ตะลอนไปกะใจเหงาๆของมดสีเพลิง
Group Blog
 
 
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
เกาะล้าน....ทะเลใสๆใกล้กรุงเทพฯ

ประเดิมด้วยทริปล่าสุดที่เพิ่งได้หยุดพักผ่อนล่ะกันนะคะ
ทริปนี้เกิดจากอาการเบื่องานขั้นโคม่าของฉัน พอเพื่อนรักโทรศัพท์มาคุยแล้วบอกว่าอยากไปเที่ยว ฉันก็รีบโอเคโดยไม่ต้องคิด แถมเสนอเพื่อนอีกว่าไปเกาะล้านกันเปล่า อยู่ใกล้ๆแค่พัทยาเอง ก็ฉันยังไม่เคยไปนี่
คุณเพื่อนผู้แสนดีก็ตกลงอย่างว่าง่าย
แต่แล้วคุณเพื่อนก็วิตกแทนฉันเพราะ.....
โดยปกติฉันจะไม่ค่อยไปไหนกับเพื่อนวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะเป็นเวลาที่ให้กับคุณพ่อและคุณแม่ ฉันเลยบอกว่าก็ไปวันธรรมดานี่แหละ เพราะฉันยึดนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนให้เที่ยววันธรรมดา
คุณเพื่อนออกอาการงง...และงง พร้อมกับคำถามว่า แล้วฉันไม่ทำงานเหรอ
ฉันให้ไปดูตารางนัดหมายของเจ้านายแล้วตอบเพื่อนรักทันทีว่า เอาเป็นว่าวันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ล่ะกันนะ ฉันจะป่วย
เฮ้ย...เพื่อนรักร้องเสียงดังลั่นเลย "อะไรของแกว่ะ" นั่นคือคำถามที่สวนมาทันที
ฉันตอบไปว่า เออน่า...วันที่ 6 ก.พ. นี่แหละฤกษ์ดี ฉันจะลาป่วยแล้วไปเกาะล้านกัน อ้อ...เดี๋ยวชวนเพื่อนซี้ที่ทำงานไปด้วยอีกคนแต่รายนั้นลาพักร้อน ก๊าก....ขำ
แล้วเช้าวันที่ 6 ก.พ.50 สาวสวย 3 นางก็นัดพบกันที่....ที่ทำงานของฉันเอง เพราะเป็นจุดนัดพบที่ดีที่สุด เพื่อนรักฉันขำกลิ้งเหมือนเดิม เมื่อฉันเล่าให้ฟังว่า ยาม (อุ๊ย...ไม่ใช่ซิ ต้องเรียกว่า รปภ. เดี๋ยวเขาจะโกธรเอา) ทำหน้างงมากๆ เมื่อเห็นฉันเดินเข้าประตูที่ทำงานมาโดยไม่ได้ขับรถมาในวันนั้น พร้อมใส่เสื้อสีสดใสกับกางเกงยีนขาสั้น
คุณ รปภ. ทำความเคารพพร้อมถามด้วยสีหน้างงว่า "วันนี้มายังไงครับเนี่ย ไม่ได้ขับรถมาเหรอ"
ฉันตอบพร้อมทำเสียงหวานว่า "อ๋อ...ไม่ได้เอารถมาค่ะวันนี้ นัดเพื่อนมารับ วันนี้ไม่ได้มาทำงานเพราะลาป่วยค่ะ" คุณ รปภ. ยิ้มขันทันที

และแล้วเมื่อครบองค์ประชุม เฮ้ย...ไม่ใช่ เมื่อมากันครบ เราทั้งสามก็ออกเดินทางโดยใช้ถนนสายมอเตอร์เวย์ คงเพราะยังเช้าอยู่จึงไม่มีรถมากนัก ฉันควักข้อมูลที่หามาจากในเน็ทขึ้นมาอธิบายเป็นฉาก ๆ ประหนึ่งผู้เชี่ยวชาญในการเยี่ยมเยือนเกาะล้าน ขณะที่เพื่อนซี้ผู้ซึ่งลาพักร้อน นั่งทานหมูปิ้งที่ฉันซื้อมาเป็นอาหารเช้าให้กับทุกคนไปเกือบ 10 ไม้พร้อมข้าวเหนียว 2 ห่อ ฉันขอความเห็นจากทุกคนว่าเราจะข้ามไปเกาะล้านด้วยเรือปกติ ราคาเที่ยวละ 20 บาทต่อคนไปลงที่ท่าหน้าบ้าน หรืออยากจะนั่งเรือท้องกระจกราคาคนละ 150 บาทแต่ไปลงหาดแสมดี ทุกคนอยากนั่งเรือท้องกระจกเพราะในเวปโฆษณาไว้ว่าจะได้ดูปะการังโดยไม่ต้องลงไปดำให้เปียกด้วย เอาเป็นว่าสรุปยอมเสียคนละ 150 บาท ฉันบอกเพื่อนรักซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถีในทริปนี้ว่าเราน่าจะไปให้ถึงก่อน 09.30 น. นะ เพราะเรือท้องกระจกเที่ยวแรกมีตอนเวลานั้น เพื่อนรักชั้นทำเวลาได้ดีเพราะเราไปถึงท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ตอน 09.20น. ขับรถวนแถวท่าเรือเพื่อหาที่จอดฟรีก่อน แต่ก็ผิดหวัง...นี่ขนาดวันธรรมดานะ ที่จอดตรงท่าเรือเต็มหมดเลย เอาว่ะ...ยอมเสียตังค์ก็ได้ ก็เลยฝากรถไว้ตรงตึกที่เป็นรูปเรือดำน้ำสีนำเงิน ค่าฝาก 40 บาทต่อวัน จอดรถได้ก็วิ่งหน้าตั้งทั้ง 3 สาวไปที่ท่าเรือทันที พี่ๆที่เคาน์เตอร์บริษัท เกาะล้านแทรเวิล จำกัดซึ่งให้บริการเรือท้องกระจกเรียกใหญ่เลยเพราะตอนนี้ 09.30 น.แล้ว ฉันถามพี่เขาว่ายังทันไหมเขาบอกว่าทันเดี๋ยวจะวิทยุไปบอกให้เรือรอ ก็รีบซื้อตัวจ่ายตังค์แล้วออกวิ่ง 4 คูณ 100 กันทันทีตอนซื้อตั๋วได้ยินเขาวิทยุไปบอกที่เรือแล้วว่ายังมีผู้โดยสารอีก 3 คนถ้าไปถึงแล้วออกเรือได้เลย
แต่คุณพระ....วิ่งกันตับแลบเพราะรีบยังไม่พอ ระยะทางตรงสะพานที่วิ่งไปนั้นไกลมากประมาณครึ่งกิโลเห็นจะได้ กว่าจะถึงเรือก็ลิ้นถึงอกเลย ยิ่งไปกว่านั้นเกือบทุกสายตาบนเรือซึ่งเป็นฝรั่งทั้งหมด ยังมองดูกะเหรี่ยงไทย 3 สาวด้วยสายตาสงสารสุดฤทธิ์อีก ก็วิ่งกันมาซะไม่เหลือมาดสาวงามเลยอ่ะ ขึ้นเรือเร็ว...ขึ้นเรือ ไม่ได้ถ่ายรูปเลยแห่ะ....
หลังจากได้ที่นั่งบนเรือแล้ว เพื่อนก็เริ่มถามว่า "ไหนอ่ะ เรือท้องกระจก" ฉันรีบตอบก่อนจะโดนตืบว่า "ไม่ใช่เรือนี้ เดี๋ยวพอไปถึงหน้าหาดแสม เขาจะเอาเรือหางยาวท้องกระจกมาถ่ายผู้โดยสารไปพาดูปะการังก่อนขึ้นฝั่ง" เพื่อนๆรับทราบและนั่งพักกันไปต่อ
45 นาทีถัดมา พวกเราก็มาถึงหน้าหาดแสม เรือจอดลอยลำแล้ว ฉันกับเพื่อนรีบเดินไปที่ท้ายเรือทันที จะได้ขึ้นเรือท้องกระจกเร็วๆ นั่นไงมาแล้ว 2 ลำ เทียบเรือเรือใหญ่คนละด้าน ฉันรีบชะโงกหน้าออกไปดูทันที
โอ้....แม่เจ้า อะไรกันนี้....นี่หรือเรือท้องกระจกที่ฝันไว้



ท้องกระจกตรงไหนเนี่ย...ฉันหันไปยิ้มแหยๆให้กับเพื่อนทั้งสองทันที ดูเหมือนทุกคนก็กำลังงงๆเหมือนกัน เอาว่ะ...ยังไงก็ต้องลงไปอยู่ดี ฉันหน่วยกล้าตายเดินลงไปในเรือก่อนพอได้ที่นั่งก็ถึงบางอ้อเลยทีนี่ ก็นี่ไงล่ะ ท้องกระจก



คือถ้าสังเกตดูที่ใต้กระดานที่พาดไว้เป็นพื้นจะมีช่องเล็กๆให้มองลงไปได้ ท้องเรือหางยาวเป็นกระจกจริงๆด้วย น้ำใสจนเห็นหอยเม่นข้างล่างเลย เรือเริ่มแล่นออกไปแล้ว เย้ๆ....รอดตายแล้ว ไปดูปะการังกัน แต่เอ๊ะ...เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว เรือหันหัวเข้าหาฝั่งทันที ไม่ถึง 2 นาทีกับการพยายามมองลอดช่องเล็กๆขณะที่เรือกำลังแล่นก็ถึงฝั่งแล้ว คนขับเรือบอกว่าขึ้นฝั่งได้แล้ว อะไรฟ่ะเนี่ย ตกลงว่าพวกเราเสียค่าโง่กันไปคนละ 150 บาทหรือนี่ ฉันรู้สึกผิดโคตรๆเลย แต่เพื่อนๆกลับไม่มีใครตอกย้ำความผิดนั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็หาดทรายขาว น้ำสวยใสที่ปรากฏชัดๆอยู่ตรงหน้าพวกเรานี่แหละค่ะ ไม่อยากเชื่อเลยทะเลแถบพัทยามีสวยขนาดนี้เลยเหรอ ไม่เชื่อก็ดูรูปเองเลยค่ะ เนี่ย หาดแสมนะ



เพื่อนผู้เป็นสารถีของกลุ่มเปลี่ยนอาชีพโดยทันที ตอนนี้สวมวิญญาณช่างภาพแล้ว กดชัตเตอร์แบบช็อตต่อช็อตไม่หยุด ปากก็คุยกันไปเรื่อยๆ เราเดินเลาะตามชายหาดไปเรื่อยๆ ไม่เห็นคนไทยที่เป็นนักท่องเที่ยวเลย มีแต่ฝรั่งเต็มไปหมด พวกเราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่หาดเทียนซึ่งอยู่ติดๆกัน ถามพี่ๆที่ขายของแถวนั้นบอกว่าเดินไปได้ไม่ไกลเท่าไรแค่เหนื่อย!!! อ่ะ...เดินเล่นก็ได้ประหยัด แต่พอเดินขึ้นมาจากหาดกะจะเดินไปตามถนนก็เจอกับรถสองแถวที่มาส่งผู้โดยสารที่หาดแสมพอดี เขากดแตรเรียกแล้วถามพวกเราว่าสนใจจะไปเที่ยวรอบเกาะไหม เขาจะพาไปเที่ยวทุกหาดเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ๆ พวกเราสบตากันทันที เพราะความจริงใครมาเที่ยวเกาะล้านเขาจะเช่ามอเตอร์ไซด์แล้วขี้เที่ยวกัน แต่พวกเรา 3 คนไม่มีใครขี่มอเตอร์ไซด์เป็นซักคนเดียว ฉันถามว่าคิดราคาเท่าไร เขาตอบว่า 500 บาทครับ ฉันสวนทันทีเลยว่าแพงจัง ขอราคาคนไทยเดี๋ยวนี้เลย แถมวันนี้เป็นวันธรรมดาด้วย เขานิ่งไปอึดใจบอกกลับมาว่างั้น 450 บาท ฉันจูงมือเพื่อนทำท่าออกเดินทันที เขาก็บอกว่าอ่ะ 400 บาทก็ได้ น้ำมันมันแพง ฉันบอกไม่ไหวแพงไป และแล้วนางเอกของเราก็ออกโรง เพื่อนซี้ฉันซึ่งมัวแต่คุยโทรศัพท์เห็นว่าท่าทางฉันจะไม่ได้เรื่อง รีบวางโทรศัพท์แล้วจัดการมาต่อรองเองเลย สรุปสุดท้ายได้ในราคา 300 บาทโดยให้เหตุผลว่าหารกันลงตัว โอ้...เพื่อนฉัน ช่างเก่งสมกับทำงานอยู่ฝ่ายจัดซื้อจริงๆ
คนขับรถบอกว่าเขาต้องกลับเปลี่ยนรถที่ท่ารถตรงท่าเรือหน้าบ้านก่อน แล้วโปรแกรมทัวร์จึงจะเริ่ม พวกเราก็โอเครีบขึ้นรถกันเลยจะได้เริ่มต้นเหมือนคนอื่นๆเขา เมื่อรถมาถึงที่ท่าเรือ คนขับรถบอกให้เราเดินเล่นแถวท่าเรือและเข้าไปไหว้พระในวัดก่อน เดี๋ยวจะมาตาม ประมาณ 15 นาทีเขาก็มาตามพวกเราไปขึ้นรถ แล้วทัวร์สบายๆก็เริ่มขึ้น คนขับรถบอกว่าจะพาเราไปเที่ยวที่หาดตาแหวนเป็นหาดแรก ระหว่างทางรถวิ่งขึ้นลงไปตามเขาแล้วพอเลี้ยวออกจากโค้งๆหนึ่ง พวกเรา 3 คนก็ร้องกรี๊ดกันใหญ่ ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่วิวของหาดตาแหวนในมุมสูงที่เราเห็นอยู่ สวยมากๆ น้ำทะเลสีเขียวใสจริงๆ เพื่อนรักผู้มีวิญญาณช่างภาพมืออาชีพ รีบกระโดดย้ายฝั่งมานั่งด้านเดียวกับฉันเผื่อจะถ่ายรูปนั้น ส่วนฉันยังควานกล้องในกระเป๋าไม่เจอ แล้วพวกเราก็ได้ร้องกรี๊ดอีกครั้งเมื่ออยู่ๆ คนขับรถก็เบรครถจนพวกเราหัวทิ่ม พร้อมกับเปิดกระจกออกมาบอกว่า ถ่ายรูปกันตามสบายครับ มุมนี้สวยมาก



จากนั้นเราก็เดินทางมาถึงที่หาดตาแหวน ซึ่งเป็นหาดที่ได้ชื่อว่าเป็นหาดทรายที่มีทรายขาวที่สุดและมีชายหาดยาวที่สุดของเกาะล้าน แต่ก็มีคนเยอะที่สุดด้วย เพราะส่วนใหญ่ทัวร์จากจีน เกาหวี ไต้หวันและฮ่องกงจะมาลงที่หาดนี้หมด ทำให้หาดนี้พลุกพล่านได้ด้วยผู้คน ประหนึ่งบางแสนก็ไม่ปาน ถามว่าสวยไหม ก็สวยแต่คงเพราะฉันไม่ชอบความพลุกพล่านเลยไม่โดนใจเท่าไร



หมดเวลา 10 นาทีกว่าๆแล้วพวกเราเดินกลับไปที่รถแล้วออกเดินทางไปสู่หาดต่อไป หาดถัดมามีชื่อว่าหาดนวลค่ะ เป็นหาดที่ค่อนข้าง private เพราะคนค่อนข้างน้อย เป็นหาดเล็กๆ อยู่หลังสวนมะพร้าว ที่หาดนี้มีรีสอร์ทด้วย ชื่อเกาะล้านรีสอร์ท และที่สะดุดตามพวกเรามากๆคือ ต้นหูกวางริมชายหาด ซึ่งกำลังมีใบเป็นสีส้มๆแดงๆทั้งต้น เพื่อนของฉันลั่นชัตเตอร์ไม่หยุดอีกแล้ว



ถ่ายรูปกันจนหมดมุมก็ออกเดินทางต่อ หาดต่อไปคือหาดเทียน แต่ระหว่างทางคนขับรถจอดให้เดินขึ้นไปบนเขา สูงขนาดที่เดินขึ้นไปแล้วหมดแรงต้องนั่งพักก่อนจะไปดูวิวเลยทีเดียว มันเป็นจุดชมวิวของเกาะนี้แหละ นั่งพักลมเย็นๆอยู่บนนั้นจนหายเหนือ่ยก็เดินลงมาขึ้นรถแล้วไปที่หาดเทียนต่อเลย
หาดเทียนเป็นหาดเดียวที่ไม่มีถนนไปถึงหาดมีแต่สะพานไม้ที่เลาะไปตามผาหินประมาณ 300 เมตรจึงจะถึงหาด พอรถจอดที่เชิงสะพานพวกเรา 3 สามก็ถลาลงไปที่ริมน้ำตรงเชิงสะพานนั่นแหละ เพราะน้ำใสสุดๆ ไม่เชื่อดูเอาเอง




พวกเราเอ้อระเหยจนเกือบลืมไปว่าหาดเทียนยังอยู่อีกไกล พอนึกขึ้นได้ก็รีบเดินไปตามสะพานนั้น แต่ก็อีกแหละ มัวแต่ถ่ายรูปกันจนไปได้แค่ครึ่งสะพาน มองเห็นหาดเทียนอันสวยสงบ เนื่องจากหาดนี้จะมีแต่นักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งและรักสันโดษเท่านั้นมาพัก มีรีสอร์ต 1 แห่ง ฉันโดนใจหาดนี้ที่สุด แต่อนิจจา...ปรี๊น..ปริ๊นนนนน คนขับกดแตรเรียกพวกเราแล้ว เนื่องจากขณะนั้นเป็นเวลาเกือบเที่ยงครึ่งแล้ว คงได้เวลาที่เขาต้องไปทำมาหากินแล้ว พวกเราก็เลยเดินกลับไปขึ้นรถเพื่อกลับไปยังหาดแสมอีกครั้ง ก่อนอำลาจากหาดเทียนแถมรูปให้ดูอีกรูปล่ะกัน





ถึงหาดแสม พวกเราก็เดินเล่นไปตามหาดเพื่อหาร้านอาหารสำหรับมื้อกลางวันของเรา อุตส่าห์คิดว่าเลือกร้านที่คนไม่เยอะแล้วเชียว ที่ไหนได้เป็นร้านสาขาของร้านที่คนเยอะๆนั่นแหละ รอกันจนลมออกหูอาหารต่างๆ ก็มาให้พวกเราสูบกัน หลังจากน้ำมะพร้าวหมดไปแล้ว อิ่มแล้วยังเหลือเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเรือกลับฝั่งเที่ยวแรก ฉันกะแม่ช่างภาพมือทองเลยขอไปเดินเล่นตามหาดเพื่อเก็บภาพประทับใจ ส่วนแม่สาวจัดซื้อคนเก่งขอนอนดูผู้ชายอยู่ที่ริมหาดดีกว่า ฉันเดินคุยกันไปถ่ายรูปกันไปอย่างสนุกสนาน โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้ วันนี้แดดไม่ค่อยมีเท่าไร ไม่ร้อนนะ แต่ถ่ายรูปไม่ค่อยแจ่มเลย แถมตอนนี้ยังอากาศอึมๆชอบกล อ่ะ มาชมภาพสวยๆ ของหาดแสมยามบ่ายกัน
อันนี้ ต้นไม้สัญลักษณ์ของหาดแสม ใครมาก็ต้องถ่ายรูปไว้





อีกมุมดีกว่า สวยดี...มันสวยเหงาๆเหมือนคนถ่ายยังไงไม่รู้เลยถ่ายใหญ่เลย





ส่วนรูปนี้ก็ ขากล้องเหงา...หรือเปล่า????




เดินกันมาจนสุดหาดเลยล่ะ มีความสุขจังเลย





เหลือบดูเวลาอีกทีเกือบ 14.40 น.แล้ว เดินกลับกันเถอะเพราะเดี๋ยวเรือมาแล้ว กลับมานั่งพักที่เก้าอี้ริมหาดซักครู่เดียวเรือก็มา พวกเรารีบไปจับจองที่นั่งบนเรือท้องกระจกกันอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ถึงเวลาโบกมือลาเกาะล้านแล้ว...บ๊ายบาย แล้วจะกลับมาอีกแน่ๆ พอเรือเทียบท่าที่พัทยาใต้ พวกเราก็ได้รู้ว่าที่ฝั่งพัทยาฝนตกไปแล้ว สรุปว่าพวกเราไม่เปียกฝนกัน แต่รถเพื่อนรักฮันซิเพิ่งล้างมาด้วย เปียกโซกเลย พวกเราเดินทางกลับด้วยถนนสุขุมวิทสายในเพราะจะไปแวะซื้อทุเรียนกวนให้คุณแม่ที่ตลาดหนองมน แล้วตลาดหนองมนก็ทำเอาฉันและเพื่อนหงุดหงิดตามเคย เนื่องจากรำคาญแม่ค้าที่มาวุ่นวายตลอด ไม่เปิดโอกาสให้เราเลือกสินค้าแบบอิสระกันเลย พอซื้อทุเรียนได้ก็กลับเลย กว่าจะถึงบ้านก็เกือน 2 ทุ่มแน่ะ ทริปนี้เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันเพราะไปเช้าเย็นกลับ แต่ประทับใจสุดๆเลย มีโอกาสเมื่อไรรับรองว่าไม่พลาดแน่ ต้องกลับไปเยือนอีกแน่ๆ เกาะล้าน...เกาะสวาทหาดสวรรค์ที่ใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียว!!!!


Create Date : 30 มีนาคม 2550
Last Update : 30 มีนาคม 2550 14:03:41 น. 10 comments
Counter : 782 Pageviews.

 
สวยค่ะ ไปมาแล้วเหมือนกัน


โดย: patthanid (patthanid ) วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:12:35:45 น.  

 
นินทานะ นินทา ลงบล็อกเลยนะยะ

ขอบใจที่เอาขาตั้งกล้องมาลงให้นะจ๊ะ สวยถูกใจ เหงาเลยเน๊อะ

ไว้ลาเปื่อยไปเที่ยวอีก เมื่อไหร่ดีจ๊ะคุณนาย



โดย: ดาว..กลางวัน (ดาว..กลางวัน ) วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:14:07:15 น.  

 
อยากไปอ่ะ ๆๆๆๆ คิดถึงทะเลเมืองไทยใจจะขาดดดดดดดดดด


โดย: hamble pie (hamble pie ) วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:1:45:29 น.  

 
ต้องขอใช้มุขลาป่วยบ้างซะแล้ว


โดย: อยากเป็นไกด์ ใครช่วยที (อยากเป็นไกด์ ใครช่วยที ) วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:10:20:35 น.  

 
ว่าจะไปเหมือนกันครับ..

เกาะล้านเนี่ย


โดย: jetmom3425 วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:11:00:13 น.  

 
เคยเพลนว่าอยากไปเกาะล้านหลายรอบๆ มากๆ แต่สุดท้ายก็ ปันใจไปให้เสม็ดทีทีเลย


โดย: n_nicky วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:12:11:24 น.  

 
เห็นทะเลแล้วสดชื่นดีค่ะ แต่ว่าต้องไปด้วยตัวเองถึงจะสดชื่นขึ้นกว่านี้


โดย: umi_chan (umi_chan_2 ) วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:12:37:55 น.  

 
น่าไปจริงด้วยอ่ะ จะลองชวนเพื่อนๆ ไปกันดู


โดย: เพ็ญเพียงพอ วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:19:26:30 น.  

 
น้ำใสเหลือเชื่อ แต่ที่นั่นคนเยอะใช่มั้ยค่ะ


โดย: GlitteryDust (glitterydust ) วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:16:15 น.  

 
หลายปีแล้วที่ไป แต่น้ำก็ยังใสเหมือนเดิมเลย


โดย: daodin วันที่: 21 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:08:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มดสีเพลิง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมเดินทางทุกคนเลย
Friends' blogs
[Add มดสีเพลิง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.