในกรุงเทพก็ไปมาหมดแล้ว คนที่อยากเจอก็เจอมาหมดแล้ว เสื้อผ้าข้าวของที่รักที่สุดก็เอามาหมดเลย เพื่อที่จะได้ไม่มีคำว่าเสียดายที่จะกลับไปเมืองนั้นอีก






























วันที่ 1
ที่หน้าสถานีขนส่งอาเขต



ผมเดินทางด้วยรถทัวร์ มาถึงขนส่งในเช้าวันที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 04.45 นาฬิกา หลังจากที่สอบเสร็จจากรามคำแหง ผมกลับไปกรุงเทพตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ นานเกือบเดือนที่ผมไม่กลับมา นานจนทำให้เจ้าของร้านเก่าใช้คำพูดที่ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ต่อไปเขาก็ไม่ได้ต้องการอีกแล้ว

แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? เพราะมาในครั้งนี้ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย เราจะมาตายเอาดาบหน้าได้กี่วัน


ที่นอนก็ไม่รู้ว่าจะนอนที่ไหน จะไปขอใครนอนก็คงน่ารังเกียจ ผมไม่สนทั้งนั้นแหละ ถ้าผมเดินตามร้านถนนไหนแล้วเจอสมัครงาน ผมใจป้ำผมก็ทำเลย แม้จะล้างจาน หรือเสริ์ฟอาหารก็เอา

ในใจเพียงแต่คิดว่า ถ้าหมดตูดก็จะกลับกรุงเทพ จะไม่มีความเสียใจเลยสักนิดเดียว.... เพราะถือว่าเรามาเที่ยว



ผมตัดสินใจนั่งรถสามล้อมาลงที่ร้านขนมปัง ร้านเดิมที่ผมคุ้นเคย ผมหวังอย่างยิ่งว่าเขาจะรอคอยการกลับมาของผมอยู่ เขาจะดีใจ และต้อนรับการกลับมาในครั้งนี้

ผมแอบเข้าทางด้านหลังบ้าน เพื่อเซอร์ไพรซ์น้าอั้ม คนที่เราคิดึงมาตลอดยี่สิบกว่าวัน ผมพาไปกินข้าวต้ม และทำกับข้าวให้น้องๆทานกัน



ตลอดช่วงกลางวัน ผมได้ทำตัวเหมือนปกติที่เคยเป็นในครั้งก่อน อาจจะมีการหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตบ้าง เพื่อที่จะทำโลโก้ให้ร้านเบเกอรี่ให้สวยกว่าเก่า สติ๊กเกอร์ติดถุงขนมทั้งหมดก็ต้องออกแบบให้ใหม่และอ่านชัดเจนขึ้น ประหยัดค่าสติ๊กเกอร์มากขึ้น ตอนเย็นผมก็ยังคงเล่นบอลกับพวกน้องๆ เหมือนเคย

แต่ในค่ำคืนนี้สิน่าสนุก เราไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น คืนนี้จะน่าจดจำ หรือจะน่าอัปยศอดสูสำหรับเรา ผมตั้งหลักด้วยการไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น เมื่ออะๆไรจะเกิดก็ต้องเกิด ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการของมัน เพียงแต่เราจะต้องเต็มที่ที่สุดเท่าที่ประสบการณ์ทั้งหมดในการร้องเพลงจะหาได้





ร้านที่หนึ่ง ร้านบราซิลลี่

บรรยากาศสบาย เฟริ์นเห็นอยู่ตามทางเข้า พวกหญ้ามอส เหมือนอยู่ในสวนป่าจากที่ไหนสักแห่ง แต่กลับติดแม่น้ำปิง เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจดี
เข้าไปจนลึกก็เจอ พี่ไกด์ เป็นคนมืออาชีพมาก พี่ไกด์ร้องเพลงสากลแนวแจ๊สได้เพราะมากจับใจ รูปร่างคล้ายบอยถกลเกียรติมั้ง คือไม่รู้จะเทียบกับใครดี เขาพูดอังกฤษคล่อง สำเนียงชัด แน่นอนแหละ เขาเคยไปทำงานที่อังกฤษมา ไปฝึกปรือดนตรีแนวนี้มา จนดีดกีต้าร์ร้องเองได้แจ๋วมาก
ผมได้ขึ้นไปแจมร้องสองเพลง เพลงหมอกหรือควันกับความคิด เวทีไม้ที่วงแคบจำกัด แต่ด้วยเสียงที่ดังและลำโพงชัด ทำให้ผมร้องร้านนี้ได้เต็มที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือผมยังกั๊กอยู่



ร้านที่สอง เรือนสถาปนิก

ร้านนี้อยู่ติดซูเปอร์ไฮเวย์ ไกลจากบ้านมาอีก สักสี่กิโลเมตรได้มั้ง ข้างในบรรยากาศผับเลย แสงสีจ้าตระการตา เจ้าของร้านก็ดูมีภูมิฐานดี แรกๆก็ใจสู้ แต่พอบอกว่า มีนักร้องอีกคนมาใหม่ เสียงโคตรเพราะเลย คงต้องฆ่ากันด้วยเสียงซะแล้วหละงานนี้ ความกล้ามันเลยหดหายไปมาก ตอนนั้นผมไม่มีความเชื่อมั่นอยู่เลย
ได้เวลาร้องแล้ว ผมเข้าไปในผับกระจก มีคนสามสิบกว่าชีวิตในนั้น ผมเริ่มร้องเพลงถัดจากนักร้องหญิงทอมคนนั้น เสียงเขาก็ใช้ได้นะ แต่พอผมขึ้นเวทีร้องเพลงก้อนหินละเมอ ก็รู้สึกว่าเสียงของผมเบามากตามคาดไว้ เขาเร่งไมค์ให้ดังขึ้น เสียงผมก็ยังไม่ดังมากนัก ว่าแล้วว่าเขาจะต้องพูดว่าเสียงผมไม่เหมาะกับร้องวงดนตรีใหญ่ แต่เขาจะพยายามหาวงมาลงให้ ผมก็ไม่ได้คาดหวังและไม่ได้ใจชื้นว่าจะได้ทำงานขึ้นมาบ้างเลย เพราะท่าทางเขาคงไม่ปลื้มอะไรเรามากนักหรอก


ร้านที่สาม ร้านลุงหยอย

ร้านนี้อยู่ติดแม่น้ำปิงอีกแล้ว ผมชอบบรรยากาศร้านนี้มาก บนเวทีก็เป็นกันเอง ริมน้ำก็ติดสะพาน ซึ่งเป็นวิวน่าชม คนในนั้นก็ครึกครื้น เป็นอีกแนวหนึ่งซึ่งต่างจากร้านก่อนหน้านี้ ที่นี่ยิ้มแย้ม เต้นตามวงดนตรี ผมได้ทักทายเจ้าของร้านชื่อลุงหยอย และบังเอิญที่เจอเพื่อนๆของน้าอั้ม มารู้ทีหลังว่าแต่ละคนมีชื่อเสียงของเชียงใหม่ทั้งนั้น ทั้งเป็นเจ้าของร้านสีที่ใหญ่ที่สุด เจ้าของภัตตาคารร้านอาหาร เจ้าของนั่นเจ้าของนี่จนผมตกกะใจว่ามารวมกลุ่มอะไรกันในร้านเหล้าหนอ
ผมขอกุญแจน้าอั้มเพื่อมาเปิดโน้ตบุค หาเพลงเร็วเพลงหนึ่ง เลพงข้าเพลงหนึ่ง คิดไม่ออกจนเลือกเพลง โปรดส่งใครมารักฉันที กับ โอ๊ยๆ ไป แล้วก็ถูกใจสาวๆ ทั้งหลายจริงๆครับ มีแต่คนลุกขึ้นกรี๊ด กระโดดตามบ้าง นั่งฟังบ้าง ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าบนนั้นเราน่าขบขันสักแค่ไหน รู้แต่ว่าเราทำดีที่สุดไปแล้ว ไม่โอเว่อร์มากไป ไม่หน่อมแน้มหลังค่อมจนเกินไป มันคงดูดีที่สุดสำหรับตอนนี้แล้ว
โชคดีไหมนะ ที่ผมลงมาแล้วมีแต่คนยิ้มให้ผม เสมือนผมเป็นนักร้องอาชีพชั่วคราวเลย ตุ๊ดก็อยากกอด สาวๆ ก็อยากคุยด้วย เพื่อนๆน้าอั้มก็เข้ามาชมกันใหญ่ เจ้าของร้านก็ยกนิ้วให้ ผมไม่กล้าดีใจมากนักหรอก เพราะรู้ดีว่าความสุขมันช่างสั้นเสมอ

แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริง



ผมกลับมาบ้าน เมื่อจอดรถ ผมจึงไหว้น้าอั้มที่ไหล่ด้วยความรู้สึกเป็นพระคุณอย่างมาก ถ้าไม่มีน้า ผมเองก็คงตะลอนไปทั่วคนเดียว แล้วก็เป็นสิ่งที่ยากมากที่ใครจะรับผมเข้าทำงานได้ เพราะทั้งดนตรีไม่เป็น พลังไม่มากพอ แถมยังเป็นคนแปลกหน้า ผมติดหนี้บุญคุณน้าอั้มมากมายเหลือเกิน

เมื่อเข้ามา ผมจึงเปิดคอมพิวเตอร์เพื่ออัพโหลดเลพงที่เคยอัดสตูดิโอไว้ น้าอั้มมาเห็นก็หาว่าผมออนเอ็มแชทกับเพื่อน ผมพยายามแก้ต่างแต่น้าอั้มไม่ฟัง เดินเข้าห้องไป

ผมนั่งงงสักพัก เพราะน้าอั้มไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเราเลย เรากำลังอัพเพลงเพื่อส่งให้คนอื่นฟัง อย่างน้อยจะได้รับคำติชม อย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่กับที่ พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ แต่น้าอั้มก็เปิดประตูออกมาบอกว่า
เกม น้าจะบอกอีกทีนะ สิ่งที่เกมทำอยู่เนี่ย ไม่ได้ทำให้คนอยู่ด้วยมีความสุขเลย จำเอาไว้นะ

แล้วปิดประตูใส่ไป


ผมตะลึงในคำพูดมาก พยายามคิดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผิด

หรือเพราะใครๆก็เบื่อคำแก้ตัวของผมมาโดยตลอด จนทำให้น้ำหนักของคำมันหมดความหมายไปซะทุกเรื่อง เหมือนที่ผมเคยอธิบายอะไรสักอย่างให้แฟนเก่าฟัง แฟนเก่ากะบอกทำนองเดียวกันว่า ผมหาเหตุผลมาอ้างเพื่อให้ตัวเองถูกเสมอ และคนที่คุยด้วยผิดเสมอนะแหละ

แม้ผมจะมีเจตนาที่ดีที่สุดก็ตาม แต่เหมือนกรรมมันจะตามสนองเราอีกเรื่องแล้ว




ผมได้รู้จักกับพี่คนหนึ่งที่แต่งเพลงเก่ง ร้องเพลงดี เล่นดนตรีเพราะ เขาดูดีในสายตาใครต่อใคร มีชื่อเสียงและคนรู้จักมากมาย เขามีความสามารถเยอะ จบในสถาบันที่ดี และที่สำคัญคือชอบเล่นเฟสบุค

ผมเองได้ทำความรู้จักกับเขาคนนั้นมากขึ้น จนรู้สึกว่าคนนี้ดีนะ อารมณ์ศิลปินของเขาทำให้ดึงดูดตัวเราให้อยากค้นมากขึ้น

จนวันหนึ่งก็เห็นเขาเล่นอินเตอร์เน็ตมาก เพื่อนฝูงเยอะมาก มากจนเปฃ็นกระจกสะท้อนอดีตของผมเองกลับมาอีกครั้ง

เมื่อก่อนผมเล่นอินเตอร์เน็ตตั้งแต่ตื่นลืมตาจนง่วงจนทนไม่ไหว ติดต่อมาเป็นเวลาสองปี ผมได้รู้จักคนมากหน้าหลายตา มันคือความสุขที่ผมจะได้มีเพื่อนฝูงเยอะมาก มันคือความภาคภูมิใจและรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่อไม่มีศัตรู ผมพยายามที่จะสร้างมิตรและเมื่อใดมีคนรังเกียจ เราจะพยายามรีบไปรับความเข้าใจอย่างรวดเร็ว จนอดีตแฟนเก่าคงรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้มาก ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมต้องกีดกันอะไรหนักหนา กูจะรู้จักใครทำไมต้องรู้ซะทุกอย่าง สะเออะทำไม ต้องไปยุ่งกับเค้าทำไม มันเรื่องของเรา เรามีสิทธิ์มีเพื่อน ตราบใดที่ยังจริงใจและรักเดียวอยู่ จะห้ามเราคุยทำไม
วันนี้ผมเกือบจะตกลงปลงใจคบกับคนนั้นแล้วเชียว แต่เมื่อผมนัดเขาโดยบังเอิญ กินข้าวที่มาบุญครองนั้น ผมก็ได้เห็นอดีตคนที่เขาปลื้มมานั่งทานข้าวด้วย แค่ไม่ได้คุยกันสองวันเขาก็มีเพื่อนมากินข้าวแล้ว หัวอกของคนที่กำลังดูๆอยู่ก็ย่อมรู้สึกได้ว่า เขามีทางเลือกให้กับความรักอยู่มากมาย เพราะเขามีใครรู้จักเยอะมาก มากจนเราคือตัวอะไร? เราเป็นส่วนหนึ่งของการถูกเลือกใช่ไหม? หรือเราเป็นทางผ่านของเขาในคนถัดไป?

ผมเสียใจหลังจากที่เขาแยกกับคนนั้นแล้ว ผมพูดอะไรไม่ออกทั้งๆที่พี่เขาขอร้องให้พูด ไม่ใช่เพราะความเสียใจจากเขาเลยเพราะเขาไม่ได้ทำผิด แต่เป็นเพราะผมเสียใจตัวเองที่เคยคิดอะไรไม่ลึกซึ้งพอ ผมระบายให้พี่เขาฟังถึงเรื่องอดีตที่ผมเคยรักคนนึง แล้วผมก็ทำตัวแบบนี้ ไม่มีเวลาให้ ไม่อยากคุยในตอนที่เขาอยากคุยกับเรา แม้ในใจครานั้นเรายังรู้สึกว่าเราก็รัก แต่เข้าใจไหม เขาเองจะอดคิดไม่ได้ว่าเราไม่รักจริง

ผมทำให้แฟนเก่าทรมานมากหลายต่อหลายเรื่องแล้ว ผมรู้ว่ามันคือสิ่งที่กลับมาสนองตัวเอง น้ำตาผมตกใน ผมเดินผ่านที่ที่ผมและแฟนเก่าเคยจูงมือเดินด้วยกัน ผมรู้ว่ามันทรมาน ผมต้องเข้าในบทเรียนนี้ให้จงได้

ผมตัดสินใจลดความสัมพันธ์จากพี่เขาไป เพราะเหตุผลที่ว่า ผมเข้าใจสิ่งที่แฟนเก่าทำกับผมแล้ว
บาปกรรมที่ผมเคยทำก็ปรากฏออกมาเรื่อยๆ






วันที่ 4

วันนี้ผมตกลงกับคุณน้าว่าจะตะลอนตามหาความฝันอีกวันหนึ่ง ด้วยการเดินทางไปในที่ที่เราคิดได้ เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้วเรายังหางานไม่ได้เลย

เราเลี้ยวไปตามทางทีเคยเดินทางบ่อยๆ จนไปถึงร้านที่อยู่ด้านหลังบ้านไม่ไกลนักเอง แถบนั้นเป็นโซนร้านเหล้านั่งเล่นเป็นยี่สิบร้านได้ แต่มีเดพยีงไม่กี่ห้าร้านที่เล่นดนตรีสด ผมจึงเลือกไปร้าน รสหวานกินง่าย ร้านนี้น้าเขารู้จักเจ้าของร้านดี ออกแบบสไตล์เรโทรนิดนึง

และที่ตกใจมากกว่านั้นคือ นักร้องร้องเพลงเพราะอย่างรุนแรง เหมือนกับคิววงฟลัวร์ ทั้งน้ำเสียงและทรงผม น้าสั่งอาหารสามอย่างมาทานกัน และเรารอจังหวะที่เจ้าของร้านเข้ามาทักทาย
ผมขอเขาดื้อๆ เพื่อจะแจมร้องเพลงสักสองเพลง วันนี้จะกดดันมากกว่าวันไหน เพราะจะได้ร้องไมค์เดียวกันกับนักร้องเสียงเทพที่เราไม่เคยฟังมาก่อน ผมขึ้นไปร้องแต่ไม่มีคนปรบมือ(เพราะไม่มีลูกค้าเลย) ลงมาแล้วผมเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย น้าบอกผมว่าร้องเบาไปหน่อยอีกแล้ว ผมจะต้องร้องให้ดังกว่านี้อีก

เราจับมือเดินไปตามทางเพื่อหาว่าร้านไหนน่าสนใจ เราจะไปนั่งแล้วจะขอร้องเพลงแบบนี้อีก เดินจนเหนื่อยก็ยังไม่พบร้านที่เข้ากับเราได้ เราจึงเลือกเดินทางไปยังร้านหน้า มช ที่ชื่อว่าร้าน Mo C Mo L
คล้ายๆกับอยู่ในบ้านหลังใหญ่ บรรยากาศดีมาก ผมเข้ามาก็เห็นวงดนตรีกำลังเล่นอยู่ รู้ถูกใจแนวดนตรีมาก มั่นใจเลยว่าผมร้องเพลงแนวนี้ได้สบาย ป็อปสบาย ฟังง่าย
แล้วเช่นเดิม น้าอั้มบุกเครื่องลุยเข้าไปบอกคนเสริ์ฟว่า มีคนขอแจมร้องเพลงสักเพลง ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าทุกวัน เพราะคนดูเยอะ แปลกที่ และไม่รู้จะเลือกเพลงถูกใจแค่ไหน ผมตื่นเต้นจนปวดท้องขอไปอึ ออกมาผมก็นั่งข้างๆเวทีรอเขาเรียกตัว นานแล้วก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ รอสี่ห้าเพลงก็ไม่ตอบกลับ จนวงเลิกผมเดินกลับมายังโต๊ะ น้าอั้มร้องให้ ผมตกใจอย่างมาก พยายามถามถึงสาเหตุ น้าอั้มบอกว่า ผมหนีร้องเพลงไปแอบโทรศัพท์ และไม่ยอมขึ้นไปร้อง เขามองไมเห็นผมนั่งอยู่ ก็เลยไม่ได้เรียก จึงทำให้น้าเสียใจอย่างมาก

เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง คืนวันนั้นผมจึงท้อแท้ใจ ไม่อยากจะหางานอีกแล้ว ไม่อยากพึ่งพาใครด้วย เราจะหางานเอง เราจะมุ่งไปเอง แต่มองอีกอย่างเราเองก็ไม่มีปัญญาไปคนเดียวได้ จะเป็นการกร่าง เป็นการทะนงตัวมากเกินไป ผมจะต้องพึ่งพาอยู่ดี

เช้าวันต่อมา น้าอั้มต่อว่าผมว่าเป็นคนไม่เอาใจใส่คนรอบข้าง รักความสบาย รอแต่โอกาสจะเข้ามาหาอย่างเดียว คำพูดนั้นมันแรงจนทำให้น้ำตาผมไหลออกมาอย่างไม่อาย ผมอับอายและสมเพชกับตัวเองจนต้องขอตัวไปนอนในห้อง จนหมดแรงเผลอหลับไป
เย็นนี้ผมจะไม่ขอให้น้าอั้มพาไปส่งหางานทำอีกแล้ว ผมจะลองไปเอง ให้น้องกี้ เพื่อนสาวคนสนิทในเชียงใหม่ของผมพาไปเอง
ผมนั่งมอเตอร์ไซค์น้องกี้ ลัดเลาะไปตามถนนนิมมานเหมินทร์ ทุกซอกทุกซอย ทุกที่ที่มีร้านเหล้า หน้า มช เราก็ไป หลัง มช เราก็ไปกัน สันติธรรมที่ว่ามีร้านผับเยอะมากก็ไป ผับแถวบ้านก็ไป ผมใช้วิธีการเดินเข้าไปแล้วถ้าร้านไหนมีดนตรีสด เราจะขอเบอร์กันโดยอ้างว่าจะขอไปเผื่อวันหลังจะจองโต๊ะล่วงหน้า แล้วเราก็เนียนกันจริงๆ เราไปกันเป็นสิบร้าน แต่ได้ร้านที่คิดว่าใช่ มีเพียงแค่สองร้านเท่านั้นเอง

ชีวิตของผมตอนนี้เหมือนเกมส์ เรากำลังจะข้ามเลเวลต่างๆ ด่านนี้คือด่านของานร้องเพลง ด่านหน้าคือการเอาชนะท่านผู้ฟัง และด่านต่อไปคือ การเอาชนะท่านเจ้าของร้าน และด่านร็อค ด่านสากล ด่านเพื่อชีวิต และด่านอื่นๆอีก

ขอให้ผ่านด่านขอทำงานไปให้ได้ก่อนเถอะ….
วันพรุ่งนี้จะเป็นด่านสำคัญในชีวิต เพราะผมจะไปออดิชั่นร้านหยอย เขาให้โจทย์เพลงที่ยากที่สุดมา คือเพลง Back at one




ผมจะผ่านได้ไหม ต้องลองติดตามตอนต่อไป



Create Date : 10 มีนาคม 2553
Last Update : 10 มีนาคม 2553 21:01:59 น. 2 comments
Counter : 366 Pageviews.

 
ลองมาติดต่อกับครูโรจน์ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้าสิ โรงเรียนสอนร้องเพลง รร.ดนตรีครูโรจน์สอนนักร้องชื่อดังมากมาย อาจารย์ที่สอนใช้หลักสูตรเดียวกันกับสอน ไมเคิล แจ็คสันค่ะ
ออฟฟิซ อยู่ประมาณชั้น 5 หรือ 6 ของเซ็นทรัลปิ่น
แต่ไม่แน่ใจว่า Tower A หรือ Tower B ลองติดต่อเผื่อมีเรื่องงานนะคะ ลิงค์ด้านล่างค่ะ

http://www.krurodj.com/gallery/11july08.asp

ร้านเหล้าแถวพระราม 5 ก็มีให้คุณลองพิจารณาหลายร้าน

ขอให้โชคดีค่ะ


โดย: ปลาทูทอด IP: 125.24.34.112 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:23:42:38 น.  

 
เอาใจช่วยนะคะ เคยมาฟังเสียงแล้วเมื่อหลายปีก่อน ร้องได้ดีแล้วนะคะในความรู้สึก

สู้ๆค่ะ


โดย: ปลาทูทอด IP: 125.24.34.112 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:23:45:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Antonymer
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ คุณสามารถรู้จักผมจากชื่อนี้

Antonymer แปลว่า คนที่ไม่เหมือนใคร
Friends' blogs
[Add Antonymer's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.