มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
24 มีนาคม 2553
การปฏิบัติธรรม
>แนะนำ...การปฏิบัติธรรมเรามักจะพบว่าเมื่อเราไปปฏิบัติธรรม   แล้วมีความสุข  ความปิติ  เมื่อมีความทุกข์  ความเศร้าเราจึงหาโอกาสไปปฏิบัติธรรม   หรือไปพักผ่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงความรู้สึก  

 


แต่เรามักจะไม่ค่อยได้สังเกตุอารมณ์ของตนเองว่า   ความสงบ  ปิติ  นั้นมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเรา เหมือนเราเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่สงบ    ถ้ามีความรู้สึกเกิดขึ้น ให้ปล่อยอารมณ์เคลิ้มไปกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยมันคือมิติทางความรู้สึกจากภายในที่เรามักมองข้ามไปให้สังเกตุว่าจิตที่ละเอียดอ่อนส่งผลให้เกิดเป็นความสุขเกิดขึ้นและจิตหยาบก่อให้เกิดเป็นทุกข์มันจะเป็นความรู้เกิดขึ้นจากการสังเกตุตนเอง ..

 


พึงทราบว่า การปฏิบัติธรรมมี....เบื้องต้น....ท่ามกลาง.....และบั้นปลาย

 


Smileyในเบื้องต้น.........เราต้องหัดมีจิตใจที่ละเอียดอ่อน คือความอิ่มเอิบ ปิติ ที่ได้จากการทำบุญหรือที่ได้จากSmileyการฟังธรรม หรือSmileyอ่านหนังสือธรรมะ การพยายามSmileyทำจิตใจให้สวยงามอยู่เสมอ Smiley การมีธรรมะอยู่ในใจมีศีลสังวรณ์,ไม่เบียดเบียน,ไม่อาฆาตมาดร้าย,ไม่พยาบาทโดยพิจารณาให้มันปรากฎขึ้นในความรู้สึกอยู่เสมอเราจึงจะสัมผัสกับโลกอีกโลกหนึ่งจากภายในได้.


Smileyในท่ามกลาง........คือมีศรัทธามากขึ้น ก็ต้องลงมือละกิเลสกันเลย จากหยาบไปละเอียด คือการไม่เสพอารมณ์ต่างๆเริ่มตั้งแต่การไม่เสพสุขจากรสอาหาร(อาจจะเริ่มจากลองทำดูและลองทำบ่อยๆ(ถ้าเรามีอาการเครียดจากการงานมันช่วยคลายเครียดได้ด้วยเพราะมันเป็นการคลายตัวจากการยึดมั่นนั่นเอง  ซึ่งมันจะเกิดเป็นพื้นฐานให้เราคลายการยึดมั่นสิ่งต่างๆได้การยึดมั่นเป็นสัญชาตญาณทางธรรมชาติของกายต้องใช้ความเพียรในการละคลาย)แต่ในท่ามกลางนี้จะทำได้แต่เพียงให้มันเบาบางหรือจางลง เมื่อการยึดมั่นคลายตัวเราจึงจะเริ่มเห็นผลจากการปฏิบัติ...คือเห็นการยึดมั่นทำให้ความรู้สึกตกอยู่ในวังวนของความทุกข์.....แต่ก็ยังมีการยึดมั่นในระดับละเอียดเราจึงยังมีความทุกข์อยู่


Smileyในบั้นปลาย.......ต้องใช้ความเด็ดขาดมากขึ้นการปฏิบัติธรรมจะรู้สึกว่าดูเหมือนมันมีความทุกข์มากขึ้นเพราะเห็นความจริงมากขึ้นและเราจะพบว่าการยึดมั่นในความเป็นตัวตนอยู่นั่นเองคือต้นเหตุ  จึง ต้องละวางความรู้สึกที่เป็นตัวตนกันเลยที่เดียวเพราะความรู้สึกที่เป็นตัวตนนั่นเองคือการยึดมั่นที่เกิดอยู่...จึงทำให้มีทุกข์อยู่ ละวางความรู้สึกที่เป็นตัวตนคือการละวางการยึดมั่นนั่นเอง(หยุดการทำงานของทวารทั้งหกลงคือหยุดการทำงานของกายนั่นเอง) ...จึงเห็นแต่การปรุงแต่งกันอยู่ของขันธ์ห้าเท่านั้น...ที่ทำงานตามธรรมชาติของมันอยู่....เท่านั้นเอง ...Smiley


Smileyความรู้สึกยึดมั่นในตัวตนจึงไม่เกิดขึ้นจึงออกไปจากวังวนแห่งความทุกข์ได้...จึงเกิดความรู้  เป็นเหตุผล  เข้าใจเหตุของทุกข์ และเข้าใจวิธีดับทุกข์  มันจึงมีความเป็นเหตุผลเกิดขึ้น...การปฏิบัติกับทฤษฎีเกิดขึ้นได้สอดคล้องกัน เพราะแท้จริงตัวเรามีความเป็นธรรมชาตินั่นเอง การใช้เหตุผลที่เป็นเหตุผลเชิงตรรกะมันจึงไม่เข้าใจ ผลจะเกิดขึ้นได้จึงต้องหยุดการทำงานของมันเท่านั้น คือการแก้ไขการทำงานของมันไม่ให้ทำงานได้อย่างที่เคยเป็นอยู่Smiley
                                                      







         Smileyมีอธิบายจากประสบการณ์ของผู้เขียนในหนังสือ...."ทางวิเวก".(างหลุดพ้นจากวังวนของความทุกข์ทั้งมวล)


                   
SmileySmileySmileySmileySmiley





 


Smiley.........คราวไปบวชที่วัดป่า ต้องพิจารณาธรรมอยู่เสมอ ว่าเรามาทำอะไรที่นี่,
เราจะอยู่ในSmileyวันนี้...Smileyพรุ่งนี้...และ..Smileyต่อๆไป..เพื่ออะไร ในที่สุดต้องทำใจให้เกิดธรรมะอยู่
เสมอ


ทำใจให้อบอุ่น..Smileyมีธรรมะ..เราจึงพบว่า...จุดหมายของชีวิต....คืออะไร  ธรรมะทำให้จิตไม่เศร้าหมองนั่นเอง


(ที่สุดคือการไม่เสพรสของโลกออกไปจากการยึดมั่นในตัวตนคือการออกไป


จากเปลือกไข่แห่งตัวตน  คือการยึดมั่นที่เกิดอยู่  เราจึงจะพบว่าการปฏิบัติธรรมคือการแก้ไขความ


เป็นสัญชาตญาณทางธรรมชาติของตนนั่นเองการไม่รู้สาเหตุทำให้เราไม่เข้าใจตนเอง)








Free TextEditor



Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 5:41:22 น.
Counter : 548 Pageviews.

15 comments
  
การปฏิบัติไม่ต้องมีอะไรมากค่ะ แค่รักษาศีลให้บริสุทธิ์และทำอาณาปานสติก็พอแล้วค่ะ รอจนได้ปัญญาธรรมแล้วจะรู้อะไรมากขึ้นอีกเยอะค่ะ
โดย: Chulapinan วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:11:28:10 น.
  
แวะมาทักทายค่ะ ขอให้ จขบ. มีความสุขมากๆ นะคะ
โดย: Elbereth วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:16:17:11 น.
  


Comment Glitter Hi5 Click Now!

Comments for Hi5, Myspace Hi5 .. คอมเม้นต์hi5 ..


สวัสดีค่ะคุณไพรสณฑ์ ขอโทษที่หายหน้าหายตาไปเสียหลายวัน เพิ่งจะว่างวันนี้ เลยรีบแวะมาทักทาย คุณไพรสณฑ์สบายดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:23:12:06 น.
  



สบายดีครับ ต้องขอโทษที่ comments เดิมหายไปกับบล็อคที่ถูกลบ

โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.10.234 วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:5:29:12 น.
  
ขออนุโมทนากับคุณไพรสณฑ์ สำหรับหนังสือทางวิเวกด้วยครับ สมัยนี้หาหนังสือธรรมะร่วมสมัยที่อ่านแลัวยังสามารถสัมผัสได้ถึงธรรมของพระพทุทธองค์ได้น้อยเต็มที
ส่วนมากเป็นแต่เพียงความคิดนึกส่วนบุคคลเสียมาก ซึ่งตรงกับพุทธพจน์บ้าง ไม่ตรงบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น การปฏิบัติธรรมเพื่อการดับทุกข์นั้น
พระพุทธองค์ตรัสเรื่องมรรค์มีองค์แปดไว้ชัดเจนดีแล้ว เป็นการสรุปที่ครบถ้วนที่สุดแล้ว
การมาสรุปต่อเหลือแค่รักษาศิลและเจริญอานาปานสติเพียงเท่านี้อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ครับ
โดย: Tunva IP: 58.136.1.198 วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:9:12:14 น.
  
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ที่ได้มีโอกาสไปบวช มีบุญจังเลย

Anis เองบวช "ชีพรามห์" ตอนอายุ 13 พร้อมๆกับพี่สาว(ตอนคุณแม่เสีย) จากนั้นก็บวชเป็น "แม่ขาว" ตามโอกาสจะให้ เคยถามตัวเองว่า ให้ละทิ้งทุกอย่าง แล้วไปบวชตลอดชีพจะทำได้ไหม? มันคงสงบและมีความสุขดี

ขอถามหน่อยค่ะ แล้วทำไมคุณถึงสึกละค่ะ???
โดย: The Anis (The Anis ) วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:18:29:13 น.
  


เพราะไม่ได้ตั้งใจว่าจะบวชตลอดนั่นเอง เพราะตนเองมีครอบครัวอยู่ และความจริงการปฏิบัติธรรมอยู่ที่ใจการบวชเป็นเพียงรูปแบบเท่านั้น

เมื่อเห็นผลทางการปฏิบัติ เรื่องนี้มีความเป็นศาสตร์ และผมตั้งใจจะอธิบายเรื่องนี้ในความเป็นศาสตร์ คือมันเป็นการแก้ไขความเป็นธรรมชาติของตัวเองนั่นเอง คือเรามีสัญชาตญาณในการยึดมั่น เราต้องแก้ที่การยึดมั่นนี้ แต่มีรายละเอียดมากพอสมควร จึงเขียนเป็นหนังสือขึ้นมา

ความจริงพระพุทธเจ้าก็อธิบายความจริงทางธรรมชาติไว้ในอภิธรรม แต่เรามักไม่เข้าใจการอธิบายนั้นแต่ผมเห็นว่าถ้าใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา และฟิสิกส์มาช่วยอธิบายจะทำให้เข้าใจลักษณะทางธรรมชาตินั้นได้ ซึ่งในสมัยของพระพุทธเจ้าอาจจะไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากพอ ท่านจึงอธิบายตามแบบที่ท่านเข้าใจเมื่อเทียบเคียงกันแล้วจึงเห็นว่าท่านอธิบายความจริงในทางธรรมชาติของจักรวาล และอธิบายความจริงทางธรรมชาติในตัวมนุษย์ว่าทำงานอยู่อย่างใดจึงเป็นที่มาของการคลายจากการยึดมั่น....เพราะมันเป็นการทำงานอยู่ของธาตุทั้งสี่เท่านั้น ไม่มีความเป้นตัวตนที่แท้จริงจึงทำให้มีความเป็นศาสตร์ที่จะรู้ความจริงของตัวเราเกิดขึ้น






โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.27.44.168 วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:6:30:18 น.
  



สุขสันต์วันสงกรานต์
ขอให้สุขภาพดี และมีความสุขมากๆค่ะ





หากพอใจกับสิ่งที่มี และวางฝันตามกำลังที่ทำได้
ความสุขจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:22:34:30 น.
  


ขอบคุณ ป้าร่มไม้เย็นมากครับ ภาพสวยมาก
ความจริงสงกรานต์น่าจะมีบรรยากาศเย็นๆ
แต่บ้านเมืองดูมีแต่ความร้อนเร่า
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.236.122 วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:8:54:56 น.
  

ขอให้ชีวิตสดใส เย็นฉ่ำเหมือนน้ำที่ อยู่ในขันใบนี้นะคะ เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์

แวะมารดน้ำสงกรานต์คุณไพรสณฑ์ค่ะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:11:35:15 น.
  



ขอบคุณ อ.เกศฯ น้ำดอกมะลิหอมจังเลยครับ

...........................................................

ขอให้ อ.เกศ มีชีวิตที่เย็นฉ่ำเหมือนน้ำดอกมะลิเช่นเดียวกันครับ
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.10.1 วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:7:20:09 น.
  



เข้าไปดูมาแล้วครับ
ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเป็นสาวประเภทสอง
โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.27.73 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:10:57:56 น.
  
แจกสกินhi5/คอมเม้นน่ารักๆส่งต่อให้เพื่อนคลิกเลยจ้า

การปฏิบัติธรรมคือการชำระล้างจิตใจให้ผ่องแผ้วหรือเปล่าคะคุณไพรสณฑ์ ดิฉันไม่มีเวลากับการนั่งปฏิบัติธรรมเลยค่ะ แต่ทุกวันนี้ ก็พยายามทำตนเองให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมค่ะ มีอะไรพอแนะนำไหมคะคุณไพรสณฑ์ ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทายกัน
โดย: เกศสุริยง วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:9:48:36 น.
  


การมีชีวิตอยู่อย่างไม่เบียดเบียน ไม่อาฆาต ไม่พยาบาท ย่อมอยู่เป็นสุข ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ คือพิจารณาแนวทางให้ปรากฎในใจอยู่เสมอ


ซึ่งมันก็คือมรรค8ประการนั่นเอง ทำสิ่งต่างๆให้อยู่ในทางที่ถูกต้องเหมาะสม ก็จะส่งผลให้เราอยู่เป็นสุข

โดย: ไพรสณฑ์ (ไพรสณฑ์ ) วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:10:07:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ไพรสณฑ์
Location :
อำนาจเจริญ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



การปฏิบัติธรรม...
คือการมีสติรู้ความจริงของชีวิต

ชีวิตคือความเป็นธรรมชาตินั่นเอง
การมองชีวิตในมุมกลับจึงเห็นความจริงว่ามันคือการเกิด-ดับของความเป็นธรรมชาตินั่นเองที่เป็นอยู่คือการยึดมั่น...

...การเห็นความจริงนี้จึงเป็นการเห็น"สัจจะธรรม"จึงพบคำตอบเกิดขึ้นว่าพวกเรามาทำธุระอะไรกันอยู่บนโลกใบนี้. แท้จริงมันคือการเกิด-ดับของความเป็นธรรมชาติเท่านั้น...คือความจริงที่จะต้องทำความเข้าใจ เพราะการเข้าใจว่าเป็น "ตัวเรา"มันเป็นการหลงอยู่ในการปรุงแต่งของความเป็นธรรมชาติเท่านั้น.


...การเข้าใจมันตามจริง.... จึงเห็นความเป็นเหตุผลเกิดขึ้น..."ตัวเรา"เป็นเพียงการสมมุติของธรรมชาติเท่านั้น จึง เกิดความวิเวก วังเวง เพราะมันเป็นความจริงนั่นเอง
New Comments