Into the Wild ปลายทางอันไร้เดียงสา




Into the Wild
ปลายทางอันไร้เดียงสา

พล พะยาบ


*คริสโตเฟอร์ หรือ คริส แม็กแคนด์เลส คือหนุ่มน้อยวัยต้นยี่สิบซึ่งโลกได้รู้จักโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนแนะนำตนเอง เขาไม่ใช่ผู้ทำคุณความดีหรือมีความสามารถให้สังคมได้ชื่นชมยกย่อง ตรงกันข้าม..เขาเป็นที่รู้จักจากการหันหลังให้คนอื่นตลอดชีวิตของเขา

คริสเป็นที่รู้จักครั้งแรกจากบทความความยาว 9,000 คำ ชื่อ Death of an Innocent ในนิตยสารเอาต์ไซด์ ปี 1993 เขียนโดย จอน คราเคาเออร์ นักเขียน-นักปีนเขาชาวอเมริกันซึ่งนักอ่านคนไทยคงคุ้นเคยจากผลงานเรื่อง Into Thin Air หรือไต่ฟ้ากระชากฝัน

3 ปีต่อมา คราเคาเออร์ขยายเนื้อหาจากบทความเป็นหนังสือขายดีชื่อ Into the Wild ว่าด้วยการผจญภัยของคริส แม็กแคนด์เลส ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นหนังในชื่อเดียวกันเมื่อปี 2007 โดย ฌอน เพนน์ นักแสดงหนุ่มใหญ่มากความสามารถเป็นผู้เขียนบทและกำกับ

การเดินทางผจญภัยของใครบางคนย่อมมีแง่มุมน่าสนใจพอจะถ่ายทอดบอกเล่าได้เสมอ แต่สำหรับเรื่องราวของ คริส แม็กแคนด์เลส ความน่าสนใจใช่เพียงอยู่ที่รายละเอียดของการเดินทาง แต่เป็นรายละเอียดของคริสเองทั้งปูมหลังและทัศนคติ ซึ่งแสดงผลักดันจนเป็นเหตุแห่งการเดินทางและวิถีปฏิบัติที่เขายึดถือตลอดมา กระทั่งเขาพาตัวเองไปถึงจุดหมายโดยไม่คาดคิดว่าจะเป็นปลายทางที่ไม่มีวันกลับคืน

คริส แม็กแคนด์เลส เป็นเด็กหนุ่มในครอบครัวมีฐานะในรัฐเวอร์จิเนีย ประกอบด้วยพ่อ แม่ และน้องสาวที่สนิทกับเขามาก เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจสูง รักการเดินทางตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งยังมีทัศนคติต่อต้านกฎกรอบทางสังคมที่ชี้วัดกันด้วยเปลือกนอกและค่าของวัตถุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพ่อกับแม่ของเขาซึ่งถนัดสร้างภาพสวยหรูกลบเกลื่อนสภาพล้มเหลวของชีวิตคู่ แย่ไปกว่านั้นเมื่อคริสได้รู้ความจริงว่าเรื่องราวความรักลึกซึ้งงดงามของพ่อกับแม่ที่เคยเล่าให้คริสและน้องฟังล้วนเป็นเรื่องโกหก เพราะตอนที่คริสเกิดเขาเป็นเพียงลูกนอกสมรสของแม่ที่เป็นเมียน้อยกับพ่อ

ความแปลกแยกต่อโลกแวดล้อมทำให้คริสหันเข้าหาธรรมชาติ ไม่น่าแปลกใจที่ผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อคริสจะเป็นนักเขียนอย่างลีโอ ตอลสตอย, เฮนรี่ เดวิด ธอโร และคนโปรดที่สุดคือ แจ็ค ลอนดอน คริสหันหลังให้ทรัพย์สินเงินทองและครอบครัวอย่างตอลสตอย ออกผจญภัยและต้องการลึกซึ้งกับธรรมชาติอย่างลอนดอน และฝันที่จะได้อยู่อย่างสุขสงบห่างไกลผู้คนเช่นในป่าวอลเดนของธอโร

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยในปี 1990 คริสบริจาคเงินออมกว่า 2 หมื่นเหรียญให้องค์กรเพื่อสังคม ทำลายบัตรเครดิต เผาทิ้งบัตรที่แสดงตัวตนของเขา ใช้ชื่อใหม่ว่า อเล็กซานเดอร์ ซูเปอร์แทรมป์ ออกเดินทางด้วยรถดัทสันคู่ชีพ ลัดเลาะไปหลายรัฐทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ก่อนที่รถจะถูกน้ำท่วมฉับพลันจนเสียหาย คริสเดินทางต่อโดยการโบกรถ ใช้ชีวิตสมบุกสมบันสุดเหวี่ยงกับธรรมชาติทั้งเดินป่า ปีนเขา รวมไปถึงการพายเรือแคนูล่องแม่น้ำโคโลราโดออกสู่อ่าวแคลิฟอร์เนีย

*2 ปีนับจากเริ่มเดินทาง คริสพาตัวเองมาถึงดินแดนร้างไร้ผู้คนแห่งอลาสก้า ใช้รถบัสเก่าเป็นที่พักอาศัย มีถุงข้าวหนัก 10 ปอนด์ และปืนไรเฟิลเป็นอุปกรณ์ยังชีพ พร้อมด้วยนิยายและหนังสือว่าด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง

คริสอยู่ที่นี่ 112 วัน กระทั่งเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 24 ปี จากพิษของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เขากินเข้าไป ร่างของเขาถูกพบโดยนักล่ากวางอีก 3 สัปดาห์ต่อมา

ในหนัง Into the Wild เริ่มต้นเมื่อคริส (แสดงโดยเอมิล เฮิร์สช์) เดินทางมาถึงอลาสก้า จากนั้นจึงลำดับความเป็นไปก่อนหน้านี้โดยย้อนไปตั้งแต่ 2 ปีก่อนเมื่อจบการศึกษา ไล่มาถึงการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ได้พบและผูกมิตรกับผู้คนจำนวนหนึ่ง มีเสียงของน้องสาวเล่าถึงทางบ้านว่าเป็นอย่างไรหลังจากคริสหายตัวไป เท้าความถึงเรื่องราวเลวร้ายของพ่อ-แม่ที่มีผลต่อลูก และถ่ายทอดความคิดความรู้สึกของคริสในฐานะที่เธอเป็นคนที่สนิทกับเขาที่สุด สลับกับภาพการใช้ชีวิตในอลาสก้าตั้งแต่ช่วงรื่นรมย์จนถึงช่วงยากลำบาก

ว่าไปแล้วการเดินทางท่องโลกใกล้ชิดธรรมชาติของคริสสามารถมองได้หลายมิติ เอาแบบพื้นๆ ที่สุด...สิ่งที่เขาทำคือปรารถนาของมนุษย์ผู้ใฝ่หาอิสระเสรี เป็นสัญชาตญาณของผู้ชายในวัยแห่งการเผชิญโชค-ผจญโลก ความเป็นคนหนุ่มได้ปลุกวิญญาณขบถต่อต้านสังคมขึ้นในตัวคริส หรือเขาอาจได้รับอิทธิพลจากยุคแสวงหาดังเช่นเรนนี่และแจนคู่รักบุปผาชนและชาวชุมชนสแลป ซิตี้ ผู้ใฝ่หาเสรีภาพจากรัฐบาลอเมริกันที่คริสได้พบเจอและอยู่ด้วยได้อย่างกลมกลืน

แต่หากนำเรื่องราวพื้นหลังมาพิจารณา การเดินทางของคริสอาจเป็นเพียงการเดินออกไปไกลจากบ้านที่เขาอยู่อย่างไร้สุข หันหลังให้ตัวตนอันเกิดจากพ่อ-แม่ที่ทำให้เขาผิดหวัง อาจเป็นแรงผลักแห่งการประชดประชัน ค้นหาหนทางปลุกปลอบใจเพื่อไม่ให้ตนเองพ่ายแพ้

ธรรมชาติที่คริสพาตัวเองไปใกล้ชิดอาจเป็นได้ตั้งแต่สถานที่หย่อนใจ เป็นสัญลักษณ์ซึ่งตรงกันข้ามกับโลกศิวิไลซ์ ไปจนถึงวิหารแห่งการแสวงหาทางจิตวิญญาณ

ฉากที่คริสพบสายน้ำกว้างใหญ่เชี่ยวกรากขวางหน้าในห้วงขณะที่เขาต้องการเดินทางกลับ จึงชวนให้นึกถึงฉากสายน้ำเชี่ยวที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในงานเขียนของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

จากจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ดูสวยงามและสร้างความฮึกเหิมจนผู้ชมคล้อยตามและเอาใจช่วย กระทั่งดูเหมือนว่าไม่มีข้อจำกัดใดที่คริสก้าวข้ามไม่ได้ และไม่มีธรรมชาติใดที่ปฏิเสธคริสหรือทำให้เขาต้องสยบยอม แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินเรื่อยมา ธรรมชาติจึงเริ่มแสดงตนให้มนุษย์แห่งโลกศิวิไลซ์อย่างคริสได้รู้ว่าเขาเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตไร้เดียงสาที่หล่นคว้างอยู่กลางป่าแห่งความเป็นจริง

การเดินทางเข้าถึงธรรมชาติที่ผ่านมาเป็นแค่การเกริ่นนำ บทต่อไปที่เลี่ยงไม่ได้คือการเอาชีวิตรอด!

ถึงจุดนี้คริสจึงเริ่มมองเห็นคุณค่าความหมายของผู้คนที่เขาหันหลังให้ รับรู้ถึงความรักและความผูกพัน ค้นพบสัจธรรมว่าความสุขแท้จริงต้องมีผู้ร่วมแบ่งปัน และตระหนักว่าความรักต้องเกิดจากการรู้จักให้อภัย

คือการตระหนักรู้ในชั่วขณะที่ชายหนุ่มได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง




Create Date : 09 มีนาคม 2552
Last Update : 9 มีนาคม 2552 0:17:17 น. 27 comments
Counter : 3016 Pageviews.

 



a day bulletin เพิ่งเจอให้หยิบอ่านครั้งแรกก็ได้ปกถูกใจเลย (6 หน้า สัมภาษณ์ 4 หน้า)




โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:0:59:46 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ครับ อยากดูสุดๆ


โดย: beerled วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:1:28:35 น.  

 
คงอีกนานกว่าจะได้ดู Into the Wild 55+

วันก่อนผมนั่งแท็กซี่ เขาเปิดวิทยุไม่รู้คลื่นไหนอะครับ
ได้ยินเพลงฝรั่งเพลงหนึ่ง ทำนองเดียวกับ Latika's Theme เลย แต่มีเนื้อร้อง เสียดายฟังไม่ชัด เพราะเสียงเบา แล้วตอนนั้นก็ง่วงๆเบลอๆด้วย (ท่อนฮุคร้องประมาณว่า Forever Yours อะไรซักอย่าง)

อยากรู้จริงแฮะ ว่าเพลงอะไร (เป็นเพลงใน Slumdog รึเปล่า)


โดย: nanoguy IP: 125.24.128.206 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:2:58:37 น.  

 

^
^
อยู่ในอัลบั้มซาวน์ดแทร็คครับ
ชื่อว่า Dreams on Fire







โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:5:47:40 น.  

 
พี่จุ๊ก ดังใหญ่แล้ว 55


โดย: merveillesxx วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:7:47:59 น.  

 
ขอบคุณครับ จะได้ไปหาโหลดฟัง
แต่ฟังเสียงนักร้องแล้วนึกถึงหน้า Rosario Dawson (ฮา)


โดย: nanoguy IP: 125.24.128.206 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:8:24:10 น.  

 

เข้ามาแล้วสบายตาสบายใจมากๆ ค่ะ
แหล่มมากๆ เลยล่ะ
ประมาณว่าเนื้อหา ดนตรีไพเราะ
ชอบ
เดี๋ยวไปดูที่เฟรนลิงค์เรา
เราแอคคุณลงเฟรนลิงค์หรือยังหนอ


โดย: อุ้มสี วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:10:40:44 น.  

 
อ่านๆดูแล้ว นี่น่าจะเป็นหนังที่อาจทำให้เราได้ตระหนักรู้ถึงอะไรบางอย่าง?

ยุคนี้จะมีคนอย่างคริสอยู่บ้างไหมหนอ?

จะลองหามาดูครับ แล้วเข้ามาอ่านอีกครั้ง


โดย: Seam - C IP: 58.9.205.71 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:12:32:28 น.  

 
ดูไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วชอบมาก
เพลงก็เพราะโดนใจดีจริง


โดย: คนขับช้า วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:21:49:24 น.  

 


โดย: ปุถุซน วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:23:14:15 น.  

 
ยังติดตา เอมิล เฮิร์สช์ จาก Milk
แต่พอนึกถึง Into the Wild ตอนท้ายเรื่องทีไรก็เศร้าทุกที


ฌอน เพนน์ เอาไปเลย 5 ดาว ทั้งจาก Into the Wild และ Milk


โดย: renton_renton วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:12:04:27 น.  

 
ชอบค่ะ

สะเทือนใจตอนจบ เมื่อได้เห็นรูปถ่ายตัวจริง


โดย: โค้กใส่น้ำแข็ง วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:21:35:21 น.  

 
เคยอ่านเืรื่องชีวิตจริงของผู้ชายคนนี้
เลยอยากดูเรื่องนี้มากเป็นพิเศษครับ
เดี๋ยวจะลองไปดูดีวีดีแถวฟอร์จูน

เพิ่งดู Funny Game version เยอรมันครับ
หนังกวน..เอ่อ โทษนะครับ กวนตีนมากมาย
เป็นหนังที่ดูจบแล้วเหมือนเราโดนถากถางกระแนะกระแหนทั้งเรื่องจากไอ้สองเกลอนั่น

แต่ประทับใจครับ 9/10


โดย: jonykeano วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:19:25:27 น.  

 


โดย: beerled วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:22:04:21 น.  

 


โดย: beerled วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:22:07:40 น.  

 
สองอันบนก็อบมาผิด ไม่เวิร์ค อภัยโทษด้วยครับ
เอาแบบบ้านล่ะกัน

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7617512/A7617512.html


โดย: beerled วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:22:10:22 น.  

 
หนังเรื่องนี้ moved me from the inside มากๆ ครับ

ฉากที่พระเอกกับคุณลุงบอกลากันในรถ ไม่ไหวแล้วครับ น้ำตาร่วง

Happiness only real when shared ที่พระเอกเขียนตอนใกล้จบก็ช่างเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง

ชอบครับ


โดย: เอกเช้า IP: 124.120.192.197 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:22:22:41 น.  

 
ลืมไป ว่าจะบอกว่าฉากแรกของอีมิล เฮิร์ชใน Milk ที่มันเดินบิดๆ น่ะ เจ๋งมาก 5555

คนละเรื่องกับ Into The Wild นี่เลย หมอนี่น่าจับตามองจริงๆ เลือกเล่นแต่บทดีๆ นะ อีกสักเรื่องสองเรื่องเท่านั้นแหละ ติดลมบนแน่


โดย: เอกเช้า IP: 124.120.192.197 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:22:33:28 น.  

 




ตอบ beerled
เข้าไปอ่านและโหวตกระทู้แล้วครับ
แต่ขอยังไม่ออกความเห็นนะ

ใครมีล็อกอินพันทิปผ่านมา ช่วยเข้าไปโหวตกระทู้ด้วยครับ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7617512/A7617512.html




โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:23:24:37 น.  

 
ขอบคุณครับคุณพล


โดย: beerled IP: 58.9.128.226 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:7:28:58 น.  

 
ชอบประเด็นเรื่อง "ชื่อ" มากเพราะชอบผจญภัยพระเอกไม่ยอมใช้ชื่อจริงเลย

แต่จดหมายลา พระเอกกลับใช้ "ชื่อจริง"

แถมจุดจบอันแสนเศร้าของพระเอกก็ดันมาจากการ
ดู "ชื่อ" ต้นไม้ผิด...


โดย: ole IP: 202.139.223.18 วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:9:33:21 น.  

 
เธ›เธฃเธฐเธ—เธฑเธšเนƒเธˆเธกเธฒเธเน† เธ„เธฃเธฑเธš
เน€เธซเน‡เธ™ เธฃเธนเธ›เธ–เนˆเธฒเธขเธ•เธฑเธง เธˆเธฃเธดเธ‡เธ•เธญเธ™เธ‰เธฒเธเธˆเธš
เธŠเนˆเธฒเธ‡เธซเธฒ เธ™เธฑเธเนเธชเธ”เธ‡ เน„เธ”เน‰ เธซเธ™เน‰เธฒเน€เธซเธกเธทเธญเธ™ เธกเธฒเธเน†


โดย: เธŸเธ™เธต IP: 113.53.76.193 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:05:18 น.  

 
ดูจบแล้วครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:45:09 น.  

 
เพลง ที่พระเอกร้องกับสาวน้อย ชื่อเพลงไรอ่ะ
เพลงที่สาวน้อยร้องคนเดียวด้วยก็ดีคับ

สาวน้อยที่ว่าคือ Kristen Stewart อ่ะ


โดย: เพิ่งดู IP: 58.8.202.203 วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:19:57:27 น.  

 
คือว่า เพิ่งเจอ

อ่านแล้วอยากดูมาก

หาดูได้ที่ไหนหรอ
มีใครมีโหลดมั้ย

แบบว่าฟรีๆหนะ

thankๆๆๆๆ ล่วงหน้า

*__* !!!!


โดย: morja IP: 113.53.167.37 วันที่: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:11:14 น.  

 
วันนี้เพิ่งดูไป ชอบ มากๆ


สนุกจน บอกไม่ถูก




โดย: poon IP: 58.9.82.127 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:59:29 น.  

 
เพิ่งได้ดู ชอบครับ ขอตอบคุณข้างบน เพลงที่ร้องคู่กันชื่อเพลง
angel from Montgomery ครับ เพลงนี้รู้จักนานแล้ว สมัยเล่น folk song เป็นของ John Prine แต่ผมชอบเวอร์ชั่น ร้องคู่กับ Bonnie Raitt มากกว่า อารมณ์เดียวกับพระเอกนางเอกร้องคู่กันนั้นแหละครับ ส่วนอีกเพลงไม่รู้จักครับ ลอง search ดู ใช้ชื่อว่า Tracy's song น่าจะเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ให้กับนางเอกร้องโดยเฉพาะครับ เพราะเธอชื่อ Tracy

ปล.คอมเม้นห่างกัน3 ปี ผมตอบไว้เผื่อใครจะ search เจอ ครับ


โดย: beyondtheory IP: 192.168.99.108, 183.89.56.163 วันที่: 29 มิถุนายน 2555 เวลา:3:32:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บทวิจารณ์ภาพยนตร์รางวัลกองทุน
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ปี 2549

..............................








พญาอินทรี




ศราทร @ wordpress
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
9 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แค่เพียงรู้สึกสุขใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.