Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
โจ๊กข้าวโพด โจ๊กตับไก่



โจ๊กข้าวโพด

"โจ๊กข้าวโพด"สูตรนี้ เป็นโจ๊กกึ่งสำเร็จ เตรียมเอง ปรุงเองไว้ก่อนล่วงหน้า
ดังนั้นเมื่อจะนำมาปรุงกิน จึงทำได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่มากก็สามารถกินโจ๊กอร่อยๆ ได้ทั้งครอบครัว
โจ๊กข้าวโพดชามนี้ อร่อยด้วยเห็ดและผักที่ใช้ แถมมีสารเบต้าแโรทีนสูง มีเส้นใยมาก
จึงนับเป็นอาหารสุขภาพชนิดหนึ่ง และยังสามารถกินได้มาก เพราะไม่ทำให้อ้วน

เริ่มต้นด้วยการเลือกซื้อข้าวโพดหวานที่สดจริงๆ ซื้อช้าวโพดชนิดติดเปลือกเขียวได้ยิ่งดี เมล็ดข้าวโพดจะเต่ง
เป็นมันเงา มีรสหวานเนื้อนุ่มแน่น มีน้ำในข้าวโพดเยอะ ถ้าข้าวโพดฝักแก่เกินไปจะมีแป้งมาก รสหวานก็น้อยลง
และเนื้อก็แข็งกระด้างไม่อร่อย

การปั่นข้าวโพด ให้ปั่นข้าวโพดเป็นชิ้นเล็กลงเท่านั้น เพราะน้ำหวานในเมล็ดข้าวโพดจะออกมาอย่างเต็มที่
เวลากินจึงได้เนื้อสัมผัสของข้าวโพด ถ้าปั่นจนละเอียดเวลากินจะเหมือนกินแป้งสาลี เหลืองข้นเท่านั้น ไม่อร่อย

ในขณะที่กำลังเคี่ยวโจ๊กข้าวโพดให้ใช้ไฟอ่อนๆ คนให้สม่ำเสมอเพื่อป้องกันโจ๊กไหม้ที่ก้นหม้อ
อาจเติมปลายข้าวกล้องลงไปด้วยก็ได้ ทำให้โจ๊กข้นขึ้น ถ้าต้องการเก็บไว้กินวันหลัง หรือทำเตรียมไว้ล่วงหน้าก็ได้
โดยทิ้งโจ๊กไว้ให้เย็นก่อน จึงเก็บใส่ภาชนะปิดฝา แช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา เมื่อจะกินจึงนำมาอุ่น
แล้วเติมเครื่องปรุงอื่นๆ เช่น เห็ด ผัก ต้มพอสุกจึงใส่ขิง พริกไทย เป็นต้น

เครื่องปรุง
ข้าวโพดหวาน 3 ฝัก
เห็ดฟางหั่นแว่นบาง 8 ดอก
เห็ดเข็มทอง 100 กรัม
ต้นหอมหั่นหยาบ 2 ต้น
หมี่ขาวทอดกรอบ 1/4 ถ้วย
พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปผัก 3 ถ้วย

วิธีทำ
1.ล้างข้าวโพดทั้งฝัก ใช้มีดคมๆ ฝานบางๆ เอาแต่เมล็ดให้ได้ประมาณ 2 ถ้วย
2.ใส่ข้าวโพดลงในโถปั่น ใส่น้ำซุป 1 ถ้วย ปิดฝา ปั่นเข้าด้วยกันพอชิ้นเล็กลง เทใส่หม้อ
3.ยกหม้อข้าวโพด ตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำซุปที่เหลือ คนให้เข้ากัน เคี่ยวพอข้น ใส่เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง ต้มพอสุก
4.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว คนพอทั่ว ตักใส่ถ้วย โรยต้นหอม พริกไทย หมี่ขาวทอดกรอบ กินร้อนๆ กับปาท่องโก๋




โจ๊กตับไก่

ตับ เครื่องในสัตว์อุดมไปด้วยสารโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี
ตับ เป็นอาหารที่มีเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย รสอร่อย ทำเป็นอาหารเด็กได้อย่างดี
เริ่มทำเป็นอาหารเสริมของเด็กอายุวัย 3 เดือน ช่วงนี้ให้ใช้น้ำต้มตับมาผสมกับข้าวครูดเท่านั้น
ต่อมาเมื่อเด็กอายุได้ 4 เดือนขึ้นไป เปลี่ยนมาใช้ตับที่ต้มจนสุกนุ่ม สับให้ละเอียด แล้วมาใช้ช้อนบดให้ละเอียด
รวมกับข้าว ฟักทอง หรือผักใบเขียวที่ต้มจนสุกนุ่ม
แล้วเมื่อเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็เพียงหั่นตับต้มชิ้นเล็กๆ ใส่ในอาหารชนิดต่างๆ ได้รวมถึงโจ๊กตับไก่นี้ด้วย

โจ๊กตับไก่ ใช้ได้ทั้งตับไก่ ตับหมู ที่สำคัญต้องเลือกตับที่สดใหม่ และต้องเป็นตับที่ไม่มีดีแตก โดยเฉพาะตับไก่
ถ้ามีดีแตกจะมีสีเขียวๆ ติดอยู่ เพราะถ้าเด็กกินแล้วตับมีรสขมแม้แต่นิดเดียว เด็กก็จะไม่กินอีกเลย
อาหารจากตับถ้วยนี้ควรจัดไว้ในรายการอาหารสำหรับเด็กอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง

ผักทุกชนิดที่ใส่ในโจ๊กตับไก่ต้องสุกนุ่ม เพราะเด็กบางคนไม่ชอบเคี้ยวจะคายผักทิ้งทันที
โจ๊กตับไก่ควรใส่น้ำมันพืชลงไปด้วย เพื่อช่วยให้วิตามินเอที่มีอยู่ในผักละลาย ร่างกายจึงจะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

เครื่องปรุง
ปลายข้าวหอมมะลิ 1/2 ถ้วย
ตับไก่ 2 คู่
ไข่ไก่ฟองเล็กลวก 2 ฟอง
ตำลึงเด็ดเป็นใบหั่นหยาบ 1 ถ้วย
แครอทหั่นสี่เหลี่ยมเล็กต้มสุก 1/4 ถ้วย
ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเล็กต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
น้ำซุปไก่ 4 ถ้วย
น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ
1.ล้างตับไก่ ตั้งน้ำให้เดือดจัด ใส่ตับลงไปต้มให้สุก ตักขึ้นทิ้งไว้ให้เย็น หั่นเป็นชิ้นเล็กคลุกกับน้ำมันพืช
2.ซาวปลายข้าว 1 ครั้ง ต้มปลายข้าวกับน้ำซุปไก่จนข้าวสุกนุ่ม
3.ใส่แครอท ฟักทอง พอสุกใส่ตับไก่ ผักตำลึง ต้มต่อด้วยไฟอ่อนจนผักนุ่ม
4.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว คนพอทั่ว
5.ตักใส่ถ้วย ต่อยไข่ลวกใส่ เสิร์ฟ

หมายเหตุ วิธีการลวกไข่ ให้ล้างไข่ให้สะอาด ตั้งน้ำให้เดือดจัด ปิดไฟ ใส่ไข่ลงในหม้อ
ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที ตักขึ้นก็จะได้ไข่ลวกที่กำลังน่ากิน

ที่มา เว็บบอร์ดบ้านนายเชฟ


Create Date : 12 มีนาคม 2552
Last Update : 12 มีนาคม 2552 10:54:06 น. 1 comments
Counter : 2338 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: kordang วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:19:19:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 193 คน [?]




















Friends' blogs
[Add ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.