A Simple Life on Earth

Misswaterlily
Location :
Kanagawa Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Free CursorsMyspace LayoutsMyspace Comments
OH! M I C K Y..You're so fine..You Blow My Mind..Hey Micky!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Misswaterlily's blog to your web]
Links
 

 
ตอนที่ 39 สัญญาใจ

When The Destiny Comes Along

Ep.39 สัญญาใจ

"ค่ะ!" เสียงรับจากปลายสายของอินเตอร์คอมจากห้องพักชั้นบน

ดังขึ้นทันทีที่สัญญาณเรียกหยุดลง

"อ้ะ สวัสดีค่ะ ฉันมาจากศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย.."

เมื่อได้ยินปลายสายอึกอัก เดาได้แน่ๆว่าเธอคงกำลังงงอยู่

ฮยอนอาจึงรีบเเนะนำชื่อตัวเองก่อน

"ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการชั่วคราวของศูนย์คอมพิวเตอร์

เเละเป็นนักศึกษาปริญญาโทปีสุดท้าย ชื่อโอ ฮยอน อาค่ะ"

ยังไม่ได้พูดถึงจุดประสงค์ ปลายสายก็ร้องขึ้นทันที "อ๊ะ คนเกาหลีนี่คะ"

ภาษาญี่ปุ่นของเธอฟังดูไม่คล่องมากนัก

เเต่ดูท่าทางจะดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เจอคนชาติเดียวกัน

ฮยอนอาจึงเริ่มสื่อสารภาษาบ้านเกิดกับเธอทันที "ใช่ค่ะ คือว่า..."

"โอ๊ย..ดีใจจังเลยค่ะที่ได้เจอคนเกาหลีเพิ่ม

ฉันอยู่ที่นี่มาจะปีนึงเเล้ว ยังหาเพื่อนเกาหลีไม่ค่อยได้

มีเเต่รู้จักผ่านๆแล้วก็ผ่านไป"

เอ๊ะ ทำไมจู่ๆก็เอาเเต่พูดเรื่องของตัวเองอย่างนี้ล่ะ..

คนต้นสายได้เเต่ส่งเสียงหัวเราะเจื่อนๆแทนการรับฟัง

"แล้ว มีอะไรรึเปล่าคะ? คุณรู้จักฉันได้ยังไง?"..ก็กำลังจะบอกอ่ะตะกี๊เนี้ย--"

ฮยอนอานิ้วหน้าเล็กน้อยแต่ก็คิดในเเง่ดีว่าคนที่เธอจะมาเจอนั้นมนุษยสัมพันธ์ดี(เว่อร์)

"เดี๋ยวฉันลงไปเจอนะคะ รอครู่เดียว" ฮยอนอารับคำอย่างงงๆ

เพราะจะไม่ให้งงก็คงไม่ได้ คุณเธอเล่นทำเสียงร่าเริง

ประหนึ่งเจอคนในครอบครัวก็ไม่ปาน

เมื่อสัญญาณจากอินเตอร์คอมขาดไป ฮยอนอาก็เดินไปพิงผนังอีกด้านหนึ่ง

ที่สามารถมองเห็นลิฟท์ของตึกได้ชัดเจนจากด้านนอก

เเล้วเร็วกว่าที่คิดเพราะเเค่จ้องไปที่ลิฟท์ครู่เดียว

ก็มีผู้หญิงผมฟูฟ่อง ผิวขาวเเต่ทว่าไม่เนียนละเอียดมากนัก

เดินออกมาจากลิฟท์ เธอตัวสูงกว่าฮยอนอาเล็กน้อย

เเละกำลังเดินยิ้มร่าตรงเข้ามาอย่างมั่นใจว่าใช่คนที่คุยด้วยเมื่อครู่เเน่ๆ

"สวัสดีค่ะ ฉันซง จี ฮเย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

ฮยอนอาโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเพราะอาวุโสกว่า

เเต่ก็ไม่ลืมที่จะรีบบอกจุดประสงค์ตัดหน้าก่อนที่คุณเธอจะพูดอะไรขึ้นมาอีก

"คือฉันรู้ข้อมูลจากฝ่ายโสตว่าตอนนี้ดีวีดีบันทึกภาพจากวงจรปิดวันที่...
อยู่ที่คุณ"

สีหน้าของเด็กสาวท่าทางระรื่นเมื่อครู่..เจื่อน..ลงทันทีตามคาด

เเต่เป็นใครๆก็ต้องเหวอกันล่ะ อยู่ๆมาถามถึงสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องด่วนอะไรได้อย่างนี้

เว้นเสียเเต่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบางอย่าง

จนต้องการดีวีดีแผ่นที่เธอถือครองอยู่ไปเป็นหลักฐานในทางรูปธรรม

"ทะ ทำไมเหรอคะ?"

"อ่า คือว่าฉันอยากรู้ว่าตอนนี้ใกล้กำหนดคืนเเล้ว คุณใช้เสร็จรึยังคะ?

ฉันอยากจะขอโควต้าเวลาของคุณเอาไปใช้ก่อน"

"มันยังมีคนยืมต่อจากฉันอีกหลายคนเหรอคะ?" ..จริงๆไม่มีนี่นา..

ฮยอนอาอึกอัก "อ่ะ อ่าใช่ค่ะ มีคนยืมอีกหลายคนเลย

แต่ฉันอยากยืมใช้ก่อนวันเดียวเอง ไม่อยากไปเดินเรื่องเองน่ะค่ะ ยุ่งยาก

ถ้าคุณใช้เสร็จแล้วฉันจะเอาไปคืนให้ด้วยเลย"

ซง จี ฮเยเลิกคิ้วขึ้นราวกับยังงงๆเเละไม่เเน่ใจว่า

ถ้าให้ไปแล้วจะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่

..เเต่เเค่มองหน้า ฮยอนอาก็รู้เเล้วว่าคู่สนทนาคิดอะไรอยู่

จึงรีบถามดักคอแก้เก้อทันที "คุณเอามาใช้..ทำอะไรเหรอคะ?"..


ตลอดทางกลับแมนชั่น ฮยอนอานึกขำคำพูดของซง จี ฮเย

เธอคนนั้นแค่อยากเอาเทปมาดูเพราะอยากลอกทรงผมของใครคนหนึ่ง

ที่อยู่ในกล้องนั้นซึ่งวันนั้นตัวจีฮเยเองก็อยู่ด้วย

ฮยอนอานึกขำกับความคิดประหลาดนี้

ถึงขนาดลงทุนรอคิวยืมเลยนะแม่คุณ..เพี้ยนอย่างเเรง..

เเต่เมื่อพอนึกถึงดีวีดีที่อยู่ในมือตอนนี้ ก็ขำไม่ออก

เพราะเธอกำลังคิดว่าวิธีที่เธอจะทำนั้น

มันจะทำให้ทั้งฝ้ายเเละยูชอนเจ็บกันมากกว่าที่เป็นอยู่รึเปล่า..

คนกลุ่มเดียวที่สามารถที่จะรับรู้ปัญหานี้ได้

ก็คงมีเเต่ทงบังชินกี 4 คนที่เหลือเท่านั้นเเหละ

คิดได้อย่างนั้นฮยอนอาก็รีบเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะออนไลน์นัดคุยกับพวกเขาให้เร็วที่สุด


ยูชอนลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงอย่างเหนื่อยอ่อน

นี่เขาโทรหาฝ้ายหลายสิบครั้งเเล้วนะทั้งวันนี้

เพื่อนๆต่างพากันมองอย่างรู้สึกกังวลใจ นึกอยากจะช่วยเหลือยูชอนเเต่ก็จนหนทาง

"ไม่รับอีกแล้วเหรอ?" ยุนโฮถามเสียงอ่อยๆ ทั้งที่คำตอบก็เห็นทนโท่อยู่เเล้ว

เเต่ถ้าเกิดจะให้เงียบไปเฉยๆเเล้วนั่งมองเฉยๆ

เขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ยุนโฮลุกขึ้นไปหายูชอนช้าๆ

เขาวางมือบนไหล่เพื่อนร่วมวงที่ดูเหมือนจะไร้ชีวิตเข้าไปทุกทีอย่างแผ่วเบา

"ยูชอนนา..พักก่อนเถอะหรือจะให้ช่วยอะไรมั้ย?"

ยูชอนส่ายหน้านิดๆ เขาไม่เเม้เเต่จะหันมามองหน้ายุนโฮด้วยซ้ำ

ก่อนจะเดินเลี่ยงไปชั้นบนอย่างเงียบๆ

สามหนุ่มที่โซฟามองตามด้วยสายตาเป็นห่วง

ไม่แพ้ลีดเดอร์ของวงที่เพิ่งลุกไปหายูชอนเมื่อครู่

ทันทีที่ยูชอนหายลับไปบนชั้นสองเเจจุงก็พูดขึ้นทันที

"อย่างนี้ไม่ไหวนะ ฉันว่า..เดี๋ยวฉันจัดการเอง"

ฮึ้ยยย..ทุกคนร้องขึ้นพร้อมกันอย่างนึกอยากจะขวาง

แจจุงชะงักเเต่กลับไม่มีใครพูดอะไรต่อเมื่อเขาสบตาอีกสามหนุ่มทีละคน

"ว่าไงล่ะ? จะค้านกันเหรอ?" เมื่อไม่มีคำตอบอย่างนี้

แจจุงลุกพรวดตรงไปหยิบโทรศัพท์ของเขาทันที

"อ่ะ อินฮวานฮยอง ผมแจจุงนะฮะ" การเอ่ยชื่อของปลายสายทำให้อีกสามหนุ่มตาโต

เพราะพวกเขาคาดการณ์ผิดคิดว่า เเจจุงจะต่อสายตรงหาฝ้ายเสียอีก

เเละนั่นจึงเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดอยากจะค้านในตอนแรก

"ผมมีเรื่องอยากให้ช่วย..ใช่ฮะ..เรื่องยูชอน"

เเจจุงขอร้องให้โชอินฮวานโทรหาฝ้ายเพราะหากเป็นเบอร์ที่มาจากภายในประเทศญี่ปุ่น

เขาคิดว่าฝ้ายคงจะยอมรับสายโดยดี เเต่เขาปฏิเสธที่จะโทรหาฝ้าย

โชอินฮวานเล่าถึงเหตุผลที่อิมจีซอบไปต่อว่ายูชอนทุกอย่าง

ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูชอนไม่ได้บอกพวกเขา ทำให้เเจจุงอึ้งไปเหมือนกัน

เขาวางสายลงเงียบๆเมื่อกล่าวขอบคุณเสร็จ สภาพไม่ต่างจากยูชอนเมื่อครู่ก่อนเลย

ทำให้อีกสามหนุ่มกรูกันเข้ามาหาอย่างไม่รีรอ "อะไรอ่ะ ยังไงบ้างฮยอง"

จุนซูและชางมินถามขึ้นพร้อมกัน เขาสองคนดูเหมือนจะสงบใจไม่ค่อยอยู่

เว้นเเต่ยุนโฮเท่านั้นที่ยืนรอฟังเงียบๆ

"อินฮวานฮยอง เห็นด้วยกับผู้ช่วยอิม และตอนนี้ยูชอนกำลังหนักใจเรื่องพวกเราอยู่ด้วย" ..

"ทำไมล่ะ?พวกเราเกี่ยวอะไร?" จุนซูละล่ำละลักถาม

"ถ้ายูชอนดันทุรังที่จะคบกับฝ้ายเท่ากับว่า

เขากำลังทำลายทงบังชินกีเเละบริษัททางอ้อม" ทุกคนนิ่งอึ้งไป

ไม่สามารถที่จะพูดอะไรต่อได้จริงๆ ตอนนี้เรื่องราวทุกอย่างมันมีอุปสรรคซับซ้อนเต็มไปหมด

ทั้งที่ฝ้ายเเละยูชอนรักกันเเต่กลับใช้ชีวิตปกติเหมือนคู่รักทั่วๆไปไม่ได้

เพียงเพราะพวกเขากำลังนึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง

สี่หนุ่มสบตากันไปมา รอให้ใครคนใดคนหนึ่งเปิดประเด็น

เงียบกันไปซักพักก็เป็นลีดเดอร์ชอง ยุน โฮที่ต้องเริ่ม

"พวกนายคิดว่าทงบังชินกีจะพังลงเพียงเพราะสมาชิกของเราคนหนึ่งมีความรักเหรอ?"

สามหนุ่มที่เหลือส่ายหน้าช้า แม้ท่าทีจะดูไม่มั่นใจนักแต่ลึกๆเเล้ว

พวกเขาก็ไม่เห็นด้วยที่ยูชอนจะรักกับฝ้ายเเล้วทงบังชินกีจะจบสิ้น

"แล้วพวกนายคิดว่า แคสสิโอเปียจะใจร้ายขนาดนั้นเหรอ?"

ทันทีที่ได้ยินชื่อของแฟนคลับพวกเขา

ทุกคนส่ายหน้าอย่างมั่นใจทันที..เเน่นอนล่ะ แคสสิโอเปีย

รักและพร้อมที่จะเข้าใจพวกเขาเสมอ..

"งั้นสรุปว่า พวกนายยังสนับสนุนที่จะช่วยยูชอนและไอซังใช่มั้ย?"

..สามหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ.."ถ้างั้นพวกเรามาตกลงกัน

หากมีอะไรเกิดขึ้นกับทงบังชินกีหลังจากนี้

พวกเราจะยืนข้างยูชอนเเละไอซัง"

ยุนโฮยื่นมือไปกลางวงเพื่อรอให้อีกสามหนุ่มที่เหลือยื่นมือของพวกเขาลงมา

เพื่อทำสัญญาใจ เพียงไม่กี่อึดใจ มือของทั้งสี่คนก็ลงมาวางประกบกัน

เพื่อทำข้อตกลงว่า พวกเขาจะไม่หวั่นต่ออะไรก็ตาม

ที่จะเกิดขึ้นกับทงบังชินกีนับจากนี้..แน่นอน

*******************************************


ก่อนอื่น สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคน ร่ำรวยสุขีกันถ้วนหน้าๆ

ณ วันนี้ ล่วงเลยมาเกินสองอาทิตย์ที่ไม่ได้อัพฟิค

บ่นก่นด่ากันไปกี่รอบเเล้วอ่า..คือว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเตรียมตัวหลายอย่างค่ะ

1ในนั้นคือเป็นเรื่องของการเตรียมตัวผ่าตัด จะแอดมิทวันจันทร์นี้

เพราะฉะนั้นอาจจะหายไปมากกว่า2อาทิตย์แหงมๆ เเต่ว่าๆ

พรุ่งนี้จะอัพอีกตอน เป็นตอนที่40นะคะ ให้สองวันสองตอนติดเลย

แล้วพออ่านตอนที่40กันจบเเล้ว รออีกราวๆสองอาทิตย์นะคะ

((ขอมากไปเป่านี่)) พอออกจากรพ.แล้วจะรีบกลับมาอัพให้ค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่(อดทน)ติดตามกับนักเขียนมือใหม่ที่ไม่ตรงเวลาคนนี้นะคะ

เจอกันตอนหน้าวันพรุ่งนี้ค่ะ บ๊ะบาย











Create Date : 10 มกราคม 2552
Last Update : 10 มกราคม 2552 10:14:07 น. 2 comments
Counter : 163 Pageviews.

 
แป่ว แหว่ว รู้สึกผิดอย่างแรงเลยค่ะ --" เร่งให้พี่แอนอัพฟิค

ขอให้การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีนะคะ

เอ่อ อ่านตอนนี้แล้วงงนิดหน่อยอ่ะค่ะ คือใครยืม DVD ใครเป็นคนให้ยืม งงๆแฮะ

รักษาสุขภาพนะคะ

^^


โดย: หยกค่าาาาา IP: 92.9.134.194 วันที่: 10 มกราคม 2552 เวลา:23:00:05 น.  

 
มาลงชื่อ ว่ายังติดตามฟิคอยู่น่ะค่า พี่แอน


โดย: น้องขนมน่ากิน วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:20:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.