ความรู้คือประทีป
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
6 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
งานตรุษจีน นางงาม เมืองสงขลาแต่แรก ตอน ๑๖๙ ปีเก้าห้อง

วันนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยงงานตรุษจีนที่ถนนนางงาม ซึ่งเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองสงขลาครับ โดยในปีนี้ผู้จัดงานได้ให้ธีมงานว่า

เมืองสงขลาแต่แรก ตอน ๑๖๙ ปีเก้าห้อง

ท่านใดที่ผ่านมาอ่านอย่าเพิ่งงง กับที่มาของงานนะครับเดี๋ยวจะอธิบายต่อไป
ก่อนอื่นก็ขอโปรโมทงานกันก่อน นี่เป็นโปสเตอร์ที่ใช้โปรโมทงานนี้ครับ อ่านรายละเอียดกันได้เลยตามอัธยาศัย



เอาหละครับขออธิบายศัพท์แสงสักเล็กน้อยของชื่องาน สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่เคยมาเที่ยวสงขลากันครับ เริ่มต้นจาก

ตรุษจีน นางงาม >>>

ตรุษจีน อันนี้ทุกท่านก็คงทราบดีว่า คือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน

ส่วน นางงาม นั้น เป็นชื่อของถนนที่จัดงานในครั้งนี้ครับ สำหรับที่มาที่ไปของชื่อถนนนั้นก็เป็นดังนี้ครับ

เดิมทีถนนเส้นนี้ชื่อว่า ถนนเก้าห้อง เนื่องจากอาคารชุดแรกๆ ที่สร้างในย่านนี้มีจำนวนเก้าห้อง ชาวบ้านจึงเรียกย่านนี้ว่า "ย่านถนนเก้าห้อง"

...จากเก้าห้อง...ถึง...นางงาม...

ต่อมามีการประกวดนางงามสงขลาขึ้นในปี พ.ศ. 2478 และผู้ที่ชนะการประกวดในครั้งนั้นคือนางสาว นงเยาว์ โพธิสาร ซึ่งเธอเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในย่านเก้าห้อง ทำให้ผู้คนต่างเรียกขานย่านถนนเก้าห้อง เป็น " ถนนนางงาม" นับแต่นั้นมา

ส่วนอีกคำนึงคือ "เมืองสงขลาแต่แรก" คำนี้เป็นภาษาของชาวปักษ์ใต้ครับซึ่งแปลว่า "เมืองสงขลาเมื่อก่อน" นั่นเอง

ตอนนี้ก็หวังว่าคงเข้าใจกับที่มาที่ไปของงานนี้แล้วนะครับ ต่อมาเรามาดูบรรยากาศของงานโดยทั่วๆ ไปกันมั่งดีกว่าครับ

งานนี้ก็คงจะคล้ายๆ กับถนนคนเดินที่จัดกันในท้องที่อื่น ซึ่งจะมีอาหารพื้นเมืองที่หารับประทานได้ยากจำหน่ายกันครับ รวมถึงของเก่าๆ ที่มีคนนำมาขายกัน ประจวบกับการจัดงานในย่านเก่านี้ มีอาคารต่างๆ เป็นสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้งานนี้มีเสน่ห์มากครับ แต่ที่ผมถ่ายมาส่วนใหญ่วันนี้จะเน้นอาหารสะมากกว่าครับ อิอิ เรามาดูกันเลย


ขนมหวัก



รูปร่างหน้าตาก็แปลก แถมชื่อเสียงเรียงนามก็ไม่คุ้นหูอีก คำว่าหวักนี้ เป็นภาษาใต้ หมายถึง จวัก ที่ใช้ตักแกงกันนั่นเองครับ
ทำไมถึงชื่อขนมหวักหนะเหรอ.. เรามาดูวิธีการทำกันเลยครับ

ก่อนอื่นเค้าก็จะเทแป้งข้าวเจ้าที่ละลายน้ำแล้วใส่ในจวักนี่แหละครับ



จากนั้นก็จะตักใส้ใส่ลงไปครับ ไส้ก็จะเป็นกุยช่าย หรือไม่ก็ถั่วงอก ผัดรวมกันกับเนื้อหมู หรือกุ้ง ร้านนี้ถ้าสั่งพิเศษจะใส่ไข่ด้วยครับ 1 ฟอง



ใส่ไส้แล้วก็เทแป้งปิดไส้อีกสักที



จากนั้นก็น้ำไปทอดในกะทะร้อนๆ พอขนมเริ่มสุกก็จะหลุดร่อนออกมาจากจวักเองครับ พลิกสะหน่อยทอดให้เหลืองกรอบ แล้วก็ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน



จากนั้นก็น้ำมาผ่าเป็นชิ้นพอคำ ราดด้วยน้ำจิ้มที่ออกหวานๆเปรี้ยวๆ เผ็ดนิดหน่อย
รับขนมมาแล้วก็จ่ายตังค์ไปตามระเบียบครับ



ทานเสร็จชักหิวน้ำ กินน้ำสตอเบอรรี่ปั่นกันดีกว่า สีแดงสดใจ หวานชื่นใจ




เดินต่อมาอีกนิด ก็เจอน้องไก่นอนทักทานแขกเป็นทิวแถวเลย




เดินมาอีกหน่อยได้ยินเสียงกระทะโฉ่งเฉง โอ้้วว...แม่ค้ากำลังคั่วเกาลัดอยู่นี่เอง



โอ๊ะ โอ๋... เดินดูของกินจนเพลิน คราวนี้เรามาดูความงามของสถาปัตยกรรมของย่านนี้กันบ้างดีกว่า ห้องแถวเก่าทั้งหลายในวันนี้ เริ่มได้รับการดูแลและเอาใจใส่มากขึ้น ห้องแถวย่านนี้ดูค่อนข้างเก่าเพราะยังก่อสร้างด้วยไม้ รูปแบบโค้งของกรอบหน้าต่างรับกับบานหน้าต่างยาว ดูเก่ไก๋ ทีเดียวครับ




เดินมาอีกนิดเจอตึกลูกผสมไสตล์ชิโน-โปรตุกีส ที่ก่อสร้างด้วยปูน พร้อมมีการตกแต่งลวดลายปูปั้น และทาสี ช่วยพิ่มเสน่ห์แปลกตาให้กับย่านนี้ไปอีก แต่กรอบหน้าต่างโค้ง และบานหน้าต่างยาวก็ยังพบเห็นได้ทั่วไป โดยมีลูกกรงเล็กๆ กั้นเป็นรั้วเพื่อเพิ่มปลอดภัยและเพิ่มความงามอีกประการนึง ชั้นล่างมีการใช้สอยเป็นพื้นที่สำหรับค้าขายอาหาร ซึ่งในวันงานเช่นนี้มีคนเข้ามาอย่างคึกคัก




แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงจากโคมไฟจีนสีแดงเริ่มเข้ามาแทนที่ แต่ผู้คนก็ยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย



แก๊งซ์ vespa เอาของรักของตัวเองมาอวดโฉมเคียงคู่ตึกเก่า




เดินต่อไปสักพักหมดแรงขนมหวักหาของกินหนักๆ กันดีกว่า เลยแวะมาทานข้าวหน้าเป็ดพร้อมไส้กรอกสูตรเวียดนามเก่าแก่ แห่งร้าน หน่ำเด่า เฮียหน้าร้านนี่คือเจ้าของร้านครับ




ส่วนอันนีี่คือเป็ดและไส้กรอกที่ใช้ประทังชีวิต




ขณะที่นั่งทานข้าวหน้าเป็ดอยู่นั้น ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียง ตุง..แช่..ตุงแช่ มาใกล้ๆ เลยชะโงกหน้าไปดูหน้าร้าน มีเจ้าสิงโตน้อยกำลังต่อตัวคาบอั่งเปาอยู่นี่เอง น่ารักดีครับ




กินอิ่มแล้วออกเดินทางต่อดีกว่า มีร้านขายของเก่าๆ อยู่ริมทางเป็นช่วงๆ เหมือนดังพิพิธภัณฑ์แสดงของเก่า สำหรับคนที่ชอบเก็บสะสมไม่น่าพลาดครับ




เรื่องเล่าของกินยังไม่หมดเพียงแค่นี้ครับ กินของคาวเสร็จก็ตามด้วยของหวานล้างปากสะหน่อย อันนี้คือขนมเทียนสด ข้างในเป็นแป้งใสๆ คล้ายวุ้น สอดไส้ด้วยถั่วบด แล้วห่อด้วยใบตองสีเขียวสดใส




เดินต่ออีกหน่อยก็เจอขนมทองพับ ทำสุกใหม่ๆ หอมตลบเลยครับ




เดินอีกสักพักเห็นคนมุงกันเลยไปมุงมั่ง โอ้ววข้าวเกรียบว่าว ไม่เห็นมานานมากแล้ว เด็กสมัยใหม่ไม่รู้จะเคยเห็นรึเปล่าเนี่ย




เดินต่อไปก็จะเจอร้านขายและแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่า ตั้งแต่แป้ง ผงซักฟอกยี่ห้อเก่าๆ ไปจนถึงถ้วยชามรามไห มีให้ดูให้ซื้อกันมากมายเลยครับ




กินกันอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งของคาวของหวาน คราวนี้เรามาไหว้พระไหว้เจ้าที่ศาลหลักเมืองสงขลากันดีกว่าครับ ศาลหลักเมืองที่นี่จะแปลกกว่าที่จังหวัดอื่นๆเขาก็ตรงที่สร้างเป็นแบบศาลเจ้าจีน เพราะคนกลุ่มแรกๆ ที่มาตั้งรกรากทำการค้าแถบนี้ก็คือชาวจีน ดังนั้นศาลหลักเมืองจึงมีรูปแบบแบบนี้ครับแปลกตาดี




ไหว้พระไหว้เจ้าแล้วเรามาดูงิ้วกันครับ แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเลยมีแต่โรงเปล่าๆ อยู่



ออกมาหน้าศาลเจอลูกเด็กเล็กแดงมุงกันใหญ่ ไปดูมั่งดีกว่าว่ามีอะไรกัน
ที่ไหนได้เด็กๆมาดูคนขายน้ำตาลปั้นอยู่ เมื่อตอนยังเป็นเด็กเคยเห็นขายอยู่ที่หน้าโรงเรียนตอนเย็นๆ แต่ตอนนั้นคนขายเค้าจะปั้นเองกับมือ ด้วยน้ำตาลหลากสีที่เคี่ยวจนเหนียว รูปส่วนใหญ่ที่มักปั้นก็คือดอกกุหลาบสีแดง อันนี้เด็กผู้หญิงชอบมากๆ ส่วนเด็กผู้ชายก็ชอบรูปมังกรพันหลัก หรือไม่ก็ลิงขึ้นต้นมะพร้าว

แต่มา พ.ศ. นี้เค้าไม่ต้องมาเสียเวลานั่งปั้นน้ำตาลร้อนๆกันอีกแล้ว เพราะเค้าจะมีบล๊อกเป็นตัวการ์ตูน ให้เด็กๆเลือกได้เลยว่าชอบตัวไหน แถมยังมีสีสัน ให้เลือกมากมายมากกว่าแต่ก่อนอีก แต่ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ รูปแบบจะเปลี่ยนไปยังไง ขนมนี้ก็ยังมีเสน่ห์ดึงดูดให้เด็กๆ มามุงล้อมทุกครั้งที่พ่อค้ามาขายกัน



ขายดีขนาดที่ว่านักแสดงงิ้วยังมาต่อคิวเด็กๆซื้อเลยหละครับ




เอาหละครับที่ถ่ายภาพมาก็มีแค่นี้หละครับ ที่จริงๆยังมีส่วนการจัดนิทรรศการอาหารพื้นบ้าน แล้วก็มีการบรรยายภาพเก่าของเมืองสงขลา โดยท่านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทุกคืนครับ ถ้าใครสนใจงานนี้เชิญมาเที่ยวกันได้ครับถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้นะครับผม



gong xi fa cai





free counters


Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 3 มิถุนายน 2553 0:38:07 น. 7 comments
Counter : 4227 Pageviews.

 
ไปเดทกับใครมาจ๊า อิอิอิ

น่ากินทั้งนั้นเลยแม๊ก เสียดายที่กลับมานี่ก่อน

สงขลามีอะไรดีๆ เยอะเนอะ


โดย: ping (Halimeda lover) IP: 60.240.27.27 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:19:51 น.  

 
หนมหวัก เคยกินๆๆๆๆๆๆ
ที่ตรังมีนะแต่ดูไม่กรอบเหมือนอันนี้ง่ะ ครุคริ


โดย: marinepig IP: 222.123.41.35 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:28:48 น.  

 
อยากไปรำลึกความหลังบ้าง

แล้วได้ฟังการบรรยายบ้างหรือเปล่าครับ


โดย: CVTบ้านโป่ง วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:40:39 น.  

 
ได้ไปฟังคืนแรกคืนเดียวครับ แต่อยู่ไม่จบงาน วิทยากรบรรยายสนุกมากเลยครับ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากทีมของเวบกิมหยง.คอม


โดย: oceanophila IP: 172.28.9.73, 202.12.73.100 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:23:55 น.  

 
เราม่ายรู้จักหนมหวักงะ
หรอยม้ายยยย


โดย: n_mook IP: 110.164.54.61 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:49:26 น.  

 
พี่แม๊กไปไม่บอกเลย

ขนมกวักน้องกินแล้วอร่อยมากกกกก

ไปเดินที่งานแล้ว

คนเยอะดี

ขนมปำจีก็อร่อย

พี่แม๊กกินแล้วยังจ๊ะ


โดย: น้องพี่แม็ก IP: 114.128.73.54 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:37:30 น.  

 
อยากกินหนมหวัก


โดย: หนานโตน IP: 172.28.12.24, 202.12.73.100 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:36:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Oceanophila
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




อดีตคือรากฐานของปัจจุบัน... ปัจจุบันคือรากฐานของอนาคต..
Friends' blogs
[Add Oceanophila's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.