อมตะมหานิพพาน ผู้เบิกบาน-ผู้รู้-และผู้ตื่น ไม่มีกลางวันและกลางคืน แสนสดชื่นบรมสุขอยู่ทุกยาม คิดดี-พูดดี-ทำดี สร้างบารมีให้งดงาม สดใสใต้ฟ้าคราม ทำหน้าที่ตราบวันตาย ฯ
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
แดนอภิมหาอมตะนิพพาน

แดนอภิมหาอมตะนิพพานนิรันดร์กาล นั้น อยู่ที่ไหน ? มีลักษณะสภาพโดยทั่วไปเป็นอย่างไร ? แตกต่างจากแดนอรหันต์-แดนพุทธเกษตรหรือแดนสุขาวดี อย่างไรบ้าง ? มีใครอยู่ที่นี่ได้บ้าง ? และต้องมีคุณสมบัติพิเศษหรือไม่ ประการใด ?


Create Date : 30 ธันวาคม 2548
Last Update : 30 ธันวาคม 2548 11:02:03 น. 11 comments
Counter : 339 Pageviews.

 
พระอรหันต์-อยู่ได้ 3 แห่ง คือนิพพาน สำหรับผู้ไม่กลับมาเกิดอีก ....พุทธเกษตร สำหรับผู้บำเพ็ญสายพุทธภูมิ จะต้องมาเกิดอีกบ่อยๆเพื่อสร้างสมบารมี จะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตต่อไป และแดนอรหันต์ สำหรับผู้สำเร็จแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการทดสอบ หรือไม่พร้อมที่จะเข้าไปอยู่บนนิพพานได้......
คุณสมบัติพิเศษ-คือ สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วเท่านั้น ที่จะอยู่ได้ถาวร ส่วนผู้อื่น ก็ไปอยู่ได้แบบเที่ยวชมบารมีท่าน ชั่วครั้งชั่วคราวตามความสามารถ หรือคววามอนุเคราะห์ของพระเบื้องบน......


โดย: พุทธญาณbuddhayan@gmail.com (AmataMahaNippan ) วันที่: 30 ธันวาคม 2548 เวลา:12:34:12 น.  

 
นิพพาน-สูญญตา-ความว่าง

นิพพาน-คือ ว่างจากเครื่องร้อยรัด หมายเอา"ว่าง"จาก กาย-ใจ หรือนาม-รูปในจิต......

สุญญตา- คือ จิต ที่ว่างจากอัตตา(กาย) และอนัตตา(ใจ).......ตา- คือ จิตที่ว่างเปล่า มองเห็น"จิตในจิต"ที่ว่างจากตัวตน(กาย) และว่างจากความ"ปรุงแต่ง"จิต(ใจ).....ตา-ที่เห็นความว่างใน"จิต"ได้นั้นแหละ เรียกว่าสูญญตา.....

ความว่าง-คือ ความว่าง ทั่วไป ที่ไร้ขอบเขตอยู่นอกตัวเรา นอกโลกเรา ในตัวเรา ในใจเรา และในจิตเรา ว่าแต่คนมีกิเลส จะเห็นไหมน้อ ?




โดย: ธรรมญาณdhammayan@gmail.com IP: 202.47.238.223 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:18:39:01 น.  

 
**อมตะมหานิพพาน**หรือ "มหาอมตะนิพพาน"
มหาอมตะนิพพาน คือ อะไร อยู่ที่ไหน.......มีจริงหรือเปล่า ถ้ามีจริงจะไปถึงได้และอยู่ได้อย่างไร มีหนทางไปสู่แดนมหาอมตะนิพพานหรือไม่ อย่างไร กรุณาแนะนำด้วยค่ะ

ผู้ตั้งกระทู้ ฐาปนีย์ วีรวรรณ ( tapanee@thaiciti.com ) ::วันที่ 06/01/2548

ความเห็นที่ 1 (34227)
พระอมฤตนิพพานแบบง่ายๆของพระพุทธเจ้า!!....พระอาจารย์เส็ง ปุสโส




***จุดลอยฟ้า***

การเจริญวิปัสสนา แบบลืมต้น ลืมปลาย มักจะไปเจอจุดลอยฟ้าซึ่งเป็นความรู้ลอยลม หาจุดยืนมิได้.......ความรู้ที่ว่านี้ เป็นความรู้เหมาเอาว่าทุกสิ่งเป็น"อนัตตา"(สลายตัว)ตามบาลีว่า "สัพเพ ธัมมา อนัตตา"......
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระอมฤตธรรม แล้วทรงนำมาประกาศแก่พระปัญจวัคคีย์เป็นครั้งแรก เมื่อคืนวันเพ็ญ ก่อนพ.ศ.45ปี เมื่อเป็นอย่างนี้ ไฉนเล่าพระองค์จึงจะตรัสว่า"สัพเพ ธัมมา อนัตตา"
เมื่อพระองค์ทรงบัญญัติสรุปพระธรรมที่ทรงทราบแล้วและแสดงแก่สาวก-สาวิกาแล้ว ก็ทรงสรุปเป็น2ประเภท คือ
1.สังขตธรรม ประเภทมีปัจจัยปรุงแต่งหรือเกิดจากเหตุ
2.อสังขตธรรม ประเภทไม่มีปัจจัยปรุงแต่งหรือไม่เกิดจากเหตุ
ประเภทที่2นี้ พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติเรียกว่า "อสังขตธาตุ"มี6สิ่งคือ
1.ธาตุดิน2.ธาตุน้ำ3.ธาตุไฟ4.ธาตุลม5.อากาศธาตุ(ธาตุว่าง-ช่องว่าง)6.วิญญาณธาตุ (ธาตุรู้)......


From: ชัย กรุงศรี [4 Dec 2004 07:19] Viewer [49] Answer[2] delete




Response no.1 From: ธรรมจักร
4 Dec 2004 07:26 #742651 delete

วิญญาณธาตุ ซึ่งเป็น1ใน6ของอสังขตธาตุนี้แล สำเร็จเป็นพระนิพพาน ดังนั้น พระผู้มีพระภาค จึงทรงบัญญัติเรียกว่า "พระอมฤตธรรม" ได้ทรงบอกพระพรหมโลกาธิบดีในสัปดาห์ที่8หลังจากตรัสรู้ว่า
"ท่านพรหามณ์!! อาตมภาพเปิดประตูพระอมฤตนิพพาน ต้อนรับแล้ว ชนเหล่าใด ใคร่ฟังพระธรรม ก็จงหลั่งศรัทธาออกมาเถิด อาตมภาพจะไม่ให้ขบคิดลำบาก แต่จะแสดงพระธรรมอันประณีต(พระอมฤตนิพพาน)ให้ฟังง่ายๆในหมู่มนุษย์"
ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ไฉนจึงตรัสได้ว่า"สัพเพ ธัมมา อนัตตา"ซึ่งแปลว่า ทุกสิ่งสูญเปล่า......





Response no.2 From: ไตรจักร
4 Dec 2004 07:33 #742654 delete

สมัยใกล้จะเสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานที่เรียกว่า"ปรินิพพาน"นั้น ได้ประชุมสงฆ์ ณ วัดเชตวัน จำนวน500รูป ทรงแสดงกฤษดาธิการกุศลของพระองค์ในอดีตชาติ 4อสงไขยกัป 100,000 อสงไขยปี ทรงสร้างบารมี10 ให้บริบูรณ์ถึง3ขั้น1.ขั้นสามัญ2.ขั้นอุปบารมี3.ขั้นปรมัตถบารมี เป็นสมติงสบารมี(บารมี30ทัศ)จึงได้ตรัสรู้ในชาติสุดท้ายนี้......ตอนท้ายพระสูตร ทรงบอกพระภิกษุสงฆ์ให้ทราบว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตและพระอรหันต์พุทธสาวกทั้งหลายในอดีต ก็เสด็จและมาชุมนุมด้วย จงดู จงนมัสการ......







โดย: พุทธญาณbuddhayan5000@yahoo.com IP: 202.47.238.158 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:8:45:39 น.  

 
พระอรหันค์กับพระนิพพาน
พระอรหันต์-นิพพาน

พระอรหันต์เมื่อเข้าสู่นิพพานแล้ว กลับมาสู่โลกมนุษย์อีกได้หรือไม่ ร่างหรือจิตวิญญาณลงมาสั่งสอนเทพ พรหม มนุษย์ได้หรือไม่ เพราะเหตุใดครับ?


From: อุดม บางขุนเทียน [15 Jul 2004 18:45] Viewer [130] Answer[1] delete




Response no.1 From: ธรรมญาณ
19 Jul 2004 21:50 #605362 delete

ท่านกลับได้ครับ เพราะพระอรหันต์มี2อย่าง คือ
1.อรหันต์(ออระหัน)....หันไปหันกลับ สายพุทธภูมิ
2.อรหันต์(อะระหัน)....หันไปไม่หันกลับ สายสาวกภูมิ
แบบหลวงปู่มั่น หลวงพ่อฤาษีฯเดิมท่านอยู่สายพุทธภูมิแล้วท่านขอลาภายหลัง แต่เมื่อมีกรรมพัวพัน เช่นเป็นลูก เป็นหลาน เป็นศิษย์อาจารย์กันมาก็ต้องลงมาสอน คือมาทางจิต เพราะจิตยังอยู่ เหมือนโทรศัพท์ติดต่อกันได้ ขอให้รู้โค้ด รู้เบอร์ส่วนตัวก็ติดต่อกันได้ แบบจิตสู่จิต สำหรับร่างกายเนื้อปรากฏยาก ที่ปรากฏมักเป็นนิรมานกาย คือกายที่เนรมิตขึ้นมา ไม่ใช่กายจริง เพราะท่านละลายกายทิพย์ไปแล้ว เป็นความว่างไปแล้ว(สุญญตา) คือสูญแต่มีตาอยู่ จิตคือตาครับ........




โดย: ธรรมญาณdhammayan@gmail.com IP: 202.47.238.189 วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:10:32:52 น.  

 

นิพพานกับอารมณ์พระนิพพาน.........

กรรมฐานในอนุสสติ10ข้อที่ว่า นึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์นั้น มีลักษณะอย่างไรในภาคปฏิบัติและผู้ที่สามารถไนพพานได้ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยการนั่งหลับตาไปเที่ยวนิพพานนั้น เมื่อเวลาที่เขาใกล้จะตาย เขาจะสามารถไปนิพพานได้หรือไม่?เพราะเหตุใด?

ผู้ตั้งกระทู้ ปภัสสรา ประยุทธเสนีย์ ( prapassra@msn.com ) ::วันที่ 29-03-2005 07:18:48

ความเห็นที่ 1 (81680)

นิพพาน เป็นแดนสำหรับผู้ที่ปราศจากกิเลสและการปรุงแต่งทั้งปวง และทรงอารมณ์นั้นทุกสภาพจิต ด้วยการมีสติตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลานอน เมื่อเข้านิพพานแล้ว จะไม่กลับมาสู่วัฐสงสารภูมิอีก การนั่งหลับตาไปเที่ยวนิพพานนั้น ตามความเห็นของผม เป็นนิมิตลวง เรื่องนี้เคยมีผู้พิสูจน์แล้ว และพบว่าเป็นนิมิตรลวงทั้งสิ้น




ผู้แสดงความคิดเห็น ฐานนท์ ปัญโญ ( ) วันที่ 29-03-2005 08:37:39

ความเห็นที่ 2 (86455)

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย : อันนี้เป็นคำถามเรื่องพระนิพพาน แต่ขอออกตัวว่า อาตมายังไม่ถึงนิพพาน แต่จะขอตอบไปด้วยความเข้าใจ "นิพพานะ" แปลว่าดับ ในเมื่อใครบริกรรมภาวนาก็ดี หรือพิจารณาอะไรก็ดี "ในเมื่อจิตสงบนิ่งลงเป็นอัปปนาสมาธิ จนกระทั่งตัวหายไปหมด ความรู้สึกว่ามีกาย ก็ไม่มี โดยที่สุดความรู้สึกว่า โลกคือแผ่นดินนี้ก็ไม่มี ยังเหลืออยู่ตั้งแต่สภาวะจิตรู้อันเดียวเท่านั้น อันนี้เป็นลักษณะแห่งความดับชั่วขณะหนึ่ง หรือเรียกว่า จิตสัมผัสถึงพระนิพพานชั่วขณะหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าสภาวะจิตของผู้นั้น มีความบริสุทธิ์สะอาดเหมือนๆกับในขณะที่อยู่ในลักษณะนั้นตลอดไป ผู้นั้นก็ได้ชื่อว่า มีจิตบรรลุถึงนิพพาน แต่ถ้ายังไม่เป็นนิพพานจริง เป็นนิพพานชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถอนออกมาแล้ว ก็ยังเป็นปุถุชนธรรมดา เป็นอาการของจิตสัมผัสถึงนิพพานชั่วขณะหนึ่ง".......

ลักษณะที่ปรากฏการณ์นั้น คือ "จิตนิ่ง ว่าง สว่าง" ไม่มีความสำคัญมั่นหมาย แม้ในรูป เสียงอะไรต่างๆ ความสำคัญว่าจิตก็ไม่มี ความสำคัญว่า จิตมีก็ไม่มี ความสำคัญว่า แสงสีมีอยู่ ก็ไม่มี มีแต่สภาวะรู้อยู่ในจิตที่แจ่มใส โดยไม่เกี่ยวพันถึงเรื่องอะไรทั้งสิ้น โลกทั้งโลกหายไปหมด บรรยากาศทุกสิ่งหายไปหมด ยังเหลือแต่จิตรู้อยู่เพียงดวงเดียวเท่านั้น "อันนี้เรียกว่า จิตสัมผัสถึงนิพพานเป็นบางขณะ แต่มิใช่นิพพานแท้ ถ้าหากเป็นนิพพานแท้แล้วละก็ สภาวะจิตของผู้นั้นจะไม่กลับมาพัวพันกับโลก ในฐานะที่มีกิเลสอีก"........





โดย: พุทธญาณbuddhayan5000@yahoo.com IP: 202.47.238.194 วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:16:20:05 น.  

 

ชิมรสพระนิพพาน

หากต้องการชิมรสพระนิพพาน ต้องทำอย่างไร?

ผู้ตั้งกระทู้ อดีตเสนาบดีมหาดไทย ( ) ::วันที่ 14-09-2005 07:07:36

ความเห็นที่ 1 (226272)

ต้องการชิมรสสิ่งที่ว่างจากเครื่องร้อยรัด- ก็ต้องชิม"ความว่าง"ให้ได้ว่า ความว่าง มีรสอะไร?......

ในความว่าง-มีรสอันบริสุทธิ์ ไม่มีเปรี้ยว-หวาน-มัน-เค็ม-เผ็ด-และขม รสแห่งความว่าง เป็นสุขอย่างยิ่ง ไม่หิว-ไม่อิ่ม แต่สบายไปร้อยแปดพันเก้า......รสแห่งความว่าง ที่บรมสุข หาทุกข์สักนิดไม่เจอ เพราะไม่มี"อัตตา"ให้ทุกข์ ไม่มี"อนัตตา"(ใจ) เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ มี"สูญญตา"เป็นทางดับทุกข์ ต้องใช้"จิต-ตัวรู้" ชิมรสแห่งความว่าง คือ จิต ที่ไม่วุ่นวาย สงบ สะอาด สว่าง และ สันติ........





โดย: ธรรมญาณdhammayan@thai.com IP: 202.47.238.194 วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:16:55:49 น.  

 


“พระพุทธเจ้า พระองค์ไม่ได้เข้าสู่นิพพานในฌานสมาบัติอะไรที่ไหนหรอก เมื่อพระองค์ออกจากจตุตถฌานแล้ว จิตขันธ์หรือนามขันธ์ก็ดับพร้อมไม่มีอะไรหลงเหลือ นั่นคือพระองค์ทรงดับเวทนาขันธ์ในภาวะจิตตื่น หรือวิถีจิตอันปกติของมนุษย์ครบพร้อมทั้งสติและสัมปชัญญะ ไม่ถูกภาวะอื่นใดมาครอบงำอำพรางให้หลงใหลใดๆทั้งสิ้น เป็นภาวะแห่งตนเองอย่างบริบูรณ์ ภาวะอันนั้นจะเรียกว่า มหาสุญญตา หรือจักรวาลเดิม หรือเรียกว่าพระนิพพาน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เราปฏิบัติมาก็เพื่อเข้าถึงภาวะอันนั้นเอง”
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล


ang.com/emo/emo15.gif>


โดย: บัวบาน บางเขนbuaban-bangkhen@hotmail.com IP: 202.47.238.222 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:18:03:39 น.  

 
ปุจฉา-แดนพระนิพพานมีอยู่ หรือดับสูญไป ขอบารมีหลวงปู่โปรดตอบด้วย.......
(หลวงปู่บุดดา ถาวโร)วิสัชนา-ก็มีอยู่แล้ว เราฟังธรรมจักรกันน่ะ ฟังกันทุกปีทุกปี สมัยธรรมจักรน่ะ บอกน่ะเป็นพระสูตรน่ะ ธรรมจักรน่ะ ตั้งแต่ปฐมเทศนา ตลอดถึงปัจฉิมโอวาท ถ้าไม่สิ้นอาสวะ มันไปนิพพานไม่ได้ มันเป็นนิโรโธ นิพพานังไม่ได้ มันต้องตัดสมุทัยสัจ ทุกขสัจ มรรคสัจ หมดแล้ว ตัดภพทั้งสามหมดแล้ว ตัดอาสวะหมดแล้ว กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ ไม่เหลือ อวิชชาสวะไม่เหลือ อุปาทานไม่เหลือ สังโยชน์10ไม่เหลือ หมด หมดอาสวะจริงๆ นั่นละหมดเกิดแก่เจ็บตายแล้ว พ้นเกิดแก่เจ็บตายแล้ว พ้นทุกข์.....พ้นทุกข์-มันก็พ้นเกิด พ้นตายนั่นเอง ถ้าจิตเรายังไปพ้วพันกับความเกิด ความตายอยู่ เป็นขณะจิตอยู่มันก็ยังพ้นไม่ได้ มันต้องพ้นเสียเลย พระพุทธเจ้าพ้นเสียเลย พระอรหันต์พ้นเสียเลยน่ะ ปัจเจกพุทธเจ้าพ้นเสียเลย อุบาสก อุบาสิกาดีๆ ท่านไม่ค้างอยู่หรอก ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ท่านไปได้ทุกวัน แต่เราไม่เห็นท่าน ว่าท่านไป เวลาท่านไปจากเราน่ะ ท่านไม่เอาป้ายผูกคอให้เราเห็น......


โดย: พุทธญาณbuddhayan@yahoo.co.uk (AmataMahaNippan ) วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:18:57:07 น.  

 


**นิพพาน-จุดหมายปลายทางของชีวิต**

พุทธทาส-พระนิพพาน ไม่ใช่เป็นจิต ไม่ใช่เจตสิกหรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิต โดยอาศัยจิตนั้น ........

ไม่ใช่มีรูปร่าง เป็นก้อนเป็นตัว อันเป็นประเภทรูปธรรม....
ไม่ใช่บ้านเมือง ไม่ใช่ดวงดาว หรือดวงโลก โลกใดโลกหนึ่ง......

และยิ่งกว่านั้น พระนิพพาน-ไม่ใช่สิ่งที่มีความเกิดขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่มีความดับลงไป หรือทั้งเกิดและดับสลับกันไปในตัว.......

แต่พระนิพพาน-เป็นสภาวะแห่งธรรมชาติชนิดหนึ่ง และเป็นสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ไม่ต้องตั้งต้นการมีของตนขึ้นเหมือนสิ่งอื่น แต่ก็มีอยู่ได้ตลอดไป และไม่รู้จักดับสูญ เพราะไม่มีเวลาดับ หรือแม้แต่แปรปรวน....


โดย: บัวบาน บางเขนbuaban-bangkhen@hotmail.com IP: 202.47.238.251 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:43:21 น.  

 
Nibbana means Nothing in this world can hurt your purity spirit.
Nibbana is free fom all kiles Sungyoch 10, free from suffering, free from recycle of life.
Nibbana is wonderful, beautiful magic land with super happiness forever and ever.
Nibbana is everywhere in this world if you have beautiful, clear, clean spirti with Lord Buddha, Dhamma And Ariya Sanka in your mind.


โดย: Nothingness IP: 68.73.118.36 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:57:52 น.  

 
กปดกหด


โดย: หกดหกด IP: 125.25.48.174 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:22:48:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

AmataMahaNippan
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อภิมหาอมตะนิพพาน เหนือวิมานพรหมสวรรค์ ณ ชั้นไหน ?
บรมสุขแห่งนิพพานเบิกบานใจ ไม่เหมือนใครไหนเลยที่เคยมี....

บัวบาน บางเขน
Buaban_Bangkhen@hotmail.com
New Comments
Friends' blogs
[Add AmataMahaNippan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.