A Simple Life on Earth

Misswaterlily
Location :
Kanagawa Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Free CursorsMyspace LayoutsMyspace Comments
OH! M I C K Y..You're so fine..You Blow My Mind..Hey Micky!
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Misswaterlily's blog to your web]
Links
 

 
ตอนที่ 58 ความต้องการจากหัวใจ

When The Destiny Comes Along

Ep.58 ความต้องการจากหัวใจ


เสียงกดรหัสหน้าประตูห้องดังกริ๊กๆ ทำให้คนที่นั่งซึมเหม่ออยู่ด้านใน

ได้รู้สึกตัวขึ้นมาบ้างหลังจากนั่งนิ่งอยู่นานหลายนาที

เขารีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุดเพราะเขา

ไม่อยากให้เธอรู้สึกผิดที่ต้องลงไปพบคนรักเก่า

ในเมื่อเธอบริสุทธิ์ใจที่ได้บอกเขาเเล้ว เขาก็ไม่ควรทำให้เธอรู้สึกแย่

กับการที่เธอบอกความจริง ยูชอนเดินมาที่หน้าประตู

เขายืนยิ้มกว้างเพราะรู้าฝ้ายคงขึ้นมาด้วยความรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย..

เขาก็เเค่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเธอบ้าง..

ฝ้ายเองก็พยายามเปิดประตูออกช้าๆเพราะเธอออยากจะถ่วงเวลาเอาไว้

ให้เห็นหน้ายูชอนได้ช้าที่สุดแม้จะแค่สองสามวินาทีก็ตาม

นั่นเพราะรู้ว่าจะต้องเจอสีหน้าแบบไหนที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บในใจลึกๆที่ต้องเห็น

เเต่ผิดคาด ทันทีทีประตูเปิดเเละฝ้ายเดินพ้นประตูเข้ามา

สายตาเเละรอยยิ้มกว้างของยูชอนมันทำให้ใจเธอสั่น

พาลดันน้ำตาให้เอ่อออกมาด้วย เพราะก่อนหน้าที่จะลงไปพบเชน

เขาไม่ได้ห้ามเธอเลยซักนิด ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดจา

ในเชิงน้อยเนื้อต่ำใจด้วยซ้ำ เพราะยูชอนเป็นแบบนี้

เขาเป็นผู้ชายที่ละเอียดอ่อนกับผู้หญิง ฝ้ายเดินเข้ามาใกล้ๆ

ภาพที่ยูชอนเห็นตรงหน้า มันเกินความคาดหมายเขาเล็กน้อย

จริงอยู่เขาได้รอยยิ้มของฝ้ายเเต่สิ่งที่เกินความคาดหมายคือ

เขาได้เห็นน้ำตาเธอด้วย ฝ้ายโผเข้ากอดยูชอนทันทีจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

เริ่มคิดว่า ถ้าคนข้างล่างทำให้เธอร้องไห้ เเล้วรอยยิ้มนั้นล่ะ ใครทำให้เธอยิ้ม?

"เพราะคุณนะมิคกี้..ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจที่จะทำสิ่งดีๆให้กับตัวเองบ้าง

ขอบคุณที่ให้ความเข้าใจฉันแม้ว่ามันจะยากสำหรับคุณก็ตาม"

ฝ้ายเสียงสั่นเครืออยู่ในอ้อมกอดของเขา ยูชอนยิ้มกว้าง

คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริงไม่ได้จะทำไปเพื่อเสเเสร้งให้ฝ้ายสบายใจ

ยูชอนกอดฝ้ายเเน่นเข้าหาตัวมากขึ้น "คุณไม่ต้องห่วงนะ ไอ..

ไม่มีอะไรยากสำหรับผมหรอกถ้าเกิดผมจะทำมันเพื่อคุณ"

ฝ้ายเงยหน้าขึ้นมองยูชอนทั้งน้ำตา สองสายตาประสานกันนิ่ง

ณ วินาทีนี้ทั้งคู่ยอมรับเเล้วว่ารักกันอย่างไม่มีเงื่อนไข

หรือปัจจัยใดๆเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ยูชอนโน้มหน้าลงเข้าหาฝ้ายช้าๆ

เพื่อดูท่าทีเธอก่อน เเม้เขาจะรู้ว่าเธอรักเขา เเต่ในเรื่องแบบนี้

เขาไม่อยากบังคับเธอ ทั้งสองคนรู้สึกถึงบางอย่างเต้นเเรง

จนไม่อาจหยุดยั้งได้ ฝ้ายหลับตานิ่ง ยูชอนประทับรอยจูบลงบนแก้มใส

ของผู้หญิงในอ้อมกอดก่อนจะเลื่อนมาที่ปากชมพูบาง

เขาเเค่เเตะเป็นเชิงก่อนจะบอกอะไรกับฝ้ายบางอย่าง

"ไปด้วยกันกับผมนะ" ฝ้ายยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจว่าเธอจะไปกับเขา

เมื่อทั้งคู่ตกลงพร้อมใจ ก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะหยุดยั้งได้อีกแล้ว

เเละฝ้ายก็ยอมรับเเล้วว่าความรักมันมีอิทธิพลเหนือทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ


"พี่โหน่งจะขายผมเท่าไหร่?" น้ำเสียงเชนเริ่มเเข็งกร้าวมากขึ้น

เมื่อทางโหน่งยืนยันว่าจะลงคลิปตีข่าวนี้เพื่อให้สำนักพิมพ์กลับมาเกิดอีกรอบ

"โอ๊ย น้องเชนของแบบนี้ อย่าหาว่าพี่งกเลย ข่าวดาราหมูหมากาไก่

เขาได้ทีกันเป็นเเสนๆ เเล้วนักร้องระดับบิ๊กขนาดเนี้ย

น้องเชนว่าพี่ควรจะได้เท่าไหร่ล่ะ"

"พี่โหน่ง พี่อย่ามาเล่นลิ้นดีกว่า ผมรู้ว่าพี่อยากเรียกเป็นล้าน

เเต่พี่ก็รู้ ผมเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นาน ผมจะเอาก้อนขนาดนั้นได้ที่ไหน"

"อ๊ะ น้องเชน ถ้างั้นก็คือว่าน้องเชนจ่ายพี่ไม่ได้ เอาเหอะ ถึงยังไง พี่ก็ต้องเลือก

ให้สำนักพิมพ์อยู่รอดก่อน เอาน่า ยังไงน้องเชนก็ไม่มีอะไรเสียหาย

เผลอๆดังขึ้นมาอีกเป็นสิบเท่า เพราะคนเขาก็อยากจะรู้กันว่า

เชน ดาวรุ่งดวงใหม่ที่แฟนหนีไปกิ๊กกับสมาชิกดงบังชินกิน่ะหน้าตาเป็นไง

คราวนี้กูเกิลคงถล่มเลยล่ะจ๊า เท่านี้นะ พี่มีธุระต่อ" กริ๊บ

เสียงวางสายทำให้เชนยิ่งรู้สึกปั่นป่วนมากกว่าคำพูดจาเสียดเเทงเมื่อครู่เสียอีก

เขานั่งกุมขมับอยู่ที่เตียง ครุ่นคิดวนไปวนมา

เขาไม่ได้อยากจะดังในทางแบบนี้เลย..ให้ตาย..


"เชอะ คิดว่าแกจะดังในทางดีๆขึ้นมาได้เหรอ อิตาเชนดาวรุ่งกำลังจะร่วง

เป็นข่าวเเย่งผู้หญิงกับดงบังชินกิ ใครเขาจะสงสารแก๊

ความดังเป็นต่อ ความหล่อเป็นรองย่ะ อุ๊ย ไม่สิ ความหล่อสูสี

เเต่ความดัง.."โหน่งเบะปากใส่โทรศัพท์ที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่

"แกใช้เวลาวิ่งตามเขาสิบชาติก็ไม่ทัน..

ฮ้าย สบายใจ ไปนั่งดูขั้นตอนสู่ความรวยดีกว่า"

พูดจบโหน่งก็ลุกไปที่กองบรรณาธิการที่กำลังเรียบเรียง

รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคลิปของยูชอบและฝ้ายเพื่อให้ทันการตีพิมพ์ในอาทิตย์นี้

และวางแผงสำหรับอาทิตย์ถัดไป


ระหว่างการเดินทางกลับเกาหลี จุนซูเอาเเต่ครุ่นคิดถึงเรื่องของฮยอนอา

เขารู้ว่าเธอหลบหน้าเขาเเน่ๆ เพราะตั้งเเต่ที่ฮยอนอามาที่โรงเเรม

เป็นเพื่อนกับฝ้ายตอนนั้น เขาก็ยังไม่ได้ติดต่อเธออีกเลย

"เฮ้ย ถอนใจหลายรอบละ เป็นไรป่าว?" ยุนโฮที่นั่งอ่านหนังสือข้างๆ

ถามด้วยความเป็นห่วงเพราะพอขึ้นเครื่องมาได้

จุนซูก็ไม่เห็นจะร่าเริงเหมือนตอนที่นั่งกินข้าวที่บ้านฝ้ายเลย

"นิดหน่อย" จุนซูตอบเนือยๆ ก่อนจะรื้อหาอะไรในกระเป๋า

เเต่ถูกยุนโฮดึงกระเป๋าออกมาเสียก่อน เขาเลยต้องชะงักพร้อมกับทำหน้างงๆ

"บอกมา มีอะไร?" จุนซูมองหน้ายุนโฮนิ่งๆด้วยเพราะความลังเล

เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจลึกๆนั้นมันใช่ความต้องการจริงๆหรือไม่

"ถ้าผมถึงเกาหลี ฮยองไปเป็นเพื่อนผมหน่อยได้มั้ย?"

"ไปไหนอะ? ไปดิ" ยุนโฮตอบอย่างไม่ลังเล เพราะฐานะหัวหน้าวง

ฐานะพี่(ที่เหมือนจะ)โตสุด เขาต้องคอยดูแลทุกคนในวงอยู่เเล้ว

เเม้กระทั่งคนที่อายุแก่กว่าเขาหนึ่งอาทิตย์อย่างเเจจุงก็ด้วย

จุนซูยิ้มกว้างเมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น "ไปหาฮยอนอานูนา"

ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นเชิงแปลกใจก่อนที่จะเขาจะยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน

เเละส่กระเป๋ากลับคืนให้จุนซู


ท้องฟ้าด้านนอกถูกทาทาบด้วยเเสงสีแดงสีส้มเป็นเวลาบอกว่า

พระอาทิตย์กำลังจะลาวันนี้ไปอีกวันหนึ่งอีกเเล้ว

บ่งบอกว่าเป็นเวลาเกือบค่อนวันที่ทั้งฝ้ายเเละยูชอนยังไม่ลุกจากเตียงไปไหน

เสียงกายังพากันบินเเละร้องระงมอยู่ด้านนอกปลุกทั้งสองให้ตื่นขึ้น

ยูชอนหยีตาเล็กน้อยทันทีที่ลืมตาขึ้นเเล้วเจอกับเเสงอาทิตย์สุดท้ายด้านนอก

ภายในห้องมืดสลัวๆ เเต่ยังทำให้เขามองเห็นคนที่นอนข้างๆได้อย่างชัดเจน

ใบหน้าหวานที่คุ้นเคยขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเขาพยายามโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ

เเต่ไม่ทันเสียเเล้วเพราะเมื่อเธอลืมตาขึ้น ยูชอนก็ประทับความรักเข้าให้

ที่ริมฝีปากเต็มๆ เสียงฝ่ามือฟาดกระทบกับต้นเเขนล่ำหนา ดัง เปรี๊ยะ

ไม่ดังเเต่ทว่าเจ็บมาก "อูย เเรงเยอะนะ" ยูชอนเอ่ยปากเเซว

ทำให้เขาต้องโดนอีกที "ตกใจหมด คุณเล่นโถมเข้ามาแบบนี้"

ยูชอนลูบเเขนตัวเองไปมา ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมาอยู่เหนือร่างบางใต้ผ้าห่มหนา

"จะตกใจไปทำไม เวลาแบบนี้จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ผม"

ยูชอนทำเสียงออดอ้อนซุกหน้าเข้ากับหัวไหล่ของฝ้ายเหมือนเเมวเชื่องๆ

ทำให้เธออดยิ้มกับความขี้อ้อนของเขาไม่ได้

**********************************************


สวัสดีค่ะ ทุกคน โหยย หายไปนานมากกกกกกกกกกกกก

จนน้องหยกโกรธแอนเลย (จริงๆโกรธกันหมดทุกคนเเน่ๆ)

เเอนก็นึกถึงเเต่เรื่องอัพฟิคอยู่ตลอดเเต่มันไม่ได้จะมีโมเมนท์

ที่อารมณ์นิ่งๆพอจะประกอบตอนต่อไปได้เลย

(อย่างที่รู้ว่ามีเเต่โครงซึ่งมีจนจบเรื่องนั่นแหละ

เเต่ต้องประกอบไดอะล็อคเข้าไป)

คิดๆแล้วก็ไม่สบายใจสุดๆ รู้ว่ารอกันนานจนบางทีอาจจะไม่อยากอ่านกันเเล้ว

เเต่อยากจะขอ ทั้งที่คิดอยู่เหมือนกันว่ามันไม่น่าให้ แหะๆ

อยากจะขออยู่ด้วยกันจนจบเรื่อง ณ ตอนนี้ชีวิตเริ่มเข้าที่เเล้วค่ะ

อารมณ์เลยสุนทรีย์พอจะขีดๆเขียนๆได้เเล้ว

แอนเดินทางวันที่หนึ่งตุลาช่วงเช้าของไทย มาถึงนี่ก็ช่วงสี่ทุ่มของวันที่หนึ่ง

จริงๆมันต้องถึงบอสตันตั้งเเต่หนึ่งทุ่มค่ะ เพราะเวลาเดินทางรวมยี่สิบสี่ชั่วโมง

เเต่แอน..ตกเครื่องที่ชิคาโก้ อ๊ากก ทุลักทุเลสุดชีวิต

ไปถึงชิคาโก้ประมาณสองโมงครึ่ง เครื่องไปบอสตันออกสี่โมงครึ่ง

อ่านเเล้วอาจจะคิดว่า ก็น่าจะทันนี่เเล้วมีปัญหาอะไรล่ะ

ปัญหาน่ะจะไม่มีเเน่นอน หาก

1.สนามบิน O'hare Intl ของชิคาโก้ไม่ทำอาคารภายในประเทศ

เเละระหว่างประเทศไกลโพดขนาดนั้นจนต้องใช้รถไฟในการเดินทาง

อาคารที่แอนออกมาอยู่ตรงสถานีที่หนึ่ง

เเต่อาคารที่จะไปต่อเครื่องอยู่ที่สถานีที่ห้า!!

2.ถ้ากระเป๋าแอนไม่เยอะ ไม่หนัก ไม่ใหญ่ยักษ์

เเต่นั่นไม่เป็นปัญหาหากทางสนามบินอนุญาตให้ใช้คาร์ทในรถไฟ

หรืออย่างน้อยๆอนุญาตให้เข็นไปที่ชานชาลาได้

กระเป๋ายักษ์สองใบโหลดมา รวมถึงกระเป๋าเดินทางแบบลากอีกหนึ่ง

ใบเล็กอีกหนึ่ง ไม่สามารถจริงๆ

3.ตม.คิวจะยาวไปไหน???? ติดอยู่ในไลน์ตม.ราวชั่วโมงครึ่ง

แม่จ้าวว รู้ชะตากรรมเลยค่ะ เเต่อันนี้โทษตัวเองด้วย

เนื่องจากอยากชิลล์เเวะห้องน้ำก่อนทำไม

เเต่ไม่ได้เเวะนานนา เเค่ล้างหน้าแปรงฟันคืนวามสดชื่นให้ตัวเองเท่านั้นเอ๊งงง

เบ็ดเสร็จราวยี่สิบนาที พอมาถึงยังเห็นคนที่มาไฟลท์เดียวกัน

ก็ยังอยู่ในไลน์กันหมดเอาเป็นว่า หากจะมาต่อเครื่อง

ไปต่างรัฐต่างเมืองที่ชิคาโก้ เเนะนำว่า อย่า โดยเด็ดขาดค่ะ

ตอนอยุ่ตรงตมขอลัดคิวชาวบ้านเค้าอีก เพราะมันร้อนรนไม่ไหวเเล้ว

สุดท้ายยังไงมันก็ไม่ทันเพราะว่ากว่าจะเอากระเป๋า

กว่าจะให้Customเปิดกระเป๋ากว่าจะรื้อกระเป๋า

กว่าจะปิดกระเป๋าเข้าไปใหม่ พอเสร็จเเล้ว

กว่าจะพากระเป๋าขึ้นไปชานชาลารถไฟเพื่อไปอีกอาคารหนึ่ง

โดยบันไดเลื่อน เนื่องจากลิฟท์คนใช้เยอะเเล้วกระเป๋ามันเยอะ

คนคนเดียวคอนโทรลไม่ได้ พยายามส่งกระเป๋าขึ้นไปก่อนตัวเอง

มันร่วงลงมาตั้กๆๆๆๆ เสียงดังมากกกก อายมากกกกก

จนมีผู้ชายวัยแก่ๆหน่อยสี่คนมาช่วย โอย ใจดีแท้ น่ารักสุดๆ

จริงๆเค้าต้องลงสถานีที่สามค่ะ เค้าบอกแอนว่าเ

ค้าจะเลยไปสถานีที่ห้าช่วยขนกระเป๋าให้ เราก็เฮ้ย จะดีหรอ??

เเต่เค้าก็เต็มใจช่วย เเล้วบังเอิ๊น คู่สามีภรรยาที่เพิ่งขึ้นมาจากสถานีที่สอง

เค้าคุยกันว่าเค้าต้องลงสถานีที่ห้าคุณอาใจดีเลยเข้าไปขอความช่วยเหลือว่า

แอนมาคนเดียวกระเป๋าเยอะเเยะ รบกวนช่วยกันลากออก

เข้าไปใส่คาร์ทในตัวอาคารได้มั้ยปรากฎว่าสองคนนั้นเต็มใจค่ะ

ยิ้มกว้างงงเชียว ซาบซึ้งมากๆๆ พอเข้าไปเช็คอิน

บอกเค้าเสร็จสรรพว่าตกเครื่อง เค้าเลยให้ไปเที่ยวบินถัดไปออกสองทุ่ม

อืมม นั่งรอไป สามชั่วโมง เอาวะ โหลดกระเป๋าใบยักษ์สองใบนั้นเรียบร้อย

ปลดแอกได้ซะที ตอนนี้เหลือกระเป๋าลากใบเล็กหนึ่งใบกะกระเป๋าถือ

โอย..สบาย.. เเต่พอจะเข้าไปด้านใน คนตรวจกระเป๋าบอกว่า

ให้เอาเข้าไปได้เเค่อันเดียว เพราะงั้นทำให้มันรวมกันซะ

เราก้อเฮอะ???? เเล้วก็ก้มดูกระเป๋าตัวเอง พี่ไม่เห็นหรอคะ

ซิปมันจะเด้งมาดีดหน้าพี่อยู่เเล้วเเต่ก็ทำค่ะ เค้าให้ทำก็ทำ

โดยการเอาเสื้อออกมาถือ เสื้อกันหนาวใหญ่ๆ สามตัว

จะเอามาใส่ก็ใช่เรื่องเดินอยู่ในอาคารอุ่นซะขนาดนี้มีหวังเป็นลมตาย

สุดท้ายก็ยัดกระเป๋าถือลงไปได้ค่ะ พอเข้าไปด้านในก็เดินไปก็เดินมา

เพลงก็ไม่มีฟัง ไอพอดเเบตหมด เเล้วไหนต้องบอกเพื่อนด้วยอีก

ให้เปลี่ยนเวลามารับโทรศัพท์ก็เเพง กินทีละเหรียญๆๆ

เเต่หาได้คุยกะใครไม่ เพราะมันเป็นช่วงที่เพื่อนๆทำงานกัน

เลยต้องฝากข้อความเสียง เเล้วก้อยากเมคชัวร์โดยการส่งอีเมล์

เข้ามือถือเพื่อนอีกทีด้วย เลยหาเน็ตเล่นห้าเหรียญ

ได้ประมาณห้านาทีหรือไงนี่แหละ มันวิ่งเร็วมาก

เพราะกว่าจะทำอะไรได้ หายไปแล้วสามนาที

คีย์บอร์ดก็พิมพ์ยากอีก พิมพ์เเข่งเวลากันเลยทีเดียว

เอาเเต่ใจความสำคัญๆ บวกกับอักษรย่อ มันส์สุดฤทธิ์

เเล้วก็ทันเวลา เห้ออ..ทีนี้เหมือนอะไรๆจะดีละ

นั่งชิลล์รอขึ้นเครื่องอย่างเดียว เเต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

ขึ้นไปบนเครื่องขนาดจิ๋ว เล็กจนน่าอึดอัด Overhead binก็ไม่มีที่เหลือ

ให้เก็บกระเป๋าเลยเเม้เเต่ใบเดียว เเล้วเหมือนแอน

จะเป็นคนเดียวในไฟลท์นั้นเเล้วด้วยที่เดินไปเดินมา หาที่เก็บกระเป๋า

ทำหน้าตาจะร้องไห้ เอาวะ ไม่รุ้แหละ วางตรงหน้าตักนี่เลย

รู้อยู่ว่าวางไม่ได้เเต่จะให้ทำยังไง เดินไปด้านหน้าด้านหลัง

ไปขออาศัยช่องเก็บกระเป๋าของลูกเรือก็ไม่มีที่ว่าง

เดินราวๆสิบรอบได้ คนก็มองงงงง ยัยเเว่นนี่มันอะไรนัก

อายจริงๆอยากร้องไห้ด้วย สุดท้ายผู้ชายที่นั่งข้างๆบอกว่า

กระเป๋าวางแบบนี้ไม่ได้นะ หนูรู้ค่า เเต่จนปัญญา

คิดเเค่ในใจนะไม่ได้พูด เเล้วเค้าก็เรียกสจ๊วตค่ะ

ทีนี้เริ่มหากันใหม่ (อีกแล้ว)เเล้วไปได้ตรงหลังเบาะตัวสุดท้าย

ยัดลงพอดิบพอดี โล่งใจมากๆๆ เเต่ความทรมานยังไม่จบเพียงเท่านี้

ระหว่างที่นั่งเครื่องมีอาการเจ็บแก้วหู เจ็บตลอดเวลา

อาจจะเพราะมีน้ำมูก ที่นั่งก็น่าอึดอัด ทั้งลำไม่มีเผ่าพันธุ์เดียวกับเราเลย

สายตาก็ไม่เป็นมิตร มันเริ่มเป็นลางไม่ดีเเล้วสิ......

ไว้เล่าต่อพร้อมๆกับตอนหน้านะคะ (ใครอยากรู้ยะ--คนอ่าน)

แอนจะพยายามมาให้เร็วขึ้น ขอตอนต่อไปเป็นจันทร์หน้าเนอะ

จันทร์หน้าเวลาดึกๆของบอสตัน ก็จะเป็นช่วงบ่ายวันอังคารเวลาเมืองไทย

ตกลงนะคะ? เเล้วเจอกัน แฮปปี้Thanksgiving ka!








Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 13:49:53 น. 5 comments
Counter : 244 Pageviews.

 
โอว์ รายงานตัวก่อนใครเพื่อน ฟังๆๆ (น่าจะเรียกว่าอ่านๆๆ นะนี่) ว่าไปโน่น เจร้ว่า เรื่องของ คุณน้อง น่าติดตามไม่แพ้ ฟิคเลยนะนี่ แหล่มมมมมมมมมมม



ไงก้รักษาสุขภาพเน้อ


โดย: เจร้ นาด IP: 202.176.82.193 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:42:51 น.  

 
โอ้ สวัสดีค่ะพี่แอน จะเรียกว่าโกรธก็ไม่ได้หรอกค่ะ แต่มันห่างจากตอนที่แล้วเดือน หรือสองเดือนได้เลยนะคะ T_T แค่อยากอ่านต่อแว้วววว 5555+

การเดินทางของพี่แอนนี่น่าตื่นเต้นจังเลยค่ะ แต่โชคดีเจอคนใจดีเนอะ ^^ คิดเหมือนเจร้ นาด เลย ถ้าฟิคเรื่องนี้จบ แต่งเกี่ยวกับการเดินทางของพี่แอนต่อดีมั้ยคะ 555+ (อีกสี่คนประท้วงบอกว่า อ้าวว แล้วฟิคพวกผมล่ะ 555+)

รู้สึกว่าตามิคเนี่ยเป็นสุภาพบุรุษเกินไปแล้ว หาแบบนี้ได้ที่ไหนคะเนี่ย ซุปเปอร์มีขายมั้ย? 555+
อย่าบอกนะคะว่าสองคนนั้นมีอะไรกันแล้ว ม่ายยยยยยยย เค้าอยากอ่านฟิคที่ไม่ทำร้ายจิตใจนะ (ล้อเล่นค่ะ :D)

เจอกันนค่า


โดย: หยกค่า IP: 149.254.219.14 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:52:57 น.  

 
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย

เรื่องยุชอนอ่านแล้วใจเต้นตุบตับ อิอิ

แต่อ่านเรื่องพี่แอนแล้วตื่นเต้นกว่า ฮิฮิ

จะรออ่านทั้งสองเรื่องเลยนะคะ

PS... แอบบ่น รออ่านจนเกือบจะเลิกรอแล้ว TOT เปิดดูทุกวัน



โดย: Fah~ IP: 192.168.50.248, 58.8.122.206 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:36:48 น.  

 
หายไปน้านนานทั้งคนเขียนและคนอ่าน...แต่คนอ่านคนนี้แอบนานกว่า อิอิ
ชีวิตเข้าที่เข้าทางดีแล้วใช่มั้ยคะ


โดย: ju IP: 222.123.22.12 วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:16:02:50 น.  

 
Welcome back ค่าน้องแอน

ยินดีด้วยที่ชีวิตต่างแดนเข้าที่เข้าทางเสียที
อ่านเรื่องการผจญภัยของน้องแอนแล้วเหมือนจะตื่นเต้นกว่าเรื่องของยูชอนกับฝ้ายอีกนะเนี่ย ฮ่าๆๆ

วันอังคารจะมาอ่านต่อ ทั้งเรื่องของยูชอนและของน้องแอนนะคะ

ป.ล. แม้จะหายไปนาน แต่ตอน 58 นี้ ยูชอนได้ใจไปเต็มๆ เลยค่ะ


โดย: Blue_Butterfly IP: 115.67.179.21 วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:1:55:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.