ทุกๆวันคือวันใหม่ ที่ดีกว่าวันเก่า
ผู้ชายที่อยาก...หนีให้ห่าง

ผู้ชาย...ที่อยากหนีให้ห่าง


นอกเหนือจากชายขี้บุหรี่ ขี้เหล้า ขี้เอา และขี้เหนียวแล้ว
เรื่องต่อไปนี้....เป็นผู้ชายอีกประเภทที่เราขอถอยห่าง...ม่ายอาววววดีกว่า


ต่อให้อารมณ์ขันเหลือเฟือขนาดใหน...ชีวิตก็คงเหนื่อยเกินไปที่จะอยู่ด้วย
นั่นคือ ผู้ชายที่ "ไม่รู้จักวางแผน"...การวางแผนนั้นสะท้อนถึงการใช้ชีวิตด้วยนะ..เราว่า


ที่สำคัญเรามันคนไม่วางแผน เลยเหนื่อยแล้ว อยากได้คนมาวางแผนครอบครัวให้...


กร๊ากส์ส์ส์


น้องชายเคยสอนว่า...อ๊ะ..ใช่แล้วค่ะ น้องชายเราชอบสอน...พี่สาว( ทึ่มๆอย่างเรา )
เค้าบอกว่าผู้ชายที่ทำประกันชีวิตไว้แสดงว่ามีวิสัยทัศน์ รู้จักวางแผนและมองถึง


อนาคต...สรุปว่า...น่าคบไว้


---------------------------------------------


กิลเบิร์ต (ต่อไปนี้ขอเรียกว่ากิล)...เป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เรารู้จักตอนอยู่เมกามีอารมณ์ขันเหลือเฟือ อยู่ด้วยแล้วเป็นท้องคัดท้องแข็ง....เรียกว่า "มีเสน่ห์"...ว่างั้น


แต่การคบใครสักคนเพื่อลงหลักปักฐาน แค่อารมณ์ขัน...มันไม่พอนะเราว่า


กิลอายุประมาณ ๔๒ เป็นหนุ่มลูกครึ่งจีนและฟิลิปปิน โดดวีซ่าอยู่เมกาได้สิบเจ็ดปีแล้ว แต่งงานและมีลูกสอง แต่แยกทางกันแล้ว ปัจจุบันใช้ชีวิตโสดอยู่ตัวคนเดียว มาตามหาความฝันโดยทำงานเป็นนักแสดงตัวประกอบในฮอลลีวูด


กิลมาจีบเพื่อนเรา เจอกันตอนเพื่อนเราเสิร์ฟอาหารและปิ๊งเพื่อนเราตั้งแต่แรกเห็น ...
เพื่อนเราก็ปิ๊งในอารมณ์ขันของเค้า...นับตั้งแต่บทสนทนาแรก ที่เพื่อนเราจะเข้าไปเก็บจานหลังจากที่เค้ากินเสร็จแล้ว


เพื่อน " Are you done?"
กิล     "No, I'm Gilbert" เน่...เล่นมุกซะ


แล้วหนึ่งในเหตุการณ์ที่เราต้องสนับสนุนให้เพื่อนเราเลิกคบกิลก็คือ ขอยืนยันว่านี่คือหนึ่งในหลายเหตุการณ์ จริงๆค่ะ


เพื่อนเรามาถามว่า "หลังเลิกงาน คืนนี้สี่ทุ่มช่วยอะไรหน่อยได้มั้ย"...เอิ่ม..คำถามแบบนี้ฟังเมื่อไหร่ ก็หนาวเมื่อนั้นนะ...เราว่า
  
เพื่อนบอกว่า กิลอยากให้เราช่วยเอารถเราไปดันรถเค้าค่ะ O_o


....เอารถเราไปดันรถเค้า!!!



(ความคิดแรก คือ...ขนเยอะป่าว..ถ้าขนเยอะนี่ดันยากนะ... อิอิ อย่าคิดลึก)





สืบเนื่องจากรถกิลจอดเสียอยู่ข้างถนนแถวบ้านเค้ามาหนึ่งคืน จะว่าจ้างรถยกก็ไม่มีตังค์ กฎหมายที่แอลเอนี่ห้ามลากรถค่ะ คือห้ามใช้เชือกผูกโยงลากรถกัน กฎหมายเค้าว่าห้ามลาก อีนี่คงเป็นศรีธนญชัยกลับชาติ...เค้าห้ามลาก งั้นกุขอดัน  (อันที่จริงดันรถก็ผิดกฎหมายเช่นกันค่ะ)


สรุปคือ มันจะ (เสี่ยง) เอาให้ได้ (สังเกตสรรพนามที่เรียกเริ่มเปลี่ยนแล้วค่ะ) คือใช้ผ้าห่มมาหุ้มตรงกันชนรถ ไม่ให้ถลอก จากนั้นจะใช้รถเราชนๆๆๆๆๆจนคันที่เสียกระเด้งกระดื๊บๆๆๆไปเรื่อยๆๆ ...แล้วมันจะนั่งควบคุมพวงมาลัยคันที่ถูกชนไว้จนถึงบ้าน เพื่อเอาไปซ่อมเองทีหลัง ...แม่เจ้าโว้ย...ใช้ส่วนไหนคิดฟระ (T_T)


เพื่อนเราก็มาคะยั้นคะยออยู่ได้จนเลิกงาน "นะๆๆๆ ช่วยหน่อยนะหรือแค่ไปเป็นเพื่อนก็ได้"
..........................
..............
......
สุดท้ายเราก็มาอยู่ร่วมในเหตุการณ์บ้าๆบอๆนี้จนได้


ณ วินาทีที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ ใบหน้าคุณอาทั้งสองที่เราอาศัยอยู่ด้วยลอยเด่นมาตรงหน้า  ถ้าอารู้ว่ามาทำไรเสี่ยงๆกลางถนนดึกดื่น รอตำรวจมาจับแบบนี้ คงได้หาที่อยู่ใหม่แน่... น่ากลัวกว่าตำรวจอีก



"เอิ่ม...ชั้นนั่งเป็นเพื่อนแล้วกันนะ ขอร้องล่ะ ช่วยไม่ไหวจริงๆ อีกอย่างรถเราก็สูงกว่ารถที่
จะถูกชนด้วย...ไม่โดนกันชนแน่ รถมันจะบุบแทน" โชคดีชะมัดที่รถเราสูงกว่า


สรุปกิลเลยใช้รถตัวเองอีกคัน (คือกิลมีรถสองคัน...งงมั้ยคะ ท่านผู้ชม ว่ามันมีรถสองคัน แล้วมันจะมายืมรถกุทำไม...เดี๊ยนก็ยังสงสัยอยู่จนบัดนี้) ดันรถคันที่เสีย โดยมีเพื่อนเรานั่งบังคับพวงมาลัย และเรา(ผู้ไม่ได้ช่วยอาไร)นั่งไปเป็นเพื่อนของเพื่อนเราอีกที


แล้ววินาทีแห่งความสนุกสุดเสียวก็เริ่มขึ้นค่ะ ท่านผู้โชม ตามเดี๊ยนมาเลยค่ะ



...หน้าคะมำ...คะมำๆๆๆๆไปเรื่อยๆๆๆ ....ด้วยแรงกระแทกของรถกิลที่มาชน สนุก
มากๆๆ ขำกระจายวินาทีแรกๆ เหมือนเล่นรถบั๊มซิ่งในสวนสนุกอ่ะ แต่มันส์กว่าเพราะนี่คือ ถนนใหญ่ ๓ เลน ส่วนความเสียวนั้นตามมาทีหลังค่ะ เสียวเพราะกลัวโดนตำรวจเรียก ระยะทางที่โดนชนๆๆๆก็ประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่ยาวนานโคตรเกือบชั่วโมง เพราะความไม่รู้จักวางแผนนั่นเอง....


เรา    "นี่เธอ...เอ้อ...แล้ว...บ้าน..กิล...มัน...อยู่...ไหน...อ่ะ เธอๆ รู้...จัก..ป่ะ"
เพื่อน "รู้ดิ ...แต่..ไปไง...จำไม่ได้..แล้ว ...ก็  โอ้ย..นี่...มันมืด...นี่..นา...จำไม่ได้!"
เรา    (-_-') "งั้นก็...โทร...ถาม...ดิ"
เพื่อน "กิล...ลืม..โทรศัพท์...ไว้ที่บ้าน..."
เรา     (O__O) "เฮ้ย..งั้น...จะ รู้เรื่อง...กัน..ได้ไงอ่ะ" (กุเครียดนะ)



ไม่ทันขาดคำ มีเสียงตะโกนโหวกเหวกมาจากหลังรถ
กิล    "ยู้ฮู ....เปลี่ยนเลนๆๆๆๆ.... ไปทางซ้ายๆ...ซ้ายๆ....."
        "ซ้ายอีกๆๆๆ ....ยูเทิร์นหน้า..ยู้ฮู"
เรา    "หา!!! แม่เจ้า" (>_<) ยูเทิร์น??!!


เรียกได้ว่าครบรสเลยค่ะ หลังจากยูเทิร์นแล้ว ก็ยังมีเปลี่ยนเลน...ชิดขวา...เตรียมเข้าซอย ....เข้าซอย...เฮ้ยๆๆๆ อย่าเลยๆๆๆ แล้วไหนจะเลี้ยวเข้าบ้านอีกอ่ะ โอ้ย....ลำไส้เกือบพุ่งออกปาก...


สุดท้ายทายซิคะ เกิดอะไรขึ้น ...
เรา "เธอ..จำได้มั้ยอ่ะ..บ้านหลัง..ไหน" คิดอีกที..ไม่น่าถามเลยเรา
เพื่อน "จำไม่ได้!"
เรานึก...เออ กุพลาดเอง(อย่างแรง) ไม่น่ามาด้วยเล้ย


เลี้ยวเข้าซอยแล้วก็ยังมีแยกซ้าย ขวา...และขณะที่กำลังจะโดนแรงกระแทกสุดท้ายส่งเข้าอย่าง....ถูกบ้าน...นั้นเอง เแสงไฟจากรถคันหน้าพุ่งวาบสวนเข้ามาจนเราแสบตา....รถตำรวจค่ะ!





Free TextEditor


Create Date : 13 มิถุนายน 2552
Last Update : 26 สิงหาคม 2552 12:06:47 น. 22 comments
Counter : 273 Pageviews.

 
ตอนแรกเห็นหัวข้อบล็อก ต๊กกะใจอย่างแรง.. เพราะจุ๋มเพิ่งอัพบล็อกเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายเสร็จหมาดๆเลยค่ะคุณพี่ หัวข้อตั้งได้ใกล้เคียงกับเรื่องจุ๋มมาก แต่เรื่องของจุ๋มต้องเปลี่ยนเป็น ผู้ชายที่หาไม่เจอ...


โอ๊ย...คุณกิลนี่เค้าเอาอะไรคิดเนี่ย เค้าให้สาวไปช่วยแบบนั้นได้ยังง๊ายยย... แล้วอเมกาเนี่ย ตำรวจหูตาไวยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง แล้วมีการยูเทิร์นด้วยอะค่ะ อันนี้เหลือเชื่อ แต่ก้ออุตส่าห์ทำได้


สุดท้ายก้อกลายเป็นความพยายามที่สูญป่าวสิคะเนี่ย ตำรวจจัดการยังงัยเอ่ย...

ปล. ชอบพี่โอบรรยายว่า " ท่านผู้โชม ตามเดี๊ยนมาเลยค่ะ
" ฮามาก... เหมือนพี่โอกำลังนั่งเล่าอยู่ตรงหน้า




โดย: MeJayya วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:1:15:56 น.  

 
รถตำรวจ >.<
เล่าต่อได้ไหมคะ อิอิ กำลังอ่านเพลินเลยคะ 555


โดย: น้ำเองคะพี่น้อง!! วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:8:05:37 น.  

 
ตำรวจจอดรถรออยู่จริงค่ะ แต่ไม่เรียก..ซะงั้น ไม่รู้ทำไม มีแต่รถตำรวจเปล่าๆที่สาดไฟมา ส่วนตำรวจไปยืนแอบฉี่อยู่ไหนซักแห่งมั้งคะ


โดย: anchesa วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:9:23:29 น.  

 
ฮามากพี่โอ 227 ข้อ คิดได้งัย นั่นน่ะสิ




พี่โอ จุ๋มไปแก้ไขเพิ่มเติมด้วย ตรงท้ายเรื่อง

พี่โอคะ คุณฮิโระเค้าไม่ได้ชอบจุ๋มนะคะ เค้าคงไม่คิดมาสมัครหรอกค่ะ ที่สำคัญเค้ามี....แล้วค่ะพี่โอ ( คิดเอง...แล้วคิดว่าคิดถูก 55+)




โดย: MeJayya วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:10:46:29 น.  

 
ขำ ๆ ใช้ได้แก สนุกปนเสียวดีแท้


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:11:21:12 น.  

 
ตลกแระ

อ๋อ...เล่าอดีต ยังเป็นเพื่อนดันอยู่ เอ้ย...เป็นเพื่อนกันอยู่

แล้วเอาเพื่อนมาเผาทำม้าย...ฉันหล่ะงง นี่ถ้าเธอเล่น bloggang ไปเรื่อยๆ สงสัยจะต้องมีฉันแน่ๆ สมมุติว่าเพื่อนชื่อ อ. อะไรเงี้ย


โดย: Mermaid AI วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:20:50:26 น.  

 
ตกลงนี่จบเรื่องแล้วหรือมีภาคต่อครับ

ว่าแต่ไปบล๊อกไหนก็โดนแอบเหน็บไปทุกบล๊อกเลย


โดย: ฮิโระ (ordinary_hero ) วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:23:08:11 น.  

 
โห ... อ่านไปลุ้นไป ... ใจหายใจคว่ำ ... ก็บรรยายฃะ .. เหมือนกับว่าเราอยู่ในเหตุการณ์จริงๆด้วย hohoho..

โชคดีจังเลยค่ะ ... ที่ไม่ได้เจอตำรวจ .. ( ปาดเหงื่อ)


โดย: June4 วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:3:57:11 น.  

 
กำลังคิดว่าที่เรียกว่า น้องโอ ที่จริงแล้วผิดรุ่นเลยหรือเปล่า เรียกน้องเพราะเรียกเฮียมาก่อน


โดย: ฮิโระ (ordinary_hero ) วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:13:02:18 น.  

 
คิดไว้แล้วค่ะ ว่าถ้าใครมาอ่าน แว๊บแรกต้องคิดว่ากำลังจะมีลูกแน่ๆ


555+ ถ้ามีตอนนี้คงไม่ตื้นตันแล้วล่ะค่ะ กลายเป็นตกใจ ว่าไผซิมาเป็นพ่อเด็ก


อย่าว่าแต่พี่โอน้ำตาคลอ จุ๋มเขียนไปร้องไห้ไป ( เรื่องจริง )


โดย: MeJayya วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:20:17:27 น.  

 
โอ โอ...เธอจะเฝือก หรือ จะเกือก หรือจะอะไรก็ได้ เธอยอ่าลืมตัว ว่าที่จริงเธอ เป็นพนักงานของร้านไมค์ ตำแหน่งใหญ่กว่าฉันอีก


โดย: Mermaid AI วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:21:13:05 น.  

 
วันนี้เขาอัพบล๊อกกันทั่วหน้าเลย นึกว่าเป็น "วันมาคะ อัพบล๊อก" เลย เอ่อ บาปมั้ยเนี่ย


โดย: ฮิโระ (ordinary_hero ) วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:22:06:42 น.  

 
ขยายความให้โอ...
-หนุ่ย เป็นอาจารย์ที่คณะวิศวะ ลาดกะบัง ประมาณครูกับลูกศิษย์แหล่ะ
-โบลิ่ง เป็นเพื่อนแนนที่บดินทรเดชา และก็มาเรียนที่ลาดกระบังเฉกเช่นเดียวกันกับแนนแต่คนละภาควิชา โบลิ่งเก่งคำนวณมากมาก
-บี เป็นพี่สาวของโบลิ่ง เรียนจบจาก ม. กรุงเทพ
-โยริโกะ กับ เต้ย เรียนจบจาก ABAC แต่เต้ยเป็นรุ่นพี่ของโยริโกะหลายปี

เธอ...มีไรอยากรู้เรื่องนักเรียนของไมค์อีกป่ะ ฉันว่าเธอรีบตามคุณณรงค์มาเรียนได้แล้ว เอาหนังสือ เอาเสื้อไปนานแล้ว


โดย: Mermaid AI วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:22:58:42 น.  

 
ถ้าพี่โอเรียนดำน้ำอย่างจริงจัง สงสัยจะได้เป็นลูกศิษย์แถวหน้า


โดย: MeJayya วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:9:52:45 น.  

 
พี่โอ หลังไมค์ด้วยค่ะ


โดย: MeJayya วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:0:51:23 น.  

 
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
รักษาสุขภาพ


โดย: chinanod วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:8:43:18 น.  

 
วันนี้ฉันกลับเมืองไทยแล้วนะแก


โดย: พล (aoigata ) วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:9:53:50 น.  

 
ยินดีต้อนรับสู่มาตุภูมินะ พล

โอ เธอจะอัพเดท blog สัปดาห์ละครั้ง ใช่ป่าว


โดย: Mermaid AI วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:22:47:19 น.  

 
ตามลิงค์ไปอ่านบล๊อกคุณ aston มีบางความคิดที่เหมือนกันจนน่าตกใจ เช่น ชื่อบล๊อกที่นึกว่าใครก๊อปใคร แถมเนื้อหาบางบล๊อกนี่ใช่เลย แต่ทางนั้นเขาจะเป็นคนดีกว่าผมเยอะครับ


โดย: ฮิโระ (ordinary_hero ) วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:23:23:09 น.  

 
พี่โอ จะบอกว่าจุ๋มเป็นแฟนคลับคุณ aston อยู่ช่วงนึงเหมือนกันค่ะ ( เค้าอยู่ใน list friend จุ๋มด้วยนะคะ ( อยู่บนชื่อพี่โอ ) แต่หลังๆจุ๋มห่างหายไป

ขอบคุณพี่โอที่มาเตือนสติให้จุ๋มกลับไปอ่านอีกที อยากจะบอกว่าเป็นบล็อกที่ดีมั๊กๆๆๆๆๆๆ อย่างแรงค่ะ เรื่องวิปัสสนาล่าสุดที่เขียนก้อจริงค่ะ เพราะแอบคิดตอนไปวิปัสสนาว่าหลายคนที่รู้สึกหงุดหงิดใจเวลาถูกให้ทำ จะได้บุญกันมั๊ยเนี่ย ฯลฯ..


พี่โอ...เมื่อคืน จุ๋มอ่าน เกิดเพราะกรรมฯ ไปสี่บทเองค่ะ แบบว่าความง่วงถาโถมสุดยอด กะว่าจะต่อคืนนี้ให้เรียบร้อยไปเลย แล้วเดี๋ยวจะได้มาคุยกันนะคะ


โดย: MeJayya วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:8:55:32 น.  

 
พี่โอ...เอาทีละเรื่องเลยนะคะ


เรื่องแรกคือเมื่อวานเนทล่มอย่างแรง เพราะพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้จุ๋มหายไปจากบล็อกแก็งค์เกิน 24 ชั่วโมง รู้สึกอึดอัดใจมาก

เรื่องสองคือ เพิ่งไปอ่านเรื่องแถของพี่โอมา โห....แบบว่าเป็นแถที่อันตรายอย่างรุงแรง 55 ดีที่เอาตัวรอดมาได้ใช่มั๊ยคะ


เรื่องสาม ข้อดีของเนทล่มคือ เมื่อวานทำให้อ่านหนังสือจบไปสองเล่ม เกิดเพราะกรรมฯ ก้อจบแล้วค่ะ

เป็นหนังสือที่ดีมาก จริงอยู่ที่ช่วงแรกๆทำให้จุ๋มแอบงง และคิดว่า สรุปว่าเหตุการณ์ที่เป็นไปมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างว่าด้วยความน่าจะเป็นจริงๆเหรอ..


แต่อ่านไปอ่านมา เลยเข้าใจว่า เป็นเรื่องของการใช้สติควบคุมความรู้สึก เช่น ถ้าเราโดนรถปาดหน้า แล้วเราไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร นั่นคือเป็นเหตุการณ์ที่เป็นไปตามกฎของความน่าจะเป็น แต่เมื่อใดที่เรารู้สึกทุกข์ร้อน โกรธ โมโห อยากปาดคืน นั่นเป็นเรื่องของกรรมเก่าในทันที

การเอาชนะผัสสะเป็นเรื่องยากมากเหมือนกันนะคะว่าไปแล้ว

สรุปว่าสติสัมปชัญญะเป็นสิ่งที่เอาชนะกรรมได้ ( สู้กับกรรมได้ )


นี่คือคร่าวๆ

แต่..

มีวิสัชชนาอยู่หลายข้อดังนี้...

ข้อแรก หน้า 118 ย่อหน้าท้ายๆ ที่บอกว่า " กระบวนการเปลี่ยนจากภวังคจิต >> จุติจิต>>ปฏิสนธิจิตไวมาก ไวกว่าหนึ่งส่วนล้านล้นของวินาที จนเรียกได้ว่าคนเราเมื่อตายแล้วจะเกิดใหม่ทันทีโดยไม่มีช่วงเวลาใดๆมาคั่น"

ขอความนี้มันไม่ขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องชีวิตในภพภูมิหลังความตายเหรอคะ อ่านดูแล้วเหมือนกับว่าเราไปเกิดในทันที ตามภพภูมิต่างๆกันไป ( เช่นกรรมมากก้อไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ฯลฯ ) แล้วที่เรื่องที่เล่ากันมานมนานเรื่องรับใช้กรรมในนรกอะไรแบบนี้ สรุปว่ามันมีจริงมั๊ยล่ะคะ


แล้วข้ออีกนิดนึงค่ะ ( จริงๆมีสงสัยอีกเยอะ ) หน้า 124 ย่อหน้าสุดท้าย ที่ว่า " สิ่งที่ใช้วัดความแรงของกรรมไดคือ เจตนา ถ้าเราเคยทำกรรมที่สร้างไว้โดยขาดเจตนา การสนองของผลกรรมก้อจะเบาบางมาก ฯลฯ "


แล้วทำไมจุ๋มได้ยิน ( ทั้งได้ยินคนมาเล่าโดยตรง และในรายการทีวี )และได้อ่านมาบ้าง บางคนทำกรรมโดยที่ไม่ได้เจตนาเลยแม้แต่นิดเดียว เช่นผู้หญิงท้องคนนึงที่เคยขับเหยียบงูท้องแก่จนตาย และเธอก้อรู้สึกตกใจมาก รีบไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ขออโหสิกรรม ด้วยความที่เธอไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่หลังจากนั้น เธอได้รับผลกรรมอะไรต่ออะไรมากมาย ที่เธอบอกว่าเป็นผลมาจากงูตัวนั้น ( เธอแท้งลูก..อุบัติเหตุ เจ็บป่วยจนแทบเอาชีวิตไม่รอดฯลฯ ) และเธอเคยไปหาพระรูปนึง และพระรูปนั้นบอกเธอว่า มีวิญญาณพยายาทของงูตัวหนึ่งกำลังแก้แค้นเอาคืนเธออยู่

ผู้หญิงคนนี้ทำกรรมโดยไม่ได้ " เจตนา" แต่ทำไมผลกรรมเธอถึง " หนักหนาสาหัส" ล่ะคะพี่โอพี่เอ๋.. (

แล้วก้อมีอีกค่ะ...เอาไว้เป็นรอบๆค่อยมาว่ากัน


แต่อย่างไรจุ๋มก้อชอบหนังสือเล่มนี้นะคะ บทหลังๆอ่านสนุกมาก

ปล. ( อันนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ) แต่จะบอกว่า หน้า 104 บรรทัดที่ 11 พิมพ์ผิดค่ะ ตาไวเลยเห็น... ที่บอกว่า " รักษาไม่ได้ให้หายขาดได้..." จริงๆต้องเป็น " รักษาให้หายขาดไม่ได้.." ใช่มั๊ยคะพี่โอ.. ( อันนี้แอบไร้สาระ แต่เห็นแล้วมันหงุดหงิดหัวใจ...แหม..สงสัยเป็นเพราะกรรมเก่า ถ้าเห็นแล้วเฉยๆแบบคนอื่นคงเป็นเพราะกฏของความบังเอิญ )


โดย: MeJayya วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:14:15:27 น.  

 
น้องจุ๋ม...พี่เอ๋ร่วมเสวนาไม่ได้อ่ะตอนนี้ เพราะว่า หนังสือเล่มนี้ โอให้พี่เอ๋ยืมอ่าน พี่เอ๋เลยไม่มีในมือนะ เปิดตามไม่ได้ แฮ่ะๆๆ

นั่นสิเน๊อะ ถ้าขาดเจตนา แต่ทำไมกรรมรุนแรง หรือว่าเจ้ากรรมนายเวรที่คนนั้นไปก่อกรรม โกรธและพยาบาทรุนแรงมาก จึงทำให้เค้ารับผลกรรมรุนแรง

แต่ถ้าคิดว่าเป็นตัวพี่เอ๋นะ เกิดอะไรร้ายๆขึ้นมา พี่เอ๋คงรีบก้มหน้ารับกรรมให้เสร็จๆไป และอโหสิให้เจ้ากรรมนายเวร ให้จบตรงพี่เอ๋ดีกว่า แบบที่หลวงพ่อจรัญของเราสอนอ่ะ

คือไม่รู้จะทำได้ปุ๊บปั๊บป่าว เพราะยังไม่เคยเกิดนะ แต่ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามอ่ะจ้ะ

ฝนฟ้ายังคะนอง อยู่ป่าวจ๊ะที่ภาคเหนือ ที่นี่ก็ครึ้มซะไม่มี


โดย: Mermaid AI วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:16:24:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Tacoma
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอต้อนรับสู่เรื่องราวหลากหลาย
ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา
ทั้งสุข เศร้า เหงา ซึ้ง สูญเสีย
ผ่านความผิดหวัง ความสุข สมหวัง
ในความรัก การเรียน การสมัครงาน
มาหลายต่อหลายหน ....

กำลังเรียนรู้ว่าทุกสิ่งมีเกิดขี้น ตั้งอยู่ และดับไป
เพราะ....
"เราเป็นคนที่อยู่บนโลกนี้อย่างชั่วครู่ชั่วยาม
อยู่อย่างเข้าใจแล้วก็จากมันไปเท่านั้นเอง"
- เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

>
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
13 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Tacoma's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.