Life Is a Miracle ‘โศกหรรษา’แห่งเซอร์เบียฯ



Life Is a Miracle
‘โศกหรรษา’แห่งเซอร์เบียฯ

- พล พะยาบ -

คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 8, 15, 22 มกราคม 2549


-1-

หากกล่าวถึงวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของโลกในช่วงทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 หลายคนอาจนึกถึงสงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อปี 1991 เป็นลำดับแรก

แต่ผู้เขียนจะนึกถึงสงครามคาบสมุทรบอลข่านมากกว่า

ทั้งนี้เพราะการไล่ทุบอดีตสมุนอย่างซัดดัม ฮุสเซ็น ของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้มีเหตุปัจจัยซับซ้อนเท่าใดนัก ส่วนความกังวลว่าจะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ก็ดูจะเป็นเรื่องขายข่าวให้ปริวิตกเสียมากกว่า

เพราะไม่ว่าใครก็รู้ว่าการเปิดฉากรบเต็มรูปแบบกับสหรัฐด้วยอาวุธร้ายแรง เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตาย...เรื่องนี้อดีตสหภาพโซเวียตท่องจำไว้ในใจตั้งแต่ช่วงสงครามเย็นแล้ว

อีกสาเหตุที่วิกฤตการณ์นี้เป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษก็เพราะเกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ออกกับเศรษฐกิจโลก ทั้งน้ำมัน ตลาดหุ้น และการค้าการลงทุนของบรรษัทข้ามชาติ

ไม่ว่าที่ไหน...เรื่องเงินๆ ทองๆ มักเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องอื่นเสมอ



ขณะที่สงครามคาบสมุทรบอลข่านซึ่งมีประเทศยูโกสลาเวียเป็นแก่นความขัดแย้งหลัก มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากกว่าหลายเท่า(แต่ความเสียหายด้านเศรษฐกิจน้อยกว่า) มีความซับซ้อนทางเหตุปัจจัยมากกว่า อีกทั้งหากดูจากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์แล้ว การขยายลุกลามเป็นมหาสงครามก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ต้องไม่ลืมว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 มีชนวนเหตุมาจากดินแดนแถบนี้ หลังจากการลอบปลงพระชนม์รัชทายาทของออสเตรียที่เมืองซาราเยโว ในบอสเนีย

โดยความขัดแย้งจนก่อเกิดสงครามหลายต่อหลายครั้งในดินแดนแถบนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากศาสนานั่นเอง

นั่นคือระหว่างกลุ่มคนที่นับถือคริสต์และอิสลาม

คุยกันเรื่องนี้ 5 ตอนก็คงไม่จบ ถ้ายิ่งเขียนเดี๋ยวจะยิ่งติดลม เพราะฉะนั้น เลี้ยวเข้าเรื่องหนังเลยดีกว่า ถ้าเห็นว่าส่วนไหนเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ค่อยว่ากันเป็นบทๆ ไป

เพราะถึงอย่างไร การจะดูหนังให้สนุก ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะหนังที่สะท้อนภาพของเหตุการณ์จริงในอดีตอย่าง Life Is a Miracle เรื่องนี้

Life Is a Miracle นับว่าเป็นงานเด่นเรื่องแรกจากประเทศ “เซอร์เบียและมอนเตเนโกร” เพราะชื่อนี้เป็นชื่อที่เพิ่งตั้งเป็นทางการเมื่อปี 2003 แทนชื่อยูโกสลาเวียเดิม *

คราวเข้าชิงปาล์มทองเมื่อปี 2004 จึงเป็นครั้งแรกของหนังที่มีชื่อเซอร์เบียและมอนเตเนโกรเป็นเครดิตประเทศพ่วงท้าย

แต่หากกล่าวถึงชื่อยูโกสลาเวียบนเวทีหนังโลกแล้ว ถือได้ว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าแปลกตาแต่อย่างใด ถ้านับเฉพาะผลงานของผู้กำกับฯชาวบอสเนียนอย่าง อีมีร์ คูสตูริซา(Emir Kusturica หรืออีมีร์ คูสตรูริกา ชื่อที่คุ้นตานักดูหนังบ้านเรา) เขาเคยคว้าปาล์มทองมาแล้วถึง 2 ครั้ง กับ When Father Was Away on Business ปี 1985 และ Underground ปี 1995 ยังไม่นับรางวัลอื่นจากทั่วโลกอีกหลายต่อหลายรางวัล


ขณะที่ When Father Was Away on Business และ Underground คูสตูริซากล่าวถึงช่วงเวลาต่อเนื่องกันนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงหลังสงครามที่นายพลติโตปลดแอกยูโกสลาเวียจากโซเวียต มาถึง Life Is a Miracle คูสตูริซาหยิบเหตุการณ์คาบสมุทรบอลข่านมาเล่าในแนวทางตลกร้ายอย่างที่เขาเคยทำกับ Underground

หนังใช้ฉากบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ปี 1992 ซึ่งเป็นจุดเริ่มของสงครามในบอสเนียฯ ลูกาเป็นวิศวกรดูแลงานสร้างทางรถไฟในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง เขามีภรรยา จาดรานกา เป็นนักร้องโอเปร่าผู้มีพฤติกรรมเพี้ยนๆ กับ ไมโลส์ ลูกชายซึ่งกำลังลุ้นไปเล่นบอลอาชีพให้กับทีมปาติซาน เบลเกรด

ลูกามองอนาคตว่าทางรถไฟนี้จะช่วยนำความเจริญและนักท่องเที่ยวมาสู่หมู่บ้านเชิงเขาแห่งนี้ ทั้งเขาและผู้คนในหมู่บ้านไม่เคยคิดถึงสงครามทั้งที่มันกำลังเกิดขึ้นในมุมอื่นของประเทศ

แล้วเรื่องวุ่นๆ ก็เริ่มขึ้นเมื่อสงครามเข้ามาใกล้ตัว ซ้ำร้ายจาดรานกาหนีไปกับนักดนตรีชาวต่างชาติ ขณะที่ไมโลส์ถูกเรียกไปเป็นทหาร ทั้งยังถูกฝ่ายมุสลิมบอสเนียนจับเป็นเชลย

เพื่อนสนิทของลูกาซึ่งเป็นบุรุษไปรษณีย์จึงจับตัว ซาบาฮา นางพยาบาลสาวสวยชาวมุสลิม มาให้ลูกาเพื่อใช้แลกตัวกับไมโลส์ แต่สงครามที่ยืดเยื้อและรุนแรงยิ่งขึ้นทำให้แผนการแลกตัวประกันไม่เกิดขึ้นเสียที

ชายหนุ่มตัวคนเดียวอยู่ตามลำพังกับหญิงสาวหน้าตาดีในบ้านริมเชิงเขา...ท่ามกลางเสียงระเบิดดังตูมตามไม่เว้นแต่ละคืน ความรักจึงก่อตัวขึ้นพ้องกับเสียงใจเต้นของคนทั้งสอง

สงครามจะจบลงอย่างไร แล้วความรักจะเป็นไปทางไหน ราวกับว่าทั้งสองอย่างอยู่เหนือการควบคุม



-2-

ก่อนจะเข้าถึงเนื้อในของ Life Is a Miracle จำเป็นต้องรู้จักตัวตนของอีมีร์ คูสตูริซา กันก่อน

คูสตูริซาเกิดในครอบครัวมุสลิมบอสเนียนในกรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 สาธารณรัฐของยูโกสลาเวีย(อีก 5 สาธารณรัฐคือ สโลเวเนีย โครเอเชีย เซอร์เบีย มาเซโดเนีย และมอนเตเนโกร)

หลังจากทำหนังประสบความสำเร็จระดับนานาชาติในฐานะผู้กำกับฯชาวยูโกสลาเวียไม่นาน สงครามแบ่งแยกดินแดนก็เริ่มขึ้นในปี 1992 กองกำลังทหารชาวเซิร์บในบอสเนียฯซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยกองทัพยูโกสลาเวีย(ซึ่งเป็นเซิร์บเช่นกัน) เข้ากวาดล้างชาวมุสลิมบอสเนียนและชาวโครแอตในบอสเนียฯที่คิดแยกตัวเป็นอิสระ

คูสตูริซาได้รับผลกระทบจากสงครามนี้โดยตรงในฐานะที่เขาเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ แม้แต่ก่อนหน้าที่สงครามจะเริ่ม ชื่อของคูสตูริซามักจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองและเชื้อชาติอยู่เสมอ ทั้งการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่างชาติ หรือในประเทศเอง ชาวบอสเนียนคิดว่าเขาไม่เป็นบอสเนียนเพียงพอ ส่วนนักชาตินิยมชาวเซิร์บก็มองว่าเขาเป็นพวกบอสเนียน

สงครามที่ดุเดือดในสมรภูมิได้ขยายวงมาถึงตัวคูสตูริซา เขาเดือดดาลกับการประหัตประหารผู้บริสุทธิ์ถึงกับท้าดวลกับ โวญีสลาฟ เซเซลจ์ นักชาตินิยมหัวรุนแรงและเป็นผู้นำกองกำลังทหารชาวเซิร์บ(ภายหลังถูกศาลโลกฟ้องในคดีอาชญากรสงคราม) นอกจากนี้เขายังเขียนคำร้องอันเผ็ดร้อนเกี่ยวกับสถานการณ์ในบ้านเกิดของเขาลงในหนังสือพิมพ์ La Monde ของฝรั่งเศส

เหตุการณ์ปานปลายของสงครามที่ส่งผลต่อคูสตูริซามากที่สุดคือ ชาวมุสลิมบอสเนียนบุกเข้าไปยกเค้าอพาร์ตเมนต์ของพ่อแม่ของเขาในซาราเยโว แม้แต่รางวัลด้านภาพยนตร์ของเขาก็ถูกฉกเอาไป

2-3 เดือนต่อมา พ่อเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ


คูสตูริซาเจ็บปวดอย่างยิ่ง บอกว่าสงครามนี้ฆ่าพ่อของเขา และตัดขาดกับซาราเยโวบ้านเกิดนับแต่นั้น แม้แต่ตอนถ่ายทำ Life Is a Miracle เมื่อไม่นานนี้ ซึ่งสถานที่ถ่ายทำอยู่ไม่ไกลจากบ้านเก่า คูสตูริซาก็ไม่ยอมแวะไปที่นั่น

แม้ว่าพ่อจะบอกเสมอว่าครอบครัวของเขาเป็นเซิร์บที่นับถืออิสลามในบอสเนียฯ แต่คูสตูริซาไม่ได้ใส่ใจ เขาสืบย้อนสาแหรกครอบครัวตนเองและยืนยันว่าสกุลคูสตูริซาเป็นชาวเซิร์บที่นับถือคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ แต่เปลี่ยนมานับถืออิสลามเมื่อ 300 ปีก่อนตอนที่อาณาจักรออตโตมานเถลิงอำนาจปกครองดินแดนแถบนี้แทนที่อาณาจักรออสเตรียซึ่งนับถือออร์โธดอกซ์

อันที่จริงข้อมูลที่คูสตูริซาอ้างถึงนี้...ชาวมุสลิมในยูโกสลาเวียต่างก็รู้ถึงต้นสายปลายสาแหรกของตนเองเช่นนี้กันทั้งนั้น เพราะเป็นชนวนเหตุของสงครามล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่นั่นเอง

คูสตูริซาเชื่อในความหมายรวมของคำว่า “ยูโกสลาเวีย” ซึ่งหมายถึง “ดินแดนของสลาฟทางใต้” ที่ได้รวบรวมชาวสลาฟใต้หลากหลายมาไว้ด้วยกัน เขาจึงไม่เห็นด้วยที่สาธารณรัฐของชาวเซิร์บเชื้อชาติเดียวภายหลังดินแดนอื่นแยกตัวไปแล้วยังถูกเรียกชื่อเดิมว่ายูโกสลาเวีย

เขายกตัวอย่างครอบครัวตนเองว่าเป็น “ยูโกสลาเวีย” อย่างแท้จริง ภรรยาของคูสตูริซามีเชื้อสายเซิร์บ-บอสเนียนกับโครแอต-สโลวีน ลูกๆ ของเขาจึงมีเชื้อสายทั้งสโลวีน-โครแอต-บอสเนียน-มุสลิมเซิร์บ ซึ่งแทบจะรวบรวมเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของคนในดินแดนแถบนี้ได้ครบถ้วน

ใน Underground งานมาสเตอร์พีซของเขาเมื่อปี 1995 ที่ได้รับรางวัลปาล์มทองที่เมืองคานส์ คูสตูริซาจึงเริ่มต้นหนังด้วยข้อความว่า “กาลครั้งหนึ่ง เคยมีประเทศหนึ่ง” เพื่อเป็นการรำลึกถึงประเทศยูโกสลาเวียเดิมที่กลายเป็นอดีตไปแล้ว


อย่างไรก็ตาม ในงานชิ้นเดียวกันนี้เอง คูสตูริซาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าเข้าข้างฝ่ายเซิร์บและทรยศต่อชาติกำเนิด นักวิจารณ์หนังตีความว่าตัวละครหลักสองตัวเป็นตัวแทนของชาวเซิร์บ ขณะที่ตัวละครขี้ขลาดและร้ายกาจที่เหลือเปรียบถึงชาวโครแอตและบอสเนียน

ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีหลักฐานรองรับเนื่องจาก Underground ได้ทุนส่วนหนึ่งจากสถานีวิทยุเซอร์เบียซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลสโลโบดาน มิโลเซวิช ทั้งยังได้อาวุธยุทโธปกรณ์ของยูโกสลาเวียมาใช้ถ่ายทำ

มรสุมคำวิจารณ์-ข้อกล่าวหาหนักหน่วงจนคูสตูริซาถึงกับประกาศว่าจะเลิกทำหนัง

แน่นอน...คูสตูริซายังคงทำหนังต่อไป

ปี 1998 Black Cat, White Cat ส่งให้เขาได้รางวัลสิงโตเงินหรือรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมที่เวนิซ

ก่อนจะมี Life Is a Miracle งานที่น่าจะทำให้คูสตูริซาลบล้างข้อกล่าวหาได้สำเร็จ


-3-

ก่อนหน้า Life Is a Miracle ปี 2001 มีหนังเรื่องเยี่ยมที่สะท้อนภาพสงครามคาบสมุทรบอลข่าน นั่นคือ No Man’s Land จากบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เกี่ยวกับทหารเซิร์บและทหารบอสเนียนที่พลัดหลงมาอยู่ด้วยกันในหลุมเพลาะในเขตกลางสมรภูมิพร้อมด้วยปืนเพียง 1 กระบอก

ที่ว่ายอดเยี่ยมก็ตรงบทหนังได้จำลองเหตุการณ์เล็กๆ ขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบภาพกว้างของสถานการณ์วิกฤตบนคาบสมุทรบอลข่านได้ค่อนข้างครบถ้วน ด้วยอารมณ์ “เสียดเย้ย” และ “จิกกัด” แบบถึงกึ๋น

ฝ่ายที่โดนหางเลขจากหนังเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายเซิร์บและฝ่ายบอสเนียคู่กรณีเท่านั้น ยังมีสหประชาชาติ ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส รวมทั้งสื่อมวลชน ก็โดนกัดจนเจ็บแสบกันไปถ้วนหน้า

สำหรับ Life Is a Miracle นั้นต่างออกไป หนังนำเสนอด้วยอารมณ์ “ยั่วล้อ” และมีส่วนผสมของแฟนตาซี เสียงดนตรีที่เน้นเครื่องเป่า จังหวะคึกคัก(โดยวง The No Smoking Orchestra ที่คูสตูริซาเป็นสมาชิกในตำแหน่งเบส) ฟังราวกับงานรื่นเริง ทำให้หนังดูสนุกสนาน ไม่เครียด แม้ตอนที่ตัวละครกำลังเผชิญวิกฤต


คูสตูริซาไม่ได้จำลองย่อส่วนเหตุการณ์มาเปรียบเทียบภาพกว้าง แต่นำเสนอเรื่องราวของผู้คนที่จำต้องได้รับผลกระทบจากสงครามอันไร้สาระ อารมณ์ยั่วล้อทำให้หนังเพียงแค่กระตุ้นให้คิด สะกิดให้รู้สึก ไม่ได้ตั้งท่าหวดตีด้วยท่าทีวิพากษ์ หรือเสียดสีจิกกัด

ที่สำคัญ หนังไม่ได้มุ่งกล่าวพาดพิงไปถึงใคร แต่พูดถึงพวกเดียวกันหรือคนในชาติเดียวกัน

เรื่องราวของวิศวกรชาวเซิร์บผู้พาครอบครัวมายังชนบทห่างไกลในบอสเนียฯ เพื่อสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างสองดินแดนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายกลับถูกใช้ในสงครามห้ำหั่นกันแทน คือสาระสำคัญที่คูสตูริซาต้องการจะบอกกล่าว

นั่นคือชาวยูโกสลาเวียปล่อยให้สายสัมพันธ์แปรสภาพเป็นความขัดแย้งแตกแยก

ทางรถไฟที่ทุกคนใช้เป็นเส้นทาง “ชีวิต” ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเด็กหนุ่มที่วิ่งตามทางรถไฟพร้อมคิดฝันถึงอนาคตตนเอง นายกเทศมนตรีผู้ใช้ทางรถไฟเดิมพันอนาคตทางการเมือง เดินทางมาในรถคันเดียวกับทนายความผู้คิดคดทรยศต่อเขา วิศวกรชาวเซิร์บผู้ตกหลุมรักกับสาวมุสลิมตามง้อเธอสำเร็จบนทางรถไฟ

เส้นทาง “ชีวิต” เหล่านี้ต้องยุ่งเหยิงวุ่นวายและพังทลายลงก็เพราะฝีมือคนในชาติเดียวกันเอง

หนังเริ่มต้นด้วยภาพชายชราแบกโลงศพด้วยอารมณ์ทดท้อ เหตุเพราะ “ลา” พาหนะทำมาหากินของเขาเกิดหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ไม่ยอมทำงาน เอาแต่ยืนขวางทางรถไฟรอให้รถไฟแล่นชน ทั้งที่ทางรถไฟยังไม่เปิดใช้


ชายชราโอดครวญว่า โลงศพกำลังขายดี แต่เขากลับขนไปขายไม่ได้!

“ลา” ตัวนี้ปรากฏอีกหลายฉากในหนัง และในฉากสำคัญตอนท้าย กระทั่งมันกลายเป็นตัวละครหลักตัวหนึ่ง ลาซึ่งแต่ไหนแต่ไรเป็นสัญลักษณ์ของความโง่เขลา ในแต่หนังเรื่องนี้ลากลายเป็นตัวละครแรกที่ตระหนักถึงสงคราม หนำซ้ำตอนจบมันยังช่วยให้ชี้ทางสว่างให้คนอีกด้วย

“สัตว์” เป็นองค์ประกอบที่คู่กับหนังของคูสตูริซา เขามักใช้สัตว์หลากชนิดเป็นภาพเปรียบกับสังคมมนุษย์อันยุ่งเหยิง ใน Underground สัตว์ปรากฏตั้งแต่ตอนต้นในฉากเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่เมือง สวนสัตว์ถูกทำลาย สัตว์ตายเกลื่อน ที่เหลือรอดก็กินกันเอง ใน Black Cat, White Cat มีทั้งสุนัข แมว เป็ด ไก่งวง หมู

ส่วนใน Life Is a Miracle นอกจากลาแล้ว ยังมีฝูงสัตว์เลี้ยงที่บ้านของลูกา ทั้งสุนัข แมว เป็ด ไก่ ที่อาศัยอยู่ด้วยกันแต่ไล่ตีไล่ฟัดกันตลอดเวลา เปรียบเหมือนสงครามของมนุษย์ชาติเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีหมีที่ปรากฏช่วงต้นเรื่อง และเป็นมุขตลกร้ายที่แสบไม่ใช่เล่น

เวลจา บุรุษไปรษณีย์ตื่นตกใจเมื่อพบหมีบุกมาทำร้ายชาวบ้าน เขาแจ้นไปบอกลูกาที่กำลังซ้อมดนตรีอยู่กับชาวเมืองคนอื่น เวลจาบอกว่าสงสัยหมีหนีสงครามมาจากโครเอเชีย ลูกาถามกลับไปว่าหมีโครเอเชียเหมือนหมีบอสเนียหรือเปล่า

เปรียบไปแล้วเหมือนผู้คนในดินแดนนี้ที่ลืมไปว่าสลาฟโครเอเชีย สลาฟบอสเนีย หรือสลาฟไหนๆ ก็คนเผ่าพันธุ์เดียวกัน

อย่างที่กล่าวไว้ตอนที่แล้วว่า Life Is a Miracle น่าจะช่วยแก้ข้อกล่าวหาให้คูสตูริซาเมื่อครั้งทำ Underground ว่าเข้าข้างฝ่ายเซิร์บ เนื่องจากคราวนี้แม้เขาจะใช้ตัวละครชาวเซิร์บเป็นพระเอก แต่พระเอกเซิร์บคนนี้ก็ตกหลุมรักสาวมุสลิมบอสเนียน และไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


นอกจากนี้ ตัวละครเซิร์บตัวอื่นๆ และตัวละครบอสเนียนก็ล้วนแต่ไม่มีลักษณะของ “พระเอก” หรือ “ผู้ร้าย” ชัดเจน แต่ผสมปนเปกันระหว่างความชวนหัว น่าขัน บนความร้ายกาจและงี่เง่าพอๆ กันทั้งสองฝ่าย

ฉากตะลุมบอนกันระหว่างบอสเนียนกับเซิร์บในสนามฟุตบอลโดยมีชนวนเหตุมาจากการกลั่นแกล้งกันด้วยความคะนองก็เปรียบเหมือนสงครามย่อมๆ อันไร้สาระก่อนสงครามจริงๆ จะเปิดฉากนั่นเอง

หนังดูสนุกเพลิดเพลินด้วยความยาวร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง บุคลิกของหนังอาจไม่ต้องรสนิยมคอหนังดรามาเข้มข้น แต่สำหรับแฟนเก่าแก่ของคูสตูริซาย่อมคุ้นเคยกันดี และคงไม่ผิดหวัง

ที่สำคัญ นี่คือหนังสะท้อนภาพสงครามคาบสมุทรบอลข่านที่น่าจดจำอีกเรื่องหนึ่ง



* ปัจจุบัน มอนเตเนโกรประกาศเอกราชแยกตัวเป็นอิสระจากเซอร์เบียแล้ว



Create Date : 10 กรกฎาคม 2549
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 0:34:18 น. 6 comments
Counter : 1228 Pageviews.

 
ไม่เคยดูหนังแถวๆ บอลข่านเลย

ท่าทางจะดูสนุกแบบปลกๆ นะคะ


โดย: ทะเลอาบแสงจันทร์ วันที่: 10 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:29:15 น.  

 
เง้อ พิมพ์ตก
จะบอกว่าสนุกแบบแปลกๆ


โดย: ทะเลอาบแสงจันทร์ วันที่: 10 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:30:15 น.  

 
underground มีไว้ในครอบครองมาหลายเพลาแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้หยิบมาดูเลย

หนังที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เก่าก่อนนี่มันน่าสนใจจิงจิงนะ เพราะเราดูแล้วมักจะไม่เข้าใจ แต่อยากจะเข้าใจ ก็เลยต้องไปหาอ่านเพิ่มเติม หาได้บ้างไม่ได้บ้าง(เพราะขี้เกียจซะก่อน.....(ฮา).....ก็จะพยายามต่อไป

หนังบางเรื่อง ทำให้คิดถึงตอนเป็นนักเรียนว่า......รู้งี้ตั้งใจเรียนวิชาประวัติศาสตร์ซะก็ดี


โดย: octavio วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:5:14:39 น.  

 
มุสลิมไม่เคยรุกรานใครก่อนเลย
มุสลิมทุกคนเป็นคนดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: อะคูกุมฟิลละห์ IP: 118.173.179.182 วันที่: 29 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:06:45 น.  

 
ผมมีคลิปตอนที่ทหารเซิร์บหน่วยสกอร์เปี้ยน(หน่วยล่าสังหารของเซิร์บ)ฆ่าชาวบอสเนียด้วยการเชือดคอทิ้งทีละคนและด้วยครับ


โดย: ฮิปปี้ IP: 125.25.44.242 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:52:09 น.  

 
น่าดู


โดย: beerled วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:23:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บทวิจารณ์ภาพยนตร์รางวัลกองทุน
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ปี 2549

..............................








พญาอินทรี




ศราทร @ wordpress
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แค่เพียงรู้สึกสุขใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.