Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 

Butterfly Effect Part 4



Titile: Butterfly Effect Part 4
Author: Angel Midori
Genre: Romantic
Rating: PG
Pairing: KYUMIN
Note : ฟิค SJ และ Y ค่ะเผื่อใครหลงเข้ามา..


************************************
แสงแดดร้อนแรงในช่วงบ่ายทำให้ชายหนุ่มต้องหรี่ตามองผ่านกระจกใสในลิฟท์แก้วเพื่อทอดสายตาไปยังหอคอยสูงสัญลักษณ์ของมหานครโตเกียว โจวคยูฮยอนนึกบอกตัวเองในใจว่าคราวนี้เขาคงมีเวลาได้ไปเหยียบหอคอยนั้นสักครั้งหลังจากที่มาญี่ปุ่นหลายรอบแล้ว แต่ไม่เคยได้เที่ยวตามที่ใจตัวเองต้องการเสียที

แต่คราวนี้มีเวลาเพราะเขาขอพักร้อน และจะอยู่ยาวเพื่อที่ลุยงานโปรโมตที่ญี่ปุ่นต่อเลยทีเดียว คำขอที่ทีมงานในบริษัทต่างประหลาดใจ เพราะปรกติถ้าเลือกได้โจวคยูฮยอนไม่ได้อยากที่จะใช้ชีวิตในต่างประเทศยาวนานนัก
แต่ที่ตัดสินใจแบบนี้ เขารู้ตัวเองดีว่าเขากำลังหนีความรู้สึกบางอย่างอยู่
และถึงตอนนี้คยูฮยอนก็เพิ่งเข้าใจว่าทำไมคนอกหักมักจะทำอะไรแปลก ๆ หลังจากที่มันเกิดขึ้นกับเขาเอง

คยูฮยอนอยากพักผ่อน อยากหลบไปไกล ๆ อยากใช้เวลาจูนความรู้สึกตัวเองสักพัก เขาจึงเลือกวิธีที่จะยื้ออยู่ที่ญี่ปุ่นให้ยาวนานกว่าปรกติ หลังจากที่เคลียร์คิวและแผนโปรโมตได้ จึงสรุปได้ว่า เขาจะอยู่ที่ญี่ปุ่นประมาณสี่เดือน มีบินไปกลับเกาหลีบ้างถ้ามีงาน แล้วเมื่อเขาบอกไอ้เพื่อนยากอย่างชิมชางมิน เจ้านั่นทั้งตกใจ และขบขันเขา แถมยังแซวว่าเขาอ่อนหัดอีก

เออยอมรับก็ได้ว่าเขาอ่อนหัด แต่ถึงอย่างนั้นประสบการณ์ครั้งนี้ เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แย่เกินไป อย่างน้อยมันก็เคยให้ความสุขกับเขา สุขที่ได้คิดถึง สุขที่พึงใจกับใครสักคน

และเมื่อผ่านไปสักพักเขาก็คงจะลืมมันไปได้ หรือไม่ในอนาคตเมื่อย้อนมานึกถึงมันอาจกลายเป็นเรื่องตลกไปเลยด้วยซ้ำ

แต่กับไอ้น้องตัวแสบอย่าง ชเวมินโฮกลับไม่คิดแบบนั้น เจ้านั่นโทรมาโวยวายบอกว่าถ้าเป็นมัน ๆ มันจะลุยจีบ ถึงต้องแย่งมันก็จะทำ เพราะมันเชื่อว่าผมเองไม่น่าจะมีอะไรด้อยกว่าคนรักของเขา ซึ่งทำให้ผมคิดว่าชางมินคงยังไม่ได้บอกเจ้านั่นไปว่าคนที่ผมชอบเป็นผู้ชาย ผมแพ้ตั้งแต่ผมเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกันนั่นแหละ

แต่ถึงยังไงก็ต้องขอบใจไอ้เพื่อนรุ่นน้องคนนี้ที่พยายามหาทางช่วยผม แต่ผมก็ยังไม่กล้าบอกมินโฮกับเรื่องทั้งหมดเอาไว้ถึงเวลาที่ควรผมคงจะบอกมัน และคิดว่าเจ้ามิโนจะเข้าใจผมนะ

************************
ซองมินกดปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คลง ก่อนจะค่อยๆ พาตัวเองมายังที่นอน โดยพยายามที่จะไม่รบกวนการนอนหลับของรุ่นน้องที่นอนอยู่เตียงสองชั้นด้านตรงข้าม หากแต่พอจะฝืนหลับตาเรื่องราวที่เพิ่งอ่านมาหมาด ๆ กลับย้อนเข้ามารบกวนจิตใจ

จะว่าบังเอิญก็ไม่ถูกนักที่ซองมินเผลอเข้าไปยังแฟนไซท์ของโจวคยูฮยอน หากแต่หลังจากดูนู้นนี่ในอินเตอร์เนทมาเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทีเขาก็เข้ายังแฟนไซท์ของนักร้องหนุ่มเสียแล้ว ภาพถ่ายของโจวคยูฮยอนที่สนามบินทำให้ซองมินรู้ว่าอีกฝ่ายได้เดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งหลังจากวันที่พวกเขาบังเอิญพบกันเพียงแค่วันเดียว และนั่นก็ทำให้ซองมินเข้าใจว่าทำไมหลังจากวันนั้นเขาถึงไม่เห็นคยูฮยอนอีก

ใช่ซองมินกลับไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่าง ทำให้ซองมินอยากเจอนักร้องหนุ่มอีกถึงแม้จะยากนักที่จะได้พูดคุยหรืออธิบายอะไรให้อีกฝ่ายได้ฟัง แต่ซองมินก็ยังอยากเจอ หากแต่เขาพบเพียงชิมชางมินที่นั่น แต่แรกซองมินไม่คิดว่านักร้องชื่อดังสองคนนั้นจะกลับมาที่นี่อีก แต่ในเย็นวันหนึ่งที่ซองมินเดินผ่านอาคารหลังนั้น เขาเหลือบเห็นกลุ่มเด็กสาวยืนรออยู่บริเวณนั้นจึงลองยืนรอ และเขาก็พบชิมชางมินจริง ๆ แต่ไร้ซึ่งเงาของโจวคยูฮยอน และเมื่อซองมินได้สอบถามถึงได้รู้ว่า ชิมชางมิน และโจวคยูฮยอนเล่นฟิตเนตที่อยู่ใต้อาคารพาณิชย์แห่งนี้ เพียงแต่นาน ๆ ทีคยูฮยอนถึงจะมาใช้บริการ ซองมินมาเฝ้ารออยู่หลายวัน ก็ยังไม่พบคยูฮยอน ซองมินยอมรับว่าเขาเคยคิดว่านักร้องหนุ่มคนดังอาจไม่อยากพบหน้าเขา หากแต่ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าคยูฮยอนไม่ได้อยู่เกาหลี และแถมกำหนดกลับก็ไม่แน่นอน ซี่งอาจจะอีกยาวนานหลายเดือนอีกด้วย แปลว่าคยูฮยอนไม่ได้หลบหน้าเขา หากแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ซองมินจะได้มีโอกาสพบกับนักร้องหนุ่ม

ความรู้สึกฮึดสู้เล็ก ๆ ภายในใจ ที่ถูกก่อขึ้นหลังจากที่พบสถานที่ ๆ มีโอกาสจะได้เจอนักร้องหนุ่ม ดูจะดับมอดลงหลังจากที่ความไม่แน่นอนที่จะพบเจอเกิดขึ้น

ซองมินถอนหายใจเบาๆ พลางเอื้อมไปหยิบไดอารี่ที่วางไว้บนหัวเตียง และดึงป้ายที่สอดไว้กับสมุดออกมา

ป้ายคล้องคอที่โจวคยูฮยอนส่งมาให้เขา ป้ายที่เขียนคำว่า artist สีขาวขนาดใหญ่ ป้ายที่วันนั้นถ้าเขาใช้มันคล้องคอเดินเข้าไปในงานคอนเสิร์ตเขาคงจะได้พบกับเจ้าของป้าย

ในตอนนั้นซองมินไม่คิดว่าเจ้าของป้ายใบนี้จะมีอิทธิพลกับเขามากขนาดนี้ เขาได้แต่เพียงเก็บมันไว้เป็นแรงบันดาลใจ เป็นเป้าหมาย หากแต่บัดนี้เขามีหลายเรื่องอยากรู้อยากถาม อยากอธิบายเจ้าของป้ายมากเหลือเกิน

ซองมินเหลือบไปมองกระดานสีขาวที่ติดเอาไว้บนกำแพง บนกระดานมีเลข 152 ที่ถูกเขียนด้วยลายมือไม่เป็นระเบียบของฮยอกแจ ในทุก ๆ วันฮยอกแจจะลบเลขเก่า และเขียนเลขใหม่ ซึ่งจำนวนตัวเลขจะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งมันก็คือการเคาวท์ดาวน์การเดบิวท์ของพวกเขา ถ้านับจากพรุ่งนี้ก็เหลือเพียง 151 วันเท่านั้นที่พวกเขาสามคนจะได้เริ่มย่างก้าวสู่เส้นทางที่ฝันไว้

แต่ก่อนซองมินเฝ้ารอวันเดบิวต์เพราะความฝันอันสูงสุดในการเป็นนักร้องของเขา หากแต่ตอนนี้เขามีอีกเหตุผลหนึ่งเพิ่มเข้ามา เหตุผลที่เกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อโจวคยูฮยอน

*****************************
ภาพบนคลิปวีดีโอ ที่มีเพียงเสียงเพลงเร้าใจท่อนสั้นๆ กับเสี้ยวหน้าคนจำนวนหนึ่งตัดไปตัดมาไม่ได้เรียกความสนใจให้กับชิมชางมินนัก ถ้าไม่มีตัวหนังสือสีขาวตัวใหญ่นั้นโผล่ขึ้นมาท้ายคลิป ทีเซอร์เปิดตัวศิลปินใหม่ของค่ายเพลงในเครือของค่ายคู่แข่ง ที่ชางมินบังเอิญเปิดเจอ ทำให้ชายหนุ่มต้องเปิดมันดูอีกรอบ ชื่อสมาชิกหนึ่งในจำนวนสี่คนของวงสะดุดใจชางมินมาก

Sungmin ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่ลอยเด่นมาช่วงท้ายของคลิปเปิดตัวศิลปินวง DeRus มันทำให้ชายหนุ่มคิดไปถึงคนที่เพื่อนสนิทไปตกหลุมรักเข้า คนชื่อซองมินไม่ได้มีคนเดียวในโลก หากแต่คนชื่อซองมินที่ไอ้เพี่อนรักเคยเล่าให้ฟังนั้น เท่าที่จำได้คนๆ นั้นกำลังเตรียมตัวเป็นนักร้อง แต่เท่าที่ชางมินจำได้คนๆ นั้นไม่ได้ฝึกอยู่ที่ KG แน่ ๆ แต่จะว่าไปไอ้ค่ายเพลงที่วงนี้อยู่มันก็เป็นค่ายใหม่ของ KG มันอาจเป็นไปได้ที่นักร้องอาจไม่ต้องเป็นเด็กฝึกในค่ายก็เป็นได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลไอ้ความรู้สึกสังหรณ์ใจต่างหากที่ทำให้ชางมินครุ่นคิดกับเรื่องนี้

“เห็นทีจะต้องสืบดูหน่อย แต่จะถามใครถึงจะรู้เรื่อง”

ชิมชางมินเคาะนิ้วตัวเองกับเมาส์ พลางเลื่อนหน้าจอเบราว์เซอร์ไปเรื่อยๆ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับวงบอยแบนด์หน้าใหม่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคงมีข้อมูลไม่มาก ไอ้ครั้นจะถามตัวต้นเหตุก็ใช่ที่เขาไม่อยากทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม แล้วไอ้เพื่อนรักของเขาเองก็เหมือนจะตัดอกตัดใจได้บ้างแล้ว ชางมินจึงไม่อยากไปสะกิดแผลใจขึ้นมาอีก

และระหว่างนั้นชายหนุ่มเสริชไปเจอรูปถ่ายของสี่สมาชิกวงนี้จากทวิตเตอร์ของบอยแบนด์วงดังซึ่งเป็นรุ่นพี่ของค่ายต้นสังกัดของ Rise Music อีกที “อกแทคยอน” แรปเปอร์ของวง ทูพีเอ็ม โพสรูปแนะนำรุ่นน้องร่วมตึก รูปของสี่หนุ่มที่ตัวดูจะเล็กกว่าแทคยอนเยอะ หน้าตาแต่ละคนออกแนวน่ารัก ชางมินจึงพอเดาได้ว่าวงนี้คงไม่ได้เน้นแนวทางบอยแบนด์แบบเท่ห์ ๆ อย่างวงของเขา กับแทคยอนเป็นแน่ แต่ไอ้ครั้นจะรู้ว่าคนไหนชื่ออะไรชางมินก็เดาไม่ถูก

“สงสัยต้องให้มิโนช่วย” ชิมชางมินยิ้มพรายบนใบหน้า เขาเพิ่งเห็นประโยชน์ของการเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีมากของชเวมินโฮก็คราวนี้
********************************

“เรามีเวลาอีกสามอาทิตย์เท่านั้น ฉันรู้ว่าพวกนายมีความตั้งใจมากอยู่แล้ว แต่ฉันอยากได้จากพวกนายอีก ที่ฉันดูอยู่มันยังไม่เฟอร์เพคพอเข้าใจไหม” คำกล่าวเข้มจากผู้จัดการหน้าสวย “คิมฮีชอล” กล่าวบอกกับเด็กในปกครองของตัวเองหลังจบการซ้อมของวัน คนฟังได้แต่ถอนหายใจกับความเคี้ยวที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของผู้จัดการของตัวเอง พลางรับคำว่าพรุ่งนี้จะทำให้ดีกว่านี้

ฮีชอลรู้ว่าซองมิน ทงเฮ ฮยอกแจนั้นมีความมุ่งมั่นแค่ไหน แต่ถึงตอนนี้บางครั้งในการซ้อมก็ยังพบข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่ ยิ่งโดยเฉพาะการเพิ่มสมาชิกขึ้นมากระทันหันเมื่อสองเดือนก่อนอย่างคิมรยออุค ก็ยิ่งต้องปรับให้ทั้งสี่สมาชิกเข้าขากันมากขึ้น

การเข้ามาของรยออุค ทุกคนล้วนแต่คิดว่ามันเป็นเรื่องดีเพราะยิ่งปรับจุดแข็งในด้านการร้องให้กับวงมากขึ้น จากเดิมที่ซองมินเป็นเมนร้องหลักของวง แต่ก็ต้องลำบากที่จะต้องฝึกหลักสูตรเร่งรัดให้สมาชิกเข้ากันได้ภายในระยะเวลาแสนสั้น

“กลับไปพักผ่อนได้แล้ว และกลับไปนอนเลยนะอย่าให้ฉันจับได้ว่าใครมัวแต่เล่นจนไม่หลับไม่นอนล่ะ”คิมฮีชอลกล่าวดุ ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องซ้อมทิ้งสี่สมาชิกวง DeRus ให้บ่นแซวตามหลัง

“พี่เราแวะหาอะไรกินก่อนดีไหมผมหิวมากเลย” ฮยอกแจบ่นพลางถามความเห็นจากพี่ใหญ่ของวง

“ก็ดี จะได้ไม่ต้องไปทำอะไรกินอีก พี่ก็เหนื่อย” คนที่รับหน้าที่เป็นพ่อครัวของบ้านเอ่ยบอก ถึงช่วงหลังๆ รยออุคจะช่วยแบ่งเบาหน้าที่ของเขาไปได้บ้าง แต่ซ้อมกันหนักขนาดนี้เป็นใครๆ ก็เหนื่อยถ้าจะลดภาระลงไปได้บ้างก็ดี

“ร้านแถวข้างตึกแล้วกันง่ายดี” อีทงเฮเป็นคนตัดสินใจ แล้วก็เดินนำทันที

มื้ออาหารในยามค่ำซึ่งเกือบจะคล้ายๆ กับทุกวัน อีทงเฮกับลีฮยอกแจที่แข่งกันคุยบ้างทะเลาะกันบ้าง มีซองมินที่นั่งหัวเราะหรือคุยสอดแทรกบางครั้ง ส่วนสมาชิกใหม่อย่างคิมรยออุคก็มักจะเป็นฝ่ายนั่งฟังเสียมากกว่า

“รยอกูพูดน้อยจังเลย หรือว่าพูดไม่ทันทงเฮมัน” ลีฮยอกแจ หรือชื่อใหม่เก๋ใก๋ที่ไว้สำหรับเข้าวงการอย่างอึนฮยอกเอ่ยแซวเพื่อนใหม่ และวกกลับไปกัดเพื่อนสนิท

“นายต่างหากที่พูดมากฮยอกแจ” เพื่อนคนน่ารักเถียงก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับมักเน่คนใหม่ที่มาแทนตำแหน่งของตัวเอง

“เราชอบฟังมากกว่า”

“อยู่กับเพื่อนเก่าๆ รยอกูก็พูดน้อยแบบนี้เหรอ” พี่ใหญ่ของวงเป็นคนสอบถามบ้าง

“ก็แบบนี้แหละฮะ แต่อาจจะพูดมากกว่านี้หน่อย เพื่อนสนิทสมัยที่เป็นเทรนด์นีที่ JB ของผมส่วนใหญ่พูดไม่เก่ง บางทีผมเลยต้องพูด” รยออุคหัวเราะสดใสเมื่อพูดถึงเพื่อนสมัยที่ยังเป็นเทรนนี่บริษัทเก่าอยู่

เด็กหนุ่มถูกชักชวนให้มาอยู่กับค่ายเพลงน้องใหม่แห่งนี้ ทั้งๆ ที่เป็นเด็กฝีกหัดของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ และรยออุคก็รับคำชวนทันที เพราะการมาอยู่ที่ Rise music นั้น จะได้เดบิวท์ทันที ในขณะที่เดิมนั้นยังไม่มีแผน ในการเดบิวท์ที่ชัดเจนของเขา ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมรุ่นที่ฝึกกันมาเดบิวท์กันไปจะหมดแล้ว

“และเพื่อนๆ ของรยอกูว่ายังไงที่นายย้ายมาอยู่ที่นี้”

“ก็ไม่ว่ายังไงพวกนั้นก็ว่าดี อย่างรุ่นน้องเขาก็อาจเสียใจเพราะผมเองถูกวางไว้ในโปรเจคถัดไปที่จะเตรียมเดบิวท์แต่ระยะเวลายังไม่แน่นอน ผมเลยเลือกทางนี้ดีกว่า แต่กับเพื่อนสนิทที่เคยฝึกด้วยกันมา ทุกคนก็เห็นดีกับผม อย่างจงฮยอน มินโฮ ตอนผมไปปรึกษาพวกนั้นก็สนับสนุนหรือแม้แต่คยูฮยอนฮยองด้วย”

ชื่อสุดท้ายที่หลุดออกมาจากปากของคิมรยออุคนั้นทำให้ซองมินนั้นแอบกลั้นหายใจ ซองมินไม่เคยรู้เลยว่ามักเน่สมาชิกใหม่ของวงจะสนิทกับนักร้องหนุ่มคนนั้น

“รยอกูสนิทกับโจวคยูฮยอนด้วยเหรอ”

เด็กหนุ่มตัวเล็กพยักหน้ารับไป พลางคีบปลาหมึกเข้าปากไปด้วย

“อืมคยูฮยอนฮยอง กับเราเป็นเด็กฝึกรุ่นเดียวกัน แต่ฮยองเป็นคนเก่ง ฝึกแค่ไม่นานก็ได้เดบิวท์แล้ว และฮยองยังสนิทกับมินโฮ จงฮยอน ทำให้เราสนิทไปด้วย”

“น่าอิจฉาจังเลย” ทงเฮเปรยขึ้นมาตามประสาคนบ้าดารา

“ไม่สนิทอะไรขนาดนั้นหรอก ก็แค่คุยกันได้นิดหน่อย หลังๆ มานี่เราก็ไม่ค่อยได้เจอกับฮยองเท่าไหร่เขางานเยอะ”

คิมรยออุคเอ่ยเล่าเรื่องของรุ่นพี่ และเพื่อนร่วมค่ายให้กับเพื่อนร่วมวงที่ฟังอย่างสนใจ

และสำหรับซองมินเองก็อยากรู้อยากถามเรื่องของคนๆ นั้นจากคิมรยออุคบ้าง หากแต่ก็เอ่ยอะไรไม่ออกแถมกลัวว่าถ้าให้ความสนใจมากเกินไป รุ่นน้องอีกสองคนอาจประหลาดใจขึ้นก็ได้ ซองมินได้แต่พยายามทำทีไม่สนใจแต่ก็แอบฟังบทสนทนานั้น พลางคิดในใจว่าโลกของเขากับนักร้องหนุ่มคนนั้น มันเฉียดใกล้เข้าไปทุกที

และบางครั้งซองมินก็หวาดกลัวกับระยะที่ใกล้มากขึ้นนั้น
กลัวหัวใจตัวเองที่อยู่ดีๆ ก็หวั่นไหว และคาดหวัง หวังในสิ่งที่มันแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร

TBC.

...............................................................


ความพยายามถูไถเริ่มมีเค้ารางอันดีหลังจากไปติดเอเอฟมาสามเดือน แล้วพล็อตเรื่องนี้ก็หายไปจากสมอง แล้วตอนแรกก็ดันไม่ได้จดพล็อตไว้ด้วยฉะนั้นหลังจากนี้พล็อตด้นสดล้วน 5555

ช่วงนี้พระนางยังไม่รีบเจอกัน เจอกันเร็วไปแต่งไม่ถูก กร๊ากก

ขอยืมดารารับเชิญ น้องแทคหน่อยนึกไม่ออกจริงๆ จะใช้ใคร แล้วปรับเปลี่ยนให้รยอกูของพี่ไปเป็นรุ่นน้องเด็กเกรียนมันหน่อยนะลูก

ถ้าไม่มีอะไรมาทำให้ไขว้เขวจะพยายามมาต่อเรื่องนี้และรื้อ find me มาปั่นต่อด้วย (เรื่องนู้นพล็อตยังจดไว้ต่อได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำ)





 

Create Date : 10 ตุลาคม 2554
1 comments
Last Update : 10 ตุลาคม 2554 8:10:58 น.
Counter : 722 Pageviews.

 

ต่อเถอะค่ะ

อยากอ่านคยูมิน

จะแย่แล้ว

^^

 

โดย: mook_joong IP: 61.91.155.81 9 มกราคม 2555 11:02:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Angels Midori
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Angels Midori's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.