มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
หนังสือ"ทางวิเวก"....

หนังสือ"ทางวิเวก"....

Smiley.....Smileyเรื่องราวของชีวิตเป็นสิ่งที่เราควรจะเข้าใจ  จากการมุ่งมั่นแสวงหา

จึงพบว่าแท้จริงชึวิตของเราคือความเป็นธรรมชาตินั่นเอง






การพิจารณาเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา

จึงเห็นว่า ความเป็น "ตัวเรา"เกิดจากการทำงานของธรรมชาตินั่นเอง



คือเป็นการทำงานของจิตกับกาย(ขันธ์ห้า)มีพลังงานกับมวลสารทำงานร่วมกันเกิดเป็นอารมณ์,เป็นความรู้สึกของเราอยู่,การมองชีวิตในอีกมุมมองหนึ่งจึงเห็นความเป็น "นามธรรม"ของสิ่งที่เรียกว่า"ตัวเรา" จึงเป็นความรู้ในอีกระดับหนึ่งที่เราควรจะเรียนรู้ให้เข้าใจ  ไม่เช่นนั้นเราก็จะเหมือนงมงายอยู่ในความเป็นธรรมชาติเท่านั้น



การที่เราไม่เข้าใจตัวเองเพราะมีการยึดมั่นเกิดอยู่  การพิจารณาในสภาวะที่


จิตสงบนิ่งมีความละเอียดอ่อนจึงเกิดการเห็นความจริงนี้ 

Smiley Smiley Smileyการที่มันสัมผัสขึ้นที่ความรู้สึกจึงเกิดเป็นความเข้าใจได้ ......Smiley



Smileyจึงเห็นว่าการปรุงแต่งของจิตทำให้เราไม่เข้าใจตนเอง  จึงหลงวนอยู่ในความรู้สึกที่ปรุงแต่งอยู่...จึงเป็นสิ่งที่ต้องการจะนำมาเสนอ.Smiley

SmileySmileySmiley...แท้จริงพระพุทธเจ้าได้อธิบายไว้อย่างละเอียดแล้ว ใน  "อภิธรรม"

 ว่ากายของเราทำงานอย่างไร คือมันเป็นการทำงานของรูปกับจิต

จึงเกิดเป็นเจตสิกต่างๆ    การไม่เข้าใจทำให้เราจับประเด็นของเรื่องไม่ถูก  ถ้าเข้าใจเราจะเห็นความเป็นรูปแบบทางธรรมชาติของตัวเรา  เราจะไม่สงสัยว่าการเกิดเป็นความรู้สึกต่างๆของเรามันเกิดอย่างไร  การเข้าใจจึงจะไม่เกิดเป็นทุกข์  เพราะแท้จริงเราหลงการปรุงแต่งของมันอยู่เท่านั้น.....


...ซึ่งผมได้อธิบายโยงให้เห็นในความเป็นศาสตร์ธรรมชาติคือความเป็นธรรมชาติในความเป็นตัวเรา   ไว้ในหนังสือและอธิบายวิธีการแก้ไขในรายละเอียดที่ไม่สามารถนำมาเสนอในที่นี้ทั้งหมดได้.....Smiley






SmileySmileySmiley........"ทางวิเวก" .


(ทางหลุดพ้นจากวังวนของความทุกข์ทั้งมวล)


Smiley
หนังสือ ขนาด432หน้า

มีไฟล์แจกฟรี   ส่งทางอีเมล์   โดยแจ้งทางอีเมลนี้


.........
praisin2493@gmail.com

และแจกฟรี...ไฟล์     ทางวิเวก ภาค3 :  "ตัวเรา"ในมุมมองของ"ธรรมชาติ"    (ไฟล์อ่าน,จะเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง  ที่บันทึกเรื่องนี้ให้ปรากฏแก่สังคม  ขยายรายละเอียดจากภาค1-2เพื่อให้เกิดความชัดเจน   แต่มีไฟล์แจกฟรี   ส่งทางอีเมล์)

(กรุณาก๊อปส่งทางอีเมล)


หนังสือลำดับต่อไป   ทางวิเวกฯภาค 3  :  "ตัวเรา"ในมุมมองของ "ธรรมชาติ"

การปฏิบัติจบลงที่  อาการจิตแยกจากกาย  จึงเกิดเป็นความว่าง (หยุดปรุงแต่ง).....ความว่างคืออาการที่จิตและกายหยุดการยึดมั่นต่อกัน (จิตหรือความรู้สึกหลุดจากการยึดมั่น) เมื่อการยึดมั่นหยุดลง  การปรุงแต่งทั้งหมดก็หยุดลงมันจึงเป็นการทำงานของธรรมชาติเกิดอยู่  มันจึงจบภาระทางความรู้สึกได้  แนะนำการปฏิบัติ  เพื่อการแยกจิตและกายคือการหยุดปรุงแต่งความรุ้สึก  เราจึงรู้สึกว่ามันเ็ป็นเีีพียงธรรมชาติของมันอยู่เท่านั้น ซึ่งโดยสรุปคือเป็นแนวทางแก้ไขความเป็นธรรมชาติของตนเองนั่นเองไม่เกิดการแปรปรวน.

อาการจิตหลุดคือจิตแยกจากกายจึงเกิดเป็นความว่างจึงเห็นการทำงานทางธรรมชาติของตนเองได้คือการเกิดเป็นความรู้สึก..........ความรู้สึกที่เกิดเป็นตัวเราและเกิดอาการต่างๆคืออาการยึดมั่นนั่นเอง การก่อตัวทางความรู้สึก มันเป็นการทำงานทางธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิต   (เป็นความลับของสิ่งที่มีชีวิตที่เราไม่เข้าใจจึงหลงวนอยู่เพราะเราคิดแต่ว่ามันเป็น "ตัวเรา"  แท้จริงมันเป็นการทำงานของธรรมชาติคือพลังงาน)

และแจกไฟล์หนังสือ...

"ดวงดาว,มนุษย์ และเหตุการณ์ทางสังคม"

อธิบายเรื่อง "โหราศาสตร์" ในความเป็นธรรมชาติ คือการรวมกลุ่มของธาตุทั้งสี่หรือพลังงาน จึงเกิดเป็น "สิ่งที่มีชีวิต"และแปปรวนไปตามพลังงานต้นแบบคือดวงดาว จึงเกิดเป็นวิถีชีวิต รูปแบบโครงสร้างพลังงานในตัวมนุษย์จึงสามารถบอกลักษณะวิถีชีวิตได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้และเราสามารถแก้ไขการทำงานของมันได้ โดยการไม่รับพลังงานของมัน คือหยุดการทำงานของตัวเรานั่นเอง....





Create Date : 21 มีนาคม 2553
Last Update : 23 มกราคม 2558 7:40:10 น.
Counter : 1100 Pageviews.

3 comments
  
ผมนั่งสมาธิอยู่ และสงบจิตอยู่ในสถานะ สมถะ ได้
ได้ฟังและอ่านจากหลายท่าน หลายแห่งว่า ให้พิจารณากาย
ก็เป็นสิ่งที่ผมควรปฏิบัติในขั้นต่อไป
ไม่ทราบว่า การพิจารณากาย หมายถึงให้ใช้จิต พิจารณาอย่างไร ให้เพ่งมุ่งไปที่จุดนั้นหรือ เช่นเส้นผม เล็บ ลมหายใจ อะไรเหล่านี้เป็นต้น

pisitlek@hotmail.com
โดย: พิศิษฏ์ IP: 124.121.240.168 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:11:10:52 น.
  


....การพิจารณากายควรพิจารณาให้เห็นการยึดมั่นในกายทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็น "ตัวเรา"เกิดขึ้น การพิจารณาแยกมันออกเราจะเห็นว่าเรามีแต่เลือด เนื้อ หนัง กระดูกฯรวมกันอยู่เท่านั้น จึงเกิดเป็นตัวเราขึ้นมา .

แท้จริงคือจิตเข้าไปยึดมั่นในกาย มันเกิดการปรุงแต่งกันอยู่ การพิจารณาแยกมันอยู่เสมอเราจะเห็นอาการยึดมั่นเราจึงต้องละวางความรู้สึกที่เป็นตัวเรานั้น

.....จะให้เข้าใจง่าย จับประเด็นได้ถูกก็คือละวางความรู้สึกที่เป็น "อัตตา"นั่นเอง พิจารณาอยู่เสมอเราจะเห็นว่ามันเกิดจากการยึดมั่นในกาย,ในจิต,ในความรู้สึกของตัวเองอยู่เท่านั้น.


โดย: ไพรสณฑ์ IP: 125.25.241.157 วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:4:43:47 น.
  
ขออนุโมทนาบุญด้วยคะกับหนังสือธรรมะ
โดย: ศิริมา พิจิตรนิเวศน์ IP: 110.168.164.47 วันที่: 15 มิถุนายน 2555 เวลา:18:21:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ไพรสณฑ์
Location :
อำนาจเจริญ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



การปฏิบัติธรรม...
คือการมีสติรู้ความจริงของชีวิต

ชีวิตคือความเป็นธรรมชาตินั่นเอง
การมองชีวิตในมุมกลับจึงเห็นความจริงว่ามันคือการเกิด-ดับของความเป็นธรรมชาตินั่นเองที่เป็นอยู่คือการยึดมั่น...

...การเห็นความจริงนี้จึงเป็นการเห็น"สัจจะธรรม"จึงพบคำตอบเกิดขึ้นว่าพวกเรามาทำธุระอะไรกันอยู่บนโลกใบนี้. แท้จริงมันคือการเกิด-ดับของความเป็นธรรมชาติเท่านั้น...คือความจริงที่จะต้องทำความเข้าใจ เพราะการเข้าใจว่าเป็น "ตัวเรา"มันเป็นการหลงอยู่ในการปรุงแต่งของความเป็นธรรมชาติเท่านั้น.


...การเข้าใจมันตามจริง.... จึงเห็นความเป็นเหตุผลเกิดขึ้น..."ตัวเรา"เป็นเพียงการสมมุติของธรรมชาติเท่านั้น จึง เกิดความวิเวก วังเวง เพราะมันเป็นความจริงนั่นเอง
New Comments