สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
2 สิงหาคม 2558
All Blog
ประโยชน๋สุข




เที่ยวทั่วเนเธอร์แลนด์ผ่านมาดูโรดัม


เด็กชายที่เป็นวีรบุรุษของประเทศเนเธอร์แลนด์ส


วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงที่เมืองฮาร์เล็ม เนเธอร์แลนด์ส เด็กชายวัยแปด

ขวบไปเยี่ยมคุณตา ที่ตาบอด เมื่อนำของฝากไปให้แล้วเขาก็เดินกลับ

บ้าน



พ่อของเด็กชายเป็นคนเฝ้าเขื่อนกั้นน้ำ ดูแลการเปิดปิดของเขื่อนเพื่อ

รักษาระดับน้ำในเขื่อนให้ถูกต้อง



พื้นที่ครึ่งหนึ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์สเป็นน้ำและอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ

ทะเลหลายเมตร


 (ชื่อ เนเธอร์แลนด์ส มาจากคำดัทช์ 'neder'แปลว่า'ต่ำ'ปกติจะ

หมายรวมถึงพื้นที่ของประเทศเบลเยียมและลักเซ็มเบิร์กด้วย)


จึงต้องป้องกันด้วยกำแพงกั้นน้ำเกือบทั้งประเทศ



ระหว่างทางกลับฝนเทลงมา ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนสูงขึ้น เด็กชายได้ยิน


เสียงน้ำไหลนึกสงสัยว่าเสียงนั้นมาจากไหน พลันแลเห็นรูเล็กๆ

ที่กำแพงกั้นน้ำ เด็กทุกคนในเมืองนี้รู้ว่ามันหมายถึงอันตรายแรงดันน้ำ

มหาศาลสามารถขยายรูเล็กๆ นั้นในเวลาอันสั้น เมื่อกำแพงทลายน้ำจะ

เททะลักเข้าเมือง 


ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าและอีกหลายร้อยหลายพันชีวิตที่อาจต้อง

สูญสิ้น



เด็กชายตัดสินใจปีนขึ้นกำแพง ยัดนิ้วมือของเขาเข้าไปอุดรูรั่วนั้นเขาหวัง

ว่าจะมีใครสักคนผ่านมาตรงนั้น แต่ไม่มีใครมา



ความมืดโรยตัวคลี่คลุมพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็วอากาศเย็นลงทุกขณะ


 เด็กชายรู้สึกหนาว แต่ไม่กล้าปล่อยมือจากรูนั้น 


เขาร้องตะโกน"แม่ พ่อ มีใครได้ยินผมไหม?"


แต่ไม่มีใครได้ยิน


เด็กชายรู้ดีว่าเมื่อไม่เห็นเขากลับบ้าน แม่ของเขาคงไม่ออกมาตามหาเขา


เพราะเชื่อว่าเขาคงนอนค้างคืนในบ้านของตาแก่ตาบอดเช่นที่เคยเป็นมา



เด็กชายตัวเปียกสั่นสะท้านด้วยความหนาวแต่เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่


กล้าดึงนิ้วออกมาจากรูนั้นภาพเมืองทั้งเมืองจมน้ำ


ทำให้เขายืนหยัดต่อไป


ครั้นเวลาเช้าตรู่ บาทหลวงผู้หนึ่งผ่านทางมาพบเด็กชายตัวหนาวสั่น


ใบหน้าซีดเผือด เด็กชายรอดมาได้ และเมืองนั้นก็รอดมาได้ เด็กคนนี้ได้


เป็นวีรบุรุษ

................

เล่าลือกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่านี้คือจิตอาษานี้คือหัวใจพระโพธิสัตว์กับเรื่อง

ราวของเด็กที่เอานิ้วอุดกั้นน้ำไว้เพื่อคนทั้งเมือง

ล่วงการผ่านไปเด็กคนนี้ได้เสียชีวิตลงชาวเมืองได้ช่วยกันสร้างอนุสาวรีย์

แสดงให้เห็นว่าคนเนเธอร์แลนด์ 


แท้ ๆต้องเป็นอย่างนี้


คิดถึงคนอื่น มากกว่า

คิดถึงตัวเอง เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง



ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล


http://www.winbookclub.com/article.php?articleid=83


https://www.youtube.com/watch?v=_wjL0RvkxPg


http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?

NewsID=9520000000145




Create Date : 02 สิงหาคม 2558
Last Update : 21 สิงหาคม 2559 15:43:18 น.
Counter : 507 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พื้นเมือง
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการค้นหาคำตอบ