กุมภาพันธ์ 2559

 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
Discover "Hua Hin" The Amari Way : Part 3 - Amari Hua Hin


AMARI HUA HIN

ที่ตั้ง : ทางไปเขาตะเกียบ
https://www.facebook.com/amarihuahin
http://www.amari.com/huahin

:+: :+: :+: :+: :+: :+: :+: :+:

แวะเที่ยว Camel Republic แวะทานมื้อกลางวันที่ Alpaca Restaurant แล้ว
ก็ได้เวลาเดินทางสู่ที่พักค่ะ


Amari Hua Hin - ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของแคมเปญ
Discover "Hua Hin" The Amari Way
ซึ่งมอบโอกาสให้เราเป็นผู้โชคดี 1 ใน 3 ของกิจกรรมนี้
:)

ส่วนตัวแล้ว เราไม่เคยเข้าพักโรงแรมในเครืออมารีมาก่อน

เคยแต่ไปร่วมสัมมนาในโรงแรมอมารีที่กรุงเทพฯ

และภาพของอมารีที่เราเคยเห็นผ่านตา ก็ถูกลบออกไป
เมื่อย่างก้าวแรกที่มาถึงที่นี่ .... “อมารี หัวหิน”



“อมารี สีสันและจังหวะแห่งเอเชียสมัยใหม่”
คำจำกัดความนี้มีขึ้น
หลังจากมีการ
rebranding แบรนด์อมารีใหม่
ในรูปโฉมที่ทันสมัยมากขึ้น
นอกจากนี้ อมารี หัวหินยังถือเป็นโรงแรมต้นแบบของโรงแรมอมารีสาขาอื่นๆ
(อมารี หัวหินเป็นโรงแรมสร้างใหม่ เปิดได้ประมาณ 3 ปี)

และเราก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
เพราะภาพลักษณ์ที่เราเคยมีต่ออมารีได้เปลี่ยนไป จากการได้มาสัมผัสในครั้งนี้

.
.

บริเวณโถงต้อนรับหรือ lobby เป็นเพดานสูงโปร่ง
ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงิน-ขาว ให้ความรู้สึกของการมาเที่ยวทะเล

++ แอบมาเก็บภาพล๊อบบี้ยามดึก เพราะช่วงกลางวันคนเยอะตลอด ++


ทราบมาว่า เนื่องจากอมารีหัวหินไม่ได้อยู่ติดชายหาด
เลยพยายามนำสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัวรอบๆ นำมาประดับตกแต่งรวมไว้ในโรงแรม
ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล
(นึกภาพตามง่ายๆ แบบเดียวกับที่พระราชวังมฤคทายวันค่ะ)

การตกแต่งแบบคลาสสิก
หากแต่ดูไม่เก่า มีความทันสมัยแฝงอยู่ในตัวเอง

ได้บรรยากาศบ้านพักตากอากาศของเมืองหัวหิน ซึ่งเป็นที่นิยมในอดีตกาล
เท่าที่สังเกต รูปภาพติดผนังที่นี่ จะเป็นสีขาวดำทั้งหมด
ไม่เว้นแม้แต่ภาพวาดที่ประตูลิฟต์



และทั้งหมด เป็นภาพที่สื่อความหมายของเมืองชายทะเล
เมืองที่มีเสน่ห์มนต์ขลังมานับตั้งแต่อดีตกาล
- หัวหิน -


.
.

ครอบครัวเรามาถึงที่พักประมาณ 1600 น.
ทำการเช็คอิน พร้อมด้วยผ้าเย็นและเครื่องดื่มเย็นที่ถูกเตรียมไว้ต้อนรับ

โปรแกรมเดิมหลังจากมาถึงที่พัก คือจะมี Afternoon Tea เตรียมไว้ให้
ที่ Coral Lounge ซึ่งอยู่ติดกับล๊อบบี้

แต่เนื่องจากมาถึงค่อนข้างเย็นแล้ว
ประกอบกับลูกหมีร่ำร้องอยากเล่นน้ำ ก็เลยเข้าห้องพักทันที

++ โถงหน้าลิฟต์ ++


ตัวอาคารที่พักจะมีอยู่ 2 อาคารด้วยกัน
และมีสระว่ายน้ำตรงกลาง

++ อาคารด้านซ้าย คือ ตึก 1 และอาคารด้านขวาคือ ตึก 2 ++


ห้องพักที่นี่ แบ่งเป็น 3 แบบหลักๆ
* Deluxe จำนวน 207 ห้อง
* Family Suite จำนวน 8 ห้อง
* Suite จำนวน 8 ห้อง
(รวมเป็น 223 ห้อง)

////////////////////////////////////////////////////////

:+: FAMILY SUITE :+:

การเข้าพักครั้งนี้ เราได้ห้องพักแบบ Family Suite
ซึ่งประกอบด้วย 1 ห้องนอนเล็ก + 1 ห้องนอนใหญ่ + มุมนั่งเล่น
มี 1 ห้องน้ำ แต่จัดสรรพื้นที่ได้ดี และกว้างขวางค่ะ
ซึ่งสามารถเข้าพักได้มากถึง 4 คน
(พื้นที่โดยรวม 77 ตารางเมตร)

++ Master Bedroom ++


ภายในห้องนอนเล็ก เป็นเตียงคู่ (twin bed)
พร้อมโต๊ะทำงาน ซึ่งค่อนข้างจะเอนกประสงค์ทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมี stationery set เตรียมไว้ให้ด้วยค่ะ



เราชอบไอเดียบานเลื่อนกระจกติดกับโต๊ะทำงาน
เมื่อปิดบานเลื่อน ก็สามารถแทนโต๊ะเครื่องแป้งได้
แต่เมื่อเปิดออก จะทะลุถึงโถงทางเดินทำให้มีพื้นที่ในการวางของมากขึ้น
เมื่อเดินกลับเข้ามาในห้อง พร้อมสัมภาระจุกจิก

++ ยามเมื่อปิดบานเลื่อน ++


++ เมื่อเปิดบานกระจกออกและมองจากฝั่งด้านนอกเข้าไปยังห้องนอน ++


ถัดไปยัง มุมห้องนั่งเล่น
Welcome Fruits และโถขนมเล็กๆถูกจัดเตรียมไว้
พร้อมกับเก้าอี้โยก



ห้องนอนใหญ่เป็นเตียงเดี่ยวแบบ King Size
พร้อมหมอนหนุนมากมายหลายใบ
(อันนี้ก็ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะสามีเป็นคนนอนหนุนหมอนสูงๆค่ะ)







หัวเตียง ติดกับกระจกบานเลื่อนบานใหญ่ เปิดออกสู่ระเบียง
ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลๆ
พร้อม iPod Dock ที่หัวเตียง

++ ระเบียงนี้ เป็นทั้ง sea view และ pool view ++


++ มุมระเบียง สามารถชมแสงแรกของวันได้ในยามเช้า ++


++ วิวจากด้านข้างระเบียง ++


มีเครื่องเล่น DVD ให้ภายในห้องพัก



ห้องน้ำแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งอย่างดี
พร้อมอ่างล้างหน้า 2 อ่าง ตามประสาห้องใหญ่พักกันหลายคน



ห้องอาบน้ำมีทั้งฝักบัว และ rain shower
แต่ไม่มีอ่างอาบน้ำค่ะ

อุปกรณ์ Bathroom Amenities ที่นี่ ใส่มาในขวดรูปทรงทันสมัย
ทราบมาว่าเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในสปา
(แอบเสียดาย ที่ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม Breeze Spa เลย)

ส่วนห้องสุขา สามารถเปิดบานเกล็ด เพื่อชมวิวทะเลได้
และคำถามที่มักจะโดนถามอยู่บ่อยๆเมื่อเขียนรีวิวที่พัก
“มีสายชำระหรือไม่

ขอตอบด้วยภาพๆนี้ละกันค่ะ
(ชิงตอบก่อนเลย)
v
v


Mini Bar ต่างๆ ตามมาตรฐานทั่วไป
พร้อมกาต้มน้ำร้อน และชา-กาแฟบริการฟรี

ในส่วนของตู้เสื้อผ้า ... ซึ่งน่าจะเรียกว่า Walk-in Closet มากกว่า
มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งเตารีด, ที่รองรีด, beach bag, ร่ม, ชุดคลุมอาบน้ำ,
ตู้เซฟ, ไฟฉาย, เครื่องชั่งน้ำหนัก,แปรงขัดรองเท้า, ฯลฯ
(ของเขาเตรียมให้เยอะจริงๆ)
พร้อมทั้งกระจกบานใหญ่





พื้นที่กว้างขวาง และเอื้อต่อประโยชน์ใช้สอย
มีที่วางกระเป๋าเดินทางพร้อม

มีบานเลื่อนเปิด-ปิด เหมือนห้องเก็บของเล็กๆอีก 1 ห้อง
เลยสนุกเด็กหมีเขาล่ะ ... เอาไว้เล่นซ่อนแอบ
^^”

++ จ๊ะเอ๋ !!! ++


โดยรูปแบบการตกแต่งและการออกแบบประโยชน์การใช้สอยแล้ว
ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานทุกอย่าง

เดินเก็บภาพในห้องอย่างมีความสุข
เพราะมีมุมสวยๆให้เก็บภาพเยอะมาก

++ รูปประดับภายในห้องพัก ก็ยังคงเป็นโทนสีขาว-ดำ ++


เกือบ 1800 น. พนักงานยก afternoon tea set มาบริการให้ถึงห้อง
เนื่องจากเตรียมไว้ให้แล้ว



เล่นเอาอึ้งไปพักนึงกับความอลังการ เพราะดูน่าทานมาก
มีทั้งเบอร์เกอร์, สโคน, เค้ก, เอแคลร์, ถุงทอง ฯลฯ
เสิร์ฟพร้อมชาร้อนอีก 1 กา
(เซ็ทนี้สำหรับ 4 คน ราคา 800.-บาทเน็ท)







คุณลูกเล่นน้ำเสร็จ กลับมาถึงห้องปุ๊ป !
เห็นเจ้าสิ่งนี้วางอยู่ในห้อง คว้าเข้าปากเลยทันที
^^”

แต่แอบมีโวยวายค่ะ เพราะเบอร์เกอร์เป็นไส้ลาบหมู
รสชาติออกเผ็ด คุณลูกบอกทานไม่ได้

โปรแกรมสำหรับมื้อเย็นวันนี้
เดิมทีคือที่ “Shoreline Beach Club”
แต่เนื่องจากช่วงที่เราเข้าพัก มีการปิดปรับปรุง
เลยต้องเปลี่ยนสถานที่ ซึ่งทางผู้ดูแลเสนอเป็น”ร้านอยู่เย็น”

เรามอง afternoon tea set ที่วางตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
เลยตัดสินใจโทรไปขอยกเลิกมื้อเย็นวันนี้
เพราะที่มีอยู่ตอนนี้ ทานหมดก็อิ่มจุกล่ะ
-.-“



ส่วนตัวแล้ว เราเป็นคนชอบทานขนมหวาน
ชอบบรรยากาศของ afternoon tea … ชอบนั่งชิลตามร้านกาแฟ

ขอชมว่า เบเกอรี่ที่นี่อร่อยหลายอย่างเลยค่ะ
และได้แอบดูราคาจากป้ายโฆษณาที่หน้าห้อง Coral Lounge
เราว่าราคาก็ไม่ได้แรงมาก เรียกว่าจับต้องได้

////////////////////////////////////////////////////////

:+: CORAL LOUNGE :+:

เอ่ยถึง afternoon tea set แล้ว ก็ขอพูดถึง CoralLounge สักหน่อย
เพราะจริงๆแล้ว เขาจะให้บริการที่ Coral Lounge ค่ะ

Coral Lounge เป็น 1 ใน 5
ส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มของอมารีหัวหิน
ซึ่งอยู่ติดกับบริเวณ lobby



ไม่ขอเรียกว่าห้องอาหารนะคะ (ตามชื่อของเขา คือ เลาจน์)
เพราะห้องนี้เป็นแนวบริการขนมและเครื่องดื่ม มีทั้งชา-กาแฟ-ค๊อกเทล
มีบริการขนมชิ้นเล็กๆ ในราคามิตรภาพ

ภายในบริเวณ coral lounge เพดานสูงโปร่ง
ประดับด้วยโคมไฟทรงปะการังสีแดง เข้ากับชื่อห้อง



โดยรอบตกแต่งด้วยภาพม้า หมากรุก และปลาดาว
(น่าจะ)สื่อความหมายถึงบรรยากาศชายหาดหัวหิน
ที่เป็นถิ่นมีหอยและมีม้าเดินไปมา









////////////////////////////////////////////////////////

:+: SHORELINE BEACH CLUB :+:

ร้านอาหารริมหาด เน้นเมนูแบบบาร์บีคิว
ซึ่งมีทั้งแบบพร้อมเสิร์ฟและปิ้งย่างด้วยตัวเอง

เป็นที่น่าเสียดายว่า ที่นี่ปิดปรับปรุงเพื่อทำสระน้ำช่วงที่เราเข้าพักค่ะ
เลยไม่มีโอกาสได้เห็นสถานทีจริง

แต่ถึงกระนั้น โฆษณาก็ทำเอาน้ำลายหยดแหมะ
เมนู BBQ Buffet ทุกคืนวันศุกร์
ตั้งเป้าหมายว่า ถ้ามีโอกาสกลับไปหัวหินจะขอไปลองสักครั้ง !

////////////////////////////////////////////////////////

:+: AQUA POOL BAR :+:

บริการอาหารว่าง อาหารจานเดียวและเครื่องดื่มริมสระน้ำ
แอบเสียดายเหมือนกัน ไม่มีโอกาสได้ลองใช้บริการ



////////////////////////////////////////////////////////

:+: MOSAIC :+:

สำหรับมื้อเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ เราฝากท้องเอาไว้ที่ห้องอาหารแห่งนี้ค่ะ
ตกแต่งสวยงาม สีสันสดใส








จากการเข้าพัก 3 วัน 2 คืน และทานอาหารมื้อเช้าที่นี่ 2 วันติด

แอบสังเกตเห็นว่า เมนูอาหารบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไม่ให้ซ้ำซากจำเจ
จะคงไว้แต่เมนูหลัก อย่างแฮม เบคอน เมนูไข่ ฯลฯ

ยกตัวอย่าง เช้าวันแรกมีเมนูโจ๊กและข้าวต้ม
แต่วันถัดมาเป็นก๋วยเตี๋ยวค่ะ

โดยรวมแล้วถือว่าหลากหลายใช้ได้ค่ะ
โดยเฉพาะเมนูเครื่องดื่ม ซึ่งจะมีบางเมนูเปลี่ยนไปในแต่ละวันเช่นกัน

ที่นี่ไม่ได้มีแค่น้ำผลไม้

แต่มีเครื่องดื่มประเภท smoothies เป็นน้ำผลไม้ปั่นกับโยเกิร์ตด้วยค่ะ



ขอเอ่ยปากชมนิดนึง ... เราลงมาทานอาหารเช้าใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม.
เพราะคุณลูกหมีร่ำร้องจะไปว่ายน้ำเล่น เลยกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพัก
เข้าไปถึงแม่บ้านทำความสะอาดห้องไว้ให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็วมาก
ทั้งๆที่ไม่ได้แจ้งอะไรเป็นพิเศษเป็นการส่วนตัว
ประทับใจกับการบริการที่ใส่ใจและรวดเร็วค่ะ
^^

////////////////////////////////////////////////////////

:+: REEF DELI & WINE LOUNGE :+:

อีก 1 ห้องอาหารที่มีโอกาสได้ใช้บริการ เป็นมื้อเย็นวันที่ 2 ค่ะ
ส่วนตัวแล้ว ชอบการเล่น lighting แสงและเงาของห้องอาหารนี้มาก
เลยเก็บภาพมาซะเยอะเลย











นอกจากบริการอาหารแล้ว ห้องนี้ยังเหมือนแหล่งรวมไวน์ชั้นดี
แต่ไม่ได้ลองอีกล่ะ เพราะไม่ดื่มไวน์
^^”

สำหรับอาหารเมนูเด็ดที่ได้รับการเสนอจากการเข้าพักครั้งนี้
ได้แก่ แพนงเนื้อแกะ ... รสชาติเข้มข้นทีเดียวค่ะ

พ่อหมีเป็นคนชอบทานเนื้อแกะอยู่แล้วด้วย ถึงกับชมเลยทีเดียว
เพราะกลิ่นเนื้อแกะไม่แรง แถมเข้ากันได้ดีกับเครื่องแกงอย่างแพนง

v


สะเต๊ะไก่ ... ที่เน้นการนำเสนอ
ทำ presentation ได้ดูดีน่ารัก ไม่มากและไม่น้อยไป
v


ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ... เนื้อปลาสด อร่อย
รสชาติกลมกล่อม
v


ข้าวอบสัปปะรด
v


เครื่องดื่ม Apple Lychee
ซึ่งช่วงที่เข้าพัก เขามีกิจกรรมให้ร่วมผ่านทาง socialnetwork
สามารถแลกรับเครื่องดื่มชนิดนี้ได้ฟรีค่ะ
v


ปิดท้ายด้วยของหวานแบบโมเลกูล่า Mango Caviar
ซึ่งเขาจะใช้หลักวิทยาศาสตร์มาช่วยในการปรุงแต่งอาหาร
(โดนคุณลูกหมีแย่งทานไอศกรีมหมดเลย)
v


////////////////////////////////////////////////////////


จบเรื่องส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มทั้ง 5 แห่งไปแล้ว
มาชม facilities ส่วนกลางกันต่อค่ะ


:+: MAIN POOL :+:

สระว่ายน้ำกลางแจ้ง มีความยาวกว่า 38 เมตร








เนื่องจากที่พักไม่ได้อยู่ติดทะเลหรือชายหาด
เขาจึงจำลองชายหาด มาไว้ที่สระว่ายน้ำส่วนกลางค่ะ



โดยการให้ความรู้สึกของสีน่ำตาลแทนหาดทราย
พื้นเทลาดลงสู่พื้นน้่ำ แทนการใช้ขั้นบันไดหรือมีขอบปูน

กระเบื้องสีฟ้าไล่ระดับสี แทนความตื้น-ลึกของน้ำ



ระแนงไม้ที่ยื่นออกไปในสระ
ไห้ความรู้สึกเหมือนท่าเรือ (หรือเหมือนสะพานปลาดี??)





[ Shuttle Service ]
ถึงแม้ที่พักจะไม่ได้ติดชายหาด

แต่เขามีรถ Shuttle Service รับ-ส่งระหว่างตัวโรงแรมและชายหาด
บริการฟรี สำหรับแขกที่เข้าพักที่โรงแรม

รอบเช้าสุดตั้งแต่เวลา 0600 น.
จนถึงรอบสุดท้าย รับกลับเวลา 2305 น.
ให้บริการทุกๆ 30 นาที

นอกจากนี้ ยังมีบริการรับ-ส่งจากโรงแรมไปยังหอนาฬิกาด้วยค่ะ
วันละ 4 รอบเวลา
สะดวกสำหรับคนที่อยากไปตลาดโต้รุ่ง
แต่ไม่อยากขับรถไปเอง หรือเสียเวลาวนหาที่จอดรถ
(แต่ถ้าอยากไปตลาดจักจั่นหรือ Cicada ก็เดินไปจากรร.ได้เลยค่ะ)

////////////////////////////////////////////////////////

:+: KID’S POOL:+:

อยู่ใกล้ๆกับ
Aqua Pool Bar ค่ะ

ลูกหมีไม่มาเล่นที่สระนี้เลย เพราะว่ายน้ำได้แล้วและชอบดำน้ำงมของ
เลยเมินกับสระติ้นๆซะล่ะ



////////////////////////////////////////////////////////

:+: FITNESS CENTER :+:

ไม่ใหญ่มาก แต่ก็ถือว่าไม่ขาดหายค่ะ




////////////////////////////////////////////////////////

:+: KID’S CLUB :+:

อยู่ในบริเวณเดียวกันกับ
Fitness Center

ที่นี่จะมีห้องเด็กเล่น ที่ให้บริการฟรีมีของเล่นให้เลือกเล่นตามชอบ
รวมถึงมีแผ่นการ์ตูนให้ดู



กับส่วนกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ตามตารางกิจกรรมในแต่ละวัน



ซึ่งลูกหมีมีโอกาสได้ลองทำ”เทียนเจล” เป็นครั้งแรก
เห็นลูกตั้งใจทำมาก ก็ดีใจค่ะ
ได้ผลงานกลับบ้านไปอวดคุณปู่-คุณย่า



.
.

เป็นอันว่าจบการพาทัวร์โรงแรมอมารี หัวหิน

ซึ่งจริงๆแล้ว ยังถือว่าเราตกหล่นอยู่อีกหลายแห่ง
ไม่ว่าจะเป็น ...
* Breeze Spa - ที่ไม่มีโอกาสได้ลองใช้บริการ
* Aqua Pool Bar - ไมไ่ด้ใช้บริการเช่นกัน
* Shoreline Beach Club - เพราะปิดปรับปรุง

////////////////////////////////////////////////////////

เต็มอิ่มกับที่พักสวยๆ บรรยากาศดีๆไปแล้ว
แต่การเดินทาง 3 วัน 2 คืนของครอบครัวหมียังไม่จบค่ะ

ตอนต่อไป จะพาไปเที่ยวใกล้ๆโรงแรม
กับ"สวนน้ำ Vana Nava"
ที่ใช้เวลาเดินทางไปจากที่พักไม่ถึง 10 นาที


ปล. เด็กหมีคนนี้ชอบเล่นน้ำมากกกก
แช่น้ำได้ทั้งวันเลยฮับ








Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2559 11:07:38 น.
Counter : 348 Pageviews.

1 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:2:06:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

I-am-Nina
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เรื่องราวของคนเดินทาง ที่ชอบสะพายกล้อง ท่องเที่ยว ไปทั่ว ... กับคนรู้ใจ

** สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพและ/หรือข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด **