สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง.... มีกรรมเป็นของตน.... มีกรรมเป็นผู้ให้ผล....มีกรรมเป็นแดนเกิด.... มีกรรมเป็นผู้ติดตาม.... มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย.... จักทำกรรมอันใดไว้ ....เป็นบุญหรือบาป........ จักต้องเป็นผู้ได้รับผลกรรมนั้น ๆ สืบไป
ถนนสายนี้มีตะพาบโครงการที่ 72"บ้านเช่าหลังสุดท้าย ท้ายซอยสี่"

ถนนสายนี้มีตะพาบโครงการที่ 72"บ้านเช่าหลังสุดท้าย ท้ายซอยสี่"

โจทย์โดยน้องเป็ดสวรรค์ เจ้าชายอารมณ์ดีแห่งราชวงศ์กูลิโกะที่สาบสูญไปแล้วนั่นเอง

โจทย์ให้เขียนอย่างไรก็ได้ตามใจปราถนา

ขอให้ชื่อตอนนี้ว่า

สัญญาว่าจะรักเธอนั้นนิรันดร



สัญญาว่าจะรักเธอนั้นนิรันดร









หลังจากงานประมูลสินค้าเพื่อหาเงินเข้าองค์กรการกุศล

ข้าพเจ้าได้ประมูลเปียโนเก่ามาได้ตัวหนึ่ง

ซึ่งมีประวัติเป็นของเศรษฐีหนุ่มที่เพิ่งเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร

และท่านยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดในงานประมูลวันนั้นด้วย


เมื่อกลับมาบ้านข้าพเจ้าจึงลงทำความสะอาดและเปิดฝาด้านบน

พบว่ามีซองกระดาษสีน้ำตาลบรรจุกระดาษที่เขียนด้วยลายมือ

อยู่หลายหน้ากระดาษ ข้าพเจ้าจึงเปิดออกอ่านด้วยความอยากรู้








“ถึงหนูแดงที่ผมรักคนเดียวในโลก

ผมยังจำได้ดี........

ที่บ้านเช่าหลังสุดท้าย ท้ายซอยสี่

มันเป็นบ้านเช่าของครอบครัวผมที่ติดกับคฤหาสน์สีขาว

หลังใหญ่ที่สุดในละแวกนั้น


เธอเป็นดั่งนางฟ้าในใจของผม

ทุกๆวันผมจะได้ยินเสียงเปียโนอันแสนไพเราะร่าเริงสะอาดบริสุทธิ์

จากปลายนิ้วของเธอ “เพลงบัวขาว”นั่นเอง


“เห็นบัวขาวพราวอยู่ในบึงใหญ่...”ผมเผลอเอาเสียงแหบเหมือนเป็ดเทศ

ร้องคลอเสียงเปียโนไปด้วยทุกครั้ง ที่ได้ยินเสียงสวรรค์นั้น










แม่ผมรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบ้าน

กว่าจะกลับบ้านก็ค่อยข้างมืดแล้ว

ตอนเย็นๆผมจึงมีเวลาที่จะเดินเล่นหรือทำอะไรก็ได้


ตอนนั้นผมยังเรียนมัธยมอยู่อายุเพียง 14 ปี อยู่ ม.2เทอมปลาย

ผมเคยเห็นคุณหนูแดงเจ้าของเสียงเปียโนในระยะใกล้ที่สุดแค่

ประมาณ 100 เมตร เพราะความใหญ่โตของบ้านเธอ

ที่ห่างจากบ้านเช่านั่นเอง แต่ผมก็แอบชอบเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น


เหมือนสวรรค์มีตา ฟ้าดินเป็นใจ

แล้ววันหนึ่งผมก็ได้คุยกับเธอผู้เป็นนางฟ้าในใจของผม

เมื่อลูกสุนัขของเธอวิ่งซุกซนแอบรอดรั้วออกมา

วิ่งเล่นที่ลานหน้าบ้านเช่าที่ผมอยู่







“นี่เธอช่วยส่งลูกหมาของฉันคืนมาให้หน่อยซิ”

เสียงคุณหนูแดงช่างหวานไพเราะ ปานน้ำผึ้งเดือนห้า


ผมส่งลูกสุนัขให้เธอพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้างจนเกือบถึงหู


“ผมๆๆๆ...ผมชื่อนิกร ผมๆๆๆ..ชอบเสียงเปียโนเพลงบัวขาวมากๆ

คุณเป็นคนเล่นใช่ไหมครับ?” ผมพูดด้วยความประหม่าและดีใจ


“ใช่จ๊ะ ซ้อมไว้จะไปแสดงงานวาเลนไทน์ที่จะถึงนี่แหละ”

“ฉันชื่อแดงจ้า ที่บ้านเขาเรียกฉันว่า คุณหนูแดง

ขอบใจเธอมากๆนะจ๊ะ ฉันไปก่อนนะ”

เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดที่ผมเคยเห็น

เธอหันซ้ายหันขวาแล้วรีบวิ่งร้อยเมตรเข้าไปในบ้าน

เพราะกลัวว่ามีคนจะมาเห็นเข้า


หลังจากนั้นมาผมก็ได้เจอคุณหนูแดงอีกหลายครั้งเพราะเจ้าหมาน้อย

สื่อกามเทพ ที่ผมชอบเอาหมูปิ้งล่อมันให้มากินที่บ้าน จนคุณหนู

ต้องมาตามบ่อยๆ แต่ทุกครั้งเราก็คุยกันได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้น



ในช่วงเวลาประมาณเทอมเดียว ความรักครั้งแรกของผม

มันก็สุกงอมคาต้นเหมือนมะม่วงแก้วปากตะกร้อ ส่งกลิ่นหอมหวาน

กรอบนอกนุ่มใน หวานอร่อยอย่าบอกใครเชียว


ผมต้องให้เธอรู้ความจริงว่า"ผมรักเธอ"นี้ให้ได้

ก่อนที่ผมจะไปเรียนหนังสือต่อที่กรุงเทพฯ


ผมจึงได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี

เขียนจดหมายเล่าความในใจและมอบให้เธอในวันหนึ่ง

ผมเฝ้ารอคอยคำตอบจากเธออยู่นานหลายวัน

และแล้วก่อนเดินทางไม่กี่วันเธอก็ยื่นจดหมายตอบมาให้ผม

เธอเขียนตอบมาสั้นๆเพียงว่า


“ฉันก็คิดเหมือนเธอ ฉันจะรอวันที่เธอเรียนจบมาจ๊ะ”







ผมได้แต่ยิ้มด้วยความดีใจเป็นที่สุด

"ผมเข้าใจถูกต้องแล้วว่า เธอก็รักผมเหมือนกัน

เหมือนสวรรค์จะเมตตา จึงจงใจลิขิตชีวิตของผมและเธอให้มาคู่กัน

ถึงเธอจะเป็นนางฟ้าและผมเป็นเพียงหมาวัดพันธุ์ทางหางด้วนตัวหนึ่ง

ผมก็ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตาฟ้าลิขิต

ผมมีกำลังใจที่จะไปเรียนให้จบไวๆ

ผมจะทำงานสร้างฐานะให้ร่ำรวย

แล้วผมจะรีบกลับมาขอเธอแต่งงานให้เร็วที่สุด

ความรักก่อเกิดความหวังและพลังขึ้นในใจอย่างมโหฬาร

แต่"ความรักก็ทำให้ความคิดผมแก่เกินวัยไปนับสิบปี" ^^"


เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี ผมตั้งใจมุมานะในการเรียนจนผมไม่ค่อยได้

กลับบ้าน ได้ข่าวว่าพี่ชายของเธอเป็นนักเลง คบเพื่อนชั่ว ติดการพนัน

ติดยาเสพติด ผลาญทรัพย์สินบ้านเธอจนหมดเนื้อหมดตัว

เธอเองก็ต้องย้ายบ้านออกไปอยู่ที่อื่น ผมได้แต่ส่งกำลังใจไปให้เธอ


"ขอให้เธอไม่เป็นอะไรมากนะ" ผมห่วงเธอมาก แต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น


ส่วนผมตั้งใจเรียนจนจบ แถมยังสร้างฐานะร่ำรวยในธุรกิจอย่างรวดเร็ว

จนกลายเป็นเศรษฐีในช่วงเวลาแค่สิบปี

ผมทำงานหนักอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยในธุรกิจหลายด้าน

ผมไม่เคยลืมความรักครั้งแรกของผม

ผมไม่เคยมองใครแม้เพียงหางตา

เพราะผมรักคุณหนูแดงหนึ่งเดียวในดวงใจ


แล้วในวัย 24 ปี ผมก็กลับไปบ้านด้วยความภาคภูมิใจในความสำเร็จ

ผมตั้งใจจะไปหาคุณหนูแดงเพื่อขอเธอแต่งงานให้ได้









แต่ผมก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอย้ายไปอยู่ที่ไหน

เหลือแต่คฤหาสน์สีขาวที่ติดป้ายประกาศขายไว้ที่หน้าบ้าน



ผมเที่ยวตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน แผ่นฟ้าแต่ก็หาเธอไม่พบแม้เงา


ผมจึงรีบซื้อบ้านพร้อมเปียโนของคุณหนูแดงตัวนั้น

มาเก็บไว้แทนความคิดถึงเธอ และผมย้ายเข้าไปอยู่รอเธอ

ให้เธอได้กลับมาพบผม ไม่ว่านานสักเท่าไหร่ผมก็จะรอ

เพื่อผมจะได้พบเธอและจะขอเธอแต่งงานให้ได้



แล้ววันหนึ่งผมก็ได้พบพี่ชายนักเลงของเธอในสภาพที่ผอมโซ

เนื้อตัวมอมแมมดูไม่ได้ เขามาขอเงินผมโดยอ้างว่าจะเอาไปใช้หนี้

ผมรีบให้เงินตามจำนวนที่ขอพร้อมฝากจดหมาย

เพื่อไปให้คุณหนูแดงเพื่อที่เราจะได้แต่งงานอยู่ด้วยกัน


ผมเฝ้ารออยู่นานนับเดือน จดหมายก็กลับมาเนื้อความในจดหมาย

แทบทำให้ผมช็อคสิ้นสติ


“ถึงคุณนิกร


นานเหลือเกินนะที่เราไม่ได้พบกัน ฉันดีใจที่ได้ข่าวจากคุณ

และดีใจกับคุณด้วย ที่คุณมีความพยายามจนสามารถเรียนจบ

แถมยังสร้างฐานะอย่างมั่นคงในช่วงวัยที่ยังหนุ่มแน่นอยู่เช่นนี้


ฉันต้องขอโทษคุณด้วยที่ไม่สามารถมาพบและทำตามที่คุณขอร้องได้

เพราะพ่อแม่ของฉันได้หมั้นหมายเนื้อคู่ให้ฉันตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด

ด้วยซ้ำไป


หลังจากสมบัติในบ้านฉันหมดสิ้นไป

ฉันก็ได้แต่งงานและไปอยู่กับคู่หมั้น

เราแต่งงานและมีลูกด้วยกันสองคนเป็นหญิงทั้งคู่


ถึงแม้เขาจะเป็นคนไม่ดีและทิ้งฉันไปมีหญิงคนอื่น

ฉันก็ยังรักลูกทั้งสองของฉันดุจแก้วตาดวงใจ

ชีวิตนี้ฉันไม่ต้องการอะไรอีกนอกจากการที่จะได้อยู่กับแก

ดูแลแก และเห็นแกค่อยๆเติบโตขึ้น


ฉันตั้งสัจจะในใจไว้ว่าชีวิตฉันนั้นจะทำเพื่อลูก

ฉันจะไม่แต่งงานกับใครอีก ฉันจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด

และฉันคิดเสมอว่าฉัน"เข้มแข็งพอ"และสามารถดูแลตัวเองและลูกๆได้


ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากดูแลคนมีเรือพ่วงอย่างฉัน


คุณนิกร ฉันอยากบอกความจริงเธอมานานแล้ว

ฉันกลัวเธอจะเสียใจ

และไม่มีกำลังใจที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ

ฉันพยายามหักใจทุกครั้งที่เริ่มจะชอบเธอเพราะมันเป็นไปไม่ได้


เธอนั้นเป็นคนรักคนแรกของฉัน ฉันนั้นก็รักเธอมากนะนิกร

แต่ชีวิตของเราไม่ได้เป็นของเราเพียงคนเดียว

พ่อแม่คือเจ้าของชีวิตที่แท้จริง ฉันไม่กล้าทำสิ่งที่ทำให้ท่านเสียใจ

ฉันไม่กล้าทำให้ลูกๆฉันไม่สบายใจที่จะมีพ่อคนใหม่



สุดท้ายนี้ฉันหวังว่าเธอจะได้พบเจอผู้หญิงที่ดีพร้อมและเหมาะสม

กับคนดีๆอย่างเธอ


ลาก่อนชาตินี้ชาติหน้าถ้ามีจริงเราคงได้เกิดมาคู่กัน”











ตัวผมชา น้ำตาไหลพราก หัวใจผมสลายไปแล้ว

หนทางข้างหน้าผมสว่างไสว แต่ชีวิตต่อไปข้างหน้าของผมมืดมิด

เพราะไม่รู้จะก้าวไปทางไหนได้อีก

เธอผู้เป็นความหวังหนึ่งเดียวในชีวิตได้ทอดทิ้งผมไปเสียแล้ว


ความรักของเธอก็เป็นเพียงความสงสารคนจนๆคนหนึ่งเท่านั้น

เธอที่เหมือนดังดอกฟ้า เธอช่างเมตตาต่อผมเสียนี่กระไร

แต่สู้เธอเกลียดผมแต่แรกจะดีกว่า ปล่อยให้ผมอยู่ในสภาพเช่นนี้

ผมควรดีใจหรือเสียใจกับความรักความหวังดีที่เธอนั้นมีให้กันแน่

เธอผู้ที่มีความกตัญญูรักพ่อแม่ รักลูก จนไม่คิดถึงความสุขของตัวเอง

โธ่! หนูแดงของนิกรนางฟ้าคนเดียวของผม

ชาตินี้เราคงไม่ได้พบกันอีกแล้ว?”


ผมร้องไห้คร่ำครวญน้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาปานว่าชีวิตจะดับสูญไป

“ผมจะรักเธอจวบวันสุดท้ายของชีวิต”

ผมจึงเขียนหนังสือฉบับนี้ซ่อนไว้ในเปียโนหลังเก่าตัวนี้

หวังว่าหนูแดงจะได้กลับมาพบมันเข้าและเข้าใจความรู้สึกของผม


แต่ถ้าไม่มีใครได้มาพบมันและตัวผมไม่ได้เป็นเจ้าของเปียนโนนี้แล้ว

ก็แสดงว่าผมได้จากโลกนี้ไปแล้วด้วยความตรอมใจ

ที่ชีวิตนี้เกิดมาอาภัพในความรัก

และต้องจบชีวิตลงอย่างขมขื่นและน่าเศร้าใจ

สวรรค์ใยเล่นตลกกับความรักของผมเช่นนี้

หรือเป็นบาปกรรมติดตามมาแต่ชาติไหน

จึงทำให้ผมต้องมาชดใช้กรรมในชาตินี้



ลงชื่อ นิกร ซื่อในรัก











ข้าพเจ้าอ่านจนจบบรรทัดสุดท้ายด้วยความสะเทือนใจ

ในเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้แง่คิดขึ้นมาว่า

ชีวิตของคนแต่ละคนนั้นสั้นเกินไปกว่าที่เราจะทำได้

สำเร็จในทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน การทำงาน การมีคู่ครอง

การสร้างฐานะครอบครัวให้มั่นคง จนเราอาจทำได้ไม่ครบทั้งหมด

ทุกอย่างที่กล่าวมาเพราะช่วงเวลานั้นคาบเกี่ยวกัน

เช่นมีรักในวัยเรียนจนเรียนไม่จบ

หลงเพลินกับงาน จนเลยช่วงเวลาแห่งความรักไป

ทำงานสร้างฐานะจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวอย่างเต็มที่

จนครอบครัวแตกสลายไป


เวลาที่ผ่านไปทุกๆวินาทีเราไม่สามารถย้อนมันกลับมา

เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด

หรือสิ่งที่ละเลยหรือไม่เห็นความสำคัญไปได้เลย

แต่เราทำปัจุบันเพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้กับตัวเองได้เสมอ




บางครั้งชีวิตเรานั้น เราไม่สามารถเลือกเกิดเลือกทางเดินชีวิตเองได้

หรืออาจจะเดินผิดหรือเลือกผิดพลาดไปบ้างตามโชคชะตาฟ้าลิขิต


เราจะเลือกที่จะใช้ชีวิต เพื่อที่จะจมอยู่กับอดีตวันแล้ววันเล่า

หรือจะลืมอดีตและเริ่มต้นทำวันนี้ให้ดีที่สุดด้วยตัวเอง

ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนที่ได้รับมา

เพื่อสุดท้ายเราจะได้มีความภูมิใจในชีวิตที่เกิดมาชาติหนึ่งแล้ว

ไม่ได้ปล่อยเวลาในชีวิตให้สูญไปโดยไร้ประโยชน์เลย.


แต่บางคนอาจแย้งว่า

"บางครั้งการได้รักใครสักคน

การได้รู้จักความรักแท้สักครั้ง

ก็อาจคุ้มค่าแล้วที่ได้เกิดมาเป็นคน

ดีกว่าใช้ชีวิตโดยไม่เคยรู้จักรักแท้เลย"

ก็อาจเป็นไปได้นะครับ




หมายเหตุ :เรื่องนี้มีเค้าโครงจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนานแล้ว

หวังว่าเพื่อนๆคงได้ประโยชน์จากแง่คิดดีๆ

ที่เกิดขึ้นหลังจากอ่านเรื่องนี้นะครับ


เรื่องและภาพประกอบ วนารักษ์

หลังปีใหม่แล้วก็มีงานรับผิดชอบตามหน้าที่ กลับมาอีก

ช่วงนี้ จขบ. ขอลาเพื่อนๆไปสักพักหนึ่ง

แล้วเจอกันในวันงานตะพาบ วันที่ 26 มกราคมนี้นะครับ ^^

โชคดีมีชัย สบายกายสบายใจกันทุกๆคนนะครับ









Create Date : 11 มกราคม 2556
Last Update : 21 มกราคม 2556 21:49:46 น. 17 comments
Counter : 1599 Pageviews.

 


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:12:31:21 น.  

 
แวะมาอ่านงานตะพาบครับ พี่อ๋า

อิอิ งานนี้เขียนถึง ปราจีนบุรี บ้านเก่าด้วย ไม่รู้มันจะเปลี่ยนสภาพไปขนาดไหนเเล้ว คิดถึงจังครับ

งานตะพาบ โจทย์กิโลเมตรที่ 72 นะครับบ อิอิ

บ้านเช่าหลังสุดท้าย..ท้ายซอย 4


โดย: Sleeping_prince วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:12:41:09 น.  

 
สัญญาว่ารักจะเธอนั้นนิรันดร

อันนี้ เขียนผิดหรือ ตั้งใจค่ะ


ช่วงนี้พี่ชอบฟังเพลง รักเธอนิรันดร์ เป็นเพลงเก่าแต่นำมาร้องประกอบละคร เรื่อง บ่วงวันวาร ( ไม่ได้ดู แต่ชอบชื่อเรื่องค่ะ)

บ่วง คือเครื่องมือ ของการถูกกักขัง จะด้วยความรัก ความสุข ความเศร้า ความทุกข์

ทุกประการ คือบ่วง สลัดได้ ตัวเบา

ได้แง่คิดแน่นอนค่ะ


ไลท์เล้ยย..


โดย: ตาลเหลือง วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:13:28:06 น.  

 
ชอบการดำเนินเรื่อง ซึมซึ้งค่ะ ประทับใจ


โดย: noname IP: 118.173.170.224 วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:14:28:05 น.  

 


โดย: รู้นะว่าคิดถึง วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:14:40:04 น.  

 
สวัสดีครับเพื่อนๆ แหะเพิ่งหาภาพมาประกอบได้นะครับเนี่ย หมดเวลาเลยวันนี้ ^^

หวังว่าอ่านแล้วคงได้รับความบรรเทิงกันบ้างนะครับ






โดย: วนารักษ์ วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:16:17:28 น.  

 
เจิมแล้วหายหัวไปเยย อิอิ
ประท้วงการปิดบล็อกของ จขบ. กร้ากกกก

จบเศร้าอย่างนี้จะให้บันเทิงได้จังได๋
คุณหมอนะคุณหมอ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:16:22:26 น.  

 
แวะมาทักทาย
และอ่านงานตะพาบค่ะ
เริ่มหวาน แต่จบ ขมนะคะพี่อ๋า อิอิ
ดอกไม้สวยจังสีชมพูหวานเชียว


โดย: NENE77 วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:16:26:23 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาตามอ่านงานตะพาบครับ ผมอ่านแล้วชอบเรื่องนี้ที่คุณวนารักษ์ เขียนครับ เรื่องนี้แต่งได้ดีมาก ๆ เลยครับ โครงเรื่องดีมีการการบำดับการเล่าเรื่องผ่านจดหมายที่แอบไปเจอในเปียโน ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการตามไปได้อย่างดีครับ

ความรักของคุณนิกรในเรื่องช่างเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และสวยงามเป็นอย่างมาก แต่ว่าเรื่องราวของความรักมักจะไม่ลงเอ่ยด้วยดีก้เป็นได้ครับ

ผมคิดว่าคุณวนารักษ์ น่าจะลองเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวดูนะครับ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ครับ

ผมอ่านเรื่องนี้แล้วผมคิดถึง "จ๋อม" ซึ่งเป็นตัวละครเอกในเรื่อง "เวลาในขวดแก้ว" ของคุณประภัสสร เลยครับ ผมคิดว่าคุณหนูแดงในเรื่องนี้มีชะตาชีวิตคล้าย ๆ กับตัวละครชื่อ จ๋อม เลยครับ เพียงแต่ว่าจ๋อมเล่นไวโอลินครับ

อิอิ



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:16:57:53 น.  

 
สวัสดีอนิจจังค่ะ

เห็นความไม่เที่ยงเพราะนี้มันมืดแล้ว แอบมาดูตอนเช้า
ยังไม่อัพบล็อก เลยเที่ยวเร่ร่อนไปทั่ว

รักไม่สมหวังก็ดีได้ธรรมะกระชับใจไปอีกแบบนะคะ
เขียนทางโลกยังไม่เนียนต้องทางธรรมถึงลื่นไหลคะ

คุณอ๋าสบายดีนะคะพรุ่งนี้วันเด็กจะพาเด็กไปเที่ยวไหน
ก็ขอให้สนุกปลอดภัยนะคะ


โดย: ธูปหอม IP: 119.42.87.95 วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:18:02:46 น.  

 
อ๊ายย คุณอ๋ายังกะ ในนิยาย ..
บางทีีชีวิตจริง ยิ่งกว่าละคร ก็มีนะ ..อิอิ
รู้สึกเรื่องเราจะค้ายๆกัน ..
แต่เอื้อแต่ง ละครไม่เก่ง เลยเ่ล่าไปซะงั้น
ไม่ว่า มันจะจบลง อย่างไร มันก็เป็นความทรงจำทีดีไม่ใช่หรือ..




โดย: tifun วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:18:49:47 น.  

 
ปอมมาอ่านงานตะพาบจ้าพี่อ๋า . . .

คุณนิกรนี่เจ้าเล่ห์นะคะ มีเอาหมูปิ้งมาล่อเพื่อจีบสาวด้วย . . .

ตายเพราะตรอมใจ . . . น่าสงสารนะคะ . . .
พอจิตขาดเครื่องยึดเหนี่ยวเลยแย่เลย

มีมื้อค่ำมาฝากพี่อ๋าจ้า



วันนี้กรุงเทพฝนตก ที่ปราจีนเป็นอย่างไรบ้างคะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:19:48:36 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่อ๋า
แวะมาอ่านงานตะพาบ
ภาพดอกไม้สวยมากๆ
มีความสุขกับวันหยุดนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:21:05:59 น.  

 
มาอ่านตะพาบค่ะ

ความรักมีอานุภาพนะคะ
เพราะรักทำให้ชายหนุ่มมานะอดทน
เพราะรักหญิงสาวไม่ยอมเอ่ยความในใจเพราะกลัวคนรักจะผิดหวังทำให้ไม่มีกำลังใจ
อย่างที่บอกชีวิตต้องดำเนินต่อไป
อย่ามาจมกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว

ได้ข้อคิดมากค่ะ



โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 11 มกราคม 2556 เวลา:21:13:30 น.  

 
เย้ คุณอ๋าเปิดบ้านแล้ว
รีบมาแสดงความยินดีเป็นคนแรกเลย
โชว์สายสะพายหน่อยเร้วววว






โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:11:21:21 น.  

 
ขอบคุณเพื่อนอุ้ม และน้องฟ้าใส พี่น้อย ที่มาแจ้งให้ทราบผลบล็อกแก๊งค์ popular vote
ผลคือบล็อกวนารักษ์ได้รางวัลชมเชย literature กับ dhamma blog

ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่แวะมาอ่านและโหวตให้กำลังใจนะครับ รางวัลที่ได้ก็ถือเป็นกำลังใจที่ดีในการเขียนเรื่องราวธรรมะและงานตะพาบให้เพื่อนๆได้อ่านในปีนี้

ขอขอบคุณด้วยใจจริงนะครับ







โดย: วนารักษ์ วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:11:23:15 น.  

 
ว้าวววว มีสายสะพายติดมาด้วย เก๋จริงๆ
คราวนี้จะปิดบ้านอีกไม่ได้ล่ะน้าาา เด๋วโดนยึดสายสะพายไม่รู้ด้วย


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 17 มกราคม 2556 เวลา:11:26:21 น.  

วนารักษ์
Location :
ปราจีนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]




ขอต้อนรับสู่บล็อกเล็กๆแห่งนี้มีมิตรภาพและความจริงใจให้กับเพื่อนๆทุกท่านที่แวะเข้ามาทักทายกัน ^^

บทความและรูปภาพนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่เป็นธรรมทาน พร้อมทั้งขอมอบเป็นน้ำใจกับเพื่อนๆทุกคนที่แวะเข้ามา สามารถคัดลอกนำไปเผยแพร่ได้ ยกเว้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าซึ่งต้องขออนุญาตก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่

เพื่อนบางคนมาครั้งเดียว นานๆมาที มาไม่บ่อย มาบ่อยๆ
บางคนมาเยี่ยมทุกวันให้ชื่นใจ

บางคนเคยมาทุกวัน บางคนเคยมานานแล้ว บางคนหายไปจากบล็อก บางคนก็จะไม่แวะมาทักทายกันอีก

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จะขอเก็บความรู้สึกดีๆที่มีให้กันไว้ตราบนานเท่านาน เพราะเมื่อรักกันแล้วย่อมเข้าใจกันได้ไม่ยาก

จขบ.เป็นคนซื่อๆง่ายๆจริงใจ ไม่มีเจตนาแอบแฝงในการทำบล็อก แต่บทความหรือรูปภาพก็อาจทำให้ผู้อ่านขัดใจได้ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการของ จขบ.หรืออาจเป็นเพราะเราไม่เคยรู้จักดีพอ จึงกราบขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย และขอขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนด้วยความจริงใจนะครับ ^^


ฝากข้อความหลังไมค์
เริ่มนับ 12 /12/12 เวลา 12.12 น. ^^
Group Blog
 
<<
มกราคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 มกราคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วนารักษ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.