---- ราชประสงค์ -----
ไม่ได้อัพบล็อกมาหลายเดือนแล้ว..
วันนี้เอาซะหน่อย ขอเอากระทู้เก่าๆ จากห้องกล้องมาเก็บไว้ในนี้บ้าง

กระทู้

ใครเคยอ่านเคยผ่านตาก็เปิดผ่านไปได้เลยครับ..

________________________________________________________


วันก่อน เอานาฬิกาไปซ่อมแถวๆ บ้านเก่า
เลยถือโอกาสเดินเก็บภาพรำลึกความหลังเล่นๆ..
พอจะเขียนคำบรรยายภาพ ความหลังมันดันพรั่งพรูออกมาเองซะงั้น..

ต้องขออภัยที่เรื่องอาจไม่ค่อยเข้่ากับภาพเท่าไหร่
คิดว่าฟังคนแก่รำลึกความหลังละกัน...




ผมเกิดและโตที่ราชประสงค์เมื่อหลายสิบปีก่อน ละแวกบ้านตอนที่ผมยังเด็กๆ
ไม่มีทั้ง CTW เกษรพลาซ่า Big C หรือห้างใหญ่โตหรูหราแบบในปัจจุบัน
ตลอดสองฟากฝั่งถนนราชดำริ ข้ามจากพระพรหมและรพ.ตำรวจ จะเป็นแนวตึกแถว
ยาวเหยียดไปจรดสะพานข้ามคลองแสนแสบตรงแยกประตูน้ำ..

แต่สิ่งนึงที่ยืนยงคู่แยกราชประสงค์มาแสนนานก็คือ..การจราจรที่แสนจะ
ติดขัดทุกวี่วัน จะผ่านไปกี่สิบปีก็ไม่เคยเปลี่ยน..




การเป็นเด็กราชประสงค์ ที่รอบตัวมีแต่ตึก ตึก ตึก ทำให้ผมไม่ค่อยมีวีรกรรมเท่ๆ
เหมือนเด็กๆ คนอื่นเขา อย่างเช่น ผมขี่จักรยานไม่เป็น พายเรือไม่ได้ ไม่เคยปีนต้นไม้
ไม่เคยยิงนกตกปลา ไม่เคยลงไปว่ายน้ำในคลอง ไม่รู้จักชื่อต้นไม้ใบหญ้าหรือ
พวกแมลงทั้งหลาย กระทั่งดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าก็ไม่เคยเห็น




แต่มันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ ไปซะหมดหรอก..
อย่างน้อย ผมก็ข้ามถนนเองได้ตั้งแต่อยู่ ป.1 ได้ขึ้นบันไดเลื่อนอันแรก
ในประเทศไทยก่อนใคร ได้กินเกี๊ยวซ่าไดมารูแทบทุกอาทิตย์
ได้มีสนามเด็กเล่นเป็นห้างติดแอร์ตั้งหลายแห่ง




และจะมีเด็กซักกี่คนกันล่ะ ที่ได้เข้าร้านแมคฯ พิซซ่าฮัท และสเวนเซ่น
ครบเป็นคนแรกๆ ของเมืองไทย..




หลายคนอาจมองเห็น ราชประสงค์ เป็นแหล่งรวมความฟู่ฟ่าหรูหราทันสมัย
แต่ผมกลับมองเห็นลูกอ๊อด เห็นปลาหางนกยูงที่เคยแอบไปช้อนเล่นในบึงร้าง
แถวหลังห้างเซนทรัลเวิลด์ในปัจจุบัน เห็นตุ๊กตาทอยเส้นแถวกลางห้าง
เกษรพลาซ่า เห็นตึกโรงแรม 4-5 ชั้น แถวหลังพระพรหม




แล้วพอฝนตกหนักทีไร ก็นึกไปถึงเรือกระดาษ
ที่เอาไปลอยเล่นบนฟุตบาทปริ่มน้ำ..




เวลาเปลี่ยน..สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนไปบ้างตามเวลาของมัน
ถ้าอยู่ๆ ให้ผมนั่งไทม์แมชชีนมาในวันนี้ ผมอาจตะลึงกับเจ้ารถไฟฟ้า
กับห้างใหญ่โต กับจอ LCD ป้ายโฆษณา ที่ยึดพื้นที่เต็มท้องฟ้าแถวนี้ก็เป็นได้
แต่เมื่อมองให้ดี..จิตวิญญาณของราชประสงค์ยังไม่เคยแปรเปลี่ยน
จากวันวานเลย




ที่นี่..ยังคงคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
บางคนมาทำมาหากิน บางคนมาเดินเที่ยว บางคนมาช้อปปิ้ง
บางคนมาพบกับคนรัก หรือบางคนก็แค่มานั่งหลบร้อนตากแอร์เย็นๆ..




ตึกต่างๆ ที่ลงทุนกันนับร้อยนับพันล้านในย่านนี้
เสมือนโรงงานผลิตความสุขให้ผู้คนจากทุกหนแห่งในโลกมาจับจ่าย
ซื้อหาความสุขในแบบที่พวกเค้าต้องการ..




แล้วถ้าคุณไม่มีเงินล่ะ..

ความสุขที่ซื้อหาไม่ได้ด้วยเงินยังคงมีอยู่มากมายในอากาศ
เพียงแค่คุณใช้หัวใจสัมผัสโลกรอบข้างบ้าง ก็เท่านั้น..




บ้านเก่าของผม..ที่ราชประสงค์ อาจจะดูแปลกไปบ้าง
เมื่อเทียบกับบ้านของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้..แต่เมื่อมานึกดูอีกที
มีบ้านหลังไหนมีท้องถิ่นมีเมืองไหนๆ บ้างล่ะ ที่เหมือนๆ กัน




บ้านบางคนอาจติดทะเล บางคนมีบ้านใกล้ภูเขา
หรือบางคนเดินออกจากบ้านก็เข้าวัดทำบุญได้แล้ว
แต่ละที่แต่ละถิ่นต่างมีวิวัฒนาการ มีความงดงามในแบบของตัวเอง
ผมบอกไม่ได้หรอกว่าบ้านใครดีกว่ากัน..

แต่ผมเชื่อเสมอว่า..แม้จะอยู่แห่งหนตำบลไหน
เราต่างมีหัวใจมีจิตวิญญาณเป็นคนไทยเหมือนๆ กัน




และแม้ว่าในตัวผมจะไม่มี "เลือดไทย" แท้ๆ เลยซักหยด
แต่พ่อแม่ผมที่เกิดเมืองไทย ที่เคยถูกเรียกว่า "ลูกเจ๊กลูกจีน"
ก็พยายามเหลือเกินที่จะให้ลูกหลานได้ชื่อว่าเป็นคนไทย อย่างแท้จริง..




ผมเห็นเด็กสมัยนี้แย่งกันไปเรียนภาษาจีนแล้วนึกขำ
เพราะลูกจีนรุ่นผมนั้นแทบไม่ได้แตะภาษาจีนเลยซักคำ
แม้จะเห็นพ่อแม่อากงอาม่าอาโกวอาแปะสปีคจีนกันทั้งบ้าน
แต่พอเวลาคุยกับผมกับน้องๆ เค้ากลับใช้ภาษาไทยกันตลอด
เคยรบเร้าอากงให้สอนภาษาจีนให้บ้าง แต่อากงกลับบอกว่า
เราเป็นคนไทยต้องพูดให้ชัด ต้องอ่านเขียนภาษาไทยให้ได้
อย่าให้คนอื่นเขาจะดูถูกเราได้..




ทุกครั้งที่มีข่าวในหลวง อากงมักให้ผมกับน้องๆ กราบในหลวงในทีวี
อากงบอกเสมอว่า แผ่นดินนี้สงบร่มเย็นเป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้
ก็เพราะมีในหลวง

อากงมักสอนบ่อยๆ ให้เราต้องสำนึกถึงบุญคุณของในหลวง
และต้องตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินไทย เพราะที่ที่อากงจากมา..
มีแต่ความยากลำบาก แร้นแค้น แต่ที่นี่..อากงมีทุกสิ่งให้ลูกหลาน
มีข้าวกิน มีบ้านอยู่ มีเงินทองใช้ มีความสะดวกสบาย
และมีความสุข ที่หาไม่ได้จากที่ไหนๆ ในโลก..

ถึงอากงจะไม่ได้เกิดเมืองไทย..แต่ที่นี่คือ "บ้าน" ที่อากงรัก
และจะขอตายบนผืนแผ่นดินนี้



__________________________________________________

แม้ว่าอากงจะจากผมไปนานแล้ว
แต่ผมกลับได้ยินเสียงอากงร้องไห้
ในวันที่ท้องฟ้าราชประสงค์ลุกเป็นไฟ..




สำหรับผม ณ ขณะนั้น..
มันคือความเจ็บปวดที่สุดครั้งนึงในชีวิต
เจ็บปวดที่เห็นที่ที่เคยเป็นบ้านถูกทำลาย
เจ็บปวดที่เห็นคนไทยทะเลาะกัน เข่นฆ่ากัน
เจ็บปวดที่เห็นเพื่อนบ้านต้องมาชี้หน้าด่าทอกัน
แยกกันเป็นฝักเป็นฝ่าย

เจ็บปวดที่เห็นรอยยิ้มเยาะสะใจใส่ฝ่ายตรงข้าม
ที่ถูกเผาทำลายทรัพย์สิน ถูกทำร้าย ถูกเข่นฆ่า
...

..ผมเจ็บปวด..ที่เห็นคนไทยเลิกรักกัน..
..แค่เพราะคิดไม่เหมือนกัน..

..ผมเจ็บปวด..ที่ไม่อาจรักษาบ้านที่เคยสงบสุขน่าอยู่
ที่ผมเคยรู้จัก ส่งผ่านไปให้ลูกหลานผมได้..




มาถึงวันนี้ สิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลายกำลังถูกก่อร่างสร้างขึ้นมาใหม่...
ราชประสงค์ กลับมาสวยงามอีกครั้ง




..แต่หลายๆ คนกลับปล่อยให้เปลวไฟที่ราชประสงค์
ลุกลามเผาไหม้หัวใจที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเกลียดชัง
มันเป็นไฟที่ไม่ว่าจะเป็นเทวดานางฟ้าหรือนายกคนไหนๆ
ก็ไม่มีวันดับมันได้..




ใครอยากใหญ่ อยากมีอำนาจ ปล่อยพวกเค้าทะเลาะกันไปเถอะครับ
เราประชาชนคนธรรมดา แม้จะต่างฐานะ ต่างท้องถิ่น ต่างความคิด
ต่างความเห็น ต่างเหตุผล ต่างอุดมการณ์
แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้..อย่างสันติ




ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่บนผืนแผ่นดินนี้
อยากอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
และเช่นเดียวกับทุกๆ คน
ผมหวังให้คนไทยจะกลับมารักกัน
กลับมาเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง..




สำหรับผม..เปลวเพลิงที่ราชประสงค์ได้มอดสลายหายไปหมดแล้ว
เช่นเดียวกับวันวานอันแสนสุขที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้ แต่ความทรงจำ
ยังอยู่กับเราไปชั่วชีวิต




หลายครั้งที่เรารื้อลิ้นชักความทรงจำเก่าๆ เพื่อยิ้มให้กับวันเก่าๆ
เช่นเดียวกับเราต้องจดจำ..และใช้เหตุการณ์ในอดีตเพื่อเป็นบทเรียน
ไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิม..

หากเรารู้จักเจ็บและจำ รู้จักให้อภัยและละทิ้งความเกลียดชัง
รู้จักเห็นประโยชน์ของชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว รู้จักเปิดใจ
ยอมรับเหตุผลของกันและกัน และพร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่าง
ผองเพื่อนพี่น้องกัน..




เหตุการณ์ที่ผ่านมาอาจทำให้ความรู้สึกต่อราชประสงค์..เปลี่ยนไปบ้าง
แต่คงไม่มีใครพรากความสุขความงดงามจากความทรงจำของผมไปได้

ราชประสงค์ในวันนี้..อาจไม่ใช่บ้านของผมอีกต่อไป
แต่ที่นี่ก็ยังเป็นที่ที่ผมพาแฟนมาเดินเล่น พาลูกมาหัดเดิน
พาแม่มากินข้าวพร้อมกับหัวเราะให้กับคืนวันเก่าๆ

ชีวิตยังก้าวเดินต่อไป..
ความสุข ความสวยงาม ความประทับใจ ความรู้สึกใหม่ๆ
วนเวียนและถูกเก็บรักษาไว้ในลิ้นชักความทรงจำส่วนตัว..
เพื่อรอวันบอกเล่าให้ลูกหลานฟังว่าที่ๆ พ่อเกิดและเติบโต
เป็นอย่างไร..

แน่นอน..เรื่องราวที่นี่ของผมไม่ได้มีแต่ความสุข
ความเจ็บปวดและความสูญเสียที่ราชประสงค์
จะเป็นอุทธาหรณ์ให้รุ่นลูกรุ่นหลานของผมต้องจดจำไว้ในหัวใจ
เพื่อวันข้างหน้า..สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก..
ที่บ้านผมหรือที่ไหนๆ บนผืนแผ่นดินไทย..

ผมแค่หวังเล็กๆ ให้ราชประสงค์คือความสูญเสียครั้งสุดท้าย..
ที่คนไทยต้องแตกแยกทำลายกันเอง..

..ผมคงไม่ได้หวังมากเกินไปหรอกนะ..




อุปกรณ์ : iPhone 3 + Process ตามใจฉัน




====== ขอบคุณที่อ่านจนจบ =======








Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 12:33:54 น.
Counter : 1155 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หน้าม้ารับจ้าง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ชอบเที่ยว
ชอบถ่ายรูป
ชอบดูหนังฟังเพลง...
แต่ไม่ชอบโชว์หน้าตา...

บล็อกนี้เลยมีแต่เรื่องที่ผมชอบ
เอารูปตอนไปเที่ยวมาโชว์...
เอาภาพเอาบทความเรื่องถ่ายภาพมาให้ชม...
เอาหนังเอาเพลงที่เราประทับใจมาแบ่งกันฟัง...

ชอบเหมือนๆ กัน มาแชร์กัน
คิดต่าง ก็ว่ากันไป ไม่เครียดอยู่แล้ว อิอิ

_____________________________

สิงหาคม 2554

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
30 สิงหาคม 2554