...and the OSCAR goes to !!!! +++
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Transformers: Revenge of the Fallen มันเป็น "หนังของไมเคิล เบย์" ครับ

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2552 รอบ 14.45 น.
โรงภาพยนตร์สกาลา


ไม่ว่าสร้างหนังออกมากี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ไมเคิล เบย์จะปะลายเซ็นอันโดดเด่นให้เราประจักษ์อยู่เสมอครับ ไม่เว้นแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดของเค้า ที่สำหรับประเทศไทยลงทุนทำตามคำเรียกร้อง (ของใคร?) เข้าฉายตั้งแต่ 5 โมงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา ...ความเฉพาะตัวที่ผมหมายถึงก็คือ เทคนิควิชวลเอฟเฟคท์อันแพรวพราวอย่างมหัศจรรย์ ที่มาพร้อมกับเทคนิคการเล่าเรื่องที่ชวนปวดตับอย่างฉกรรจ์!!

เตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ ว่า Transformers: Revenge of the Fallen มีดีแค่เอฟเฟคท์ตูมตามระเบิดภูเขาเผาปิระมิด แต่ผมก็จะไปดูอยู่ดีแหละ เพราะมันต้องดู และบังเอิญว่าเป็นพวกชอบดูหนังที่มีฉากถล่มทลายชิ-หายวายวอดในหนังเยอะๆ ซะด้วย 555 ...กับหนังภาคต่อหุ่นยนต์ยักษ์เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนตามสไตล์ไมเคิล เบย์ครับ ฉากแอ็คชันและงานเอฟเฟคท์ยังอลังการคงเส้นคงวาทุกกระเบียด ส่วนการเล่าเรื่องก็ยังต้องตามกุมขมับกันอย่างไม่ลดละต่อไป คราวนี้พี่แกเล่าเรื่องที่มันไม่มีอะไรมากให้ยาวอยู่ได้ตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่ง (เพื่อ??) ทั้งๆ ที่ผมเชื่อว่าสามารถทำให้สั้นได้กว่านี้แน่นอน ที่เห็นได้ชัดคือเบย์จงใจใช้เวลามากกกกมายยยยในช่วงท้ายของหนังเพื่อขายเอฟเฟคท์ไปอย่างน่าเบื่อ ...งานวิชวลเอฟเฟคท์หุ่นยนต์สู้กันที่มาพร้อมกับการหมุนกล้อง 360 องศา และการตัดภาพฉับๆ ไวๆ ในระยะโคลสอัพ ไม่ใช่ของสดใหม่ (และสร้างความตื่นตาตื่นใจ) อย่างที่เห็นในภาคแรกแล้วครับ แต่หนังก็ยังใช้เวลาไปกับเหตุการณ์ในทะเลทรายตรงนี้เพื่อการนี้ไปอย่างมากมาย

ถ้าจะให้เปรียบ คงเหมือนกับเราดูฉากสู้กันระหว่างคนสองคน (ซึ่งเคยเห็นมาแล้ว) ที่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีฝ่ายไหนตายห่าซะที จนเราอิ่มตัวกับฉากที่ว่าแล้ว มันก็ยังต่อยกันอยู่นั่นแหละ แบบว่า เฮ้ย...ฝ่ายไหนก็ได้ตายให้กูหน่อย เรื่องจะได้ดำเนินต่อ (แอบสมาธิหลุด และหาวไปหลายรอบ) และในช่วงเหตุการณ์หลายนาทีนั้นยังเต็มไปด้วยประโยคอย่าง "พิกัดที่ 23.48 เล็งมุมยิง บลาๆๆ", "พบคลื่นสัญญาณบลาๆๆ ที่พิกัดบลาๆๆ", "หน่วยเสริมมาแล้ว บลาๆๆ", "เตรียมตั้งรับข้าศึก บลาๆๆ" ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เราตื่นเต้นมากขึ้นเลย (หาวอีกรอบ) ...ในที่สุดหลังจากสู้กันอุตลุดในทะเลทรายไปซะหลายหาว (อาร์ต)ตัวแม่..ไอ้ฟอลเล่น และออพติมัส ไพรม์พระเอกจักรกลของเราก็เผชิญหน้ากันเสียที ผมแอบคาดหวังว่าจะเป็นฉากไคลแม็กซ์ที่ถล่มให้วินาศสันตะโรกันไปทั้งดาวโลกหรือจักรวาลก็ได้ (ประชดที่อุตส่าห์ขายฉากถล่มไปหลายนาทีมาก) เพียงแค่คิดเท่านั้นครับ...หนังรีบจบเลย ตัวไหนที่บทบอกจะให้ตายก็รีบๆ ตายซะงั้น เหอะๆๆ ตายห่าสมใจอยาก (กู) เลยทีนี้!! งง



จริงๆ ความไม่น่าเชื่อถือของเหตุการณ์ยิบย่อยในหนังเรื่องนี้ยังมีอีกเยอะครับ บังเอิญว่ามันไม่ถูกมองข้าม (สำหรับผม) ด้วยอะสิ ถ้าสามารถหาอะไรมาอุดรูรั่วพวกนี้ได้ก็โอเค ...แต่ก็นะ ผมถือว่ามันเป็นเรื่องปกติกับหนังของเค้าผู้นี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าถามว่ามีตรงไหนที่ไม่น่าเชื่อถือ ผมก็คงตอบไม่ได้แล้วเช่นกัน

อีกหนึ่งความโดดเด่นในหนังของเบย์ ซึ่งใน Revenge of the Fallen ก็ยังมีอยู่ครบถ้วน คือฉากซึ้งทั้งหลายที่ผมรู้สึกว่ามันชวนขำขันมากกว่าอะไรทั้งมวลนั่นแหละครับ ดูพี่แกจะให้ฉากบิลด์พวกนี้มาผิดที่ผิดเวลายังไงไม่รู้อยู่เรื่อย คือ...ไม่มีผมก็โอเคนะครับ เพราะถึงมีก็ไม่ได้อินอะไรไปด้วยอยู่แล้ว หรือจิตใจผมมันตายด้านรึป่าวก็ไม่รู้แฮะ แต่ขอโทษเถอะครับฉากเหล่านี้มันช่างดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย ขออนุญาตยกตัวอย่างจากเรื่องอื่นละกัน ขืนเอาจาก Revenge of the Fallen เดี๋ยวจะกลายเป็นสปอยล์ไป เอาเป็นฉากสุดท้ายจากหนังอุกกาบาตถล่มโลกอย่าง Armageddon ที่เกรซ (ลิฟ ไทเลอร์) ต้องบอกลาแฮร์รี่ สแตมเปอร์ (บรูซ วิลลิส) ก็ได้ครับ เพื่อนๆ หลายคนที่ผมรู้จักบอกว่าซึ้ง น้ำตาไหลพรากๆ แต่ผมกลับรำคาญฉากนี้อย่างมากมาย ให้ตายเถอะ...ตาวิลลิสแกก็เล่นหนังแข็งเป็นทรานสฟอร์เมอร์สอยู่แล้ว (น่าจับมาเล่นเป็นบัมเบิลบี) ยังจะต้องมาทำซึ้งในฉากชวนฮาเช่นนี้ในหนังไมเคิล เบย์อีก กลุ้มใจ ถ้าฉากนี้ทำน้ำตาไหลพรากแล้ว ไปดู Deep Impact ไม่ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเลยหรอครับ? นี่แค่ฉากไคลแม็กซ์ของ Armageddon ฉากเดียวเท่านั้นนะ ไม่ต้องคิดเลยว่าหนังที่ดราม่าที่สุดของเค้าอย่าง Pearl Harbor จะทำเอาตะขิดตะขวงใจขนาดไหนตอนดู บางทีนี่คงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอย่างนึงว่าเบย์ไม่เหมาะกับงานดราม่าก็ได้นะครับ (แฟนคลับเฮียเบย์อย่าว่าผมนะครับ ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ)

พูดถึงการตัดภาพฉับๆๆ โดยเฉพาะช่วงที่ขายเทคนิคพิเศษนั่น ก็ยังคงชวนฉงนฉงายตาลายเช่นเดิมครับ อย่างว่าเครื่องจักรทั้งนั้น พอมาอยู่รวมกันเป็นฝูงย่อมดูยากเป็นธรรมดาอันนี้ไม่ว่ากันครับ คาดว่ากรรมการออสการ์แก่ๆ คงตัดคะแนนโทษฐานที่ทำให้ดูตามไม่ทันเช่นเคย ภาคแรกเคยชวดรางวัลให้ The Golden Compass แล้ว คงอยากแก้แค้นล่ะมั้งครับ เลยอัดงานเทคนิคพิเศษมาซะจนผมเกือบหลับขนาดนี้ แถมตั้งชื่อตอนว่า "การแก้แค้นของผู้แพ้ (Revenge of the Fallen)" ซะอีกต่างหาก โฮะๆๆ

สรุป??...(เป็นคำถามที่โดนถามอยู่บ่อยๆ)
สรุปคือหนังสนุกครับ แอ็คชันมันส์กระจาย ใครชอบเห็นบ้านเมืองชิ-หายวายป่วงก็ไปดู (ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ 555) ข้างบนนั่นแค่บ่นและตอกย้ำความเป็นไมเคิล เบย์ให้อ่านแค่นั้นเอง และ...ผมชอบภาคแรกมากกว่าครับ

ป.ล. วันนี้ผมออกแนวพูดไม่เพราะซะเยอะเนอะ



[อ้างอิง]
Deep Impact คืออีกหนึ่งหนังที่ว่าด้วยเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ เมื่อมีอุกกาบาตขนาดใหญ่จะพุ่งชนโลก และมนุษยชาติต้องรับมือกับสถานการณ์นี้ เช่นเดียวกับเรื่อง Armageddon ครับ ทั้งสองเรื่องออกฉายในปี 1998 พร้อมกัน โดยมี Deep Impact ซึ่งเน้นเรื่องราวดราม่าออกฉายก่อน ก่อนที่ Armageddon ซึ่งเน้นฉากแอ็คชันถล่มโลกันตร์จะออกฉายตามมา และกลายเป็นหนังทำเงินอันดับ 1 ประจำปี 1998 ในสหรัฐฯ ไป



วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2552
22.50 น.






Create Date : 27 มิถุนายน 2552
Last Update : 27 มิถุนายน 2552 23:34:38 น. 16 comments
Counter : 373 Pageviews.

 
update เร็วจัง งวดนี้

เรื่อง Transformers นี้ แม่พี่เอ๋บอก เข้าละวันนี้ (ตอนคุยกัน) พี่เอ๋นะ โหย...แม่เรา หยั่งกับแฟนหนังแน่ะ พี่เอ๋ยังไม่รู้เลย ไม่ได้ดูหนังโรงนานแล้ว

งั้นอย่าไปทำผัดพริกแกงให้ใครทานนะ กลัวนอนตัวงอ ปวดท้องอ่ะ


โดย: Mermaid AI วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:11:44:39 น.  

 
กรี๊ดดดดดดด พูดจาหยาบคาย เคิร์กรับไม่ได้ อิๆ

(ป่าว! ล้อเล่ง พอดีมาดึกไปหน่อย ... เด๋วตอนสายๆ บ่ายๆ จะมาละเลียดใหม่ อุๆ )


โดย: James T. แค่กๆ (บลูยอชท์ ) วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:1:12:02 น.  

 
+ หึๆ ความในใจที่พี่อยากพูด อุ้งก็พูดแทนไปเกือบหมดแล้วอ่ะครับ (ย้อนความรวมไปถึงความรู้สึกกับ Armageddon / Deep impact ด้วย) ... ทำไมบางทีก็รู้สึกเหมือนเรารู้สึกกับหนัง / เพลง คล้ายๆ กัน แต่บางครั้งก็ต่างกันไกลไปเลยนะ (โดยเฉพาะกับเพลง) หุๆ

+ จะขอเสริมเรื่องการปั้นคาแรคเตอร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นท่าทีเนิร์ดๆ (แต่ดูประสาทๆ) ของเจ้าไชยา, เมแกน ฟ็อกซ์ ยังเหลือความเอ็กซ์เลยพอให้อภัยได้ ... ส่วนคนที่เหลือขนาด จอร์จ ดูฮาเนล กับจอห์น เทอเทโร ยังดูแบนๆ เลย คนที่เหลือก็ไม่ต้องพูดถึง (มีบางคนตลกมุกของแม่พระเอก แต่พี่ออกจะรำคาญง่ะ รวมทั้งเจ้าเพื่อนบ๊องๆ ของเค้าด้วย)

+ คิดซะว่าไปนั่งดู Pearl harbour เวอร์ชันเด็กผู้ชายตีกันก็แล้วกันเนอะ หุๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:11:42:07 น.  

 
มันเป็นมุขเฉยๆ แต่ยังไม่เม้นท์เรื่องนี้นะ ขอก๊อปไปอ่านก่อน


โดย: butbbj วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:12:50:56 น.  

 
เอ่อ -_-! เอาแบบเดะๆ ละกังนะ คือ ตอนครั้งแรกที่ในเรื่องวนกล้อง 360 องศารอบพระเอกนางเอกง่ะ นานมากกกกกกก จนเราแทบอ้วกเลย เวียนหัวมาก ฉากการสู้กัน อยู่ๆ ฝ่ายมารก็มือไม้อ่อนขึ้นมาซะงั้น ฝ่ายออโต้บอทได้ทีก็จ้วงเอา จ้วงเอา ตายเลย ง่ายมาก ง่ายเกิน


โดย: แฟนสป็อค IP: 202.47.230.58 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:15:58:55 น.  

 
ลืมเล่า ตอนที่ดูจบ เดินออกมาจากโรง เด็กถามว่า เราไม่ร้องไห้เหรอ
เรา: ให้ร้องฉากไหนง่ะ งง
เดะบอกก็เห็น up ยังร้องเลย
อ้าวมันคนละเรื่องกันเนาะ

อย่าไปบอกใครนะ ว่าเราดูการ์ตูนแล้ว ง่ะ



โดย: butbbj วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:7:41:39 น.  

 
ตั้งใจว่าปีหน้าจะบินไปชมปีระมิดอยู่เชียว....

เฮ้อ.....โดนหุ่นยนต์พวกกะเน้ถล่มยับไปซะแระ...
ยังเง้อียิปจะเหลืออะไรล่ะเนี่ย......


โดย: นรซ. IP: 124.120.54.122 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:46:53 น.  

 
oho โพสต์ยาวดีจัง ขอบคุณมากนะ


โดย: butbbj วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:28:52 น.  

 
หยุดกี่วัน ไปเที่ยวไหนอ่ะ หรือว่าติดเรียน คงไม่ม้างงงงง


โดย: butbbj วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:12:59 น.  

 
+ บ๊อกเน่า บ๊อกหนอน งุงิๆ (ของพี่ก็เน่าเหมือนกัน แต่อาจอัพคืนนี้แหละ)

+ เออ พี่ส่งหลังไมค์ forward กระทู้คุณน้องจูริงเรื่อง 20 อันดับหนังดีครึ่งปีแรกของชาวเหลิมไทย กับกระทู้การลงคะแนนประจำสัปดาห์ไปให้นายแล้เน้อ เช็คล่วย ... และไปขอรับหลังไมค์เค้าไว้ก็ได้นะ เพราะนายก็ได้ดูหนังบ่อย จะได้เอาคะแนนนายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:11:57 น.  

 
+ เจงๆ พี่ลืมไปว่าแฟนสป๊อก (อาบูด) ก็ส่ง tag นี้ให้นายทำเหมือนกันเน้อ ส่งซ้ำ หุๆ

+ ตั้งกรุ๊ปใหม่ไปเลยจิฮับ เอาไว้รับ tag ล้วนๆ จะได้ส่งให้ทำบ่อยๆ เวลามุกตัน ไม่รู้จะอัพเรื่องอะไรอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:18:53 น.  

 
ช่ายๆๆ มาแสดงตนว่าเราก็ส่งแถกให้นายด้วย


โดย: butbbj วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:41:24 น.  

 
+ มาน็อกรอบ!!! กรั่กๆๆ

โอดาสิกายุมัส ออมนิปัสซาเฮ่!!!!!!!!!!! (ภาษาฮอกวอตส์ แปลว่า ... โอมมมมมม!!! งานจงออก เพี้ยงงงงงง )


โดย: รอน วีสลีย์ เกรนเจอร์ พอตเตอร์ มัลฟอย (บลูยอชท์ ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:31:21 น.  

 
oho ยังอยู่หน้าเดิมอยุ่เลยอ่ะ


โดย: butbbj วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:47:07 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยครับ

ตอนนั้นกลับกรุงเทพไปอยากดูหนังที่เมเจอร์ดันมีเรื่องเดียวทุกโรง แถมคนต่อแถวยังกับซื้อโรตีบอย (สมัยแรก )

เลยขอลากลับบ้านนอก มารอดู big cinema ดีกว่า


โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:02:59 น.  

 
ชอบภาคแรกมากกว่าเหมือนกัน ภาคแรกมันแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ รถแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ วุ้ย!.... ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน

พอมาภาคนี้อะไรๆ ก็ผ่านตาไปหมดแล้ว ฉากหุ่นยนต์ต่อสู้ก็ไม่ได้ตรึงตาตรึงใจไว้เหมือนภาคที่แล้ว สนุกมันก็สนุกอยู่ แต่มันเกินพอดีอ่ะ ฉากไคลแมกซ์น่าจะสั้นกว่านี้ เราก็ลุ้น เอ เมื่อไหร่ Fallen มันจะมา เมื่อไหร่มันจะมีตัวไหนตายไปซักที และเมื่อไหร่จะจบ

มันเหมือนเรากินข้าวอิ่มแล้วแต่ก็จำเป็นต้องกินต่อไปอีกอ่ะ มันอิ่มไปตั้งแต่สู้กันไปได้ครึ่งหนึ่งละ ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้จริงๆ

แต่ภาคนี้ทำเงินถล่มทลายจริงๆ ทั้งๆ ที่หนังมีดีแค่เอฟเฟกต์ ในสายตาเรานะ

สรุปให้ 7/10 (ได้เยอะเพราะเอฟเฟกต์)


โดย: ข้าวผัด IP: 61.19.239.47 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:42:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

The Academy Award Winner
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





... B E S T   A C T O R   &   B E S T   A C T R E S S ...


... B E S T   S U P P O R T I N G   A C T O R ...


... B E S T   S U P P O R T I N G   A C T R E S S ...

Friends' blogs
[Add The Academy Award Winner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.