:: ร้านอาหารจีน Red Rose ร้านแรกในไทยที่ให้เรากำหนดราคาอาหารเอง ::



RED ROSE MODERN CHINESE RESTAURANT

ห้องอาหารเรดโรส (RED ROSE) ตั้งอยู่ในโรงแรมเซียงไฮ้ แมนชั่น บนถนนเยาวราชค่ะ ที่นี่เป็นห้องอาหารจีนโมเดิร์น
กับการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความหรูหรา งดงาม ตกแต่งสีสด สลับกับสีดำ และสีขาว
ทำให้ร้านดูบรรยากาศหรูหรา ไม่ได้ดูเป็นจีนจ๋า แบบที่คิดไว้แต่แรกค่ะ พูดกันง่ายๆคือ ดูไฮโซมากๆ







RED ROSE
เสิร์ฟบรรยากาศสุดชิคพร้อมหลากเมนูอาหารจีน ในสไตล์ “โมเดิร์น ไชนิส คูซีน (Modern Chinese Cuisine)”
ที่คัดสรรค์วัตถุดิบชั้นดี บรรจงสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารจีนพรีเมี่ยม ด้วยกรรมวิธี การปรุงรส และวัตถุดิบตำรับจีน
ที่หาทานได้ยาก อาทิ Baby Abalone (เบบี้เป๋าฮื้อ) นำเข้าจากแอฟริกาใต้ ที่ให้รสชาติหวานนุ่มกว่า
หรือ น้ำซุปที่ต้มจากขาหมูแฮมยูนนาน ซึ่งเป็นมณฑลที่ได้ชื่อว่ามีกรรมวิธีการหมักหมูที่ดีที่สุด
อาหารและน้ำซุปที่นี่ไม่มีผงชูส แต่เป็นการเพิ่มรสชาติการปรุงรสน้ำซุปด้วยกังป๋วย หรือหอยเชลล์แห้ง
ที่มีสารกลูตาเมตในการเพิ่มการรับรส เพิ่มรสชาติ เหมาะกับการทำน้ำซุปเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้
ซอสปรุงรสทุกหยดของที่นี่นำเข้าจากฮ่องกงทั้งหมด จึงทำให้มั่นใจได้ว่าทุกรสสัมผัสยังคงรสชาดอาหารจีน
แบบต้นตำรับไว้อย่างครบถ้วน ในขณะเดียวกันก็มีการผสมผสานเทคนิคการปรุงรส การเพิ่มลูกเล่นในการทาน
ให้ได้อรรถรสเพื่อไม่ให้การทานอาหารจีนทั้งมือนั้นเลี่ยนจนเกินไป จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หลงไหล
ในเสน่ห์ของอาหารจีน ที่สามารถนั่งชิลล์ จิบไวน์ เคล้าไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีสดของที่นี่ได้ตลอดคืน



ที่ RED ROSE นี้ ต้องบอกเลยค่ะว่า แอบตกใจนิดนึง ที่ร้านดูหรูหรา และคลาสสิคมาก ไม่คิดว่าจะเป็นร้านอาหารจีน
ดนตรีสดที่เล่นก็เน้นไปที่เพลงสากล แขกส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติค่ะ มีคนไทยด้วยเหมือนกัน บนโต๊ะที่เห็น
จะเซตจานเอาไว้เหมือนอาหารฝรั่งเลยนะ แถมมีแก้วไวน์อีกต่างหาก ซึ่งทาง RED ROSE ก็แนะนำว่า
ทางร้านจะเสริฟอาหารจีน แต่ก็สามารถเลือกได้ว่า จะให้เสริฟคู่กับ ชา หรือ อยากให้แนะนำเป็นไวน์ตัวไหน
ที่จะเหมาะกับอาหารจานนั้นๆ พอได้ฟังก็มึนๆงงๆนะ แต่ก็รู้สึกว่า เชฟที่นี่ดูจะมีความคิดสร้างสรรค์ไม่เบาเลยค่ะ



อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่ นอกจากกลิ่นกุหลาบหอมจางๆ ตามชื่อร้านแล้ว ที่นี่พนักงานจะต้อนรับ
ด้วยผ้าเย็นหอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ พร้อม Welcome drink ที่เป็น Chinese whiskey เรียกน้ำย่อย
ซึ่งมาเป็นไหแบบนี้เลยค่ะ แต่ให้เราทาน จอกนึง เพราะแอลกอฮอลล์แรงมาก วาไม่ได้ชิมนะ เพราะปกติ
วาไม่ทานแอลกอฮอล์เท่าไหร่ แล้วอันนี้กลิ่นแรงมากๆ แต่คนที่ชิมบอกว่า ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว
คนที่ทานเหล้าแรงๆ ก็อาจจะทานได้โอเค ให้จิบนิดๆ เป็นการเรียกน้ำย่อยได้ดีจริงๆ



มาถึงอาหารของที่นี่บ้าง คือเค้าจะมีให้สั่งเป็น เซตเมนูค่ะ ซึ่งมีแบบสำหรับ 1 คน หรือสำหรับ 2 คนแล้วแต่
เค้าจะมีบอกว่าในเซตนั้นๆ มีอะไรบ้าง เราสนใจตัวไหนยังไง ก็เลือกเลย ซึ่งในเมนูไม่ได้มีรูปภาพแต่อย่างใดค่ะ
วาก็เลือกเป็น Red Rose Dinner Set 3 ( 5courses for 1 person ) เป็นเซตสำหรับ 1 คนค่ะ เมนูน่าสนใจ
วาอยากลองพระกระโดดกำแพง แล้วก็เนื้อวากู ก็เลยเลือกอันนี้ค่ะ



Appetizer : สลัดกุ้งทอดผลไม้
Crispy Prawn Salad with Wasabi Mayonnaise and Fresh Fruits



ผลไม้สดหลากชนิด และเนื้อกุ้ง คลุกเคล้ากับน้ำสลัดที่มีส่วนผสมของวาซาบิและมายองเนส
จานนี้สดชื่นมาก ทางเชฟแนะนำว่าให้ทานคู่กับไวน์ขาวตัวนึง หรือ ชา อย่างใดอย่างหนึ่ง
ซึ่งก็อร่อยไปอีกแบบ เพราะไวน์ค่อนข้างมีรสออกหวานเปรี้ยวๆ สดชื่น แต่วาก็แค่จิบๆ และทานคู่กับชา
ก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ เป็นการเริ่มเซตเมนูได้สดชื่นดี 



Soup : พระกระโดดกำแพง
Soup with Sea Cucumber, Baby Abalone, Dried Scallops, Ginseng and Chinese Herbs

พระกระโดดกำแพง

สุดยอดเมนูฮ่องเต้ที่มีส่วนผสมของ เป๋าฮื้อตัวเล็ก ปลิงทะเล กระเพาะปลาสด เห็ดหอม กังป๋วยแห้ง
นกเป็ดน้ำ (ปัจจุบันใช้ไก่ดำแทน เนื่องจากนกเป็ดน้ำใกล้สูญพันธุ์) นอกจากนี้ ยังมี ขาหมูแฮมยูนนาน
(มณฑลที่ได้รับการยอมรับว่ามีการหมักขาหมูที่ดีที่สุด เนื่องที่มีอากาศหนาวทั้งปีชนิดเย็นเฉียบ
ซึ่งมีกรรมวิธีการถนอมอาหารโดยเอาขาหมูไปฝังดินหมักด้วยความเย็นของดิน จะอร่อยวิเศษกว่าวิธีใดๆ)
พร้อมด้วย "เครื่องยาจีนร้อน” ตำรับโบราณขนานแท้ ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เคี่ยวรวมกัน
ไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง ได้นำซุปตำรับฮ่องเต้ที่แสนกลมกล่อม ตำนานเล่าว่าในขณะที่ชาวบ้านกำลัง
เคี่ยวซุปสูตรเด็ดนี้ นักบวชจากวัดเส้าหลินซึ่งอยู่กำแพงติดกันนั้นเอง ได้กลิ่นซุปอันรัญจวนนี้
ถึงกับต้องปีนกำแพงมาขอน้ำซุปจากชาวบ้านดื่ม เมื่อความได้ยินถึงฮ่องเต้ จึงได้สั่งให้ปรุงซุป
เดียวกันนี้ถวายด้วย จึงทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูฮ่องเต้ในที่สุด

อันนี้ต้องบอกเลยว่า เพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรกค่ะ เค้าเสริฟมาในหม้อเล็กๆ แต่ข้างในอัดแน่นไปด้วย
วัตถุดิบชั้นยอดหลายอย่าง ที่แน่ๆคือปลิงทะเล อร่อยมากๆ ที่ชัดๆอีกอย่างก็คือไก่ดำค่ะ แล้วก็รวบรวม
เครื่องยาจีนมากมาย ซุปกลมกล่อมมากๆค่ะ ไม่จืด ไม่เข้มเกินไป ทานเป็นซุปได้อย่างดี วาซดหมดเลยล่ะ
เนื่องจากไม่เคยทานที่อื่นก็ไม่รู้ว่าอันนี้อร่อยไหมยังไง แต่ถือว่ารสชาดดี ถูกปากค่ะ



 Main Course : เนื้อริบอายเจี๋ยนซอสงา
Pan-seared thin slices of Rib Eye with Chef’s special sesame sauce

จานนี้วาให้เป็นไฮไลท์ของเซตนี้เลยนะ เพราะหน้าตาดูธรรมดา เหมือนสเต็กเนื้อ
แต่รสชาดถูกใจมากจริงๆค่ะ เป็นริบอายเนื้อนุ่ม ราดซอสที่มีรสเข้มข้น ได้กลิ่นของซอสงา
หรือที่มีรสคล้ายๆน้ำสลัดญี่ปุ่นนิดๆ อร่อยลงตัวมาก แล้วผักเคียงด้านข้างคือ " กิมจิ "
ซึ่งทานรวมๆกันแล้ว อร่อยมาก ไม่คิดว่ามันจะลงตัวได้ขนาดนี้ ต้องบอกว่าเชฟเก่งมากจริงๆค่ะ
จริงๆชิ้นใหญนะคะ อิ่มเลยล่ะ แต่ถ่ายรูปมาในมุมที่ดูชิ้นไม่ใหญ่ พอดีที่ร้านค่อนข้างมืดค่ะ ถ่ายรูปยากหน่อย



อาหารจานนี้เชฟแนะนำให้ทานกับไวน์แดงค่ะ ซึ่งมันจะเข้ากันกับการทานเนื้อ แต่ก็มีการเสริฟชาให้ลองทานคู่ด้วย
ก็รู้สึกว่า ชามันทานคู่กับอะไรก็ได้นะ วาเองไม่ทานแอลกอฮอล์ด้วย เลยรู้สึกว่าทานกับชาอร่อยทุกอย่างเลย



Rice : ข้าวเหนียวเนื้อปู
Sticky Rice steamed in Chinese herbs topped with crabmeat

ข้าวเหนียวเนื้อปู

อีกหนึ่งเมนูหาทานยาก ที่เชฟนำข้าวเหนียวที่ผ่านการแช่มาไม่เกิน 3 ชั่วโมง มานึ่งจนสุกได้ที่ในเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้ข้าวเรียงตัวเป็นเม็ดสวย จากนั้นนำไปคลุกกับซอสที่มีส่วนผสมของกุ้งแห้ง เต้าเจี้ยว เนื้อหมูส่วนสันคอ และเคี่ยวต่อในเวลาที่พอดีเพื่อไม่ให้ข้าวแข็งเกินไป นำไปแช่ตู้เย็นในอุณหภูมิที่เหมาะสม ก่อนจะนำออกมานึ่งพร้อมโรยหน้าด้วยเนื้อปูสดรสเข้ากันเป็นอย่างดี

จานนี้รสชาดเหมือน บ๊ะจ่างค่ะ แต่ข้าวนุ่มมากๆ นุ่มแบบไม่คิดว่ามันคือข้าวเหนียว และไม่ได้ร่วนแบบข้าวสวย
คือนุ่มจนตักเข้าปากเรื่อยๆ เพลินๆ เผลอแปปเดียวหมด ไม่รู้ตัวเลยค่ะ จานนี้เค้าเสริฟมาพร้อมกับเนื้อริบอาย
ซึ่งสามารถทานคู่กันก็ได้ หรือทานแบบเดี่ยวๆก็ได้ค่ะ วาว่ารสกำลังดีไม่เค็มไป ไม่จืดเกิน 



Dessert : แปะก๊วยร้อนมะพร้าวอ่อน
Warm Gingko Nut served in syrup with Young Coconut Meat

และสุดท้ายค่ะ แปะก๊วยมะพร้าวอ่อน อร่อยมากๆ เพราะเสริฟมาแบบร้อน เลยทำให้นุ่มขึ้น
รสก็ไม่หวานเกินไป ปิดท้ายมื้ออาหาร มื้อนี้แบบอุ่นๆ อิ่มสบายท้องเลยค่ะ
ซึ่งตอนนี้เค้าก็นำเสนอเครื่องดื่ม ที่เหมาะกับจานนั้นนี้มากมาย รวมไปถึงเหล้าอันนี้ด้วย
ชิมแล้วก็แบบ มันนุ่ม มันเข้ม มันบอกไม่ถูกเลยค่ะ จิบเล็กมากๆ อยากชิม 55555



อ้อ...ลืมบอกไปค่ะว่า เครื่องดื่มต่างๆที่พิมพ์ หรือโพสถึง จะไม่ได้รวมราคาในเซตอาหารนะคะ ต้องจ่ายแยกต่างหาก
ซึ่งก็สามารถสอบถาม และปรึกษาได้เลยว่า เราสั่งเมนูนี้ๆ แล้วควรจะทานคู่กับอะไรได้บ้ง เค้าแนะนำดีค่ะ บริการดีมาก

ราคาเครื่องดื่ม กรณีลูกค้าอยากให้จับคู่เครื่องดื่มไปพร้อมๆกับคอร์สของอาหาร ดังนี้ค่ะ
- Pairing กับเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ จะอยู่ที่เรทตั้งแต่ 500-1,500 บาท 
- Paring กับเครื่องดื่ม non-alcohol จะอยู่ระหว่าง 400-500 บาท
- ถ้าไม่อยากให้ Pairing เพื่อประหยัดค่าเครื่องดื่ม สามารถเลือกเป็นน้ำผลไม้ 
หรือม็อกเทลได้ อยู่ที่ 80 - 150 บาทค่ะ



AT RED ROSE, You Name The Price .... มาถึงขั้นตอนการกำหนดราคาอาหารมื้อนี้ค่ะ

ครั้งแรกในประเทศไทยที่จะทำให้แต่ละมื้อของคุณไม่ธรรมดาอีกต่อไป กับรูปแบบการให้บริการแบบ
“You Name The Price” ให้คุณเป็นผู้กำหนดราคาค่าอาหารในแต่ละมื้อด้วยตนเอง เลือกจ่าย
ค่าอาหารมื้อนั้นตามความประทับใจของคุณได้ จากกว่า 50 เมนูพิเศษที่ผ่านการปรุงโดยเชฟ
ผู้ชำนาญการด้านอาหารจีนต้นตำรับของ Red Rose ตั้งแต่ a la carte ไปจนถึงเซ็ตเมนู
ที่พร้อมสลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ได้อิ่มอร่อย และ Name The Price ได้ไม่ซ้ำกันในทุกๆ เทศกาล



‘You Name The Price’ มีแนวคิดเช่นเดียวกับรูปแบบการให้บริการแบบ Pay What You Think It’s Worth
ในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียง 6 ร้านทั่วโลก Red Rose นับเป็นร้านอาหารแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดให้บริการในรูปแบบนี้



สรุปมื้อนี้ วาให้ราคาอาหารเซตนี้ที่ : 990 บาทค่ะ

จริงๆอยากจะให้ราคาสูงกว่านี้ด้วยนะ แต่ก็รู้สึกว่าถ้าจะต้องจ่ายค่าอาหาร ก็คงไม่อยากจ่ายแพง 555
แต่เหตุผลที่ให้ราคานี้ ก็เพราะว่า วาว่าคุณภาพของเค้าเลิศมากเลยนะคะ วัตถุดิบคุณภาพดี กุ้งเด้งดึ๋งๆ
ซอสราดต่างๆ การตกแต่ง รสชาด บรรยากาศ มันลงตัวมาก จนรู้สึกว่าประทับใจ คือถ้าดูแค่รูปอาหาร
หรือชื่อเมนู มันก็อาจจะไม่ได้รู้สึกแบบที่วาไปสัมผัสมา อันนั้นก็แล้วแต่เทสใครเทสมันนะคะ อยากให้เยอะๆ
แต่ก็คำนวนแล้ว วาว่าวาอยากจ่ายที่ราคานี้ ประมาณนี้ค่ะ (ราคานี้เป็นราคาเน็ตแล้ว ไม่รวมเครื่องดื่มนะคะ)


ขอถ่ายรูปคู่กับเชฟคนเก่งของ RED ROSE ค่ะ

รู้สึกสนุกและตื่นเต้นดีค่ะที่ได้มาทานอาหารที่ RED ROSE ในวันนี้ เพราะนอกจากจะเป็นเมนูอาหารจีนที่ไม่จำเจ
ร้านบรรยากาศดี ยังได้เลือกราคาเองด้วย วาแอบถามว่า คนส่วนใหญ่ให้ราคากันประมาณไหน เค้าก็บอกว่า
ราคาประมาณวานี่แหล่ะ แต่ก็มีหลายๆครั้งที่ชาวต่างชาติให้ราคาแบบสูงกว่านี้มากๆ เพราะเค้าอาจจะประทับใจในบริการ
หรืออะไรไปด้วย คือแล้วแต่ความพอใจจริงๆ อาหารในเมนูมีให้เลือกหลายเซตค่ะ น่าทานทั้งนั้น
วันนี้อิ่มอร่อยมากๆเลยทีเดียว ขอบคุณทาง RED ROSE ที่เชิญมาสัมผัสประสบการณ์พิเศษวันนี้ค่ะ


ถ้าใครสนใจอยากจะลองประสบการณ์ใหม่ๆ
ก็แวะไปได้ที่ ห้องอาหาร RED ROSE โรงแรมเซี้ยงไฮ้แมนชั่น ถนนเยาวราชนะคะ

- - - - - - - - - - - - - - -  - - - - - - - - - - -
มีอะไรสอบถาม พูดคุย เพิ่มเติม ได้ที่ Fanpage นะคะ 
เผื่อวาไม่ได้ย้อนมาเช็ค comment ครบทุกหน้าค่า




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 1 ธันวาคม 2557 0:00:11 น. 4 comments
Counter : 3436 Pageviews.

 
นึกว่าพระกระโดดกำแพงจะมีรสชาติร้อนๆซะอีกครับ น้องวาบรรยายซะอยากชิมเรย


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 พฤศจิกายน 2557 เวลา:4:36:47 น.  

 
อยากไปจังควรไปวันไหนเวลาไหนที่คนน้อยๆไม่ชอบคนแยอะ..ไปทั้งครอบครัวดีมั๊ย..


โดย: ป๊าหรั่ง.คนชอบชิม IP: 125.27.230.106 วันที่: 24 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:33:33 น.  

 
อยากไปจังควรไปวันไหนเวลาไหนที่คนน้อยๆไม่ชอบคนแยอะ..ไปทั้งครอบครัวดีมั๊ย..


โดย: ป๊าหรั่ง.คนชอบชิม IP: 125.27.230.106 วันที่: 24 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:34:11 น.  

 
อยากไปจังควรไปวันไหนเวลาไหนที่คนน้อยๆไม่ชอบคนแยอะ..ไปทั้งครอบครัวดีมั๊ย..


โดย: ป๊าหรั่ง.คนชอบชิม IP: 125.27.230.106 วันที่: 24 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:34:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นังนู๋วา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 143 คน [?]













Blog date ล่าสุด ..



Google+



วิธีสั่งซื้อไอเฮิร์บคลิ๊ก


cool hit counter <-- My Blog Stat




Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นังนู๋วา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.