Group Blog
 
 
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

ครั้งแรกกับ (half) มาราธอน

lozo lozo

สมัยก่อนเคยคิดว่าทำไมคนเราต้องทรมานตัวเองด้วยการวิ่งระยะไกลขนาดนั้นด้วยนะ
ส่วนตัวก็ไม่ชอบการวิ่ง แต่ก็มีวิ่งบ้างไม่ให้ไขมันสะสมเกิน
ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาวิ่งมาราธอน

วันหนึ่งสามีชวนไปวิ่งมาราธอนถึงซานฟรานซิสโก
ตอนแรกก็อิดออดว่าฉันจะไปเชียร์เฉยๆ ไม่วิ่งหรอก
สามียุบอกว่าครึ่งรอบก็ได้ 21กิโล ลองไหม
ก็เลย เอาก็เอา

มีเวลาซ้อมแค่เดือนเดียว
ก็ไปวิ่งประมาณครึ่งชม. 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
และวิ่งระยะไกล 10-12 กิโล สองครั้งใน 1 เดือน
จากนั้นก็ไปวิ่งจริงเลย



ณ จุดสตาร์ท เห็นคนมากมายดูเต็มไปด้วยพละกำลังและความคุ้นเคยกับการวิ่ง
ทำให้รู้สึกว่าพวกเขาคงวิ่งฉิวนำหน้ากันไป และวิ่งถึงเส้นชัยภายในระยะเวลาที่กำหนด
ส่วนเราที่ไม่เคยวิ่งคงจะรั้งท้าย อาจจะหมดแรงกลางคัน และไปไม่ถึงจุดหมาย

แต่ก็คิด ไหนๆก็มาวิ่งแล้ว ก็เอาให้เต็มที่
มาราธอนครึ่งรอบเขาให้เวลาวิ่ง 3 ชม. ไม่งั้นอดได้เหรียญ
ก็กะว่าจะวิ่งให้ทันภายใน 3 ชม. นี่ให้ได้ ส่วนจะได้จริงหรือไม่ อีกเรื่องนึง

พอออกวิ่ง คนรอบข้างพากันวิ่งนำหน้ากันไปหมดอย่างที่คิด
เราเองวิ่งเหยาะๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ
แต่ก็คอยสังเกตพวก pace maker ที่จะวิ่งถือป้ายบอกว่าพวกเขากะทำเวลาเท่าไหร่
ถ้าเจอคนไหนถือป้ายใกล้เคียงเวลา 3 ชม. ที่สุด ก็แสดงว่าเราวิ่งช้าแล้ว
ต้องทำเวลาให้ทันคนพวกนี้
ในขณะเดียวกันก็คอยเช็คเวลานาฬิกาตัวเองไปด้วย

ถึงจุดแวะกินน้ำ ก็แวะกินน้ำทุกจุดแล้ววิ่งต่อ
บางคราวเจ็บเข่า เจ็บฝ่าเท้า ก็แวะ จุดmedical
เอาสเปรย์เย็นฉีดหรือเอาเจลเย็นทา แล้วก็วิ่งต่อ
คิดอย่างเดียวว่า “วิ่งต่อ” “วิ่งไปเรื่อยๆ” ไม่หยุดอยู่เฉยๆ
มีจุดนึงแจกเยลลี่ให้พลังงาน เคี้ยวหนุบๆ แล้ววิ่งปร๋อเลย (อร่อยด้วย)



พวกคนแจกน้ำจะคอยเชียร์ว่า “Good job” อะไรงี้
ระหว่างทางก็จะมีกองเชียร์คอยให้กำลังใจ
หรือในหมู่นักวิ่งกันเองก็มีคนแต่งตัวประหลาดๆ
เช่น ลุงใส่ชุดเต้นบัลเล่ต์ของผู้หญิงสีชมพูแปร๋น คนดับเพลิง
หรือผู้หญิงใส่ชุดน.ร.ญี่ปุ่น และนักบาสฯ เดาะลูกบาสระหว่างวิ่ง
ให้สีสันและกำลังใจในการวิ่งดีแท้
เพิ่งรู้นี่แหละว่ากองเชียร์ หรือกำลังใจมีความหมายมากกว่าที่คิด

พอวิ่งไปถึงกลางทาง คนมากมายที่ตอนแรกอยู่ตำแหน่งต้นๆ กลับไปอยู่รั้งท้ายๆ
แสดงว่าตัวเองวิ่งแซงพวกเขาขึ้นมา
หรืออีกนัยนึงคือพวกเขาอาจจะค่อยๆ อ่อนแรงลง
บางคนใส่เสื้อวิ่งมาราธอนเต็มรอบ
แต่ออกจากการแข่งขันเมื่อสิ้นสุดการวิ่งครึ่งรอบก็มีไม่น้อย

ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาเองว่า
หลายๆ ครั้งเราเองมักไม่มั่นใจว่าจะทำอะไรบางอย่างสำเร็จไหม
เพราะคิดไปเองว่ารอบข้างเต็มไปด้วยคนเก่งมีความสามารถ เราจะสู้เขาไหวหรือ

แต่ตอนที่วิ่งนำคนที่เคยวิ่งอยู่ข้างหน้าไปได้
กลับรู้สึกว่าตัวเราเองก็ไม่ได้ด้อยกว่าชาวบ้านเขา
มีศักยภาพที่จะทำอะไรให้สำเร็จได้เหมือนกัน
ขอเพียงมีเป้าหมายที่แน่ชัด มองไปข้างหน้า ทุ่มเท และไม่หยุดอยู่กับที่
ขอแค่คิดว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ฉันก็ทำได้!
ที่เคยรู้สึกว่าปัจจัยแวดล้อมทำให้เราใจฝ่อนั้น มันก็แค่ความคิดไปเอง
บางคนที่เรานึกว่าเขาเก่งเสียเต็มประดา เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่อย่างที่เห็น
หรือแม้อะไรต่างๆ จะดูน่ากลัว แต่ความฮึดสู้นี้เป็นสิ่งที่ใครก็พรากไปจากเราไม่ได้

ในขณะที่คนแก่บางคน 70-80 แล้ว วิ่งไม่ไหวเขาก็เดินเร็ว
ที่สำคัญเดินอยู่ข้างหน้าเราที่กำลังวิ่งด้วย!
ผู้สูงอายุบางคนวิ่งเท้าเปล่า ไม่รู้ว่าลืมรองเท้าหรือว่าอะไร แต่ก็มีสปิริตที่จะเข้าแข่งขัน
เห็นอย่างนั้นแล้ว ถ้าหยุดวิ่งก็อายพวกเขาน่าดูเลย
คิดแล้ว ก็วิ่งต่อไปเรื่อยๆ
ในใจไม่มีความคิดว่าฉันทำไม่ได้ๆ
คิดอยู่อย่างเดียวว่า “ฉันจะทำให้ได้ๆ” “ฉันจะวิ่งภายใน 3 ชม.ให้ได้”

เมืองซานฟรานซิสโกนั้น เต็มไปด้วยเนินชันๆ หลายลูก
เมื่อวิ่งมาราธอนก็จะเจอเนินอันโหดร้ายเหล่านี้ ที่กินแรงเอามากๆ
ส่วนใหญ่จะเดินเร็วเอาตอนขึ้นเนินไม่ให้แรงตก ไม่ก็วิ่งเหยาะๆ

ตอนเหลือแค่ไมล์สุดท้าย ก็ดีอกดีใจว่าจะถึงเส้นชัยแล้ว
ปรากฎว่าเจอเนินสามลูกดักรอไว้...
รู้สึกเหมือนคนกำลังจะมีทางรอดแล้วดันเจอคนรอเอาปืนยิงก็ไม่ปาน
ทุกก้าวที่วิ่งนั้นเหมือนต้องเค้นพลังชีวิตเฮือกสุดท้าย
จุดไหนที่เหนื่อยล้าสุดขีดก็เดินเอา พอแรงกลับมาอีกนิดก็วิ่ง
และแล้วก็มาถึงเส้นชัย ทำเวลา 2:36 ชม.
เสียดายนิดหน่อยเพราะอยากทำเวลา 2:30 ชม.
แต่อย่างน้อยแข่งครั้งแรกวิ่งทันในเวลาที่กำหนดก็ไม่แย่ซะทีเดียว



และแล้วเราก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของนักวิ่งมาราธอนขึ้นบ้าง
มันคือการสู้กับใจตัวเองล้วนๆ

ความรู้สึกหลังวิ่งถึงเส้นชัย คือ ความรู้สึกประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งใจ
ความรู้สึกว่าตัวเองมีพลัง มีศักยภาพแฝงที่ไม่เคยรู้ และไม่เคยเอามาใช้
ความเชื่อมันว่าตัวเองสามารถจะทำอะไรได้อีกมากมาย
ขอเพียงไม่ถอดใจ มองไปข้างหน้า และลุยกับโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ไม่ปล่อยให้ความไม่เชื่อมั่นปิดโอกาสตัวเอง
ไม่แน่ว่าอาจจะประสบความสำเร็จอีกเหลือคณาอย่างไม่คาดฝัน
lozo lozo




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2558
0 comments
Last Update : 28 เมษายน 2560 8:58:19 น.
Counter : 818 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่แอมเบอร์
Location :
United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





Friends' blogs
[Add แม่แอมเบอร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.