.....มองต่ำเราเหลือ มองเหนือเราขาด.....
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
มะเร็งต่อมไทรอยด์ ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ขวา



๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๖
พบหมอเพื่อฟังผลชิ้นเนื้อ ทั้งที่เตรียมใจในทางร้ายไว้ก่อนว่าเราอาจเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ แต่ก็ยังหวั่นใจเหมือนกัน ถึงตอนเราพบหมอ หมออ่านประวัติการรักษาแล้วบอกสั้น ๆ ว่า “คุณต้องผ่าตัดต่อมไทรอยด์อีกข้างนะ” แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวเราตัวชา อึ้ง พูดอะไรไม่ออก หน้าตาก็คงตกใจสุดขีด (นี่ขนาดเตรียมใจมาแล้วนะ) หมอก็บอกว่า "น่า ไม่เป็นไรหรอก ไปลงคิววันผ่าตัดกัน" แล้วหมอก็พาไปดูคิวผ่าตัด พอเปิดสมุดคิวผ่าตัดเล่มใหญ่ดูแล้วปรากฏว่าหมอลงคิวผ่าตัดครั้งต่อไปให้เราแล้ว นอน รพ.วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๔๗ และผ่าตัด ๒๙ มกราคม

เดินออกจากห้องตรวจมาแบบเลื่อนลอย (เราไปคนเดียว) อยากให้เหตุการณ์ที่ผ่านไปมันเป็นแค่ความฝัน มันไม่ใช่เรื่องจริง เราไปนั่งสงบสติตามลำพังสักพักก็ตั้งสติได้ว่านี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับมัน เราเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ ตอนนั้นไม่ร้องไห้ แค่ซึม ๆ แล้วก็ไปจองห้องคนไข้พิเศษสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป หลังจากนั้นไปร้านหนังสือ หาหนังสือเกี่ยวกับโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ มีแต่มะเร็งตับ ปอด กระเพาะอาหาร สมอง ลำไส้ ต่อมลูกหมาก เต้านม อะไรอื่น ๆ ก็เลยได้หนังสือความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง สาเหตุ วิธีการรักษา การดูแลตัวเองของผู้ป่วย อาหารต้านมะเร็ง

ระหว่างอยู่ร้านหนังสือโทรหาพี่สาวบอกว่าต้องผ่าตัดอีกข้าง คือรู้กันว่าถ้าผ่าตัดอีกข้างคือเป็นมะเร็ง พี่สาวถามว่าหมอว่าอย่างไรบ้าง ก็เล่าเหตุการณ์ตอนเจอหมอให้ฟัง พี่สาวรัวคำถามมาเลยว่าทำไมไม่ถามหมอให้ละเอียดว่าเป็นระยะที่เท่าไร อันตรายมากไหม ต้องทำอย่างไร รักษาอย่างไร... เราก็เออ จริงด้วย ตอนนั้นเราช็อคจนทำอะไรไม่ถูก เลยบอกไปว่าช่างเหอะ หมอจะรักษายังไงก็แล้วแต่หมอ


๒๗ มกราคม ๒๕๔๗
นัดนอน รพ. พบหมอ แล้วไปเจาะเลือด วันนี้ไม่ได้เอ็กซเรย์ปอด เพราะผ่าตัดครั้งนี้ห่างจากครั้งก่อน ๒ เดือน ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ วันนี้โชคดีได้ห้องคนไข้พิเศษ นั่ง ๆ นอน ๆ ในห้องพอเบื่อก็ขออนุญาตพยาบาลลงมาเดินเล่นข้างล่าง


๒๘ มกราคม ๒๕๔๗
นั่งเล่น นอนเล่นอีกวัน ตอนบ่ายทีมวิสัญญีมาคุยด้วย ก็เลยขอร้องว่าเวลาสอดท่อช่วยหายใจ ขอเบามือนิดนึง เพราะหลังผ่าตัดครั้งก่อนเราเจ็บในคอมาก ๆ เจ็บมากกว่าแผลผ่าตัดด้วยซ้ำ ทีมวิสัญญีก็ดีมาก ๆ รับปากว่าจะทำให้เบามือที่สุด แถมบอกว่าครั้งก่อนก็ระวังเต็มที่แล้ว นอกจากนี้เรายังบอกพยาบาลไว้ด้วยว่า หลังออกห้องผ่าตัดมาแล้วก่อนจะถอดสายน้ำเกลือ รบกวนถามหมอเวรให้แน่ใจก่อน เพราะไม่อยากโดนเจาะหาเส้นเพื่อเติมน้ำเกลือทีหลังอีก
หลังเที่ยงคืน งดน้ำ อาหาร


๒๙ มกราคม ๒๕๔๗
ตอนเช้าพยาบาลมาเติมน้ำเกลือให้ ใส่สายปัสสาวะ นอนรอเขามารับไปห้องผ่าตัด สาย ๆ เจ้าหน้าที่เอาเปลมารับไปห้องผ่าตัด พอจะถึงห้องผ่าตัด ความรู้สึกขณะนั้นนึกถึงเด็กนักเรียนที่พ่อแม่ไปส่งที่โรงเรียนแล้วเด็กร้องไห้กลับบ้าน ไม่ยอมเข้าไปในโรงเรียน เราไม่อยากเข้าไปในห้องผ่าตัด เราไม่อยากรับการผ่าตัดอีก ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการผ่าตัดสองเดือนก่อนเหมือนผ่านไปเมื่อวานนี้เอง ยังจำกลิ่นออกซิเจนก่อนสลบได้ เหมือนมันยังจ่อที่จมูก อยากให้เขาเข็นเรากลับห้อง หรือถ้าผ่าตัดแล้วเราก็ไม่อยากฟื้น อยากไป ๆ ให้พ้นไม่ต้องฟื้นเพื่อรับรู้ความเจ็บปวด

แต่สุดท้ายก็ปลอบใจตัวเองว่า เรามาเพื่อรักษาโรค เราต้องยอมเจ็บเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อ เรายังโชคดีมีโอกาสได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของภาคเหนือและน่าจะติดอันดับ Top Five ของเมืองไทยด้วยซ้ำ ในที่สุดก็เข้าห้องผ่าตัด ขั้นตอนทุกอย่างเหมือนเมื่อสองเดือนก่อน แล้วเราก็หมดสติไป พอฟื้นอีกทีก็เจ็บปวดแผลผ่าตัดมากมายเหมือนเดิม นอนร้องไห้เงียบ ๆ ตามเคย ครั้งนี้นอนพักฟื้นไม่นานก็เข็นกลับห้อง ตอนอยู่ในลิฟท์เราคลื่นไส้อยากอาเจียน คนเข็นเปลก็บอกให้พยายามทนให้ถึงห้องก่อน แต่กลั้นไม่ไหวอาเจียนออกมาเลอะเลย ถึงห้องก็นอนสลึมสลืออีกนาน พอได้อาเจียนก็รู้สึกดีขึ้น และก็อาเจียนอีกหลายครั้งตลอดคืน

เจ็บปวดแสนสาหัสทั้งแผลผ่าตัดและในคอที่สอดท่อช่วยหายใจ แต่ในคอที่สอดท่อก็เจ็บน้อยกว่าครั้งก่อนเยอะ คืนนั้นก็เป็นคืนตกนรกทั้งเป็นอีกคืน ก็จิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ สลับกินส้มเขียวหวาน กินแล้วรู้สึกชุ่มคอ พอน้ำเกลือหมดถุงพยาบาลก็มาเปลี่ยนน้ำเกลือถุงใหม่ให้

รุ่งเช้ารู้สึกเหมือนเดิมคือรอดตาย รู้สึกดีขึ้นเยอะ หมอมาแต่เช้าแล้วให้นับ ๑ - ๑๐ อีกเพื่อฟังว่าเสียงแหบหรือเปล่า โชคดีที่การผ่าตัดไม่มีผลต่อเส้นเสียง แล้วหมอล้างแผลให้ เปิดแผล เจาะเลือดเพื่อดูค่าแคลเซียม และถามว่ามีอาการปากชา มือจีบหรือไม่ เราบอกไม่มีอาการอะไรผิดปรกติ ไม่ต้องกินยาแก้อักเสบเพราะเป็นการผ่าตัดปลอดเชื้อ

ตอนบ่ายพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือออก แต่ยังไม่ถอดเข็มเผื่อจะได้เติมน้ำเกลืออีกมั้ง แล้วถอดสายปัสสาวะออก ทีนี้เราก็เดินเล่นในห้องได้แล้ว

วันต่อมาหมอมาล้างแผลให้ และเจาะเลือดดูค่าแคลเซียมอีก ถามซ้ำว่ามีอาการปากชา มือจีบไหม เราบอกปรกติ หมอบอกว่าแคลเซียมเราต่ำ เพราะร่างกายผลิตแคลเซียมไม่ได้แล้ว และสั่งแคลเซียมเม็ดให้กิน

หลังจากนั้นนอกจากล้างแผลทุกเช้าแล้วยังเจาะเลือดทุกวันเพื่อดูค่าแคลเซียม ผ่าตัดคราวนี้เราเจ็บปวดน้อยกว่าครั้งก่อนเยอะเลย หลังผ่าตัดไม่ขอยาแก้ปวดเลย พยาบาลมาถามเป็นระยะ ๆ ว่าเจ็บแผลมากน้อยเท่าไร เราบอกเจ็บในระดับที่ทนได้ ไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ปวด พยาบาลก็จะบอกว่าถ้าเจ็บแผลก็ขอยาไม่ต้องทน คือเราก็ไม่ได้ทนเจ็บนะ มันแค่เจ็บนิดหน่อยเอง พยาบาลแปลกใจที่เราไม่ขอยาแก้ปวดเลยหลังการผ่าตัด เลยไม่แน่ใจว่าเราเป็นคนไข้พันธ์อึดกว่าคนไข้อื่นหรือเปล่า

ผ่าตัดครั้งนี้อยู่โรงพยาบาลหลายวันเชียว แผลผ่าตัดไม่ค่อยเจ็บ มันเจ็บสุด ๆ คืนแรกหลังออกห้องผ่าตัดน่ะแหละ สำหรับเราเจ็บคอที่สอดท่อมากกว่าแผลผ่าตัดด้วยซ้ำ แต่ผิวหนังบริเวณคอช้ำเป็นสีเขียวสีม่วงเป็นปื้นใหญ่มาก เห็นได้ชัดเจน ดูแล้วน่ากลัว แต่เวลาคลำไม่รู้สึกเจ็บเลย พยาบาลบอกว่าคงเป็นเพราะตอนผ่าตัดหมอถ่างปากแผลมากไป เลยช้ำเป็นบริเวณกว้าง (ครั้งก่อนไม่มีรอยช้ำเลย) และรอยช้ำนี่กว่าจะหายก็ครึ่งเดือนโน่น นานมาก ช่วงนั้นใช้ผ้าพันคอตลอดเวลาดีที่เป็นหน้าหนาวเข้าฤดูกาลพอดี


๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗
หมอตัดไหมเย็บแผลให้ ผ่าตัดครั้งก่อนถอดไหมแบบดึงปรื้ดเดียวไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่ครั้งนี้ต้องตัดกริ๊บ ๆ ๆ ๆ หลายครั้ง แล้วดึง ตอนดึงก็เจ็บพอสมควร ตัด ๆ ดึง ๆ อยู่หลายหนกว่าจะเรียบร้อย หลังจากถอดไหมแล้วมีรอยนูนเล็กน้อย และค่อย ๆ จางหายไปในเวลาต่อมา และมีนี้มีรอยแผลเป็น ๆ แนวยาวตามรอยย่นของคอนิดหน่อย ไม่สังเกตจริง ๆ จะไม่เห็น เราไม่ซีเรียสเรื่องแผลเป็นเท่าไรถือว่ารอดชีวิตมาก็ดีแล้ว แต่เคยเจอน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่าตัดไทรอยด์เหมือนกันมีรอยแผลเป็นแนวตะขาบตรงคอเลย เห็นได้ชัดมาก ๆ น้องบอกว่าผ่าตัดสองครั้งห่างกันเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ เราไม่รู้ว่ามีแผลเป็นเพราะผ่าตัดในเวลาใกล้กันเกินไปหรือเปล่า

คราวนี้นอน รพ.นานหลายวัน เหงา ๆ เบื่อ ๆ ก็ดูหนัง ฟังเพลง และอีกอย่างคือดูเครื่องบินขึ้น – ลง ตามปรกติเป็นคนชอบดูเฮลิคอปเตอร์บินตอนกลางคืนอยู่แล้ว มันมีไฟวิบ ๆ ๆ ชอบดู และห้องที่นอนพักอยู่ชั้น ๑๒ สามารถเห็นวิวสนามบินเชียงใหม่ได้ ไม่มีอะไรทำก็ดูเครื่องบินขึ้นลง โดยเฉพาะตอนกลางคืนดูสนามบินมีชีวิตชีวาดี


๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗
กลับบ้านได้ คราวนี้นอน รพ. ตั้ง ๑๐ คืนแน่ะ ขอบคุณคุณหมอ และบุคลากรทุกท่านที่ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี หมอสั่งแคลเซียมเม็ดให้กิน บอกว่าตอนนี้ร่างกายสร้างแคลเซียมเองไม่ได้ ต้องกินแคลเซียมเสริมอย่างนี้ไปตลอดชีวิต

กลับบ้านด้วยสภาพร่างกายปรกติ แต่ไม่มีต่อมไทรอยด์และต่อมพาราไทรอยด์แล้ว อยู่บ้านได้ ๒ – ๓ วัน กินแคลเซียมแล้วรู้สึกท้องอืด เลยกลับไปหาหมอ หมอสั่งยาแก้ท้องอืดให้เยอะมาก เรากินวันแรก ๆ แค่นั้น หลังจากนั้นก็ใช้วิธีกินอาหารที่มีผักมาก ๆ ก็ช่วยได้ มื้อไหนไม่ได้กินผักจะท้องอืด

หลังจากออก รพ.ได้สักสัปดาห์ มีไหมเย็บแผลโผล่ออกมานิดหน่อย เราก็ดึงแต่มันไม่หลุด เลยไปให้หมอที่คลินิกข้างบ้านตัดให้ หมอบอกว่าเป็นด้ายที่เย็บแผลชั้นในซึ่งจะละลายได้เอง และให้ความรู้ว่ามะเร็งต่อมไทรอยด์เป็นมะเร็งที่รักษาหายและได้ผลดี เป็นมะเร็งที่ร้ายแรงน้อยที่สุดในบรรดามะเร็งทั้งหลาย ผู้ป่วยโรคนี้ถ้ารักษาหายแล้วสามารถใช้ชีวิตตามปรกติได้อีกนาน เฮ่อ แล้วทำไมหมอที่ รพ.ไม่บอกเราอย่างนี้บ้าง เรื่องดี ๆ อย่างนี้น่าจะให้ความรู้คนไข้ เราอุตส่าห์เครียดมาตั้งนาน ได้ยินอย่างนี้แล้วโล่ง ง ง ง ใจ

หมอนัดครั้งต่อไปวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗






Create Date : 25 สิงหาคม 2556
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 16:19:50 น. 0 comments
Counter : 1389 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aicm
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




Friends' blogs
[Add aicm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.