ชีวิตคือการเดินทาง

****หมายเหตุ***ห้ามผู้ใดนำข้อความ และ ภาพในบล๊อกนี้ไปใช้หรือนำไปตัดต่อดัดเเปลงโดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของเป็นอันขาด หากละเมิดจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ******

This road is mine
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




ชีวิตคือการเดินทางบนถนนที่เราเลือกเอง เลือกที่จะเป็น ขอให้ทุกคนมีความสุขที่ได้เดินบนเส้นทางของตัวเอง เเล้วคุณจะรู้ว่าทางเดินนี้มันสวยงามเพียงใด




** บ้านอีกหลังหนึ่งของ This road is mine**

New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
26 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add This road is mine's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

"สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันมีเหตุผลเสมอ เเละเป็นเหตุผลที่ดีด้วย"



รู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่เคยเขียนในไดอารี่ หรือในบลอกเลย เป็นเรื่องนึงที่เคยได้ยินมาเเล้วรู้สึกดีมากๆ กลัวว่าจะลืมกันไปเสียก่อน ไม่รู้เคยเขียนเเล้วหรือยังก็ตาม วันนี้ตั้งใจเขียนอีกครั้งก็เเล้วกัน.... อาจจะมีข้อผิดพลาดในข้อมูลอันเนื่องมาจากฟัง ยังไงก็ขอโทษด้วยคร่า



....................................................................................................................................................



มีอยู่คืนนึง กำลังกลับบ้านด้วยอาการอ่อนเพลียจากการทำงานที่มหาวิทยาลัย กำลังฟังวิทยุรายการโปรดรายการหนึ่งทางคลื่นกรีนเวฟ "คลับฟรายเคย์"

คนที่เคยฟังคลับฟรายเดย์ อาจจะพอรู้ว่า เป็นรายการเกี่ยวกับ การเล่าประสบการณ์ชีวิตเเละความรัก ในหัวข้อที่จะมีกำหนดทุกๆอาทิตย์ ดีเจพี่อ้อย เคียงคู่กับดีเจพี่ฉอด มานั่งอยู่หลังไมค์เสมอๆ คอยรับฟังเรื่องที่โทรเข้ามาเล่าจากทางบ้าน พร้อมกับทิ้งท้ายมาเป็นข้อคิดอะไรต่างๆ ที่ฟังเเล้วโด๊นโดนมากๆ

คำคืนนั้นก็เช่นเดียวกับทุกคืน เริ่มด้วยหัวเรื่องอะไรสักอย่างที่ตอนนี้ฉันจำไม่ได้เเล้ว (...เอ...น่าจะเรื่องเกี่ยวกับ ความรัก กับความห่างไกลมั้งนะคะ)

จำได้ว่า ขณะที่นั่งฟังด้วยความง่วงงุนนั้น สติยังพอมีอยู่ คอยฟังเรื่องของผู้ชายคนนึงที่โทรเข้ามา....




"..... ผมกับเเฟนมีเรื่องให้ต้องไกลกันครับ คือผมต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วนเเฟนก็ต้องทำงานอยู่ที่เมืองไทย คิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องความห่างไกลกัน ด้วยมั่นใจมากกับคนๆนี้ เเละเราสัญญากันว่า เราจะกลับมาเเต่งงานกันเมื่อผมกลับมาเมืองไทยเเล้ว....."

เขาเล่าว่า เเรกๆยังโทรหากันอยู่ตลอดทุกวัน จนหลังๆ จากทุกวันมันกลายเป็นทุกสัปดาห์ เเละ กลายเป็นว่า เดือนละครั้ง.....

เพราะเขาโทรไป บางทีเเฟนเขาก็ไม่รับสาย หรือบางที เเฟนเขาก็ทำตัวยุ่งๆ บอกว่าไม่ว่างคุยด้วย

หลายปีผ่านไป โดยที่เเฟนเขาคนนั้นก็ไม่เคยติดต่อกลับมาเลย เขาก็โทรไปบ้างนานๆที เเต่ผู้ชายคนนี้มั่นคงต่อความรักมาก เขาก็ไม่ได้ไปมีคนอื่นเลย

วันนึง มีไปรษณีย์ส่งมาถึงเขาในวันเกิด หน้าซองมาจากเมืองไทย เเต่หาใช่เเฟนของเขาไม่ เป็นคุณเเม่ของเเฟนเขา ส่งของขวัญมาให้เนื่องในวันเกิด เขาก็ไม่เข้าใจเลยว่า ...ทำไม แฟนเขาเเท้ๆถึงไม่ส่งมาเลย

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี เขาทุกข์มากๆ สิ่งที่เขาอยากรู้เป็นที่สุดคือ ....ทำไม...



จนถึงวันหนึ่ง ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปเลย....



เพื่อนเขาชวนไปเที่ยวเเถวไชน่าทาวน์ ในเมืองที่เขาอาศัยอยู่ ในเมืองนั้น จะมีผู้คนเอเชียเเละมีคนไทยอาศัยอยู่ด้วย เขาเดินไปหาซื้ออาหารไทยอะไรทานสักอย่าง เเล้วเขามีห่อกระดาษหนังสือพิมพ์มาด้วย

เขาไม่ได้เอะใจอะไร เเต่พอหยิบห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไทยนั้นขึ้นมาดูข่าวๆหนึ่ง ที่มีรูปผู้ชายผู้หญิงในงานเเต่งงานอันนึงขึ้นมาดู....



........มันเป็นรูปแฟนของเขาเอง เเต่งงานกับผู้ชายอีกคนนึงที่เขาไม่รู้จัก........



ราวกับโลกทั้งโลกเงียบงัน เสียงทุกอย่างดับหายไป.... เขาเอามาดูวันที่ที่เกิดเหตุขึ้น มันผ่านไปเป็นปีกว่าเเล้ว เธอไปแล้ว กับผู้ชายอีกคนนึง "...เธอไม่รอผม"

".......พี่คิดดูสิครับ เรื่องทุกอย่างมันโจงใจจะให้ผมรู้ทั้งหมดเลย มันจงใจให้ผมไปในวันนั้น ให้ผมหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดู เพื่อให้ผมพบความจริง....."



เเค่ภาพๆเดียวที่อธิบายเหตุผลทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่เธอห่างหายไป...

ทนทุกข์ทรมาน ไม่เป็นอันกิน ไม่เป็นอันนอน ไม่เป็นอันเรียน ...หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ไปไหน จนเพื่อนทุกคนเป็นห่วงเขา

ไม่มียาไหนรักษาเขาได้เลย...

ยกเว้น หนังสือเล่มนึงที่เขาได้อ่าน

เขาเล่าให้ฟังว่า เขาไปอ่านเจอคำพูดนึงในหนังสือ มันทำให้เขาตาสว่าง เเละฮึดสู้ กลับมาเรียนได้อีกครั้งหนึ่ง เขาอยากจะเอาคำพูดนี้มาเเบ่งปันให้ทุกๆคนได้ฟัง เพราะเขารับรู้ว่า มันเป็นจริงๆ อย่างที่คำพูดนั่นว่าไว้....



คำพูดที่ว่าคือ... "สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันมีเหตุผลเสมอ เเละเป็นเหตุผลที่ดีด้วย"


เขาคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา มันมีเหตุผลที่ทำให้มันเกิด เเละเฉพาะเจาะจงที่จะเกิดขึ้นกับเขา เช่นว่า อยู่ดีๆ เขาก็ได้รับข่าวอย่างสุดพิสดารจากรูปภาพในหน้าหนังสือพิมพ์เก่าๆนั่น ถ้าป่านนี้เขาไม่รู้ ก็คงเป็นคนโง่อยู่ที่ไหนเเล้วก็ไม่รู้


"....สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เเม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เเย่ที่สุดในชีวิต เเต่มันก็มีเหตุผลที่ดีที่เกิดขึ้นกับเรา เพราะเรื่องที่เเย่ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ทำให้เราตาสว่างขึ้น ทำให้เราคิดอะไรๆได้...

เเละก็ได้บทเรียนเพิ่มขึ้นมาอย่างหนึ่งที่ทำให้จิตใจเราเข้มเเข็งได้"


เพราะฉะนั้น อย่าโทษตัวเอง อย่าคิดว่า ทำไมเรื่องเเย่ต้องเกิดขึ้นกับเรา

เเต่จงคิดว่า มันมีเหตุผลของมันที่จะให้เกิดขึ้นกับเรา เเละมันก็ย่อมเป็นเหตุผลที่ดีเสมอด้วย




ฉันนั่งฟังเรื่องนี้ไป เเละคอยลุ้นเรื่องของเขาไปตลอด พอได้ฟังคำพูดคำนั้น มันเหมือนกับจุดคลายเเมกซ์ของหนังเรื่องนึงเลย ...เเค่คำพูดคำนั้น ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรต่อให้ยืดยาวอีกต่อไปแล้ว สำหรับเรื่องของเขา


ยังมีอีกหลายชีวิต ที่ยังคิดอะไรไม่ได้ ที่ยังติดอยู่กับความทุกข์ ...เเต่หลังจากที่ได้ฟังคำนี้ เเละได้คิดตามเเล้ว ฉันก็เริ่มเชื่อในความหมายของมัน

เหมือนกับกำลังจะบอกว่า เวลาที่เรามีปัญหา สิ่งที่เราควรทำมันอย่างเเรกก่อนเลย คือการ "หัดมองมัน ในมุมมองที่ใหม่" มองมันในมุมที่ดีขึ้น มองเพื่อให้สิ่งนั้นมันเป็นประโยชน์กับเรามากขึ้น

ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่า การเปลี่ยนเเว่นตาที่เราเลือกจะสวมมันใหม่ เพื่อมองดูโลกใบเดิม มองดูปัญหาเดิม ให้เป็นมุมมองที่ใหม่



ฉันดีใจที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดในคืนนั้น

เพราะสิ่งที่ฉันได้ยิน ก็มีเหตุผลที่จะเกิดขึ้นกับฉัน เเละเเน่นอนว่า มันก็เป็นเหตุผลที่ดีด้วย...........














 

Create Date : 26 เมษายน 2551
6 comments
Last Update : 26 เมษายน 2551 1:08:43 น.
Counter : 612 Pageviews.

 

รู้สึกดีจังเลยฮะ

ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม หรือทำให้เป็นรูปเป็นร่างเหมือนทุกวันนี้ มันมีเหตุผลอะไรดีๆ รออยู่ข้างหน้า

 

โดย: แอบชอบ คห. ข้างล่าง 26 เมษายน 2551 1:16:00 น.  

 

คนดีกลัวอะไรกะสิ่งที่เสียไป เราดีมากมายที่จะมีสิ่งดีๆ มาคู่เรา

เรามักจะมองว่าคนนั้นดีที่สุดสำหรับเรา แต่เราไม่ได้มองคนที่อยู่รอบข้างเลย

เรามักจะพร่ำเเพ้อกะสิ่งที่เสียไป โดยไม่เสาะหาสิ่งที่ดีกว่าที่มีอยู่มากมาย

เปนกะลังจัยให้ จ๊ะ

 

โดย: บ้าได้ถ้วย 26 เมษายน 2551 9:09:27 น.  

 

เราก็คิดว่า เราพบเหตุผลแล้วล่ะว่า "ทำไม"

เฮ้อ ดีใจจังที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้

 

โดย: แพนด้ามหาภัย 26 เมษายน 2551 9:16:29 น.  

 

จริงๆ ก็ชอบฟังรายการนี้ แต่วันนั้นไม่ได้ฟัง ก็ยังดีใจที่มีคนเขียนให้อ่าน รู้สึกได้อารมณ์ไปอีกแบบ ขอบคุณค่ะที่เล่าเรื่องให้ฟัง ไม่เสียดายเลยที่ไม่ได้ฟังด้วยตัวเอง

 

โดย: แม่รักลูกครับ 26 เมษายน 2551 19:17:50 น.  

 

มีคนเคยพูดกับผมไว้เหมือนกันว่า สิ่งใดที่เกิดขึ้นสิ่งนั้นดีเสมอ

 

โดย: ฟ้าดิน 27 เมษายน 2551 3:26:11 น.  

 

แต่บางเรื่อง เราว่าไม่ต้องไปหาเหตุผลมาอธิบายมันให้วุ่นวายหรอก มันเกิดขึ้น และมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับมันอย่างไรมากกว่า

พูดง่ายนะ แต่ทำยาก

วันนี้เราแผลใจกำเริบ หลังจากที่มันไม่กำเริบมาสองเดือนก่าๆ ทำไมมาเป็นเอาวันนี้ก็ไม่รู้

 

โดย: คนคนนี้ มีความเหงาเป็นเพื่อน 28 เมษายน 2551 21:08:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.