กุมภาพันธ์ 2559

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
Discover "Hua Hin" The Amari Way : Part 4 - Vana Nava


VANANAVA HUA HIN

เปิดทุกวัน เวลา 1000 – 1800 น.
(ช่วง high season เปิดให้บริการถึง2100 น.)
https://www.facebook.com/VanaNavaHuaHin
http://www.vananavahuahin.com

/////////////////////////////////////


วันที่ 2 สำหรับทริป Discover “Hua Hin” The Amari Way
หลังจากอาหารมื้อเช้า ที่ห้องอาหาร Mosaic
ลูกหมีขอไปเล่นน้ำที่สระส่วนกลางโรงแรมก่อนอีกครั้ง
ถึงแม้วันนี้เราจะมีโปรแกรมจะไปสวนน้ำ Vana Nava กันทั้งวัน

เด็กหมีชอบเล่นน้ำมากกกกค่ะ
ขอบอกว่า วันที 2 ของการเข้าพักครั้งนี้ แช่น้ำทั้งวัน
เช้ามาลงเล่นสระน้ำโรงแรม ... สายไปต่อที่ Vana Nava จนเกือบเย็น
เย็นกลับมาเล่นสระน้ำที่โรงแรมอีกรอบจนมืด
(แช่น้ำทั้งวันจนตัวเปื่อย ครีบจะงอก จะหายใจทางเหงือกแล้วค่ะ)
5555++

ปล่อยให้ลูกหมีให้เล่นสนุกเต็มที่ ในวันพักผ่อน
ตามประสาเด็กที่มีพลังงานเหลือเฟือ


.
.

จากโรงแรมอมารีหัวหิน เดินทางไปยังสวนน้ำ Vana Nava
ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาทีสำหรับรถยนต์

ครอบครัวหมีเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก
แต่เห็นที่นี่มาตั้งแต่ยังก่อสร้างอยู่เลยค่ะ ได้ติดตามข่าวสารอยู่บ้าง
และรอเวลาที่จะเปิดเป็นทางการ

จนสบโอกาส
เมื่อ Discover “Hua Hin” The Amari Way
เขาจัดให้สถานที่แห่งนี้ เป็น 1 ในโปรแกรมท่องเที่ยวสำหรับเส้นทางครอบครัว
ช่วงที่ได้แวะไป ทางสวนน้ำวานา นาวากำลังจัดงานครบรอบ 1 ปีพอดี


“สวนน้ำ Vana Nava”
ออกแบบและสร้างภายใต้แนวความคิด “Water Jungle”
โดยผสมผสานระหว่างความเป็นสวนน้ำและป่าเมืองร้อนเข้าด้วยกัน
เน้นการออกแบบสวนน้ำให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

มีสไลเดอร์และเครื่องเล่นมาตรฐาน รวม 19 ชนิด
ผลิตและติดตั้งโดยบริษัทจากต่างประเทศ
ที่ได้รับการยอมรับด้านการผลิตและติดตั้งเครื่องเล่นสวนน้ำอันดับหนึ่งของโลก
เพราะฉะนั้นแล้ว จึงเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของเครื่องเล่นต่างๆ



โดยส่วนตัวแล้ว ครอบครัวเราเคยไปเล่นสวนน้ำที่อื่นมาก่อนค่ะ
จึงได้เห็นข้อเปรียบเทียบและความแตกต่าง
และสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนคือ

1) ที่บริเวณเครื่องเล่นแต่ละชนิด หากต้องนำห่วงยางเดินถือขึ้นไปเอง
จะมีป้ายบอกว่า เครื่องเล่นชนิดไหนต้องใช้ห่วงยางแบบไหน
และเครื่องเล่นชนิดนี้เหมาะสำหรับจำนวนผู้เล่นกี่คน
(จะมีห่วงยางหลายแบบ ทั้งแบบคนเดียว, 2 คน และ 4-6 คน)
v


2) เครื่องเล่นที่ใช้ห่วงยาง นอกจากจำนวนผู้เล่นแล้ว
ยังถูกจำกัดด้วย’น้ำหนักรวม’ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เล่นเอง
เครื่องเล่นแต่ละชนิดจะกำหนดช่วงน้ำหนักรวมของผู้เล่นทั้งหมด ห้ามขาดหรือเกิน

จะมีตาชั่งขนาดใหญ่
ซึ่งผู้เล่นทั้งหมดจะต้องขึ้นไปยืนชั่งพร้อมๆกัน
ก่อนนั่งลงบนห่วงยาง
เพื่อให้ได้น้ำหนักตามเกณฑ์ที่กำหนด
หากขาดหรือเกินกำหนด อาจต้องสลับสับเปลี่ยนกับผู้เล่นอื่น เพื่อความปลอดภัย

ด้วย 2 ข้อหลักๆข้างต้นนี้ ทำให้เรารู้สึกดี
ที่เขาให้ความสำคัญและใส่ใจกับเรื่องความปลอดภัยมาก
.
.

ก่อนจะไปชมด้านในสวนน้ำ
ขอเอ่ยถึงบริเวณรอบนอกและข้อมูลทั่วไปก่อนนะคะ

สวนน้ำ Vana Nava แบ่งออกเป็น 2 โซน
โซนแรก - “Adventure Zone” อยู่บริเวณด้านนอก
ไม่เสียค่าเข้า จ่ายแค่ค่าเครื่องเล่นที่ต้องการ
ประกอบด้วยเครื่องเล่น 3 ชนิด คือ

1)
Ropes Course – ไต่และเดินบนเส้นเชือกที่ระดับความสูง13.4 เมตร

2) Climbing Wall – ปีนหน้าผา ความสูง 12.2 เมตร
ค่าเล่นอย่างละ 150.-บาท/รอบ/เครื่องเล่น
หรือซื้อบัตรแบบ combo รวม 2 เครื่องเล่นในราคา 250.-บาท



3) Surf Zone หรือ Flow Rider
กิจกรรมเซิร์ฟบอร์ด โต้คลื่น ชม.ละ 400.-บาท



เท่าที่ทราบข้อมูลมา เป็นเจ้าเดียวกับ Flow House Bangkok
ในโครงการ A Square ที่สุขุมวิท 26 กรุงเทพค่ะ
https://www.facebook.com/FlowHouseBangkok

ซึ่งตัวเราเอง เคยไปเล่นโต้คลื่นแบบนี้ที่กรุงเทพฯมาก่อนค่ะ
ที่กรุงเทพฯคิดราคาต่อรอบแล้วจะแพงกว่า แต่ก็มีช่วงเวลาโปรโมชั่นในแต่ละวัน
และข้อแตกต่างอีกอย่าง ที่กรุงเทพฯจะมีคอร์สเรียนและสอน

ในขณะที่ Vana Nava จะไม่มีการสอนแบบคอร์สต่างๆ
ให้บริการแค่เล่นเซิร์ฟเป็นรอบเวลาเท่านั้นค่ะ
(แต่ก็มีผู้ฝึกสอนทักษะการเล่นเบื้องต้นให้นะคะ)

ถามว่ายากมั๊ย??
เอาเป็นว่า ที่เราเคยลองเล่นครั้งแรก เริ่มจากท่านอน มาเป็นท่านั่ง
หลังจากนั้นก็ยืนได้แล้วค่ะ แต่ต้องยืนแบบเกาะเชือกไว้นะคะ
ถ้าปล่อยก็ตู๊มมม !! ถูกพัดไปตามสายน้ำ
^^”

++ ภาพเก่าของเราเอง ครั้งตอนหัดเล่นที่ Flow House Bangkok ++


อื่นๆสำหรับโซนแรกนี้ ... Carnival Gifts and Games
รวมตู้เกมส์แบบหยอดเหรียญ

ก่อนจะไปต่อยังโซนที่ 2 เพื่อเข้าสวนน้ำ
ด้านนอกนี้ ยังมีบริเวณล๊อกเกอร์ สำหรับเก็บของนะคะ
โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในราคาตู้ละ 150.-บาท

หากไม่อยากเสียเงินเช่า แนะนำว่าไม่ควรนำของมีค่าติดตัวไป
(แต่เราจำเป็นต้องเช่า เพราะมีกล้องถ่ายภาพ)

สำหรับผ้าเช็ดตัว ไม่มีให้บริการฟรีค่ะ
ต้องเช่าใช้เช่นกันในราคาผืนละ 100.-บาท (มีค่ามัดจำอีกผืนละ 100.-บาท)
แนะนำว่า ควรพกติดตัวไปเอง

แต่สำหรับห้องอาบน้ำและห้องแต่งตัว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับห้องล๊อกเกอร์
จะมีสบู่เหลวและแชมพูให้บริการฟรีค่ะ
ฉะนั้นแล้วพกไปแค่ผ้าเช็ดตัวพอ
.
.


โซนที่ 2 – “Jungle Water”
โซนสวนน้ำแบบเหมาจ่าย เล่นเครื่องเล่นได้ทุกชนิด
โดยมีค่าเข้าสวนน้ำทั้งแบบแยกจ่ายราคาปกติ, แบบ package
และแบบโปรโมชั่นต่างๆ

Note : บัตรสวนน้ำสำหรับผู้ใหญ่ (สูงตั้งแต่ 122 ซม.ขึ้นไป) คนละ 1,000 บาท
บัตรสวนน้ำสำหรับเด็ก (สูงตั้งแต่ 91 – ไม่เกิน 122 ซม.) คนละ 600.-บาท
** ส่วนสูงต่ำกว่า 91 ซม. เข้าฟรี **
บัตรสวนน้ำสำหรับผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)

แบบ family package ผู้ใหญ่ 2 คน + เด็ก 2 คน
ราคา 2,600.- บาท

ราคาโปรโมชั่น ... ช่วงที่ไปมี Twilight Promotion ค่ะ
เฉพาะคืนศุกร์-เสาร์ ในช่วง high season สวนน้ำจะเปิดถึง2100 น.
ซึ่งจะมีรอบพิเศษ สำหรับเข้าสวนน้ำในช่วงเวลา 1800 – 2100 น.
สำหรับคืนวันศุกร์และเสาร์
ในราคาคนละ 650.-บาทสำหรับผู้ใหญ่ และราคาเด็กคนละ 300.-บาท
(เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการหลบแดดช่วงกลางวันค่ะ)

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558
.
.

หลังจากชำระค่าเข้าสวนน้ำแล้ว จะได้”สายรัดข้อมือ”มาคนละ 1 เส้น
ซึ่งมีค่ามัดจำเส้นละ 100.-บาท
(อย่าลืมนำไปคืน ก่อนกลับนะคะ)




สายรัดข้อมือนี้ อำนวยความสะดวกหลายอย่างค่ะ
ไม่ว่าจะเป็น...
1) การชำระแทนเงินสด
ซึ่งจะเป็นระบบเติมเงินแบบ pre-paid เพื่อใช้ซื้ออาหารและเครื่องดื่มต่างๆ
แต่ถ้าเงินหมดหรือมูลค่าคงเหลือไม่พอ จำเป็นต้องเติมเงินก่อนนะคะ

2) ใช้เปิด-ปิดตู้ล๊อกเกอร์ ที่ได้ทำการเช่าไว้

3) ใช้ผ่านเข้า-ออกสวนน้ำ
ซึ่งภายใน 1 วันจะเข้า-ออกกี่ครั้งก็ได้

4) นำสายรัดนี้ ไปแตะที่จุดบริการก่อนเล่นเครื่องเล่นต่างๆ
จากนั้นนำไปสแกนที่ Canon บูธในสวนน้ำ มีหลายแห่งกระจายตามจุดต่างๆ
เพื่อเก็บภาพความสนุกเป็นที่ระลึก
(มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับภาพถ่ายค่ะ)

และแล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย
(พล่ามมาเยอะมากกก กว่าจะถึงสวนน้ำ ^^')
ขอพาทัวร์แบบเจาะเครื่องเล่นแต่ละชนิดนะคะ

ภาพประกอบอาจจะมีไม่ครบทุกประเภท
เพราะว่าเก็บภาพเสร็จ ก็รีบเอากล้องไปเก็บที่ล๊อกเกอร์แล้วไปเล่นน้ำ

มัวแต่ห่วงเล่น พอกลับมาเปิดภาพดู
อ้าววว ... หายไปหลายจุดเลย
^^”

ขอเริ่มจากเครื่องเล่นไฮไลท์ สีฟ้า-เขียว
โดดเด่นสะดุดตา เห็นมาตั้งแต่ก่อสร้าง เห็นแล้วรู้ทันทีรู้ว่าเป็นสวนน้ำ
1) Abyss
ด้วยความสูง 28 เมตร ปล่อยลงมาในลักษณะลูกตุ้มนาฬิกา
แหว่งไปมาก่อนลงสู่ผืนน้ำด้านล้าง
ด้วยความเร็ว 45 กม./ชม.
v




2)
Boomerango – สีเหลืองสลับน้ำเงิน

ด้วยระยะทางยาว 179 เมตร ถือว่ายาวที่สุดในประเทศไทย
ตกลงมาด้วยความเร็ว 45 กม./ชม. และเหวี่ยงขึ้นไปสูงถึง 20 เมตร

ส่วนตัวเคยเล่นแบบนี้ที่อื่นมาก่อน หนเดียวเลิกค่ะ
เพราะตกลงมาแบบดิ่งและชันมาก
หวาดเสียวเกิ๊นนน
>.<






3) Coconut Beach
สระคลื่นเทียม ด้วยพื้นที่กว้างถึง 1,600 ตารางเมตร
ที่นี่จะเด่นด้วยเวทีการแสดงกลางแจ้งค่ะ
ซึ่งจะมีคอนเสิร์ตต่างๆ จัดแสดง หมุนเวียนเปลี่ยนไป
ตารางงานต่างๆ ตามลิงค์นี้ค่ะ
https://www.vananavahuahin.com/th/events





4) Vanadio (สตูดิโอใต้น้ำ)
เป็นบริการใหม่ค่ะ ซึ่งเราว่าน่าสนใจมากทีเดียว
เพราะไม่เคยเห็นจากที่อื่นมาก่อน สนนราคาเริ่มต้นที่ 380.-บาท



มีทั้งเสื้อผ้าและอุปกรณ์ประกอบฉากให้ด้วย
ใครว่ายน้ำไม่เป็นก็ถ่ายภาพได้ เขามีอุปกรณ์ช่วยถ่วงลงไป
(ขอเพียงกลั้นหายใจใต้น้ำได้สักครู่)
แอบชมรูปคนอื่น มีทั้งแต่งเป็นนางเงือก, ถ่าย pre-wedding ฯลฯ

เราไม่ได้ใช้บริการด้วยเพียงเหตุผลเดียว
เพราะใส่ contact lens ค่ะ เลยลืมตาในน้ำไม่ได้
ไม่งั้นไม่พลาดแน่นอน !
(จะหลับตาถ่าย ก็กลัวภาพไม่สวยอ่า)




5) Lazy River
สระน้ำวน ที่มีความยาวถึง 345 เมตร
ถือว่ายาวที่สุดในประเทศไทยค่ะ
v



6) Infinity Pool
ผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำชิลๆ
และบริการเครื่องดื่มเย็นๆจากบาร์ Fisherman’s Tavern
v




7) Aqua Course
สนุกกับกิจกรรมเหมือนการเข้าฐาน
เดินไปตามทางวิบาก ปีนป่ายไปบนทางลื่น
มีสายสลิงยึดตัวไว้ ป้องกันการตกหล่น และเพื่อความปลอดภัย
v




8) Kiddie Cove
พื้นที่สำหรับเด็ก พร้อมด้วยน้ำพุและสไลเดอร์ขนาดเล็ก
(มุมโปรดของคุณลูกหมีเขาล่ะ เล่นเพลินทีเดียว)
v



9) Rain Fortress
มุมสำหรับเด็ก ประกอบด้วยสไลเดอร์ 7 อัน
มุมกลไกฉีดน้ำต่างๆ ที่แอบซุกซ่อนบนเครื่องเล่น
และถังน้ำขนาดยักษ์ที่จะคอยเทน้ำลงมา ทุกๆ 4-5 นาที

เครื่องเล่นชนิดนี้ สงวนสิทธิ์สำหรับเด็กๆเท่านั้นค่ะ
ผู้ใหญ่ไม่สามารถเดินขึ้นไปเองคนเดียวได้
นอกเสียจากว่า จะพาเด็กเดินขึ้นไปค่ะ
v


[Slide Jungle]
จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
* แบบที่ใช้ห่วงยางไหลลื่นลงมา
และ
* แบบ
body slide


ขอกล่าวแบบ body slide ก่อนละกันนะคะ
เขาจะมีกฎระเบียบอยู่ว่า“ต้องใส่ชุดว่ายน้ำเท่านั้น"
แต่ในส่วนเครื่องเล่นชนิดอื่น อนุโลมเป็นเสื้อยืด-กางเกงขาสั้นได้ค่ะ

ถ้าหากสวมเสื้อยืดทับชุดว่ายน้ำไว้
ก็ต้องถอดเสื้อยืดออกค่ะ

10) Free Fall – สีม่วง
ด้วยองศาตั้งชันถึง 80 องศา (เกือบตั้งฉากเลยทีเดียว)
ปล่อยร่วงลงมาที่ความเร็ว 60 กม./ชม.

11) Aqua Loop – สีฟ้า
มีลักษณะเป็นท่อและจะถูกปล่อยลงมาด้วยความเร็ว 60 กม./ชม.
มีการเหวี่ยงหมุนรอบ 360 องศา

((ได้แต่ยืนดู ฟังเสียงคนอื่นกรี๊ดดดลั่น !!
ส่วนตัวแล้วขอผ่านสำหรับแบบ Body Slide ค่ะแหะ แหะ))
>.<


มาดูแบบใช้ห่วงยาง ลื่นสไลด์ของส่วนนี้กันบ้างค่ะ
มีทั้งหมด 4 แบบ ใช้ทางขึ้นเดียวกัน
v


12) Inner-tube
สำหรับผู้เล่น 2 คน

13) Rattler
ไหลลงมาจากความสูง 13 เมตร
สำหรับผู้เล่น 4 คน

14) Super Bowl
ไหลจากท่อ ลงสู่ชามยักษ์ ก่อนจะหมุนรอบๆแกนกลาง
และลงสู่ผืนน้ำด้านล่างอีกครั้ง

15) Master Blaster
ลักษณะเหมือนรถไฟเหาะ
เป็นสไลเดอร์ที่ไม่ใช่มีการไหลลงอย่างเดียว
แต่มีการไหลขึ้นและลงตามจังหวะ

ขอบอกว่า Master Blaster หวาดเสียวกว่าที่คิดค่ะ
มีอารมณ์วูบขึ้น-ลงเป็นพักๆ
>.<
.
.

เป็นอันว่าจบการนำเสนอเครื่องเล่นแต่ละชนิดของสวนน้ำ VanaNava
แต่เรื่องเล่าของเรายังไม่จบค่ะ (บอกแล้วว่า พล่ามได้เยอะ)
ขอเก็บตกข้อมูลอีกสักเล็กน้อย

**
นอกเหนือจากเก้าอี้นั่งที่มีให้บริการฟรีแล้ว

รอบๆบริเวณสวนน้ำ ยังมีศาลาให้เช่าใช้ด้วยค่ะ
หากใครต้องการหลบในร่ม และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

โดยราคาค่าเช่า ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของศาลา
ซึ่งมีแบบเล็ก - “Beach Hut”
สำหรับ 2-4 คน (ค่าเช่าวันละ 600.-บาท)
v


และแบบใหญ่ – “Cabana”
สำหรับ 6-8 คน (ค่าเช่าวันละ 1,000.-บาท)
v


**
แต่ถ้าหากสัมภาระไม่เยอะ และไม่อยากทิ้งไว้ไกลตัว-ไกลตา
บริเวณเครื่องเล่นแต่ละชนิด จะมีที่เก็บของเป็นท่อกลมๆลักษณะนี้ให้บริการค่ะ
จะเก็บรองเท้าก็ดี ใส่ผ้าเช็ดตัวก็ได้
v


**
จุดเติมเงินสายรัดข้อมือ ด้านในสวนน้ำจะมีเพียงจุดเดียวคือที่ Fisherman's Cafe
อาจจะไม่สะดวกมากนัก แนะนำให้เติมเงินไว้เยอะหน่อย
หากใช้ไม่หมดค่อยไปแลกคืนภายหลัง
v


**
ในส่วนของบริการอาหารและเครื่องดื่ม

มีทั้งร้านด้านในสวนน้ำ และด้านนอกติดบริเวณทางเข้าค่ะ

ซึ่งก่อนมาที่นี่ เคยอ่านเจอว่าอาหารแพงและไม่สมราคา
เลยอยากเปรียบเทียบให้ดูด้วยภาพนี้ค่ะ
(โปรดใช้วิจารญาณในการรับชม แค่อยากให้เห็นภาพชัดๆค่ะ)


เราสั่งนักเก็ตไก่และโค๊กซึ่งเป็นเมนูโปรดของลูกหมี จากร้าน Fisherman's Cafe
จะบอกว่าร้านที่แวะซื้อระหว่างทางมาหัวหิน
ยังแพงกว่าในสวนน้ำนิดหน่อยเลยค่ะ
v


ส่วนอาหารจานเดียว
ได้ลองสั่งข้าวหน้าหมูย่าง ราคาจานละ 65.-บาท
ส่วนตัวแล้ว เราว่าอยู่ในราคาที่รับได้ค่ะ ปริมาณที่ได้รับก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร
.
.

เย็นย่ำแล้ว หมดเวลาสนุกที่สวนน้ำ Vana Nava
เพราะยังคงมีกิจกรรมอื่นๆ รออยู่ที่ Amari Hua Hin
ลูกหมีมีนัดกับทาง Kid’s Club

โทรแจ้งปุ๊ป คนขับรถมารับด้วยเวลาอันรวดเร็ว
เลยไม่ทันได้เดินเล่นดูของที่ระลึกเลย

แต่ขอชมว่าคอยดูแลและบริการดีมาก
เปิดประตูรถมา มีผ้าขนหนูห่อถุงพลาสติกวางไว้ให้บนที่นั่งครบ 3 ผืน

ใส่ใจถึงขนาดนี้ ประทับใจสุดๆ
แถมกลับมาถึงที่พัก ยังมีของขวัญชิ้นโตไว้เซอร์ไพส์คุณลูกหมีอีก
.
.


กิจกรรมของเรากับ Discover “Hua Hin” The Amari Way ยังไม่จบค่ะ
ไว้มาต่อตอนต่อไป (ตอนที่ 5 ตอนสุดท้าย) กับกิจกรรมวันที่ 3
“พิพิธภัณฑ์ภาพ 4 มิติ – For Art’s Sake”





Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2559 11:08:36 น.
Counter : 228 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

I-am-Nina
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เรื่องราวของคนเดินทาง ที่ชอบสะพายกล้อง ท่องเที่ยว ไปทั่ว ... กับคนรู้ใจ

** สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพและ/หรือข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด **