เมษายน 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
Review ตามหา Monkey D. Luffy ในวันฟ้าหม่น (1)

Review ตามหา Monkey D. Luffy ในวันฟ้าหม่น

โหยย…..หลังจากที่ Review http://pantip.com/topic/33322400Lost away in Tokyo ไปนี่ก็หายยยยเข้ากลีบเมฆไป นาน น๊าน นาน กลับมาจากทำงานก็ว่าจะมาเล่าเรื่องให้ฟังให้ชม แต่ก็นะ ความขี้เกียจมันขึ้นหัว….อาบน้ำแล้วก็นอน….อยู่วันยังค่ำ

                ณบัดนี้ก็ได้เวลาละ ที่จะสลัดความขี้เกียจ Review ให้เพื่อนๆชมเพื่อที่จะได้กระตุ้นอารมณ์ของเพื่อนๆ ที่จะอยากจะไปเที่ยว Fukuoka บ้างตัวหนังสือที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเรื่องของผมเองไปเที่ยวกับแฟน โดยไม่มี Sponsorใดๆทั้งสิ้นกินอยู่ ออกตังกันเอง อาจจะมีจำผิดถูกอะไรบ้าง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
เรื่องมันมีอยู่ แว๊…..กลางเดือนตุลาคม 2014 มีโปรโมชั่นของตั๋วสายการบิน JS ออกมาบินตรงไป Fukuokaเราก็นะ จริงๆก็เห็นอยู่บ่อยๆสำหรับสายการบินนี้แต่ก็ไม่รู้สินะ อะไรดลใจให้จอง บอกตามตรงก็ไม่รู้ว่ามีอะไร จะไปที่ไหน สวยยังไงจองไปก่อน ค่อยมาทำ plan ทีหลัง ผมได้ตั๋วรวมค่ากระเป๋ารวมที่นั่ง รวมนั่น นี่นู้น….ประมาณไม่เกิน 9000 บาท จำไม่ได้ละเท่าไหร่ เสร็จสรรพจบกระบวนความ ก็ต้องจองที่พักครับ ผมจองที่ APAHotel Fukuoka Hakata-Ekimae 7 คืนค่าใช้จ่ายประมาณ 18000 กลางๆ เป็นห้องเล็กๆ มีห้องน้ำในตัว โดยรวมก็ ok ครับ

และแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทางในวันที่ 10 Dec 2014 – 17 Dec 2014สายการบินJS นี้ผมว่าเด่นตรงเวลาออก 2:15 ถึงเช้า ผมว่ามันเจ๋งมากๆครับส่วนเรื่องความสะดวกสบาย ผมเป็นคนตัวสูง ก็อย่างว่าแหละครับ ขาติดแหง๊กๆแต่ดีที่มีแฟนนั่งข้างๆ ก็พาดไปสิ (แมนโคตรๆ) แต่ขากลับนี่แบบว่าทรมานสุดๆเครื่องมันออกตอนกลางวัน แล้วแบบว่ามัน Delay อ่ะครับนอนก็นอนไม่หลับ แนะนำเพิ่มตังอีก 800 ให้ขามันยืดได้จะเลิศเลอเพอเฟ็คมากๆเลยนะครับพี่น้อง

เครื่องลงที่FukuokaAirport ผ่าน ตม.เข้าเมืองก็ไม่มีอะไรมีแค่ถามแฟนวามากับใคร แฟนก็ชี้มาที่ผม จากนั้นก็ผ่านฉลุยเสร็จแล้วก็เดินตามป้ายไปครับประมาณ 20 ก้าวก็ถึงหน้าสนามบินเราต้องขึ้น FreeShuttle Bus ไปต่อ Metro เพื่อที่จะไปสถานี Hakata ครับ ไม่ยากครับ ไม่ยาก พวกคุณทำได้แน่นอน ผมซื้อตั๋ว Metroone day pass 620 เยน เพื่อการเดินทางในแต่ละวันครับยกเว้นวันที่ไป นอกเมืองผมจะใช้ JR North Kyushu กับ Fukuoka Tourist city pass ซึ่ง JRPass ผมได้ซื้อจากไทยมาแล้วครับ หลังจากที่ขึ้น Metro มาจนถึงที่ Hakataใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการเดินทางตั้งแต่ซื้อบัตรยันขึ้นมาสถานีนะครับพอขึ้นมาปุ๊ปผมก็ตรงดิ่งไปแลก JR Pass พร้อมจองที่นั่ง เพราะผมวางแผนไว้หมดแล้วก็เลยจัดเตรียมการเดินทางได้ง่าย ข้างหน้าก็จะมีกระดาษให้เราเขียน สถานนีต้นทางปลายทาง วันเวลา เที่ยวที่เราต้องการจะจองที่นั่ง แล้วก็ไปยื่นตรง Information เลยครับง่ายนิดเดียว

จองทีนั่งเสร็จสรรพ ท้องก็ร้องแล้วครับ เผอิญว่าที่จองมันจะอยู่ใกล้ๆครัวซองเทพ ที่เค้าว่ากันว่าอร่อยมากที่สถานี Hakata ซึ่งจำชื่อไม่ได้แล้วแหละว่าชื่อไรแต่สังเกตุคนต่อคิวย๊าว ยาว ยาว นั่นแหละครับร้านนั้นเลย แต่ผมเหลือบไปเห็นว่า 3-4คิวผมก็เลยจัดมา3 ชิ้น 3 สไตล์ โดยลิ้นรสชาติของผม มันบอกว่า Original มันอร่อยสุดครับเดินทะลุออกด้านหน้าก็จะเป็น Zone เศรษฐกิจตึกทำงานเยอะแยะเต็มไปหมดอีกด้านของสถานีก็จะเป็น ห้าง Yodobashi มั้งครับถ้าจำไม่ผิดอยู่ๆไปหลายๆวันก็จะเดินถูกเองครับ

DAY 1 ทำความรู้จักกับเจ้าบ้านซะหน่อยเป็นไง

บอกเลยว่าถ้ามาที่ Fukuokaต้องไป ศาลเจ้า Dazaifu ครับถ้าไม่ไป…ถือว่าผิด (แมร่งคนละเรื่องกันละ แห่ะๆ) ไม่ผิดๆ แต่ท่านจะไม่ได้ลิ้มรส วัฒนธรรมท้องถิ่นกลิ่นไอ ยังไงดีบอกไม่ถูกจริงๆครับ ต้องไปดู

การดื่มด่ำกับ Dazaifuพอสมควรก็ถึงเวลาจากลาป้ายต่อไปผมนั่งรถไฟไปลง สถานี Kawabata เพื่อที่จะไป Kawabata shopping road เป็นถนนมีหลังคายาวประมาณ300 – 400 เมตร สินค้าเป็นพวกทั่วไปขายนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีไรน่าสนใจสุดถนนผมก็ขี้เกียจเดินกลับไปขึ้นรถไฟแล้วเพราะมันไกลมากท้องก็หิวเหลือบไปเห้นร้าน Yoshinoya อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนก็ตรงดิ่งเข้าไปเลยครับ

A. จาก Hakata สำหรับสาวก JRก็ขึ้นJR Kagoshima Line Rapid ไปลงสถานี Futsukaichi แล้วก็เดินไปที่สถานี Nishitetsufutsukaichiเพื่อไปต่อรถไฟ Nishitetsu Dazaifu line ไปลงสถานี Dazaifu

B. จาก Hakatatakeผมเลือกเดินทางวิธีนี้ครับ จับรถไฟ Kuko line ไปสถานี Tenjin แล้วเดินไปที่สถานี Nishitetsufukuoka(Tenjin) แล้วไปต่อรถไฟ Nishitetsu Tenjin-Omuta Line ไปลงสถานีNishitetsufutsukaichi แล้วไปต่อ Nishitetsu Dazaifu line to DAZAIFU St. งงมั้ยครับ งง งง ผมก็ งงแต่เชื่อเถอะถ้าท่านหาข้อมูลมาบ้าง อ่านป้ายเอายังไงๆก็ไปถูกแน่นอนครับ

ในศาลเจ้าร่มรื่นมากๆครับ ไม่ใช่อะไรหรอกเหมือนฝนจะตกฟ้าเลยครึ้ม รูปเลยออกมาเป็นแบบนี้ครับ

ดื่มด่ำกับ Dazaifuพอสมควรก็ถึงเวลาจากลาป้ายต่อไปผมนั่งรถไฟไปลง สถานี Kawabata เพื่อที่จะไป Kawabata shopping road เป็นถนนมีหลังคายาวประมาณ300 – 400 เมตร สินค้าเป็นพวกทั่วไปขายนักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีไรน่าสนใจสุดถนนผมก็ขี้เกียจเดินกลับไปขึ้นรถไฟแล้วเพราะมันไกลมากท้องก็หิวเหลือบไปเห้นร้าน Yoshinoya อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนก็ตรงดิ่งเข้าไปเลยครับ

พออิ่มหมีพีมันกันเสร็จสรรพรู้สึกว่า ตรงหัวมุมถนนมีคนเดินไปเยอะ ความรู้สุกส่วนตัวมันต้องมีอะไรแน่นอน ก็ตรงดิ่งตามๆเค้าไปครับปรากฏว่า มันคือ Canal city ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในFukuoka ก็เดินชมแบบชิวๆเล่น เพราะตามแพลนจริงๆ ต้องกลับแล้วแต่บังเอิญเจอก็โชคดี วันอื่นไปจะได้รู้ทาง


Day 2 ทำตัวให้ชิน…..

ตื่นเช้ามาในวันที่ 2 ของการเดินทาง (เอ่อ…จริงๆก็ไม่ได้เช้าหรอก 09:30 อ่ะ…ฮ่าๆๆ)เนื่องจากว่าอากาศมันขมุกขมัว อุณภูมิประมาณ 6 องศาเริ่มจะชินกับอากาศหนาวมากขึ้นแล้วในวันนี้ ออกมานอกโรงแรมดูท้องฟ้าเหมือนว่าฝนจะตกแต่ก็ไม่ยักจะตก อากาศดูทรงๆ มึนๆ อึนๆ แต่ก็ช่างเหอะจะมาคิดกังวลไปก็เสียเวลา ว่าแล้วก็สะพายกระเป๋า เดินไปสถานี Hakata เลยครับ แผนเดินทางวันนี้ผมจะเดินทางไป วัดโทโจจิ และ Marinoa City OutletShopping mall และ ปิดท้ายด้วยเดินเล่นย่าน Tenjin ผมซื้อ FukuokaTourist Pass ราคา 820 Y ในการเดินทางในวันนี้ครับ


ผม นั่งรถไฟจาก Hakata ไปลง Gion ถ้าจำไม่ผิดมันแค่สถานีเดียวนะครับ พอขึ้นจาก Metro มาประตูวัด โทโจจิก็อยู่ด้านหน้าเลยครับ บรรยากาศภายใน สวยงามมากๆ ไม่ว่าจะเป็น สวน ต้นไม้สถาปัตยกรรม ถูกจัดให้ลงตัว และที่สำคัญมีเจดีย์แดงที่โดดเด่น และยังมีพระองค์ใหญ่ให้เราได้สักการะบูชาเสียอย่างเดียวฟ้าไม่เปิด ถ้าท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส โอย…..ไม่อยากจะคิด มันเยี่ยมยอดแซ่บอีหลีกระดอกระเดี๊ยวเลยอีน้องเอ้ยยยยย


ดื่มดำกับวัดโทโจจิได้ซักพัก ผมก็ขึ้นรถไฟจาก Gion เพื่อไปลงสถานีMeinohama ซึ่งเป็นสถานุดท้ายของสายนี้เพื่อที่จะไปต่อรถ “โชว์ว่ะBus” เอ่อมันชื่อนี้จริงๆนะผมล้อเล่นนะครับ ภาษาอังกฤษเค้าเขียน Showa Bus อือก็ตามนั้นแหละนั่ง Showa Bus หน้าสถานีแล้วไปลงสุดสายเลยนะครับแต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึนเลยกับผมคือ ด้วยความที่ตื่นเต้น เห็นคนต่อคิวเยอะๆลนๆลานๆ เอ้าไปต่อคิวกับเค้า ได้ที่นั่งด้วย ทันทีที่รถออก ก็เลี้ยวซ้ายออกไปผมมองวิวไปพร้อมกับสถานีที่ รถ Bus จอด เฮ้ย…ทำไมชื่อมันคุ้นๆกับสถานีรถไฟที่เราขึ้นมาเมื่อกี้ยัง ยัง ยังนั่งต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ว่ามันคงอ้อมหน่อยมั้ง จนถึง TenjinKawabata ป้ายสุดท้าย Hakata *_*| เอ่อกรูนั่งรถชมเมืองช่ายมั้ยย…..ว่าแล้วก็ไปตั้งต้นใหม่ใช้บัตร Tourist pass คุ้มเลย 2 รอบ


ที่นี่มี Brand name ของลดราคาแรงๆอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Coach Axis ABC Rockport อื่นๆอีกมากมาย มีประมาณ 3 Hall ใหญ่ๆเดินได้เป็นวัน มาถึงก็ท้องร้องเลยครับมาถึงญี่ปุ่นมันก็ต้องหาอะไรรองท้องก่อนเดิน ที่เป็นปลาดิบหน่อยสิใช่ม่ะครับก็เลือกร้านนี้เลย ราคาไม่แพงนะครับ อร่อยดี สดดี รสชาติเป็นเลิศ


อิ่มท้องแล้วก็เดิน เดิน เดิน ครบจริงๆครับ เดินๆไปแถมยังมี Gindakoร้านทาโกยากิ ต้นฉบับจากญี่ปุ่นเลย แม้จะอิ่มๆอยู่แต่ก็ เอาเว้ยลองดูอีกซักตั้งปรากฏว่ากินจนหมดแบบไม่รู้ตัว……..จนลืมว่า เอ้า….กรูอิ่มไม่ใช่หรอออ?


ผมเดิน 3 Hall จนถึงมืดเลยครับออกมารอรถขากลับ ได้เห็นวิวของปราสาท อะไรไม่รู้ไม่ได้หาข้อมูลมาครับว่ามันเป็นปราสาทของอะไร ของใครแค่ถ่ายรูปมาให้ดูก็สวยงามมากมายละครับ ขากลับก็แวะย่าน Tenjin ซื้อของใน Supermarketลดราคาไปกินที่ห้องครับ ตามสูตรเที่ยวประหยัด ฮ่าๆๆ


DAY 3 ความใฝ่ฝันสูงสุดของสมี

วันนี้ตื่นเช๊า….เช้า เพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟ LTD EXP.Huis Ten Bosch เพื่อที่จะไป Huis Ten Bosch วันนี้เป็นวันแรกที่ผมใช้ JR North Kyushu นะครับ ตั๋ว JR นี้ใช้บริการติดต่อกันได้แค่3 วันนะครับ Plan ทริปกันดีๆนะครับ


พอมาถึงสถานี Huis Ten Bosch ไม่มีคำพูดใดๆต้องอธิบายครับวินาทีที่ผมลงมาจากรถไฟ ผมถึงกับตะลึงกับภาพวิวทิวทัศน์ที่เห็น โรงแรมใน HuisTen bosch โดดเด่นเป็นสง่า (ใช่โรงแรมรึเปล่าไม่แน่ใจครับ แต่คงใช่แหละ ฮ่าๆๆ)อากาศที่นี่บอกเลย “พี่หนาวววววว หน๊าววหนาวววว” มือนี่เจ๊บบบ แสบ ซี๊ดซาดดมากๆ ลมหนาวนี่ตีหน้าพล่างๆ ดูเป็นคนเย็นชามาก

อารัมภบทกันเยอะแหละซื้อตั๋วแล้วเดินเข้ามา Zone 1 เลยครับเป็น Zone ของ Teddyนะครับน่ารักอ่ะมีพลอตให้ถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย ผมเลือกวันธรรมดา เพราะว่าคนไม่เยอะดีถ่ายรูปง่ายดีครับ


ขยับเท้ามาใกล้ๆกันจะเป็น zone ของต้นไม้ใบหญ้าที่โดดเด่นคือ กังหันลม แหม่ๆๆๆนึกว่าอยู่ Amsterdam ที่ Netherlandมีกังหันลมมั้ยครับช่วยบอกทีผมไม่เคยไปอ่ะ


เดินจนสุดสวนดอกไม้ก็จะเจอ Shop ของ Onepiece คอยหลอกล่อนักท่องเที่ยวด่านแรก ประมาณว่าเฮ้ย…ซื้อก่อนเลยอันนี้แจ่มแล้ววววว บอกเลยก็แจ่มจริงๆอ่ะแต่ข้างในก็มีอีกนะครับเดวค่อยเล่าให้ฟังต่อไปใน zone ต่อๆไปแล้วก็เดินผ่านน้ำผุคล้ายๆใน โรม โอ้โหนี่กรูมาทั้ง Amsterdam ทั้ง Romeฮ่าๆๆ


เดินผ่านน้ำพุมาจนสุดทาง ก็ข้ามสะพานมาจะเป็น Zone ของภูตผีปีศาจเอ่อไม่ต้องกลัวครับ แบบว่าผีน่ารักๆอ่ะ “ดูรูปด้านล่างครับ หลังจากที่ผมถ่ายคนมาจากไหนไม่รู้เยอะมาก คือเค้ามีการแสดงบนเวทีครับ”


Zone ต่อไปเหมือนคล้ายๆจะเป็น zone ของปราสาทเทพนิยาย ประมาณนั้นอ่ะครับแต่ไม่ได้ถ่ายมาจากรูปด้านล่างมันบรรยากาศยุโรปชัดๆ ฮ่าๆๆ


ถัดจาก Zone นี้น่าจะเป็น zone ของ EnglishTown ครับมีเรือโจรสลัด ตึกหอคอย สวยงามจุงเบยยยยยแต่น่าเสียดาย ฝนเริ่มมาครับ ดูฟ้าจะไม่เป็นใจแต่ก็ช่างเหอะเข้ามาหลบฝนในตึกซักพักก็ออกมาเดินใหม่


มา Zone ที่ผมต้องการจะมาให้ได้ ซึ่งเป็น Highlight ของทริปนี้เลยครับนั่นคือ มาสัมผัสกับเรือ One piece โห….มันปลื้มปิติยินดีมานะมานีชูใจ เป็นอย่างมากครับ วินาทีที่เห็นเรือเข้าท่านี่ แบบว่าอยากจะร้องไห้….ทำไมนะหรอ…..เพราะว่า ฝนตกปรอยๆอีกแล้ว ผมก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้นเรือ แล้วก็คอตกเดินกลับไป Shop ของเล่น Onepiece เลย


Shopping เสร็จสรรพ ภารกิจ Completed กับวันนี้ก็เดินเล่นๆเรื่อยๆ จนถึงทางออกบอกเลยที่นี่อยู่ได้ทั้งวันครับ แต่มันหนาวมากๆครับ หนาวจนหัวชาเลยตัดสินใจกลับดีกว่า ตั๋วรถไฟของผมจองรอบกลับไว้ บ่ายสี่โมง แต่ตอนนั้นมันบ่ายสอง ผมเลยไปเปลี่ยนตั๋วใหม่เป็นกลับบ่ายสอง ได้ตั๋วมาก็รีบเลยขึ้นรถไฟบอกเลยจุดหักเหด้วยความรีบ ขึ้นรถไฟผิด เลยไปสถานีต่อไปของ Huis Ten Bosch ชื่อไรไม่สนละเสียเวลาไปกลับ ประมาณครึ่งชั่วโมงแน่ะ เป็นสถานีที่ยาวนานมากเพราะฉะนั้นอย่าลนนะครับผู้ชมทุกๆท่าน

Day 4 ความใฝ่ฝันสูงสุดของภรรเยีย

ตื่นเช๊าเช้าอีกแล้วเพื่อที่จะไปตามหาความฝันของคุณภรรเยีย นั่นคือ……Harmony Land ถ้าใครจำภาคที่แล้วที่ผมไปโตเกียวได้เธอก็ได้ไปที่ Sanrio Puroland มาครั้งนี้แน่นอนครับพลาดไม่ได้กับดินแดน Kitty ภาคสวนสนุก ไปชมกันเลยครับ ผมเดินทางด้วยรถไฟ LTD.EXP Sonic ไปลงสถานี kitsukiแล้วต่อรถบัสหน้าสถานีแหละครับก่อนขึ้นถามก่อนนะว่าไป Harmany Land มั้ยมันจะมี 2 สายนะครับสายนึงไปไหนไม่รู้นะเออ อย่าลนๆ คราวนี้ไม่ได้ แดร๊ก กรูแล้วค่ารถถ้าจำไม่ผิดน่าจะคนละ 270 Y นะครับ

Day 4 ความใฝ่ฝันสูงสุดของภรรเยีย

ตื่นเช๊าเช้าอีกแล้วเพื่อที่จะไปตามหาความฝันของคุณภรรเยีย นั่นคือ……Harmony Land ถ้าใครจำภาคที่แล้วที่ผมไปโตเกียวได้เธอก็ได้ไปที่ Sanrio Puroland มาครั้งนี้แน่นอนครับพลาดไม่ได้กับดินแดน Kitty ภาคสวนสนุก ไปชมกันเลยครับ ผมเดินทางด้วยรถไฟ LTD.EXP Sonic ไปลงสถานี kitsukiแล้วต่อรถบัสหน้าสถานีแหละครับก่อนขึ้นถามก่อนนะว่าไป Harmany Land มั้ยมันจะมี 2 สายนะครับสายนึงไปไหนไม่รู้นะเออ อย่าลนๆ คราวนี้ไม่ได้ แดร๊ก กรูแล้วค่ารถถ้าจำไม่ผิดน่าจะคนละ 270 Y นะครับ

ภาพด้านล่างคือ zone ด้านหน้า และเดินเข้าไปจนถึง Zone ปราสาทที่จะมีการแสดงเป็นรอบๆครับ


พอแสดงเสร็จ ก็จะตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น Kitty Denial Kiki Lalabad badzumaru My melody pompompurin และอื่นๆอีกหลายตัวมาให้เราๆถ่ายรูปคู่กับตัวละครพวกนี้นะครับ


นี่คือ zone สวนสนุกเป็นสวนสนุกๆเล็กๆครับมีเครื่องเล่นไม่เท่าไหร่แต่ จุดเด่นของที่นี่มันอยู่ที่การแสดงเชวืนั่นแหละครับจะมีซักกี่คนที่ได้ถ่ายรูปกับตัวละคร Kitty ที่ HarmonyLand เอาดิเอ้ออออ…



งานเลี้ยงยังมีเลิกรา  เวลาของเราในวันนี้ก็ค่อยๆหมดไป ตอนออกไปรอรถผมได้สัมผัสกับหิมะโปรยมาชิวๆผ่านสายลมตกลงบนพื้น แล้วก็ละลายหายไปคงเหลือไว้แค่ความหนาวเหน็บ กลับไปที่ Hakata ถึงก็ประมาณ ทุ่มกว่ายังไม่ง่วงก็เลยไปเดิน Canal city อีกรอบเลยได้รูปที่สวยงามแบบนี้ครับ










Create Date : 25 เมษายน 2558
Last Update : 25 เมษายน 2558 20:57:41 น.
Counter : 363 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เป็ดน้อยในดงหมอก
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Java1

Blog กรูนี่สูดดดทรีนนนนจิงๆ 555++