Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 

หมากล้อม หมากชีวิต

ผมยังจำวันแรกที่จับเม็ดหมาก 2 สีนี้ได้ พ่อเป็นคนชวนผมเล่นและบอกว่าหมากล้อมจะทำให้ชีวิตผมดีขึ้น ก็แน่ล่ะ !!! มันต้องดีขึ้นอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรในชีวิตที่แย่ไปกว่าการสอบตกซ้ำ ๆ ซาก ๆ หรอก ตอนนั้นผมคิดว่าพ่อคงเข้าใจอะไรผิด จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ต้องการให้มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเพื่อที่จะลืมความเสียใจ ความผิดหวัง ผมเพียงแต่อยากจะหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม อะไรที่เปลี่ยนไป ... ? ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองตกต่ำลงในเมื่อผมก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในแบบเดิม ตอนนั้นพ่อพูดว่าอะไรนะ ??? เกี่ยวกับแนวคิด ... ใช่แล้ว ! พ่อสอนผมว่าชีวิตคนเราทุกคนล้วนต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราจำเป็นต้องนำเอาประสบการณ์ต่าง ๆ มาเรียนรู้ เพื่อประยุกต์ใช้เป็นแนวคิดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเองต่อไป ... ผมไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามว่าสิ่งที่พ่อพูดหมายถึงอะไร ผมไม่สนใจที่พ่อสอนหรอก ยังไงผมก็เก่ง ผมพิสูจน์ตัวเองโดยการสอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียนแพทย์ได้แล้ว สิ่งที่ผมสนใจในตอนนั้นคงมีแต่เรื่องชวนพ่อเล่นหมากรุกเท่านั้นแหละ เวลาผมเครียดหรือมีความทุกข์ การเล่นหมากรุกกับพ่อคือการระบายอารมณ์ที่ดีมาก ไม่ใช่ว่าผมสบายใจขึ้นเพราะว่าเล่นชนะหรอกนะ ( ใครจะไปชนะแชมป์หมากรุกระดับจังหวัดอย่างพ่อ ^_^ ) เพียงแต่การได้ใช้ความคิดอย่างสงบสักพักกับคนที่เรารักสำหรับคนที่กำพร้าแม่อย่างผมนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความสุขที่สุด ... แต่แล้วผมก็ต้องผิดหวังเพราะจู่ ๆ พ่อก็ไม่ยอมเล่นหมากรุกกับผม หรือว่าพ่อโกรธที่ผมสอบตก ??? ก็คงไม่ใช่ ... ที่พ่อปฏิเสธการเล่นหมากรุกกับผมในวันนั้น เหตุผลเดียวของพ่อก็คือจะสอนให้ผมได้รู้จักกับหมากล้อม




เม็ดหมากสีขาวกับดำที่มีไว้ให้ผู้เล่นแต่ละคนผลัดกันลงบนจุดตัดที่มีอยู่ทั้งหมด 361 จุด ซึ่งท้ายสุดจะมีผู้ชนะเพียงคนเดียว คือ ผู้ที่สามารถวางล้อมกั้นเอาพื้นที่ได้มากกว่า ตรงไปตรงมาแต่แฝงด้วยแง่คิดที่สำคัญ คือในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีโอกาสลงหมากเท่ากัน หรือผลัดกันลง แต่ทำไมกลับมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ( ผู้เล่นที่วางหมากก่อนจะต้องต่อแต้มให้กับคู่แข่ง 6.5 แต้ม ซึ่งเป็นแต้มต่อที่ยุติธรรมที่สุด ที่ทั่วโลกยอมรับ โดยถูกพิจารณาขึ้นมาจากประวัติศาสตร์การแข่งหมากล้อมอันยาวนานกว่า 3000 ปี )



อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะ ??? ความแตกต่างที่ว่า อยู่ที่การใช้ทรัพยากร ( เม็ดหมาก ) ของแต่ละฝ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด เม็ดหมากแต่ละเม็ดที่ผู้แข่งขันได้เลื่อนผ่านนิ้วออกไปตามจุดต่าง ๆ สามารถบ่งบอกถึงเรื่องราวความคิด จินตนาการ และความสามารถในการวางแผน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกประมวลขึ้นผ่านแนวความคิด หรือทัศนคติของผู้เล่นแต่ละคนนั่นเอง นี่คงเป็นเหตุผลที่สำคัญประการหนี่งที่นักเล่นหมากล้อมที่ดีเกือบร้อยทั้งร้อยสามารถจัดการกับชีวิต หรืออย่างน้อยก็หาทางออกให้กับตัวเองในยามวิกฤติได้ในท้ายที่สุด


ทุกอย่างฟังดูเหมือนง่ายและเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว แต่กว่าผมจะรู้ซึ้งถึงจุดประสงค์ที่พ่อต้องการจะถ่ายทอดให้ผ่านทางเม็ดหมากเหล่านั้น ดูเหมือนจะใช้เวลานานกว่าที่พ่อคาดหวัง ..... ผมขอโทษครับพ่อ ...


คุณพ่อเป็นลูกคนสุดท้องจากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 7 คน และเป็นคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือ พ่อเป็นคนเรียนเก่ง สามารถเรียนจบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากโรงพยาบาลรามาธิบดีด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนที่ต้องเรียนไปทำงานไปอย่างพ่อ พ่อแต่งงานกับแม่ตอนอายุ 35 ปี แม่ผมเสียเพราะตกเลือดจากการคลอดผม ดังนั้นถ้ามีคนถามผมว่ารักและสนิทกับใครมากที่สุด ผมไม่ลังเลเลยที่จะตอบว่า “ พ่อ ” และผมก็รู้ด้วยว่าพ่อก็รักผมมากที่สุดเช่นกัน ตอนเป็นเด็กผมกับพ่ออยู่ด้วยกันตลอดและมีความสุขมาก เป็นความสุขแบบอบอุ่นทางความรู้สึก ซึ่งต่างจากความสุขทางวัตถุนิยมอย่างที่หลาย ๆ คนในสมัยนี้ปรารถนา ... ผมไม่แน่ใจนักว่าตัวเองรู้จักคำว่า “ วัตถุนิยม ” ดีพอรึเปล่า เพราะจะว่าไปเศรษฐานะของครอบครัวเราก็เพียงแค่พออยู่พอกิน ไม่ได้มีโอกาสจะได้ไปเที่ยว ใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อมากนัก เป็นหมอไม่ได้ต้องรวยเสมอไปอย่างที่คนทั่วไปเขามอง โดยเฉพาะกับหมอที่ปักหลักทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับชุมชนเล็ก ๆ ที่ทุรกันดารดังเช่นพ่อของผม


ครั้งหนึ่งผมเคยโกรธพ่อหลังจากที่พ่อพาผมไปงานสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่นที่กรุงเทพฯ ผมต่อว่าพ่อเพราะเสียใจที่พ่อไม่ยอมมาทำงานที่กรุงเทพฯ จะได้รวยเหมือนหมอคนอื่น ๆ พ่อทำหน้านิ่ง ๆ สักพักจึงยิ้มและพูดว่า “ สักวันหนึ่งลูกจะต้องทำแบบพ่อแน่ ๆ ” .....


พ่อคงไม่รู้ว่าตอนที่ผมเลือกที่จะสอบเอนทรานซ์เข้าคณะแพทย์นั้น ในหัวมีแต่คำว่า “ เงิน ” กับความมุ่งมั่นในใจว่าผมจะไม่เป็นเพียงแค่หมอจน ๆ ที่ถูกโลกลืมอย่างพ่อ ( จริงสิ !!! ความรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง ในชีวิตตอนที่ผมสอบตกตอนนั้น คงเกิดขึ้นจากความผิดหวัง กลัวว่าผลการเรียนที่ไม่ดีจะทำให้ผมสมัครเรียนต่อเฉพาะทางแล้วเข้าทำงานในโรงพยาบาลเอกชนเงินเดือนสูง ๆ ไม่ได้นี่เอง )


คำหนึ่งก็ “ เงิน ” สองคำก็ “ เงิน ” จะไม่ให้ตอนนั้นผมคิดถึงแต่เรื่องเงินได้อย่างไร ผมไม่เคยเห็นพ่อทำงานสบาย ๆ เลย และถึงแม้จะใช้จ่ายอย่างประหยัด พวกเราก็อยู่ในฐานะที่ค่อนข้างอัตคัต ซึ่งก็มีบางครั้งที่ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเข้าสู่ภาวะวิกฤติไปเลย อย่างเช่นในช่วงที่ผมเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย หรือที่เรียกกันว่า “ Extern ” ผมมีปัญหาเรื่องค้างชำระค่าเทอม ตอนนั้นผมไม่ได้ขอทุนการศึกษาเพราะอายเพื่อน กลัวว่าเวลามีการประกาศเรียกชื่อไปสอบสัมภาษณ์ผู้รับทุน คนอื่นจะรู้ว่าผมจน ซึ่งครั้งนั้นทางมหาวิทยาลัยจะไม่ผ่อนผันให้แล้ว ก็เท่ากับว่าผมจะไม่ได้เรียนในเทอมสุดท้ายและก็จะไม่จบการศึกษา


ที่ตอนนั้นครอบครัวเรามีปัญหาเรื่องเงินกันมาก ไม่ใช่เพราะผมหรือพ่อหันไปติดการพนัน หรือติดยาเสพติด และก็ไม่ได้เป็นเพราะพ่อไม่มีความสามารถในเรื่องการวางแผนควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ช่วง 2-3 ปีนั้น พ่อต้องใช้เงินส่วนตัวเป็นจำนวนมากรณรงค์เรื่องการป้องกันโรคติดต่อ อย่างเช่น โรคไข้เลือดออก อหิวาตกโรค เป็นต้น รวมถึงการสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์และยาที่จำเป็นอีกด้วย งบประมาณจากรัฐบาลน่ะเหรอ …? ลงมาไม่ถึงดินแดนอันแร้นแค้น ยากจนแห่งนี้หรอก ...


... เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวเงินเก็บอันน้อยนิดของครอบครัวเราก็หมดไป โดยมีหนี้สินมหาศาลเข้ามาแทน


อนาคตทางการศึกษาของผมถูกยืดออกไปและสามารถเรียนต่อจนจบได้ ก็ด้วยบุญคุณของพี่น้องชาวบ้านในชุมชนซึ่งรักพ่อกันทั้งนั้น พวกเขาช่วยกันเรี่ยไรได้เงินมาก้อนหนึ่งทันทีที่รู้เรื่องปัญหาของผม .....


..... ประโยคที่ผ่านมาคือสิ่งที่พ่อบอกกับผม ... แต่ความจริง เงินที่ชาวบ้านได้เรี่ยไรกันมานั้น ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่อพ่อซึ่งขณะนั้นป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ( Acute Myocardial Infarct ) และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อขยายหลอดเลือด และใส่หลอดเลือดเทียม ( Coronary Artery Bypass Graft ) ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินก้อนหนึ่งเพื่อเดินทางไปรักษาที่กรุงเทพฯ แต่พ่อเลือกที่จะไม่ผ่าตัด โดยใช้วิธีกินยาประคับประคองอาการไปแทน ซึ่งถ้าประเมินจากสุขภาพของพ่อในตอนนั้น พ่อซึ่งจบเฉพาะทางด้านอายุรกรรมหัวใจ ( Cardiovascular Medicine ) ต้องรู้แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด จะว่าไปมันเป็นทางเลือกที่เสี่ยงที่สุดสำหรับคนทำงานอย่างพ่อก็ว่าได้


ในวันรับปริญญาของผม คุณพ่อล้มลงมือข้างหนึ่งกุมหน้าอกขณะที่เรากำลังเดินไปหาที่ถ่ายรูปกัน ผมรู้เรื่องของพ่อจากผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านที่มาในงานของผมขณะที่อยู่บนรถฉุกเฉิน ผมได้แต่ร้องไห้และตะโกนถามพ่อว่าทำไมพ่อทำแบบนี้ พ่อไม่รู้หรือไงว่าผมจะเรียนจบช้าไปอีกสักปีสองปี หรือจะเรียนไม่จบก็ได้ ขอเพียงให้มีพ่ออยู่สักคนหนึ่งข้าง ๆ ผมก็พอ พ่อไม่ได้ตอบผมเหมือนเช่นทุกครั้ง ..... พ่อเสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉิน ( Emergency Room ) โลกของผมมืดสนิทจริง ๆ มืดที่สุดตั้งแต่ชีวิตผมเกิดมา ...


พ่อครับ ..... ผมขอให้พ่อให้แสงสว่างกับชีวิตผมอีกสักครั้งได้มั้ยครับ ..... ???


สมบัติมีค่าชิ้นเดียวที่พ่อพกมาในวันนั้นถูกส่งมาที่ผม มันเป็นกล่องกำมะหยี่เล็ก ๆ พอเปิดออกมามีเม็ดกลม ๆ แบน ๆ อยู่ 2 เม็ด เม็ดหนึ่งสีขาว อีกเม็ดหนึ่งสีดำ ดูก็รู้ทันทีว่ามันถูกสั่งทำขึ้นเพื่อเลียนแบบลักษณะของเม็ดหมากล้อม เมื่อหยิบขึ้นมาแล้วพลิกด้านดูจะพบรอยแกะสลักข้อความ เม็ดหนึ่งสลักเป็นชื่อของผม อีกเม็ดหนึ่งสลักคำว่า “ คนไข้ ”


แม้ทุกวันนี้พ่อไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผม แต่คำสอนของพ่อยังอยู่เคียงข้างผมทุกลมหายใจ


ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พ่อตัดสินใจทิ้งหมากกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้อีกกลุ่มหนึ่งรอด แน่นอนที่สุด ... พ่อต้องคาดหวังว่าหมากกลุ่มที่รอดนั้นจะต้องมีประโยชน์ต่อผลลัพธ์โดยรวม คุ้มค่าต่อการเสียไปของหมากกลุ่มแรก ... พ่อซึ่งเป็นคนที่รู้จักผมดีที่สุด มองออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าความมุ่งมั่นที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของคนอ่อนแออย่างผมนั้น คงจะมอดดับไปชนิดจุดไม่ติดหากตอนนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนอีกครั้ง จึงตัดสินใจทำทุกอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่พ่อคิดว่ามีค่ามากที่สุดในชีวิต สิ่งมีค่าที่พ่อคาดหวังเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งเม็ดหมากเม็ดนี้จะให้ผลตอบแทนที่มีประโยชน์ที่สุดต่อหมากทั้งกระดาน


แนวคิดของพ่อที่ผสมผสานเข้ากับศาสตร์แห่งหมากล้อม ซึ่งถ่ายทอดลงมาในทุกย่างก้าวของชีวิต เปรียบได้กับการวางเม็ดหมากในช่วงต้นเกมที่มุ่งเน้นไปในการวางโครงสร้างตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญ อันจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง ที่จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อไปในอนาคต ตราบเท่าที่เกมกระดานนั้นจบลง และแม้แต่ในเกมหมากกระดานใด ๆ ที่เดินจบไป ประโยชน์ของมันก็ยังคงอยู่ ผ่านทางแผ่นบันทึกหมาก ให้โอกาสกับคนชั่วลูกชั่วหลานได้เก็บไว้ศึกษา เป็นการคงอยู่ที่เฉกเช่นบรรยากาศความรัก ความอบอุ่นที่คนในชุมชนได้มอบให้กับพ่อ รวมถึงความสำเร็จของพ่อในการวางรากฐานพัฒนาความเป็นอยู่ ความเจริญให้กับถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง


ในวันนี้จังหวัดของเรามีระบบสุขาภิบาล และมีระบบการบริการทางด้านสุขภาพที่ดีที่สุดในภูมิภาค ชาวบ้านมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากภายใต้แนวคิดการบริหารเศรษฐศาสตร์แบบ “ พออยู่ พอกิน ” จังหวัดของเราได้ถูกยกย่องให้รับรับรางวัล “ จังหวัดแม่แบบ ” ติดต่อกัน 5 ปี ... ผม ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัด และเป็นสมาชิกคนหนึ่งของชุมชน ขอกราบขอบพระคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อได้มอบให้กับผมและสังคมแห่งนี้ ผมสัญญาว่าจะนำความรู้ความสามารถที่มีทั้งหมด มาสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม เพื่อให้สมกับที่ผมเป็นกลุ่มหมากที่พ่อคาดหวัง และต่อลมหายใจให้ในวันนั้น



น.พ. วสวัตติ์




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2548
12 comments
Last Update : 20 สิงหาคม 2548 2:13:27 น.
Counter : 1303 Pageviews.

 

ซึ้งและเศร้าจังเลยค่ะ

อ่านแล้วนับถือคุณพ่อคุณมาก ๆ ค่ะ

อ่านไปน้ำตาคลอไป

 

โดย: นางมารร้าย update 20 สิงหาคม 2548 2:47:43 น.  

 

ดีจังเลยค่ะ

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 20 สิงหาคม 2548 4:44:37 น.  

 

กราบแทบแท้า...คนเป็นหมอด้วยใจ ...
Live and Learn

 

โดย: suparatta 20 สิงหาคม 2548 9:57:48 น.  

 

ขอขอบคุณที่คุณหมอมอบสิ่งที่ดีให้แก่ชาวบ้านและสานต่อความมุ่งมั่นของคุณพ่อ และคุณหมอได้มอบสิ่งดีๆเล็กๆ บางอย่างใว้ในข้อความนี้ที่ทำให้ ผมมีความคิดที่ดีๆ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป


ขอบคุณครับ ขอบคุณมากจริงๆ
ผมเป็นกำลังใจให้ครับ

 

โดย: เข้ามาโดยบังเอิน IP: 58.11.41.57 3 กันยายน 2548 13:31:51 น.  

 

อ่านแล้วซึ่งจนไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา

นอกจากคำว่า ขอบคุณ

ขอบคุณในฐานะ คนไทย ที่คุณหมอมีจิตวิญณานในความเป็นหมอ

ขอบคุณในฐานะคนไข้ คนนหึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนไข้ที่คุณหมอรักษา

 

โดย: Think of me IP: 202.183.233.12 6 พฤศจิกายน 2548 17:18:12 น.  

 



ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ

 

โดย: ปออุ๊ก 14 กุมภาพันธ์ 2549 23:03:25 น.  

 

อ่านกี่ทีก็ยังซึ้งเหมือนเดิม มาติดตามความเคลื่อนไหวครับ

 

โดย: ปออุ๊ก 13 พฤษภาคม 2549 2:21:29 น.  

 

ซึ้งจังเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อ ว่ายังมีคนดีๆแบบนี้อยู่ในโลก ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย

 

โดย: kurapik IP: 202.12.97.100 28 สิงหาคม 2549 1:16:38 น.  

 

อ่านแล้วซึ้งจายหมอ....มาก...ซึ้งคับ
-*-การปิดเกม ถ้าประมาทปิดเกมไม่ดี จะแพ้ แบบตกม้าเดี้ยงเลย -*-อ่าคับ
....ไม่คิดเรื่อง"เงิน"หายากๆคับ...จิงคับ
หมอที่ดีมักๆยังมีคับ....น่ามอบรางวัลให้อ่าคับ
..........................................................................
การเล่นหมากล้อม นอกจากจะเป็นการพัฒนาให้มีความคิดเฉียบคมดังกล่าวแล้วนั้น ยังเป็นการฝึกให้ผู้เล่นมีทัศนคติที่ดีต่อปัญหาต่างๆ ในชีวิตและการทำงาน ผู้ที่เล่นอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นคนที่ชอบความยากและงานที่ท้าทายความสามารถ ไม่ย่อท้อหนีปัญหา ง่ายๆ ฝึกให้เกิดความเคยชินกับความยุ่งยากซับซ้อนวุ่นวายเห็นเรื่องยากเป็นเรื่องง่ายธรรมดา อีกทั้งยังฝึกให้ผู้เล่นเป็นนักวางแผนกลยุทธ พัฒนาความคิดในเชิงวิเคราะห์ คือการกำหนดลักษณะของปัญหา พืจารณาค้นหาสาเหตุ ประเมินกำลังและสภาพแวดล้อม กำหนดทางเลือกที่เป็นไปได้ต่างๆ ทั้งหมดแล้วจึงตัดสินใจเลือกทางเลือกเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ได้อย่างดีที่สุด ทำให้เป็นคนสุขุมลุ่มลึก ละเอียดรอบคอบ ตัดสินใจอยู่บนหลักของเหตุผลไม่ใช้อารมณ์
เราสามารถเรียนรู้จุดอ่อนของตัวเราเองได้จากเกมที่เล่นแพ้ซึ่งหลักการเล่น หมากล้อม ที่สำคัญคือ การนำเกมที่แพ้มาวิเคราะห์ว่าเราได้ทำอะไรผิดไปบ้าง เป็นการ ปรับแนวทางทัศนคติ และ ลดอัตตา ของผู้เล่นลง คือ ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ดื้อ ดันทุรัง ยอมรับผิด / ยอมรับว่าไม่รู้ได้...

..........................................................................
-*-เป็นคนดีที่โลกรอ-*-ที่ชาติต้องการ-*-ที่คนทุกคนต้องการมากๆ-*-คับ
เป้นกำลังใจให้คุณหมอทุกๆคนน้า................-*-

 

โดย: bobon_poon IP: 124.121.4.4 5 พฤษภาคม 2550 10:04:13 น.  

 

อ่านแล้วซึ้งมากๆครับ และดีใจมากที่เมืองไทยมีหมอดีๆเช่นนี้ ขอใหสู้ต่อไปนะครับ

 

โดย: Dr. Doggy IP: 58.9.200.154 27 พฤษภาคม 2550 16:03:10 น.  

 

ปกติผมมักจะเจอเพื่อนๆหรือคนรูจักผมที่เป็นหมอเพื่อเงิน ที่ไหนจ้างแพงกว่าก็ไป เงินเดือนเรือนแสนกันทั้งนั้น ร.พ.เอกชนในกทมก็อีก มีการทำการตลาด เจาะตลาดต่างประเทศเพื่อให้ชาวต่างชาติมารักษา ทำเพื่อเงินทั้งนั้น พวกนี้คงลืมจิตวิญญาณของหมอกันแล้วกระมัง บางครั้งผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาเป็นหมอหรือนักธุรกิจกันแน่
ผมขอแสดงความนับถือคุณหมอเจ้าของBlogนี้อย่างสุดใจครับ และขอเป็นกำลังใจให้ตลอดไป

 

โดย: เบนซ์ IP: 58.8.175.34 27 พฤษภาคม 2550 21:43:32 น.  

 

ภูมิใจมากครับ


....................... RAMA รุ่น 34

 

โดย: aezy IP: 58.181.231.3 4 พฤศจิกายน 2550 21:33:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มังมหานรธา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มังมหานรธา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.