<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
16 กุมภาพันธ์ 2555

ทัวร์ 5 วัด (2. วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร)



สวัสดีค่ะ

นั่งรถเลี้ยวออกจากวัดเทพธิดาราม ผ่านเสาชิงช้าไปทางถนนอุณากรรณ แล้วย้อนกลับมาจอดด้านข้างวัดสุทัศน์ค่ะ





ดูจากแผนที่วัดนะคะ พระวิหาร อยู่ที่หมายเลข 2 เราเดินเข้าทางประตูทางขวามือที่มีลูกศรสีแดง
เลี้ยวขวาไปตามระเบียง ที่เรียกว่าวิหารคต หมายเลข 1 ฟังคำบรรยายแล้วเข้าไปในพระวิหารค่ะ
พระอุโบสถ จะเป็นหมายเลข 4 ส่วนหมายเลข 5 เป็นเสาชิงช้า





พอจอดรถ เดินเข้าไปด้านใน เลี้ยวขวาจะถึงวิหารคตที่ล้อมรอบวัดอยู่ทันที
ในวันที่คณะของเราไปชมวัดนั้น เป็นเวลาเดียวกับที่ทางวัดกำลังเปิดสนามสอบสำหรับพระด้วยค่ะ
มีการจัดโต๊ะไว้รับรองพระที่มาสอบเต็มไปหมด





พระวิหารคต สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ล้อมพระวิหารหลวงทั้ง 4 ด้าน
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 156 องค์ ผนังด้านหลังพระพุทธรูปเป็นภาพลายดอกมณฑารพ
ซึ่งเป็นดอกไม้บนสวรรค์ที่โปรยปรายลงมาบูชาพระพุทธเจ้า





พวกเราก็เลยต้องลงมานั่งกันตรงนี้แหละค่ะ ช่วงนี้สายแล้ว แดดกำลังแรงมาก ท่านวิทยากรก็บรรยายประวัติของวัดให้ฟังทันที





มองไปทางด้านหน้า เป็นบริเวณรอบๆ พระวิหารหลังใหญ่
ถัดจากวิหารคตที่ล้อมอยู่ จะเป็นพระอุโบสถซึ่งมีขนาดยาวเอามาก ๆ นับเสาชายหลังคารอบ ๆ แล้วมีมากถึง 68 ต้นทีเดียว






พระวิหารหลวงวัดสุทัศน์ เป็นวิหารที่สูงที่สุดในประเทศไทย
เมื่อแรกสร้างนั้น รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้ขุดราก ก่อพื้นพระวิหารหลวง สูงจากแผ่นดินเป็นอันมาก ให้เหนือวิหารทั้งปวงในแผ่นดิน
แล้วก่อฐานชุกชีให้สูงขึ้นไปอีก เหนือกว่าฐานชุกชีทั้งหลาย
จากนั้นก็อัญเชิญพระพุทธรูปโบราณองค์ใหญ่มหึมาขึ้นประทับบนฐานชุกชี แต่ยังมิได้ก่อสร้างต่อ ก็สิ้นรัชกาล





ในการก่อสร้างพระวิหารนั้น รัชกาลที่ 2 ซึ่งทรงพระปรีชาในงานเชิงช่าง
ได้มีพระราชศรัทธาสลักบานประตูพระวิหารด้วยฝีพระหัตถ์เป็นประเดิมไว้ด้วย
ซึ่งเดิมบานประตูกลางนั้นเป็นบานที่เป็นฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 2
แต่ได้ถูกไฟไหม้บางส่วนจึงได้ถอดไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งถ้ามีโอกาสก็น่าจะได้ไปชมกัน
เมื่อสร้างพระวิหารหลวงเสร็จ รัชกาลที่ 2 ก็เสด็จสวรรคต

รัชกาลที่ 3 โปรดให้กระทำส่วนอื่นต่อมา คือพระอุโบสถ หอระฆัง หอไตร ศาลาการเปรียญ
กุฏิสงฆ์ จนครบ สิริรวมทั้งวัดสุทัศน์ต้องใช้เวลาสร้างถึง 3 แผ่นดิน

อันพระวิหารหลวงวัดสุทัศน์นี้ โอ่อ่าอลังการเป็นที่สุด
จากพื้นแผ่นดิน เราต้องขึ้นบันไดไป 2 เมตร จึงจะถึงฐานชั้นที่หนึ่ง
อีก 2 เมตร ถึงฐานชั้นที่สอง แล้วอีก 2 เมตรจึงจะถึงฐานพระวิหาร
คำว่าวิหารที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นอย่างนี้นี่เอง






ดูหลังคาเสียก่อน มีหลังคาประธานสองชั้น 1 ตับแล้ว ยังมีหลังคาปีกนกลาดลงมาอีก 3 ตับ
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีหลังคามุขสองชั้น หน้าหลัง อีก 1 ตับ ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน
ทำให้อาคารเดียวมีหน้าบัน 4 อัน





ที่หน้าพระวิหารมองขึ้นไปที่หน้าบันด้านบนสุด จะเห็นเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ





โดยนัยก็คือเปรียบตัวพระวิหารนี้เป็นเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่สถิตของพระอินทร์
และมีความเชื่ออีกด้วยว่าเขาพระสุเมรุนั้นเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล อันหมายถึงความสำคัญและยิ่งใหญ่





เพราะฉะนั้นการสร้างวัดสุทัศน์ฯ ให้มีสัญลักษณ์เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ
ไม่ว่าจะเป็นหน้าบันรูปพระอินทร์ ชื่อวัดที่ตั้งตามชื่อเมือง " สุทัสสนะนคร " อันเป็นเมืองที่พระอินทร์ปกครอง
รวมไปถึงทำเลที่ตั้งวัดสุทัศน์นี้ก็ถูกเลือกมาสร้างในตำแหน่งกึ่งกลางของอาณาบริเวณกรุงเทพในยุคนั้น
ล้วนแต่จะสื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ของราชธานีแห่งนี้








ส่วนมุขเด็จหรือมุขที่ยื่นออกมา มีหน้าบันเป็นรูปพระนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นส่วนที่สร้างเพิ่มเติมขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4
ซึ่งก็เป็นไปตามคติทั่วไปที่วัดของพระเจ้าแผ่นดินที่ถือเสมือนว่าเป็นองค์นารายณ์อวตาร มักจะมีหน้าบันลักษณะนี้






ฐานประทักษิณล้อมพระวิหาร 3 ชั้น ชั้นบนสุดมีวิหารทิศ ทั้ง 4 มุม
ฐานประทักษิณชั้นต่อมา มีเจดีย์ศิลาของจีนรายรอบ 4 ด้าน จำนวน 28 ถะ ฐานประทักษิณชั้นล่างกว้างไปจนถึงระเบียงคด

เจดีย์แบบจีนที่เรียกว่า ถะ ตั้งอยู่บนกำแพงแก้วรอบพระวิหาร
เปรียบเสมือนเป็นวิมานของกามภูมิเทวโลกที่อยู่ห้อมล้อมตามแนวแกนกลางของเขาพระสุเมรุ





ภายในพระวิหารนั้นมี พระศรีศากยมุนี ประดิษฐานเป็นประธานอยู่





พระศรีศากยมุนีนี้นั้นรัชกาลที่ 1 โปรดให้เชิญลงมาจากวิหารหลวง วัดมหาธาตุ สุโขทัย
ซึ่งได้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือราวหกร้อยกว่าปีมาแล้ว
ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้มีวัดใหญ่เช่นวัดพนัญเชิงที่อยุธยาไว้ในพระนคร





เมื่อเชิญองค์พระลงมาถึงที่ริมท่าช้างวังหลวงแล้ว ไม่สามารถเชิญเข้าเมืองมาได้เพราะองค์พระใหญ่คับประตู
รัชกาลที่ 1 ต้องโปรดให้รื้อประตูเมืองลง ท่าที่เชิญพระขึ้นมานี้ในสมัยนั้นเรียกว่าท่าพระ
แต่ต่อมาก็เรียกเป็นท่าช้างวังหลวงอย่างเดิม เพราะผู้คนต่อ ๆ มาไม่เห็นองค์พระ เห็นแต่ช้างในวังหลวงลงมาอาบน้ำที่ท่านี้





พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วงพักตร์สวยที่สุดในโลก
ฐานผ้าทิพย์ด้านหน้าพระพุทธบัลลังก์บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ 8

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รับสั่งให้พระพิเรนทรเทพขึ้นไปรับพระใหญ่จากเมืองสุโขทัยร้าง
ชะลอเลื่อนล่องแพลงมา ขึ้นที่ท่าน้ำวังหลวง แต่องค์พระใหญ่กว่าประตูเมือง จึงโปรดให้รื้อประตูลง
สมโภช 7 วัน แล้วยกใส่เลื่อนลากไปตามถนน ทุกแห่งที่ผ่านตั้งเครื่องนมัสการ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกขณะนั้นทรงประชวร
แต่มีพระราชศรัทธาเสด็จพระราชดำเนินตามขบวนแห่จากท่าช้างถึงที่ตั้งวิหารหลวงกลางกรุง โดยมิได้สวมฉลองพระบาท





ของดีที่น่าชมในพระวิหารก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เพราะวิหารมีขนาดใหญ่โตมาจึงมีพื้นที่เขียนได้มากทำให้ดูยิ่งใหญ่มโหฬารมาก





ผศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี ท่านวิทยากร กำลังบรรยายเรื่องภาพผนังให้ฟังในพระวิหาร








ผนังพระวิหารหลวงเขียนเป็นเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า 27 พระองค์





ส่วนบนเสานั้นเขียนเป็นโลกสัณฐานตามแนวไตรภูมิ ที่ประกอบด้วยป่า ทะเล มนุษย์ กินนร กินนรี เทวดา นรก สวรรค์





เขียนปะปนกันอยู่บนเสา 8 ต้น รวมทั้งหมด 32 ด้าน
ลำดับภาพตามผังไตรภูมิ โดยช่วงบนของเสาทุกต้นเขียนเป็นยอดเขา








ช่วงกลางของเสาทุกต้นเขียนเรื่องราวที่เกิดในโลกมนุษย์







และช่วงล่างของเสาทุกต้นเขียนเรื่องราวที่เกิดในป่าหิมพานต์








ด้านหลังพระประธาน มีศิลปะอีกอย่างที่น่าชมคือ หินสลักสมัยทวาราวดี (ซึ่งก็แปลว่ามีอายุเป็นพันปี) สลักเป็นพุทธประวัติตอนแสดงยมกปาฏิหาริย์ กับตอนโปรดพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์





คณะของเราเดินชมภาพ พร้อมกับถ่ายภาพกันอย่างตั้งใจ
แต่ความที่พระวิหารใหญ่โตมาก บางภาพอยู่สูงเกินไป เกินความสามารถที่จะถ่ายภาพมาได้





ถ้าท่านอยากเห็นความงามของภาพเหล่านี้ คงต้องไปชมเองซะแล้วละค่ะ ^^





คณะของเราถ่ายภาพกับท่านวิทยากรเป็นที่ระลึก แล้วเดินออกไปชมพระอุโบสถด้านนอกกันค่ะ

ไปชมพระอุโบสถวัดสุทัศน์ฯ กัน ครั้งหน้านะคะ








Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 26 พฤษภาคม 2555 14:12:23 น. 24 comments
Counter : Pageviews.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ผมมัวแต่อัพบล็อกของตัวเองอยู่ กว่าจะเสร็จเลยเพิ่งเข้ามาชมได้ครับ

ในสมัยก่อนได้ไปแถววัดสุทัศน์บ่อยมาก ๆ แต่ก็ไม่ค่อยจะได้เข้าไปไหว้พระด้านในเลยครับ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าวิหารจะใหญ่โตมากขนาดนี้ ดีจังเลยนะครับถ้าได้ไปไหว้พระ ไปเที่ยวชมแล้วมีท่านวิทยากรคอยบรรยายให้คำแนะนำและความรู้ต่าง ๆ แบบนี้ด้วย การไปทัวร์คงจะน่าสนใจขึ้นเยอะเลยครับ

ถ้ามีโอกาสผมก็อยากจะไปทัวร์ไหว้พระที่ได้ความรู้แบบนี้บ้างครับ

อิอิ



ปล. ผมอัพบล็อกใหม่แล้วนะครับ

งานวิวาห์ใต้สมุทร ครั้งที่ 16 ... คู่รักคู่วิวาห์ หลังน้ำสังข์ลั่นระฆังวิวาห์

อย่าลืมคลิกตามไปชมตอนต่อนะครับ





โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:29:35 น.  

 
ท่าป้าแอ๊ดจับกล้อง ทะมัดทะแมงมากค่ะ

ไปเที่ยวแบบป้าแอ๊ด ดีจังนะคะ ได้ใช้ชีวิตมีความหมาย ไม่เหี่ยวเฉา

คิดไว้ว่า ถ้าอ้อยเกษียณ จะไม่หงอยอยู่บ้านแน่ๆ คงออกเที่ยวสไตล์ตัวเองนี่แหละค่ะ


โดย: Love At First Click วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:31:11 น.  

 
อนิพฺพินฺทิยการิสฺส สมฺสทตฺโถ วิปจฺจติ
ทำเรื่อยไป ไม่ท้อถอย ผลที่ประสงค์จะสำเร็จสมหมาย

อดทนในกิจอันสุจริต เพื่อความสมหวังในอนาคต ตลอดไป...นะคะ



สวยทุกภาพเช่นเคย...นะคะ ป้าแอ๊ด
วัดสุทัศน์ ไปกี่ครั้ง ๆ ก็ยังชอบไม่เปลี่ยนแปลง
ปอป้า ชอบไปนั่งสมาธิที่ระเบียงราย รอบ ๆ วิหาร...ค่ะ

เอาหัวใจมาแปะให้ป้าแอ๊ด เหมือนเคย...นะคะ
ฝากจุ๊บ จุ๊บ น้องกระถินด้วย...ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:09:16 น.  

 
สวัสดีค่ะป้าแอ๊ด วันนี้แวะมาทักทาย
ดึกเลยค่ะ พร้อมกับโหวตให้ด้วยนะคะ
ป้าแอ๊ดถ่ายรูปสวยจังค่ะได้เห็นมุมต่าง ๆ
สวยงาม เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเที่ยวชมอีกรอบ
ค่ะ
คืนนี้นอนหลับฝันดีนะคะ


โดย: AppleWi วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:07:20 น.  

 
เดี๋ยวทริปหน้า จะหลังไมค์ไปบอกครับ

นิดนึง ผมว่าขุนตานน่าจะยังเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดอยู่นา


โดย: VET53 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:33:30 น.  

 
ตามมาแปะใจให้ป้าแอ๊ดค่ะ
มาเที่ยววัดด้วย แล้วก้็ตามมาจากบ้านของแมลงจ่อย
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของกระถินด้วยนะคะ
เขาไปดีแล้ว และได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากกับคนที่รักเขาที่สุดนานถึง 15 ปี เราว่าเขาคงรับรู้ถึงความรักของป้าแอ๊ดที่มีกับเขาและคงสงบสุขในบ้านแล้วล่ะค่ะ

เขียนรายละเอียดของสถานที่ได้ชัดเจน และเข้าใจง่าย น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ


โดย: Secreate (secreate ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:28:54 น.  

 
สวัสดีค่ะป้าแอ๊ด

เห็นภาพป้าแอ๊ดกับกระถินแล้วใจหาย กระถินบ๊าย บายไปแล้วหรือคะ อ้อยยังแซวเขาอยู่แหม่บๆ


โดย: Love At First Click วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:52:37 น.  

 
แงแง เขียนไปยาวมาก แต่ข้อความไม่ขึ้นซะงั้น

อ่านข้อความป้าแอ๊ดแล้วสะเทือนใจค่ะ เวลาเราเลี้ยงสัตว์ ก็รักเหมือนหนึ่งในสมาชิกครอบครัวนะคะ เข้าใจความรู้สึกป้าแอ๊ดเลย

ป้าแอ๊ดดูแลเขาดีจัง อย่างน้อยๆ บ้านอ้อยไม่เคยพาหมาไปขูดหินปูนเลย
ตอนนี้น้องกระถินไปวิ่งเล่นบนสวรรค์แล้วค่ะ มาส่งกำลังใจให้ป้าแอ๊ดนะคะ


โดย: รักแรกคลิก IP: 204.136.218.8 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:40:19 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ addsiripun เรียบร้อยแล้วนะคะ

วันนี้แวะมาเดินเที่ยวอีกรอบค่ะ
พร้อมกับนำหัวใจมาฝากให้ป้าแอ๊ด
ด้วยค่ะ ดีจังเลยป้าแอ๊ตได้ไปเที่ยว
หลายที่เลย


โดย: AppleWi วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:50:21 น.  

 
ว่าไหมคะ ว่ากระถินเค้าคงหลับสบายแล้วนะคะ
..ยิ่งอายุมากขึ้น แมลงยิ่งเห็นว่าชาติเรามีสิ่งดีงามมากมายที่ในสังคมอื่นไม่มีค่ะ


โดย: แมลงจ่่่อย (Bug in the garden ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:25:20 น.  

 
ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ ตณฺหา น กุรุเต วสํ
คนที่อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาเอาไว้ในอำนาจไม่ได้

ใช้สติและปัญญาในการแก้ไขทุกปัญหา ตลอดไป...นะคะ



สวัสดีค่ะ ป้าแอ๊ด...

เอาหัวใจมาแปะให้เช่นเคย..นะคะ

ดูรูปป้าแอ๊ดถือกล้องถ่ายภาพทีไร รู้สึกชื่นชมทุกที
ป้าแอ๊ดถ่ายรูปได้สวยมาก ปอป้าอยากมีความสามารถอย่างนี้มั่งอ่ะ..ค่ะ
สงสัยจะต้องไปถอยกล้องดี ๆ อย่างมืออาชีพมาสักตัว
เผื่อจะได้วางมาดเท่ห์อย่างป้าแอ๊ดมั่ง...คริ คริ
ทุกวันนี้ใช้แบบเล็ก ๆ แบบบาง ชนิดปัญญาละอ่อนเป็นพิเศษ..อิ อิ

ป้าแอ๊ดมีน้องกระถินอยู่ในหัวใจตลอดเวลา
ส่วนปอป้าก็มีน้องซิ้มอยู่ืในหัวใจเช่นกัน
แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้หัวใจของป้าแอ๊ดที่บล๊อกกำลังโตวันโตคืน
ของปอป้ามีแต่คนมาเชียร์ให้มันระเบิด ไม่รู้เชียร์หรือแช่ง...555

เมื่ออาทิตย์ก่อน
ปอป้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวพุทธสถานจีเต๊กลิ้ม นครนายกมา..ค่ะ
ความจริงสถานที่ตั้งอยู่ชายแดนติดกับปราจีนบุรี
ปอป้าไปทางปราจีน เพื่อนพาไป..ค่ะ

ได้ไปทำบุญมากมาย ไหว้พระ ไหว้เจ้าไปตามเรื่อง
มีเหรียญเทพไฉ่ซิงเอี๊ยะ มาฝากป้าแอ๊ดด้วยหนึ่งเหรียญ
เป็นเหรียญที่ทำจากดินของประเทศญี่ปุ่น แต่ทำพิมพ์ที่ไต้หวัน
ศิลปะเค้างดงามมาก..ค่ะ ปอป้าคิดถึงป้าแอ๊ดก็เลยบูชามาฝากด้วยหนึ่งองค์
เด๋วปอป้าจะส่งทาง EMS มาให้พรุ่งนี้...นะคะ

คิดถึงป้าแอ๊ดเสมอ...ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:32:37 น.  

 
ป้าแอ๊ดทัวร์แสวงบุญนี่เอง ถึงไม่มีเวลาให้หนูๆ ในบล็อคเลย ป้าแอ๊ดขา อย่าทัวร์เพลินนะคะ หนูๆ คอยอยู่ค่ะ แต่ยังไงหนูก็ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ คิดถึงค่ะ


โดย: คนนี้ IP: 101.108.0.36 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:11:21 น.  

 
เทวา น อิสฺสนฺติ ปุริสปรกฺกมสฺส
ความเพียรของคนไม่ลดละ ถึงเทวดาก็เกียดกันไม่ได้

มีความเพียรพร้อมในทุกสิ่งด้วยสัมมาทิฐิ ตลอดไป...นะคะ



มาแปะหัวใจให้ป้าแอ๊ดเช่นเคย...ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:32:16 น.  

 

ตอนสองค่ะป้าแอ๊ด มาชวนด้วยความรักใคร่


โดย: Love At First Click วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:58:05 น.  

 
สวัสดีค่ะป้าแอ๊ด วันนี้ตามมาชมวัดสุทัศน์กับป้าแอ๊ดค่ะ
ภาพสวยงามมากค่ะ ข้อมูลและรายละเอียดครบครัน
ขอบคุณมากนะคะ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่าถ้ามา
กรุงเทพคราวหน้า คงต้องหาโอกาสทัวร์วัดบ้างแล้วล่ะคะ


โดย: เอื้องใบไผ่ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:00:19 น.  

 
ชอบเที่ยวแบบนี้ด้วยค่ะป้าแอ๊ด
ไปเองกว่าจะได้เรื่องราว แทบแย่

ปล.เพลงในบล็อกก็เพิ่งเคยได้ยิน
แต่รู้จักชื่อเสียงของริทชี่ แบล็คมอร์ มานานแล้วในฐานะ deep purple และ rainbow ตามประสาวัยรุ่นบ้าเพลงร็อคค่ะป้าแอ๊ด


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:08:50 น.  

 
มาส่งหัวใจค่ะป้าแอ๊ด

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ addsiripun เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 3 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
........................................

ตามป้าแอ๊ดมาเที่ยววัดสุทัศน์ด้วยค่ะ
ป้ากุ๊กเคยมาบวชหลาน....ไม่ได้ดูละเอียดแบบนี้

บล็อกวันนี้ได้ทั้งสุนทรีผ่านตา และสาระผ่านสมอง
ขอบคุณหลายๆค่ะ



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:36:25 น.  

 
สวัสดีค่ะได้ไปเที่ยวที่วัดนี้ค่ะ สวยงามมากชอบมาก


โดย: ชมพูนุช ผ่องใส IP: 61.90.47.102 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:05:13 น.  

 
สวัสดีค่ะป้าแอ๊ด
มีความสุขทุกวันนะคะ


โดย: AppleWi วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:20:08 น.  

 
วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ
คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร

ฝึกฝนตนเองให้มีความเพียร ตลอดไป...นะคะ



แปะหัวใจให้ป้าแอ๊ดเช่นเคย...นะคะ

ดีใจที่ป้าแอ๊ดชอบไฉ่ซิงเอี้ยะ
ปอป้าเห็นปุ๊บ ใจคิดถึงป้าแอ๊ดปั๊บเลย...ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:12:30 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ addsiripun เรียบร้อยแล้วนะคะ
สวัสดีค่ะป้าแอ๊ด เอาหัวใจมาฝากค่ะ


โดย: AppleWi วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:02:06 น.  

 
ขอบคุณที่ชวนครับ แต่ยังไม่โดนอีกล่ะ หวังว่าจะมีซักทริปที่จะได้เจอคุณไกรกฤกษ์

เห็นมีคุณยีนส์เอารูปวัดโพธิ์มาโพสต์แล้วก็ดีนะครับ ผมไม่เดินเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก


โดย: Vet53 IP: 171.7.99.36 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:40:08 น.  

 
เย ปมตฺตา ยถา มตา
คนประมาท เหมือนคนตายแล้ว

ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตลอดไป...นะคะ



วิ่งมาแปะหัวใจให้ป้าแอ๊ดก่อนกลับบ้าน...ค่ะ

วันนี้มาเสียเย็นเลย ไปธุระข้างนอก เพิ่งกลับมา...ค่ะ

คิดถึงป้าแอ๊ดทุกวัน...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:15:21 น.  

 
หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ
อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา
อุปฺปนฺนจฺฉนทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร

มัวรำพึงหลัง ก็มีแต่จะหดหาย
มัวหวังหน้า ก็มีแต่จะละลาย
อันใดยังมาไม่ถึง อันนั้นก็ยังไม่มี
รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อมีฉันทะเกิดขึ้น
คนฉลาดที่ไหน จะปล่อยให้หายไปเปล่า

มีความสุขกับปัจจุบันพร้อมสติและปัญญา ตลอดไป...นะคะ



เอาหัวใจมาแปะให้ป้าแอ๊ดเช่นเคย...นะคะ
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนแห่งความรัก
พรุ่งนี้ คงไม่มีหัวใจมาให้เราแปะ-ปะ กันอีกแล้ว...นะคะ

คิดถึงเสมอ...ค่ะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:15:55 น.  
addsiripun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




ลบบล็อกงานตัดเย็บทิ้งหมดแล้วนะคะ
[Add addsiripun's blog to your web]