No puedo vivir sin ti ระหว่างเรา




No puedo vivir sin ti
ระหว่างเรา

พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 15 สิงหาคม 2553


*หนังเรื่องนี้มีชื่อเป็นสำนวนภาษาสเปน มีความหมายประมาณว่า “อยู่ไม่ได้หากขาดเธอ” เมื่อไปฉายยังประเทศต่างๆ จึงถูกตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ว่า Cannot Live Without You บ้าง Not Without You บ้าง อันที่จริงนี่คือหนังสัญชาติไต้หวันซึ่งเล่าเรื่องราวของตัวละครชาวฮากกาหรือชาวแคะ

และแม้ความหมายของชื่อหนังติดจะเชยๆ ออกแนวรักใคร่โหยหา แต่เนื้อหาหลักนั้นว่าด้วยความรัก-ความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกสาวตัวน้อยท่ามกลางวิบากกรรมซึ่งเกินกำลังพวกเขาจะรับมือไหว

เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อชายคนหนึ่งอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กๆ โหนตัวออกไปนอกสะพานลอยหมายกระโดดลงไป เจ้าหน้าที่ นักข่าว และผู้คนมากมายอยู่รายล้อมทั่วบริเวณดูวุ่นวายโกลาหล ขณะที่ชาวบ้านที่ได้ดูข่าวทางโทรทัศน์ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดาไปว่าชายคนดังกล่าวจะกล้ากระโดดหรือไม่

สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่เมืองเกาซุง ชายชื่อ ซง ทำงานสารพัดบริเวณท่าเรือในฐานะคนงานผิดกฎหมาย ทั้งงานใช้แรงงาน เจ็บตัว และเสี่ยงอันตราย เพื่อหาเงินเล็กๆ น้อยๆ ประทังชีวิตเขาและ เม ลูกสาววัย 7 ขวบ ใช้อาคารร้างริมน้ำเป็นที่พักอาศัยกันสองคนหลังจากแม่ของเมทิ้งพวกเขาไปเมื่อหลายปีก่อน

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งข่าวแก่ซงว่าเขาต้องนำเมไปลงทะเบียนเพื่อเรียนหนังสือ มิฉะนั้นจะถูกปรับเป็นเงินก้อนโตรายวัน เมื่อซงพาเมไปลงทะเบียน เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าซงไม่มีสิทธิลงทะเบียนให้เมในฐานะผู้ปกครอง เนื่องจากซงกับแม่ของเมอยู่กินกันเฉยๆ โดยไม่ได้เป็นสามี-ภรรยากันอย่างถูกต้อง ซ้ำร้ายแม่ของเมยังเคยแต่งงานก่อนจะมาอยู่กับซง สองคนนั้นจึงเป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย

เหมือนว่าอยู่ดีๆ ซงถูกยกเลิกความเป็นพ่อ-ลูกกับเมด้วยกฎระเบียบที่เขาไม่เข้าใจ

ไช่ เพื่อนสนิทของซงแนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ตอนนี้ได้ดิบได้ดีอยู่ในสภานิติบัญญัติ ซงจึงพาเมเข้ากรุงไทเป ผ่านกระบวนการยุ่งยากมากมายในฐานะคนต่ำต้อยที่อยู่ผิดที่ผิดทางกว่าจะได้เจอเพื่อนเก่า แม้การช่วยเหลือของเพื่อนจะต้องส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่นอีก 2-3 ทอด แต่ซงก็เห็นแสงสว่างตรงปลายทางว่าลูกสาวของเขาจะได้เข้าโรงเรียนสักที

ทว่าในความเป็นจริงอาจไม่ง่ายดายเช่นนั้น

*No puedo vivir sin ti เป็นงานกำกับของ ลีออน ไต โดยร่วมเขียนบทกับ เฉิน เหวิน ปิน ผู้รับบทเป็นซงได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อน ใช้ภาษาฮากกา ฮกเกี้ยน และจีนกลาง ลักษณะพิเศษของหนังเรื่องนี้คือการถ่ายทำด้วยภาพขาว-ดำตลอดทั้งเรื่อง

จากเรื่องราวจะเห็นได้ว่าพล็อตเรื่องของ No puedo vivir sin ti เป็นพล็อตประเภทที่รวมเอาคาแร็กเตอร์ตัวละครและสถานการณ์ที่ชวนให้ผู้ชมเห็นใจ-เอาใจช่วยไปจนถึงเรียกน้ำตาแบบเมโลดรามาไว้ในเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวละครคนซื่อ ยากจน ถูกรังแก ประสบเคราะห์กรรม สถานการณ์การพลัดพรากของพ่อ-ลูก การสู้เพื่อลูก แต่ลีออนสามารถทำให้หนังไม่ชุ่มโชกฟูมฟายหรือกระตุ้นอารมณ์เกินพอดี ทั้งด้วยดนตรีประกอบที่ใช้เปียโนชิ้นเดียวบรรเลงทั้งบทรื่นเริง รื่นรมย์ และเงียบเหงา ภาพขาว-ดำที่ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูนุ่มนวล

ขณะเดียวกัน จังหวะและการจัดวางเรื่องราวมีส่วนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะฉากจบที่ถูกปล่อยภาพค้างไว้ให้ผู้ชมจินตนาการต่อ พร้อมกับหลีกเลี่ยงภาพเรียกอารมณ์ซึ่งเป็นช็อตบังคับของหนังแนวนี้

แม้ลีออนจะออกตัวว่าหลักใหญ่ใจความที่เขาต้องการนำเสนอคือพลังความรัก-ความผูกพันระหว่างพ่อกับลูก ไม่ได้ตั้งใจวิพากษ์ระบบราชการหรือการบริหารงานของรัฐบาล แต่เมื่อตัวละครต้องพบปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่าจากระบบราชการ สถานะการเป็นเบี้ยล่าง ต้องพินอบพิเทาและทำตาม ประกอบกับมีภาพชาวไต้หวันชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่บริหารประเทศผิดพลาดขณะตัวละครกำลังเดินอยู่ในพื้นที่ส่วนราชการสำคัญของประเทศหลังจากการช่วยเหลือของเพื่อนผู้เป็นนักการเมืองไม่บรรลุผล ทำให้มองไปในทางเดียวกันได้ว่าหนังพูดถึงสังคมไต้หวันที่ประชาชนส่วนล่างกำลังถูกกดทับและรู้สึกคับข้องใจกับการเมือง-การปกครองที่อยู่เบื้องบน

หนังมีฉากหรือองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ให้ชวนคิดตีความอยู่พอสมควร เช่น ฉากที่ซงรับจ๊อบ “แสดง” เป็นเจ้าเข้าทรงขายความศรัทธาต่อชาวบ้าน ว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจาก “บทบาท” ของนักการเมือง หรือฉากที่ซงซึ่งกำลังหมดอาลัยตายอยากหยิบป้ายของผู้ประท้วงมาถือไว้ราวกับจะร่วมประท้วงด้วย

สำหรับสัญลักษณ์ชัดเจนที่สุดคือ น้ำ ปรากฏตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่เมใช้ซักผ้าบนหลังคาบ้านจนซึมหยดลงมาในบ้าน น้ำในทะเลที่ซงต้องดำลงไปทำงานโดยมีเมเพ่งมองผ่านผิวน้ำลงไปเพื่อให้กำลังใจ ฝนและน้ำจากรถทำความสะอาดถนนที่ราดรดใส่ซงขณะรู้สึกสิ้นหวัง

น้ำในเรื่องนี้เปรียบได้กับสิ่งเชื่อมโยงและโอบล้อมความรัก-ความผูกพันระหว่างซงกับเม ไม่เคยมีน้ำที่เหือดแห้ง เช่นเดียวกับพลังความรัก-ความผูกพันของคนทั้งสอง

แม้ในฉากสุดท้ายอันงดงามซึ่งผืนน้ำกว้างใหญ่ได้เชื่อมสองพ่อ-ลูกไว้ด้วยกัน






No puedo vivir sin ti ฉายในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ 2010



Create Date : 08 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2553 1:05:11 น. 4 comments
Counter : 631 Pageviews.

 
สวัสดีตอนเช้าครับ ขอให้เป็นเช้าที่สดใสนะครับ


โดย: MaFiaVza วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:5:40:58 น.  

 

หนังน่าสนใจ น่าดูมากๆ ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:06:59 น.  

 
ขอนำไปเปียร์แชร์ใน fb นะครับ


โดย: ีืunclepeter IP: 111.84.1.23 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:44:24 น.  

 
ขอบคุุณครับ
kitchenaidmixerblackfriday


โดย: aomzon (aomzon ) วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:19:25:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บทวิจารณ์ภาพยนตร์รางวัลกองทุน
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ปี 2549

..............................








พญาอินทรี




ศราทร @ wordpress
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แค่เพียงรู้สึกสุขใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.