วิธีขอพรอย่างไรให้ได้อย่างขอ
เคยขอพรไหม ถ้าเคยปกติ คุณขออะไรกันบ้าง ? การขอพร เสมือนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับตัวเรา ทุกครั้งที่เราขอเสร็จมันเหมือนทำให้เรามีความหวังมากขึ้น แต่คุณเคยคิดไหมว่าสิ่งที่คุณขอกันนั้นมาถูกต้องหรือเปล่า แล้วมันได้ตามที่เราขอทุกครั้งหรือไม่
วันนี้ผมขอแนะนำพร 3 ประการให้ทุกท่านที่อ่านข้อความนี้ 1. ปัญญา ขอให้เรามี ปัญญา เพื่อที่จะได้ใช้ปัญญาในการแยกแยะสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ว่าสิ่งไหนควบคุมได้ และสิ่งไหนควบคุมไม่ได้ 2. พลัง ขอให้เรามีพลัง เพื่อใช้จัดการกับสิ่งที่เราควบคุมได้ จากการแยกแยะของปัญญา 3. สติ ขอให้เรามีสติ เพื่อควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ พูดง่าย ๆ เพื่อให้เรามีสตินั่นเอง จะได้ควบคุมตัวเราให้ระลึกได้ว่าสิ่งนี้เรามิอาจควบคุมมันได้
3 สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่เราขอได้ทุกที่ แม้กระทั่งตัวเราเอง หากเราระลึกและปฎิบัติกับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา คุณก็จะได้ตามที่คุณขอ โปรดจำไว้ว่าทุกครั้งที่คุณขอเสร็จคุณมีความหวังแล้ว แต่อย่าคาดหวัง
ที่มา http://www.thaibizseven
คำว่า พร เป็นคำมีรากมาจาก บาลีสันสกฤต (บาลี, สันสกฤต=วร) แปลว่า เลือก สิ่งที่เลือกแล้วจึงเรียกว่า "พร" คำว่า ขอพร ในความหมายเดิมจึงหมายถึงว่า ขอเลือกสิ่งที่ตนคิดว่าดีที่สุดเพื่อกระทำให้เกิดมีขึ้นในตน คำว่า อวยพร จึงหมายถึง ให้โอกาสคนที่ขอนั้นทำตามที่เลือก
ธรรมเนียมการขอพร และอวยพร สมัยนี้กลับกลายเป็นว่า ไปขอความสุขความสำเร็จจากผู้ถูกขอ หรือเขาไม่ขอ แต่ก็จะให้พร คืออวยพรให้เขาได้รับสิ่งดีๆ
ดูราวกับว่าสิ่งที่ดีเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความสำเร็จทั้งหลาย เป็นสิ่งที่หยิบยื่นให้กันได้...
ผมอยากให้ประชาชนคนไทยได้ตั้งสัจจะอธิษฐาน ขอพร คือขอโอกาสให้ตนได้กระทำความดี และให้พร คือเปิดโอกาสให้คนอื่นได้ทำความดีสัก 9 ข้อ คือ 1.ขอให้ข้าพเจ้ามีความเพียรพยายามทำความดี สร้างความเจริญก้าวหน้าแก่ตนและสังคม โดยไม่นั่งคอยนอนคอยโชคชะตา หรืออ้อนวอนร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือ
2.ขอให้ข้าพเจ้าจงอย่าได้ลืมตน ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ซึ่งอาจด้อยกว่าในด้านใดด้านหนึ่ง ขอให้มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ให้เกียรติคนอื่น มีความอ่อนโยน เอื้ออาทรกันในฐานเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
3.ขอให้ข้าพเจ้าอย่ารู้สึกริษยาบุคคลที่ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิต ให้มีแต่ความพลอยยินดีในความสุขความสำเร็จของเขาด้วยใจจริง
4.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าได้เหยียดหยามซ้ำเติมผู้ที่ผิดพลาดในชีวิต ด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จงมีแต่ความเมตตากรุณา หาทางช่วยเหลือเขาเท่าที่จะพึงทำได้
5.ขอให้ข้าพเจ้าจงมีจิตใจเข้มแข็ง อดทน ไม่จู้จี้ขี้บ่น ทำตนให้เป็นที่พึ่งแก่ตนและคนอื่นได้ ขออย่าเป็นคนอ่อนแอเหลียวหาที่พึ่งนอกตัว
6.ขออย่าให้ข้าพเจ้าคิดเอาเปรียบเอาแต่ได้เพื่อตัวเอง เช่นเถลไถล ไม่ทำงาน รีบเลิกงานก่อนเวลา อาศัยหน้าที่การงานแสวงประโยชน์เพื่อตน รวมถึงอย่าได้เอาเปรียบประเทศชาติโดยการหลีกเลี่ยงภาษี หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่เป็นจริง
7.ขอให้ข้าพเจ้าหมั่นปลูกฝังความรู้สึกมีเมตตาปรารถนาดีต่อคนอื่น และมีความกรุณาคิดจะช่วยเหลือคนอื่นให้พ้นทุกข์ คิดว่าทุกคนเป็นมิตร ไม่มีใครเป็นศัตรูที่จะต้องกำจัดตัดรอน ใครที่คิดทำผิดทำชั่วก็ขอให้เขากลับตัวได้เสียเถิด อย่าทำผิดทำชั่วอีกเลย
8.ขอให้ข้าพเจ้าอย่าเป็นคนมักโกรธ ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด เอาแต่ใจตนเอง ถ้าห้ามความโกรธไม่ได้ ก็ขออย่าได้ผูกอาฆาตคิดประทุษร้าย ให้เขาถึงความพินาศเลย
9.ขอให้ข้าพเจ้ามีความรู้ในพระศาสนาเข้าใจธรรม สอนตนเองได้ มีปัญญาเข้าใจแก้ไขปัญหาตามแนวทางของพระพุทธองค์ ยึดมั่นถือมั่นน้อย รู้เท่าทันโลกและชีวิตแสวงหาความสุขสงบภายในด้วยตนเอง ทั้งสามารถแบ่งปัน แผ่ขยายความสุขสงบนั้น ให้เบ่งบานในใจของเพื่อนร่วมสังสารวัฏโดยทั่วหน้ากันเทอญ
ที่มา "เรื่องจงขอพร 9 ประการให้ตนเองเถิด"ของ เสฐียรพงษ์ วรรณปก
ทำดี ดีแล้วเป็นพร ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้องอ้อนวอน ขอพร กะใคร ให้กวน พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือนลมหวน อวลไป อวลมา อย่าหลง
พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืนยืนยง ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ- เพ็ญบุญ กุศลนำ ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดีมีจน เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเกรง บาปชั่ว กลัวเกรง ทำแต่ กรรมดี ทวีพร ฯ
ธรรมะจาก...ท่านพุทธทาสภิกขุ

| Create Date : 14 ตุลาคม 2551 |
| Last Update : 14 ตุลาคม 2551 20:43:24 น. |
|
2 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
ชอบมาก..ธรรมะจาก...ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ว่า
"ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดีมีจน
เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเกรง บาปชั่ว กลัวเกรง
ทำแต่ กรรมดี ทวีพร ฯ "