Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
14 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

บทที่9 ที่ซ่อน

ที่ซ่อน (A Place To Hide)


ทุกอย่างดูลางเลือน และเชื่องช้า แฮร์รี่ กับเฮอร์ไมโอนี่โดดลุกขึ้นยืนพร้อมกับชักคทาของตัวเองออกมา บางคนเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หลายคนก็เพิ่งหันไปทางแมวสีเงินตัวนั้นตอนที่มันกำลังจะหายตัวไป ความเงียบงันแผ่กระจายออกไปดุจระรอกคลื่นที่เย็นเยียบจากจุดที่ผู้พิทักษ์ได้ร่อนลง แล้วใครบางคนก็เริ่มกรีดร้อง

แฮร์รี่ กับเฮอร์ไมโอนี่พุ่งตัวฝ่าเข้าไปในฝูงคนที่แตกตื่น แขกเหรื่อพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง หลายคนก็หายตัวหนีไป คาถาป้องกันภัยรอบๆบ้านโพรงกระต่ายถูกตีแตกแล้ว

“รอน!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องเรียก “รอน เธออยู่ไหน?”

ขณะที่พวกเขาเบียดเสียดผ่านฟลอร์เต้นรำไปนั้น แฮร์รี่เห็นร่างที่สวมชุดคลุมและใส่หน้ากากปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝูงคน แล้วเขาก็เห็นลูปินกับท็องส์ พวกเขาชูคทาขึ้น และได้ยินทั้งคู่ตะโกนว่า ‘โพรทีโก!’ เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทุกทิศทุกทาง….

“รอน! รอน!” เฮอร์ไมโอนี่ยังคงร้องเรียกทั้งน้ำตา ขณะที่พวกเขาถูกกระแทกกระทั้นจากบรรดาแขกที่ขวัญหนี แฮร์รี่กุมมือเธอไว้แน่นจะได้ไม่พลัดหลงกัน และมีลำแสงหนึ่งพุ่งเฉียดหัวพวกเขาไป จะเป็นคาถาป้องกันหรืออะไรที่เลวร้ายกว่านั้นเขาก็ไม่รู้ได้.....

แล้วรอนก็ปรากฏตัว เขาเข้ามาคว้าแขนอีกข้างของเฮอร์ไมโอนี่ไว้แล้วแฮร์รี่ก็รู้สึกได้ว่าตัวเธอหมุนคว้า
ง ภาพและเสียงตรงหน้าดับวูบไปเมื่อความมืดมิดโอบรัดเข้ามาแทนที่ ในระหว่างที่ถูกบีบอัดผ่านห้วงแห่งเวลาและความว่างเปล่าอยู่นั้นทั้งหมดที่เขารู้สึก
และสัมผัสได้ก็คือมือของเฮอร์ไมโอนี่ พวกเขากำลังลอยไกลออกไปจากบ้านโพรงกระต่าย ไกลออกไปจากผู้เสพความตายที่กำลังรุกคืบเข้ามาทุกที และบางที...อาจจะกำลังลอยไกลออกไปจากตัวโวลเดอมอร์เองเลยด้วยซ้ำ....

แฮร์รี่ลืมตาขึ้น แล้วชั่วแวบหนึ่งเขาก็นึกว่ายังไม่ได้จากงานแต่งไปไหนเลย เพราะดูเหมือนว่าพวกเขายังคงถูกรายล้อมไปด้วยผู้คน

“นี่ถนนท็อตแนม คอร์ท” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างหอบๆ “เดินเร็วเข้า รีบเดิน เราต้องหาที่ให้พวกนายเปลี่ยนเสื้อผ้า”

แฮร์รี่ทำตามที่เธอบอก พวกเขากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปตามถนนสายกว้างที่มืดมิด ซึ่งยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรี สองข้างทางร้านรวงต่างๆได้ปิดลงแล้ว และดวงดาวก็ส่องแสงระยิบระยับอยู่ด้านบน รถเมล์สองชั้นคันหนึ่งแล่นผ่านไป และกลุ่มนักเที่ยวที่เมาได้ที่ก็จ้องพวกเขาตาปะหลับปะเหลือกตอนที่เดินสวนกัน แฮร์รี่กับรอนยังคงใส่ชุดออกงานอยู่

“เฮอร์ไมโอนี่ เราไม่มีเสื้อผ้าจะเปลี่ยนนะ” รอนบอกเธอตอนที่หญิงสาวคนหนึ่งปล่อยก๊ากออกมาเมื่อเห็นเขาแต่งตัว

“ทำไมฉันไม่เอาผ้าคลุมล่องหนมาด้วยนะ?” แฮร์รี่ตำหนิความเฟอะฟะของตัวเอง “ทั้งๆที่ปีที่แล้วฉันพกมันไปไหนมาไหนด้วยตลอด....”

“ไม่เป็นไรน่า ฉันเอาผ้าคลุมมา แล้วก็ยังเอาเสื้อผ้าของนายสองคนมาด้วย” เฮอร์ไมโอนี่บอก “แค่พยายามทำตัวให้เป็นปกติจนกว่า...เอาตรงนี้แล้วกัน”

เธอพาพวกเขาเลี้ยวไปในซอยข้างทาง แล้วเข้าไปในเงามืดของตรอกแห่งหนึ่ง

“ที่เธอบอกว่ามีผ้าคลุมกับเสื้อผ้าน่ะ....” แฮร์รี่พูด หน้านิ่วใส่เฮอร์ไมโอนี่เพราะเธอไม่เห็นจะได้ถืออะไรมาด้วยเลยนอกจากกระเป๋าถือลูกปั
ดใบเล็กๆซึ่งเธอกำลังรื้อค้นของในนั้นอยู่

“อ่ะ อยู่นี่เอง” เฮอร์ไมโอนี่พูด และด้วยความตื่นตะลึงของแฮร์รี่กับรอน เธอดึงเอา กางเกงยีนส์ เสื้อถักไหมพรม ถุงเท้าสีเลือดหมู และสุดท้าย ผ้าคลุมล่องหนสีเงินวาววับออกมาจากกระเป๋าใบนั้น

“อ้าวเฮ้ย! มาได้ยังไงกันวะนั่น....?”

“คาถาต่อเติมแบบตรวจจับไม่ได้น่ะ” เฮอร์ไมโอนี่บอก “ยุ่งยากนิดหน่อย แต่คิดว่าฉันก็ทำออกมาใช้ได้ทีเดียวนะ เอาเป็นว่า ยังไงฉันก็รวบรวมของทั้งหมดที่เราต้องการไว้ในนี้หมดแล้วล่ะ” เธอเขย่ากระเป๋าที่ดูบอบบางใบนั้น แล้วมันก็มีเสียงสะท้อนคล้ายกับโกดังเก็บของเมื่อมีของหนักๆกลิ้งไปมาอยู่ข้างใน “โธ่ เวรกรรม นั่นหนังสือแหงๆ” เธอพูดแล้วก้มไปดูข้างใน “ฉันอุตส่าห์เรียงไว้เป็นหมวดหมู่แล้วนะเนี่ย....แต่ช่างเถอะ....แฮร์รี่ นายเอาผ้าคลุมล่องหนคลุมตัวไว้ดีกว่านะ รอนเธอก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆเข้าซี่....”

“เธอเตรียมของทั้งหมดนี่ตอนไหนอ่ะ?” แฮร์รี่ถาม ตอนที่รอนเริ่มถอดเสื้อคลุม

“ฉันบอกนายตอนที่อยู่บ้านโพรงกระต่ายแล้วไง ว่าฉันแอบเก็บข้าวของที่จำเป็นมาตั้งหลายวัน ก็แบบว่า เผื่อเราจำเป็นต้องรีบเผ่นน่ะ ฉันเพิ่งเก็บเป้ของนายมาเมื่อเช้านี่เอง แฮร์รี่ ถ้านายเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เอามันมาเก็บไว้ในนี้นะ.....ฉันสังหรใจยังไงชอบกล...”

“เธอนี่เหลือเชื่อจริงๆเลยให้ตาย” รอนพูด แล้วส่งเสื้อคลุมของเขาที่ม้วนไว้ให้แล้วเธอ

“ขอบใจ” เฮอร์ไมโอนี่พูด ยิ้มเล็กน้อยตอนที่ยัดเสื้อคลุมกลับลงไปในกระเป๋า “ได้โปรดเถอะแฮร์รี่ เอผ้าคลุมคลุมตัวไว้!”

แฮร์รี่เหวี่ยงผ้าคลุมล่องหนพาดเหนือไหล่ ดึงมันขึ้นมาปิดหัวจนมิด และหายวับไปจากสายตา เขาเพิ่งเริ่มตระหนักได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“แล้วคนอื่นล่ะ....ทุกคนในงานแต่ง.....”

“ตอนนี้เรายังห่วงเรื่องนั้นไม่ได้หรอก” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ “พวกนั้นมันตามล่านายนะแฮร์รี่ รังแต่จะทำให้ทุกคนเป็นอันตรายมากขึ้นเปล่าๆถ้าเรากลับไป”

“เธอพูดถูก” รอนรู้ว่าแฮร์รี่กำลังจะอ้าปากเถียง แม้จะไม่สามารถเห็นหน้าของแฮร์รี่ได้ก็ตาม “สมาชิกในภาคีส่วนใหญ่ก็อยู่ที่งาน พวกเขาจะดูแลทุกคนเองแหล่ะ”

แฮร์รี่พยักหน้า แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าพวกนั้นมองเขาไม่เห็น จึงตอบว่า “จริงสินะ” แต่เมื่อเขานึกถึงจินนี่ ความกลัวก็เดือดปุดๆขึ้นมายังกับกรดในกระเพาะอาหาร

“มาเถอะ ฉันว่าเราควรจะไปต่อเรื่อยๆนะ” เฮอร์ไมโอนี่บอก

พวกเขาเดินย้อนกลับไปในซอยและขึ้นมาบนถนนใหญ่อีกครั้ง มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังร้องรำทำเพลงอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ก็แค่อยากจะรู้เฉยๆอ่ะนะ! ทำไมต้องมาถนนท็อตแนม คอร์ทด้วย?” รอนถามเฮอร์ไมโอนี่

“ก็ไม่รู้สิ มันแวบขึ้นมาในหัว แต่มั่นใจได้เลยว่าเราจะปลอดภัยกว่าในโลกมักเกิ้ลนี่ เพราะไม่ใช่ที่ๆพวกมันคาดว่าเราจะมา”

“ก็จริงอยู่” รอนมองไปรอบๆ “แต่เธอไม่รู้สึกว่ามันโจ่งแจ้งไปหน่อยรึไง?”

“แล้วจะไปที่ไหนได้อีกล่ะ?” เฮอร์ไมโอนี่ถาม หลุบหน้าลงเมื่อผู้ชายฝั่งตรงข้ามเริ่มเป่าปากแซว “เราคงไปเปิดห้องพักที่หม้อใหญ่รั่วไม่ได้ จริงมั๊ย? และกริมมอลด์ เพลสก็ตัดทิ้งไปได้เลยถ้าเสนปสามารถเข้าไปในนั้นได้....ฉันว่าเราน่าจะลองไปดูที่บ้านพ่อแม่ฉันนะ ถึงแม้ว่ามีโอกาสที่พวกนั้นจะไปตรวจดูที่นั่นอยู่เหมือนกัน.....โอ๊ย เมื่อไหร่พวกนั้นจะหุบปากกันซะทีนะ!”

“ว่าไง น้องสาว?” คนที่เมาที่สุดในกลุ่มชายฝั่งครงข้ามตระโกนมา “ดริ้งกันหน่อยมั๊ย? ทิ้งไอ้หัวขิงนั่น แล้วมาก๊งกับพี่ซักไพน์ดีกว่า!”

“หาร้านนั่งกันเถอะ” เฮอร์ไมโอนี่รีบชวน ก่อนที่รอนจะตะโกนด่าอะไรกลับไป “นี่ไง ร้านนี้แหล่ะ มาทางนี้!”

มันเป็นร้านกาแฟเปิดตลอดคืนเล็กๆและซ่อมซ่อแห่งหนึ่ง มีคราบมันเยิ้มบนโต๊ะหุ้มฟอร์ไมก้าของร้านทุกตัว แต่อย่างน้อยมันก็ปลอดคน แฮร์รี่แทรกตัวเข้าไปนั่งก่อน รอนนั่งลงข้างๆเขาฝั่งตรงข้ามกับเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งต้องหันหลังให้ทางเข้าร้าน และเธอก็ไม่ชอบใจนัก เธอเหลียวหลังไปบ่อยครั้งจนคอเคล็ดเข้าจนได้ แฮร์รี่ไม่ชอบการหยุดอยู่กับที่ การเดินไปเรื่อยๆอย่างน้อยก็ยังให้ความรู้สึกว่ามีจุดหมาย ภายใต้ผ้าคลุมเขารู้สึกได้ถึงฤทธิ์ของน้ำยาสรรพรสที่กำลังจะหมดไป มือของเขากลับคืนสู่ขนาดและรูปร่างปกติ เขาดึงแว่นตาจากกระเป๋ามาสวมอีกครั้ง

ผ่านไปซักนาทีสองนาทีได้ รอนจึงพูดขึ้น “รู้เปล่าว่าเราน่ะอยู่ไม่ไกลจากร้านหม้อใหญ่รั่วเลยนะ มันอยู่ที่ชาร์ลิ่งครอสนี่เอง.....”

“รอน เราไปไม่ได้!” เฮอร์ไมโอนี่สวนทันควัน

“ไม่ได้ไปพักที่นั่น แค่ไปสืบข่าวให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!”

“เรารู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น! โวลเดอมอร์ยึดกระทรวงได้แล้ว เรายังอยากจะรู้อะไรอีกล่ะ?”

“ก็ได้ ก็ได้ แค่ลองเสนอความคิดดูเฉยๆ!”

พวกเขากลับไปสู่ความเงียบที่คอยทิ่มแทงอยู่อีกครั้ง สาวเสิร์ฟที่เคี้ยวหมากฝรั่งอยู่เดินอ้อยอิ่งเข้ามาหา เฮอร์ไมโอนี่จึงสั่งคาปูชิโน่ไปสองที่ เมื่อแฮร์รี่ล่องหนอยู่ มันก็คงดูชอบกลถ้าจะสั่งมาให้เขาด้วย กรรมกรร่างกำยำสองคนแทรกตัวลงนั่งที่โต๊ะถัดไป เฮอร์ไมโอนี่จึงเบาเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบ

“ฉันว่าเราไปหาที่เปลี่ยวๆหายตัวกันดีกว่า แล้วมุ่งหน้าออกไปแถบชนบท พอไปถึงเราจะได้ส่งข่าวให้สมาชิกในภาคีคนอื่นรู้”

“เธอเสกผู้พิทักษ์พูดได้เป็นรึไง?” รอนถาม

“เคยลองหัดดูแล้ว คิดว่าทำได้นะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบ

“อืม ถ้ามันจะไม่พาพวกเขาซวยไปด้วยล่ะนะ เพราะพวกเขาอาจจะถูกจับไปแล้วก็ได้ แหวะ! นี่มันอ้วกชัดๆ” รอนพูดหลังจากจิบฟองกาแฟสีเทาตุ่นๆ สาวเสิร์ฟได้ยินเข้าพอดี เธอมองรอนตาขวางแล้วเดินอ้อยอิ่งไปรับออเดอร์ลูกค้ารายต่อไป คนที่ตัวใหญ่กว่าในกรรมกรสองคนนั้น มีผมบลอนด์และตัวยังกับยักษ์ปักหลั่น ซึ่งแฮร์รี่กำลังจ้องมองเขาอยู่ โบกมือไล่เธอไป เธอจ้องมองเขาอย่างเหยียดๆ

“งั้นไปกันเลยเถอะ ฉันไม่อยากกินขี้โคลนนี่แล้ว” รอนบอก “เฮอร์ไมโอนี่ เธอมีเงินมักเกิ้ลจ่ายค่าไอ้นี่รึเปล่า?”

“มีสิ ฉันถอนเงินกองทุนสร้างสรรค์สังคมของฉันออกมาหมดเลย ก่อนจะมาที่บ้านโพรงกระต่าย พนันได้เลยว่าเศษตังค์มันอยู่ก้นกระเป๋านี่” เฮอร์ไมโอนี่ถอนใจ เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋า

กรรมกรสองคนนั่นขยับตัวอย่างผิดสังเกตุ และแฮร์รี่ก็ทำอย่างเดียวกันโดยไม่ต้องคิด ทั้งสามคนยกคทาขึ้น รอนช้าไปไม่กี่วินาทีก่อนจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เขาโถมตัวข้ามโต๊ะไปคว้าเฮอร์ไมโอนี่หมอบลงบนม้านั่ง พลังคาถาของผู้เสพความตายระเบิดผนังกระเบื้องตรงที่หัวของรอนเคยอยู่เมื่อครู่กระจุย
กระจาย และแฮร์รี่ซึ่งยังคงล่องหนอยู่ตะโกนว่า “สตูปิฟาย!”

ผู้เสพความตายยักษ์ผมบลอนด์นั่น ถูกคาถาเสกเข้าที่หน้าอย่างจัง เขาล้มคว่ำไปด้านข้างหมดสติไป คู่หูของเขา ซึ่งมองไม่เห็นว่าใครเป็นคนเสกคาถานี้ ยิงคาถามาที่รอนอีกครั้ง เชือกสีดำเงาวับพุ่งออกจากปลายคทาของเขามามัดรอนไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้า – สาวเสิร์ฟกรีดร้องแล้ววิ่งไปที่ประตู – แฮร์รี่เสกคาถางงงวยใส่ผู้เสพความตายหน้าตาบู้บี้ที่เสกคาถามัดรอนไว้ แต่คาถาพลาดเป้า มันกระดอนจากหน้าต่างไปโดนสาวเสิร์ฟแล้วเธอก็ล้มลงที่หน้าประตู

“เอ็กพัลโซ!” ผู้เสพความตายร้อง แล้วโต๊ะด้านหลังแฮร์รี่ก็ระเบิดขึ้น แรงระเบิดส่งแฮร์รี่กระเด็นไปอัดผนัง แล้วเขาก็รู้สึกได้ว่าคทาหลุดลอยออกจากมือพร้อมกับผ้าคลุมก็กำลังหลุดออกจากตัวเขา

“พีทริฟิคัส โททาลัส!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องมาจากที่ไหนสักแห่ง ผู้เสพความตายแข็งทื่อยังกับรูปปั้นล้มคะมำมาด้านหน้าลงบนกองเศษกระเบื้อง โต๊ะ และกาแฟ เสียงดังสนั่น เฮอร์ไมโอนี่คลานออกมาจากใต้ม้านั่ง สะบัดเศษที่เขี่ยบุหรี่แก้วที่แตกออกจากผม ตัวสั่นงันงกไปหมด

“ด...ดิฟฟินโด” เธอท่องคาถาและชี้คทาของเธอมาที่รอน ซึ่งต้องร้องขึ้นอย่างเจ็บปวดเมื่อเธอฉีกกางเกงยีนส์ของเขาตรงเข่าเป็นทางยาว “ว้าย ขอโทษทีรอน มือฉันมันสั่นน่ะ! ดิฟฟินโด!”

เชือกที่พันธนาการหลุดออก รอนลุกขึ้นยืน เขย่าแขนตัวเองเพื่อเรียกความรู้สึกกลับมา แฮร์รี่หยิบคทาของเขาขึ้น แล้วเดินข้ามเศษปรักหักพังไปยังที่ที่ผู้เสพความตายยักษ์ผมบลอนด์นั่นนอนแผ่หลาค่อมม
้านั่งอยู่

“ฉันน่าจะจำมันได้ มันอยู่ที่นั่นวันที่ดัมเบิลดอร์ตาย” เขาพูด เขาเอาเท้าเขี่ยผู้เสพความตายให้หงายขึ้น ตาของชายคนนั้นกวาดไปมาอย่างรวดเร็วระหว่าง แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่

“นี่มันโดโลฮอฟ” รอนบอก “ฉันจำมันได้จากใบประกาศจับเก่าๆ ฉันคิดว่าไอ้ตัวใหญ่นั่นต้องเป็นธอร์ฟินน์ โรวล์”

“อย่าเพิ่งไปสนใจเลยว่าพวกมันจะชื่ออะไร!” เฮอร์ไมโอนี่ตีโพยตีพาย “พวกมันหาเราเจอได้ยังไง? แล้วเราจะทำยังไงกันดี?”

ด้วยเหตุใดไม่ทราบได้ อาการหวั่นวิตกของเธอกลับทำให้สมองของแฮร์รี่ปลอดโปร่ง

“ล็อคประตู” เขาบอกเธอ “แล้วรอน นายช่วยดับไฟด้วย”

เขาก้มลงมองโดโลฮอฟที่ถูกสะกดแน่นิ่ง พยายามคิดอย่างรวดเร็วขณะที่เสียงล็อคประตูดังและรอนใช้เครื่องดับแสงทำให้ร้านกาแฟเ
ข้าสู่ความมืดมิด แฮร์รี่ได้ยินได้ยินเสียงกลุ่มชายที่แซวเฮอร์ไมโอนี่เมื่อครู่กำลังตะโกนใส่หญิงสาวค
นอื่นอยู่แว่วมาจากไกลๆ

“แล้วเราจะเอายังไงกับพวกนี้ดี?” รอนกระซิบถามแฮร์รี่ผ่านความมืด และด้วยเสียงที่เบากว่าเดิมเขาถามว่า “ฆ่าทิ้งเลยดีมั๊ย? เพราะพวกมันก็จะฆ่าเรา เก็บมันซะตอนนี้เลยจะได้หมดเรื่อง”

เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งโหยงจนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว แฮร์รี่ส่ายหัว

“แค่ลบความทรงจำก็พอ” แฮร์รี่พูด “อย่างนั้นจะดีกว่า พวกมันจะได้ถูกตัดออกจากสารบบ ถ้าเราฆ่ามันทิ้ง มันจะบ่งบอกชัดเจนว่าเราเคยมาที่นี่”

“ก็แล้วแต่ลูกพี่” รอนพูดด้วยความโล่งใจอย่างแรง “แต่ฉันไม่เคยเสกคาถาลบความทรงจำ”

“ฉันก็ไม่เคย” เฮอร์ไมโอนี่บอก “แต่ฉันรู้ทฤษฎี”

เธอตั้งสติสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วชี้คทาของเธอไปที่หน้าผากของโดโลฮอฟ “ออปลิวิอาเต”

ในทันใดสายตาของโดโลฮอฟก็กลับกลายเป็นเหม่อลอย และเคลิ้มฝันไป

“สุดยอด!” แฮร์รี่ชม ตบเธอที่หลังเบาๆ “จัดการอีกคนนึงแล้วก็สาวเสิร์ฟนั่นด้วย ตอนที่รอนกับฉันเก็บกวาดร้าน”

“เก็บกวาด?” รอนพูด มองไปรอบๆร้านกาแฟที่พังไปเป็นแถบ “ทำไมล่ะ?”

“นายไม่คิดว่าพวกเขาจะสงสัยรึไง ถ้าตื่นขึ้นมาในร้านที่ยังกับเพิ่งโดนวางระเบิดน่ะ?”

“เออ จริงด้วยสิ....”

รอนงกๆเงิ่นๆอยู่พักใหญ่กว่าจะดึงคทาออกมาจากกระเป๋าได้

“มิน่าล่ะฉันถึงดึงมันออกมาไม่ได้ เฮอร์ไมโอนี่ เธอเอากางเกงยีนส์ตัวเก่าของฉันมานี่นา คับติ้วเลยเนี่ย”

“แหม ขอประทานโทษนะเจ้าคะ” เฮอร์ไมโอนี่กัด และตอนที่เธอลากสาวเสิร์ฟออกมาให้พ้นสายตาของคนภายนอก แฮร์รี่เหมือนได้ยินเธอบ่นลางๆว่าถ้ามันลำบากนัก รอนก็น่าจะเอาคทาไปเสียบไว้ที่(....)แทน

เมื่อร้านกาแฟถูกซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม พวกเขาก็จับผู้เสพความตายกลับไปนั่งที่เก่า แล้วจัดแจงให้นั่งหันหน้าเข้าหากัน

“แต่พวกนี้หาเราเจอได้ยังไงกัน?” เฮอร์ไมโอนี่ถาม กวาดตามองจากชายที่แน่นิ่งคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง “พวกมันรู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่ไหน?”

เธอหันมาทางแฮร์รี่

“นาย...นายคงไม่คิดว่า นายยังมีตัวติดตามติดตัวอยู่ ใช่มั๊ย แฮร์รี่?”

“เป็นไปไม่ได้” รอนเถียง “ตัวติดตามจะหลุดออกเมื่ออายุครบ17ปี มันเป็นกฎหมายพ่อมด นายเอาไปติดตัวผู้ใหญ่ไม่ได้เด็ดขาด”

“เท่าที่เธอรู้นะสิ” เฮอร์ไมโอนี่พูด “แล้วถ้าพวกผู้เสพความตายมีวีธีเอาไปติดไว้กับคนอายุ17ล่ะ?”

“แต่แฮร์รี่ไม่เคยเข้าใกล้ผู้เสพความตายคนไหนเลยตลอด24ชั่วโมงที่ผ่านมานะ แล้วใครมันจะเอาตัวติดตามมาติดกลับไปที่เขาได้ล่ะ?”

เฮอร์ไมโอนี่ไม่ตอบ แฮร์รี่รู้สึกว่าตัวเองแปดเปื้อน และมีมลทินยังไงก็ไม่รู้ นี่คือเหตุที่ทำให้ผู้เสพความตายหาพวกเขาพบจริงหรือ?

“ถ้าฉันไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ และพวกนายก็ไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ใกล้ๆฉัน โดยที่ไม่เปิดเผยตำแหน่งของเราออกไป....” เขาพูดขึ้น

“เราจะไม่แยกกัน!” เฮอร์ไมโอนี่ยืนกราน

“เราต้องหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยก่อน” รอนเสนอ “จะได้มีเวลาคิดทบทวนอะไรได้”

“กริมมอลด์ เพลส” แฮร์รี่บอก

อีกสองคนอ้าปากค้าง

“จะบ้ารึไง แฮร์รี่ เสนปเข้าไปในนั้นได้นะ!”

“พ่อของรอนบอกว่าพวกเขาได้วางคำสาปต่อต้านเขาไว้แล้วนี่ – แล้วถ้ามันเกิดไม่ได้ผลขึ้นมาจริงๆ” เขาดึงดันต่อเมื่อเฮอร์ไมโอนี่เริ่มจะเถียง “แล้วไงล่ะ? สาบานได้เลย ว่าฉันไม่เคยต้องการอะไรมากไปกว่าการได้เจอเสนป!”

“แต่ว่า....”

“เฮอร์ไมโอนี่ แล้วจะไปที่ไหนได้อีกล่ะ? นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดที่เรามี เสนปก็แค่ผู้เสพความตายคนเดียว ถ้าฉันยังมีตัวติดตามติดอยู่จริง ไม่ว่าจะหนีไปไหนเราก็มีหวังได้เจอพวกมันทั้งโขยงอยู่ดีนั่นแหล่ะ”

เธอเถียงไม่ออก แม้ว่าดูแล้วเธออยากจะเถียงก็ตามที ขณะที่เธอปลดล็อกประตูร้านกาแฟ รอนก็กดปุ่มเครื่องดับแสงปลดปล่อยลูกไฟของร้านกาแฟออกมา แล้วเมื่อแฮร์รี่นับหนึ่งถึงสาม พวกเขาก็ถอนคำสาปเหยื่อทั้งสาม และก่อนที่สาวเสิร์ฟ กับผู้เสพความตายทั้งสองคนจะได้ทำอะไรมากไปกว่าขยับตัวอย่างงัวเงีย แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ก็หมุนคว้าง แล้วหายกลับเข้าไปในความมืดมิดที่บีบอัดรัดรึงอีกครั้ง

ไม่กี่วินาทีต่อมา แฮร์รี่ก็หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง เมื่อเขาลืมตาขึ้นก็พบว่าได้มาอยู่ในใจกลางจัตุรัสเล็กๆอันซอมซ่อที่คุ้นตาแห่งหนึ่ง
อาคารบ้านเรือนที่ทรุดโทรมตั้งตระหง่านอยู่รอบด้าน บ้านเลขที่สิบสองปรากฏแก่สายตาพวกเขา เพราะพวกเขาได้รับแจ้งที่อยู่ของมันโดยตรงจากดัมเบิลดอร์ ซึ่งเป็นผู้รักษาความลับของบ้านหลังนี้ พวกเขารีบตรงไปยังบ้านหลังนั้น ตรวจตราดูทุกฝีก้าวว่ามีใครตามมาหรือแอบมองอยู่รึเปล่า พวกเขารีบเดินขึ้นบันไดหินไป แล้วแฮร์รี่ก็เอาคทาเคาะประตูหน้าหนึ่งครั้ง พวกเขาได้ยินเสียงโลหะกระทบกัน พร้อมด้วยเสียงครืดคราดของโซ่ที่ถูกลาก แล้วประตูก็เปิดออกเสียงดังเอี๊ยด พวกเขารีบโผผ่านธรณีประตูเข้าไป

เมื่อแฮร์รี่ปิดประตูลง ตะเกียงก๊าซโบราณดวงหนึ่งก็จุดขึ้นเอง ส่องแสงริบหรี่ของมันไปตามความยาวของโถงทางเข้า มันเป็นอย่างที่แฮร์รี่จดจำได้ทุกอย่าง บรรยากาศชวนขนลุก หยากไย่ปกคลุมไปทั่ว หัวเอลฟ์ประจำบ้านบนผนังทำให้เกิดเงารูปร่างพิลึกกึกกือทอดยาวไปบนทางขึ้นบันได ผ้าม่านยาวสีดำถูกแขวนบังภาพเขียนของแม่ของซีเรียสไว้ สิ่งเดียวที่ไม่อยู่ถูกที่ถูกทางคือขาตั้งร่มที่ทำจากขาโทรล มันล้มตะแคงอยู่บนพื้น คล้ายกับว่าท็องส์เพิ่งสะดุดมันล้มอีกแล้ว

“ฉันว่าต้องมีใครเข้ามาในนี้แน่เลย” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ ชี้มือไปที่ขาตั้งร่มนั่น

“อาจจะเป็นตอนที่ภาคีอพยพหนีก็ได้นะ” รอนพึมพำ

“แล้วไอ้คำสาปที่เอาไว้ต่อต้านเสนปนี่มันอยู่ไหนกัน?” แฮร์รี่ถาม

“บางทีมันจะมีผลก็ต่อเมื่อเขาเข้ามาเท่านั้นมั๊ง?” รอนแนะ

แต่พวกเขาก็ยังเกาะกลุ่มกันอยู่บนพรมเช็ดเท้า หันหลังให้ประตู ไม่กล้าที่จะเดินหน้าต่อ

“ยังไงเราก็อยู่ตรงนี้ไปตลอดไม่ได้หรอก จริงปะ” แฮร์รี่พูดขึ้นแล้วก้าวออกไปข้างหน้า

“เซเวอรัส เสนป?”

เสียงของแมด-อาย มูดดี้ล่องลอยออกมาจากความมืด ทำให้พวกเขาทั้งสามคนสะดุ้งโหยงถอยหลังไป “เราไม่ใช่เสนป!” แฮร์รี่ร้อง ก่อนที่อะไรบางอย่างจะพัดผ่านตัวเขาไปคล้ายกับลมเย็นๆ และลิ้นของเขาก็ม้วนกลับหลังเองจนเขาพูดอะไรไม่ได้อีก แต่ก่อนที่เขาจะได้รู้สึกอะไรไปมากกว่านั้น ลิ้นของเขาก็ม้วนคืนเป็นปกติ

อีกสองคนที่เหลือก็ดูเหมือนจะเจอแบบเดียวกัน รอนทำเสียงเหมือนจะสำรอกอะไรออกมา เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงติดอ่างว่า “น...นั่นต...ต้องเป็นค...คาถาพันล...ลิ้นที่แมด-อายเตรียมไว้รับมือเสนปแน่!”

แฮร์รี่ก้าวต่อไปอย่างระมัดระวัง มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืดตรงสุดโถงทางเข้า และก่อนที่จะมีใครได้ทันพูดอะไร ร่างๆหนึ่งก็ได้โผล่ขึ้นมาจากพรมบนพื้น ตัวมันสูง สีเหมือนฝุ่นและน่ากลัว เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้อง และนางเบล็กก็ร้องตามมา ผ้าม่านของเธอสะบัดเปิดออก ร่างสีเทานั้นลอยเข้ามาทางพวกเขา เร็วขึ้น และเร็วขึ้น ผมและเคราที่ยาวถึงเอวของมันพลิ้วสะบัดอยู่ด้านหลัง หน้ามันผอมแห้งติดกระดูก นัยตากลวงโบ๋ ร่างนี้ดูคุ้นตาอย่างน่ากลัว แต่กลายสภาพไปแล้วอย่างน่าสยดสยอง มันชูแขนที่ผอมซูบของมัน แล้วชี้มาที่แฮร์รี่

“ไม่นะ!” แฮร์รี่ตะโกน แม้ว่าเขาจะชูคทาขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะใช้คาถาอะไรดี “ไม่! ไม่ใช่เรา! เราไม่ได้ฆ่าคุณ....”

เมื่อถึงคำว่า ‘ฆ่า’ ร่างนั้นก็ระเบิดออกเป็นกลุ่มควันหนาทึบ แฮร์รี่สำลักจนน้ำตาไหลพราก เมื่อหันมาเขาก็เห็นเฮอร์ไมโอนี่หมอบอยู่บนพื้นหน้าประตูสองแขนโอบรอบศีรษะของเธอกับ
รอนไว้ รอนซึ่งสั่นงันงกไปทั้งตัวตบไหล่ของเธอเบาๆและพูดว่า “ไม่เป็นร...ไรแล้ว....มันป...ไปแล้ว....”

ฝุ่นควันยังฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวของแฮร์รี่คล้ายกับหมอกที่ต้องกับแสงสีฟ้าของตะเกีย
งก๊าซ ขณะที่นางแบล็กก็ยังคงกรีดร้องโวยวายอยู่

“ไอ้พวกเลือดโคลน ไอ้โสโครก ไอ้รอยด่างอัปยศ มาทิ้งรอยมลทินน่าละอายไว้ในบ้านของพ่อฉัน...”

“หุบปาก!” แฮร์รี่ตวาด ชี้คทาไปที่เธอ มีเสียงดังปังและประกายไฟสีแดง แล้วม่านก็ปิดลงอีกครั้ง เงียบเสียงของเธอไปได้

“นั่น....นั่นมัน....” เฮอร์ไมโอนี่คราง ตอนที่รอนพยุงเธอลุกขึ้น

“ใช่” แฮร์รี่ตอบ “แต่ไม่ใช่เขาตัวจริงหรอก จริงมั๊ย? คงเอาไว้ขู่เสนปเฉยๆน่ะ”

แล้วมันจะได้ผลรึเปล่า แฮร์รี่ชักสงสัย รึว่าเสนปจะเป่าร่างสยองขวัญนี่กระจุยได้ง่ายๆสบายมือเหมือนกับที่เขาฆ่าดัมเบิลดอร์
ตัวจริง? ความตื่นกลัวยังคงรุมเร้า เขานำหน้าสองคนไปตามโถงทางเข้า คอยระวังว่าอาจจะมีอะไรน่ากลัวโผล่มาอีก แต่ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวนอกจากหนูตัวหนึ่งที่วิ่งไปตามคิ้วไม้ติดผนัง

“ก่อนที่เราจะไปกันไกลกว่านี้ ฉันว่าเราตรวจสอบกันหน่อยก็ดี” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ แล้วก็ชูคทาของเธอขึ้น “โฮมีนัม รีวีลิโอ”

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แหม! ก็ยังไม่หายช็อกอ่ะเนอะ” รอนทำเสียงเห็นใจ “ไอ้คาถาตะกี๊มันควรจะทำอะไรเหรอ?”

“มันก็ทำอย่างที่ฉันอยากให้ทำแล้วล่ะ!” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างเสียอารมณ์ “นั่นเป็นคาถาเอาไว้เปิดเผยตัวมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ แสดงว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากเรา!”

“อย่าลืมลุงขี้เถ้านี่อีกคน” รอนเสริม เหลือบมองผืนพรมที่ร่างไร้วิญญาณนั่นได้โผล่ขึ้นมา

“ขึ้นข้างบนกันเถอะ” เฮอร์ไมโอนี่พูด มองไปที่จุดเดียวกับรอนอย่างหวาดๆ แล้วเธอก็เดินนำขึ้นบันไดที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปยังห้องรับแขกบนชั้นหนึ่ง

เฮอร์ไมโอนี่โบกคทาเพื่อจุดตะเกียงก๊าซเก่าๆ แล้วก็ต้องเย็นวาบไปกับห้องที่โดนลมโกรก เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟากอดอกไว้แน่น รอนเดินข้ามห้องไปที่หน้าต่าง แล้วแง้มผ้าม่านกำมะหยี่หนาหนักออกเล็กน้อย

“มองไม่เห็นใครเลยที่ข้างนอกนั่น” เขารายงาน “แล้วเธอคิดมั๊ยว่า ถ้าแฮร์รี่ยังคงมีตัวติดตามติดอยู่ พวกมันก็น่าจะตามเรามาถึงนี่แล้ว ฉันรู้ว่าพวกมันเข้ามาในบ้านนี้ไม่ได้ แต่ว่า....เป็นอะไรไป แฮร์รี่?”

แฮร์รี่ร้องด้วยความเจ็บปวด แผลเป็นของเขาร้อนเป็นไฟอีกครั้ง มีบางอย่างสว่างวาบเข้ามาในจิตใจของเขายังกับแสงสะท้อนบนพื้นน้ำ เขาเห็นเงาร่างใหญ่ยักษ์ และรู้สึกได้ถึงโทสะที่ไม่ใช่ของตัวเขาสะท้านไปทั่วร่าง รุนแรงและกระชั้นยังกับถูกไฟฟ้าช็อต

“นายเห็นอะไร?” รอนถามขณะเดินเข้ามาหาแฮร์รี่ “นายเห็นเขาที่บ้านของฉันรึเปล่า?”

“ไม่ ฉันแค่รู้สึกโกรธ....เขาโมโหมาก...”

“แต่นั่นก็อาจจะเป็นที่บ้านโพรงกระต่ายก็ได้” รอนแย้งเสียงดัง “มีอะไรอีก? นายไม่เห็นอะไรบ้างเลยรึไง? เขาสาปใครรึเปล่า?”

“ไม่ ฉันแค่รู้สึกโกรธ....ฉันบอกไม่ได้....”

แฮร์รี่มึนงง และสับสน และเฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเมื่อเธอถามด้วยความตื่นกลัวว่า “แผลเป็นของนายอีกแล้ว? มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันคิดว่าการเชื่อมโยงนี้มันปิดไปแล้วซะอีก?”

“ก็จริง แต่แค่พักนึง” แฮร์รี่พูดอุบอิบ แผลเป็นของเขายังเจ็บอยู่จึงเป็นการยากที่จะตั้งสมาธิ “ฉัน...ฉันคิดว่ามันเปิดอีกแล้วล่ะเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาควบคุมสติไม่ได้ มันก็เป็นอย่างนี้ตลอด....”

“แต่ถ้างั้น นายก็น่าจะต้องปิดกั้นจิตของนายไว้สิ!” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงสั่น “แฮร์รี่ ดัมเบิลดอร์อยากให้นายปิดมันไว้นะ นั่นแหล่ะทำไมนายถึงต้องใช้คาถาสกัดใจ! แล้วอีกอย่างโวลเดอร์มอร์ยังสามารถสร้างภาพลวงขึ้นในจิตของนายได้ด้วยนะ จำได้มั๊ย...”

“ได้ ฉันจำได้แม่น ขอบใจ” แฮร์รี่ตอบทั้งที่ขบกรามไว้แน่น เขาไม่ต้องให้เฮอร์ไมโอนี่มาเตือนหรอกว่าครั้งหนึ่งโวลเดอมอร์เคยอาศัยการเชื่อมโยงร
ะหว่างพวกเขาอันเดียวกันนี้ล่อลวงเขาให้ไปติดกับ รวมทั้งเรื่องที่มันกลายเป็นผลให้ซีเรียสต้องตาย เขาคิดว่าไม่น่าบอกพวกนี้เลยว่าเขาเห็นและรู้สึกอะไร มันทำให้โวลเดอมอร์ดูน่าเกรงขามมากขึ้นประหนึ่งว่าเขาได้มาเกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่างนี
่เอง และความเจ็บปวดของแผลเป็นก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามสู้กับมัน มันเหมือนกับการพยายามจะกลั้นอ้วกไว้กลางคันยังไงยังงั้น

เขาหันหลังให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ แกล้งทำเป็นมองดูแผนผังตระกูลแบล็กบนผนัง แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็กรีดร้องขึ้น แฮร์รี่ชักคทาออกมาอีกครั้ง เมื่อหันกลับไปก็เห็นผู้พิทักษ์สีเงินลอยผ่านหน้าต่างห้องรับแขกเข้ามาร่อนลงบนพื้นต
รงหน้าพวกเขา มันกลายร่างเป็นตัววีเซิลแล้วพูดด้วยเสียงของพ่อของรอนว่า

“ครอบครัวปลอดภัย ไม่ต้องตอบกลับ พวกเราถูกจับตามอง”

ผู้พิทักษ์สลายไปในความว่างเปล่า รอนส่งเสียงกึ่งคราง กึ่งคร่ำครวญ แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา เฮอร์ไมโอนี่ขยับเข้าไปใกล้แล้วเกาะแขนเขาไว้

“พวกเขาปลอดภัย พวกเขาปลอดภัยแล้ว!” เธอกระซิบ รอนหัวเราะแล้วกอดเธอ

“แฮร์รี่” เขาพูดข้ามไหล่ของเฮอร์ไมโอนี่มา “ฉัน....”

“ไม่ใช่ปัญหา” แฮร์รี่บอก ยังทรมานกับความเจ็บปวดในหัว “นั่นครอบครัวของนาย นายต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว ฉันก็รู้สึกอย่างเดียวกัน” เขานึกถึงจินนี่ “ฉันรู้สึกอย่างเดียวกันจริงๆ”

ความเจ็บปวดในแผลเป็นของเขาถึงจุดสูงสุด ร้อนเป็นไฟเหมือนตอนที่เกิดขึ้นในสวนของบ้านโพรงกระต่าย เขาได้ยินเฮอร์ไมโอนี่พูดแว่วๆว่า “ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว คืนนี้เราใช้ถุงนอนที่ฉันเอามานอนกันในห้องนี้ได้มั๊ย?”

เขาได้ยินรอนตอบตกลง และทนฝืนความเจ็บปวดต่อไปไม่ไหว เขาต้องยอมจำนนแล้ว

“ไปห้องน้ำ” เขาบอก แล้วเขาก็ออกจากห้องไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยพยายามไม่วิ่ง

เขาเกือบไม่ทัน ลงกลอนประตูด้วยมือสั่นเทา เอามือกุมหัวที่ปวดตุ้บๆ แล้วล้มลงกับพื้น แล้วความทรมานก็ระเบิดออก เขารู้สึกได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่ไม่ใช่ของเขาได้เข้ามาสิงสู่ในจิตใจ เห็นห้องยาวที่มีเพียงแสงของกองไฟ และก็ผู้เสพความตายตัวใหญ่ยักษ์ผมบลอนด์นอนอยู่บนพื้น กำลังร้องโหยหวนทุรนทุราย และมีร่างที่แบบบางกว่ายืนอยู่เหนือตัวเขา คทายื่นเหยียดออก ขณะที่แฮร์รี่พูดด้วยเสียงสูง เย็นเยียบ ไร้ความปราณีว่า

“เอาอีกมั๊ย โรวล์ หรือเราจะพอกันแค่นี้ แล้วให้แกเป็นอาหารนากินี่ซะ? ลอร์ดโวลเดอมอร์ไม่แน่ใจว่าเขาจะให้อภัยได้นะในคราวนี้...แกเรียกฉันกลับมาเพื่อสิ่งนี้งั้นรึ เพื่อบอกฉันว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์หนีรอดไปได้อีกแล้ว? ดราโก้ ให้โรวล์ได้ลิ้มลองรสชาติความไม่พอใจของเราอีกหน่อยซิ....จัดการซะ ไม่งั้นแกจะโดนซะเอง!”

ฟืนถูกโยนเข้าไปในกองไฟ เปลวไฟลุกโชนขึ้น แสงสว่างของมันส่องทาบลงบนใบหน้าแหลมขาวซีดที่ตื่นกลัวหน้าหนึ่ง – ด้วยความรู้สึกเหมือนกับเพิ่งทะลี่งพรวดขึ้นมาจากน้ำลึก แฮร์รี่หายใจหอบหนัก และลืมตาขึ้น

เขานอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินอ่อนสีดำอันเย็นเฉียบ จมูกของเขาอยู่ห่างจากหางงูยักษ์สีเงินซึ่งเป็นฐานรองอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ไปไม่กี่นิ้
ว เขาลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าที่ซูบซีด และแข็งทื่อของมัลฟอยเหมือนจะติดตรึงอยู่ที่นัยตาของเขา แฮร์รี่รู้สึกคลื่นใส้ในสิ่งที่ได้เห็น ในสิ่งที่โวลเดอร์มอร์บังคับให้ดราโกทำ

มีเสียงเคาะที่ประตูจนแฮร์รี่สะดุ้ง แล้วเสียงเฮอร์ไมโอนี่ก็ลอดเข้ามา

“แฮร์รี่ จะเอาแปรงสีฟันรึเปล่า? ฉันเอามาด้วยนะ”

“เอาสิ ดีเลย ขอบใจนะ” เขาตอบ พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุดตอนที่เขาลุกขึ้นยืนแล้วเปิดประตูให้เฮอร์ไมโอนี่เข้ามา


* หมายเหตุ : หากมักเกิ้ลคนไหนอ่านเอกสารนี้แล้วไม่ซื้อหนังสือของลิขสิทธิ์ ขอสาปให้เป็นหนอนฟลอบเบอร ์











 

Create Date : 14 กันยายน 2550
6 comments
Last Update : 14 กันยายน 2550 15:06:05 น.
Counter : 468 Pageviews.

 

อยากอ่านต่ออ่ะค่ะ ไม่อัพต่อล่ะคะ อัพต่อเต๊อะ นะคะ น๊าๆๆ เราไปจองเล่มิขสิทธิ์แล้วน๊า อัพต่อเถอะน๊าๆๆๆ

 

โดย: มู๋เมย์ IP: 222.123.62.229 1 พฤศจิกายน 2550 2:31:36 น.  

 

ไม่อัพตอนใหม่แล้วหรอครับ
หายไปสองเดือนแล้วไม่สบายรึป่าวครับ

 

โดย: nudream IP: 81.99.208.188 6 พฤศจิกายน 2550 21:57:20 น.  

 

ตามมาอ่านต่อค่ะ

รับรองว่าถึงอ่านแล้วก็ซื้อแน่นอน ^^

 

โดย: maru 19 พฤศจิกายน 2550 23:22:36 น.  

 

 

โดย: จิรวัฒนื IP: 203.172.129.178 27 พฤศจิกายน 2550 12:01:34 น.  

 

จะตามอ่านตอนต่อไปนะ แล้วจะรีบไปซื้อเล่มจริงเลยล่ะค่ะ

 

โดย: หยางจัง IP: 58.137.129.220 3 ธันวาคม 2550 14:17:21 น.  

 

 

โดย: ไม่อัฟไม่ซื้อ IP: 58.9.26.120 4 มีนาคม 2551 16:54:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Aemmee Berry
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เป็นแค่ผู้หญิงที่สับสนในตัวเอง ไม่แน่ใจว่าจะหวาน จะเปรี้ยว หรือจะห้าว ก้อมันแล้วแต่อารมณ์นะ

ถามจิงจิงแอมกะน้องเหมือนกันปละ (ดูรูปข้างบนเลย) อิอิ

ปั่นบล๊อคคุณให้ Hot สุดๆ ที่ BlogYellow.com คลิ๊กโลด
Friends' blogs
[Add Aemmee Berry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.