ไม่เห็นจะมีอะไรยากเลย...ง่ายจะตาย
ส่วนหนึ่งของวีรกรรมกับพวกกระเทยสมัยเรียน.. เหอๆๆ

วันนี้กลับมาอัพบล็อคอีกแล้ว
ห่างหายไปนานพอสมควร
อารมณ์'ติส มันจับอยู่ (หมายถึงอารมณ์ขึ้นๆลงๆ น่ะ)
บางทีก็อยากอัพบล็อคบ่อยๆ..เพราะรู้สึกสนุกดี
แต่บางที..ไม่อยากแม้กระทั่งเปิดดูเลย (พับผ่าสิเว้ย..เฮ่ย..)

เมื่อวันก่อนคุยกับน้องที่น่ารักคนนึง เค้าบอกว่า
"เมื่อไหร่จะอัพบล็อคซะที.. อัพบล็อคมั่งสิ อยากอ่าน"
ผมก็เผลอรับปากไป ....

ในเมื่อรับปากไปแล้วก็เลยต้องทำตามที่สัญญากับน้องคนนั้นไว้
คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเอาเรื่องอะไรดี...
...และแล้ว..ในที่สุด...


วันนี้เสนอตอน.............
ส่วนหนึ่งของวีรกรรมกับพวกกระเทยสมัยเรียน

ผมเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายในโรงเรียนชายล้วนมาตลอด
ใครๆ ที่เรียนโรงเรียนชายล้วนต้องเคยพบกับคนพวกนี้แน่ๆ
..กระเทย..!!!

ตั้งแต่มัธยมต้นแล้วที่ผมต้องพานพบพวกกระเทย และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
สมัยเด็กๆ ตอนที่อยู่ชั้นประถม ผมจำไม่ได้ว่ามีเพื่อนในห้องเป็นกระเทยมั๊ย
เพราะตอนนั้นไม่ได้สนใจเรื่องความแตกต่างทางเพศ หรือตอนนั้นไร้เดียงสาจนไม่รู้จักก็ไม่แน่ใจ
ส่วนมัธยมต้น..มาแล้วครับ

พวกกระเทยนี่ หลายปีก่อนถือเป็นปมด้อยในห้องเรียนเลย
แต่พวกนี้แปลก เรียนแม่งโคตรเก่งเลย...ห่ะเอ้ย...
ผมก็เป็นเด็กเรียนคนนึงของห้องนะครับ แต่การเรียนโดยรวม มันแพ้คนพวกนี้ ไม่รู้เป็นไงสิ..

ตอน ม.ต้นนี่ ไม่ค่อยมีอะไร ไม่ค่อยแกล้งใคร ใครมาแกล้งผม ผมก็ไม่ให้ลอกการบ้านก็เท่านั้น ผมก็เลยรู้สึกว่า ไอ่พวกนั่งหลังห้องมันเกรงใจผมอยู่ไม่ใช่น้อย 555 ส่วนพวกกระเทยก็มีเป็นกลุ่มของพวกเธอๆๆ ไป ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์เป็นนางงามจักรวาล เมื่อถึงเวลาพักพวกเธอๆๆก็จะไปจับกลุ่มที่บันได สมมุติว่าเป็นขั้นบันไดบนเวทีประกวด ซึ่งเด็กผู้ชายอย่างผมกับเพื่อนๆนึกแปลกๆกับคนพวกนี้อยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ได้ข้องแวะกัน และอาจจะมีบ้างตอนทำกิจกรรมกลุ่ม ซึ่งเสร็จแล้วก็เลิกๆกันไป ...

ตอนอยู่ ม.ปลายนี่ มันนึกสนุกอยู่ตลอดเวลา ไอเดียบรรเจิดมากเรื่องแกล้งคนอื่นๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกกระเทย..

ผมขอเล่าวีรกรรมแกล้งกระเทยครั้งนึงในห้องเรียนให้ฟังละกัน
ถือเป็นการแฉตัวเองไปในตัว ... (ตกลงผมสำนึกผิดมั๊ยเนี่ย....)

วันนั้นเป็นชั่วโมงศิลปะ เรากำลังนั่งเรียนเรื่องทฤษฏีอะไรสักอย่างอยู่
แล้ววันนั้นก็อีกแล้วครับ.. พี่หนุ่มไอเดียบรรเจิดสุดๆ เข้าห้องเรียนมาพร้อมกับอุปกรณ์การทำงาน ซึ่งไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยนอกจากหลอดกาแฟ และถั่วเขียวกำมือนึง โดยเป้าหมายหลักก็คือ พวกกระเทยประมาณ 3 คนที่นั่งเรียนในแถวหน้าสุดของห้องเรียน โดยผมนั่งริมหน้าต่างแถวสอง

อมถั่วเขียวไว้ในปาก.....หุหุ..มึ๊งง..เสร็จกุแน่ๆๆ เหอๆๆ
อมหลอดไว้ ปลายหลอดเล็งเป้าหมาย หัวกบาล พวกเธอๆๆเหล่านั้น

ผุ..ผุ..ผุ...!!

แม่นหยั่งกะจับวาง....โดนหัวพวกมันเต็มๆเลยครับ ท่านผู้ชม
พวกมันหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาต้นตอ แต่ขอโทษ งานนี้กุเก็บหลอดไปตั้งนานแล้วเว้ย.... แล้วก็นั่งนิ่งๆ ทำเป็นตั้งใจเรียน ไม่ส่งพิรุษออกมา

เมื่อเธอๆเหล่านั้นมองหาไม่เจอต้นตอที่มาทำให้พวกเธอๆๆเจ็บกบาล เธอๆเหล่านั้นต้องเก็บความแค้นไว้ในใจ และตั้งใจเรียนต่อไป เหอๆๆ

เอาอีกทีดีกว่า เหอๆๆ กิจกรรมเดิมเวียนมาอีกเป็นคำรบสอง
และเหตุการณ์ทุกอย่างก็เหมือนเดิม พวกเธอๆเหล่านั้นมองหาต้นตอไม่เจออีกครั้ง...

แหม๋..กุนี่ใช่ย่อยเว้ย...เอาอีกทีดีกว่า เหอๆๆๆ

คำรบสามนี่ เป้าหมายไม่พลาดอีกแล้วครับท่านผู้ชม
ผุ..ผุ..ผุ...!!
โดนเต็มๆ.....

"อาจารย์คะ ไอ่...(ชื่อจริงพี่หนุ่ม)..มันแกล้งพวกหนูค่ะ...!!"

"บรรลัยมั๊ยแล้วล่ะกู...!?!" ผมสะดุ้งทันที

หนึ่งในสามของพวกเธอๆเหล่านั้น พยายามแอบมองหาคนที่แกล้งพวกเธอๆโดยที่ผมไม่ได้สังเกตุ และเมื่อรู้ต้นตอแล้ว ก็รีบตะโกนฟ้องครูเสียงดัง...

"มันเอาถั่วเขียวมาเป่าใส่หัวหนูค่ะ....!!"

"ซวยล่ะกู..."

ครูได้เรียกผมออกมาหน้าชั้นแล้วสอบถามผมว่า ได้กระทำเช่นนั้นจริงหรือไม่
ในเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ..
ผมก็สารภาพไปตามตรง ไม่มีอ้อมค้อม ว่าผมทำเอง ด้วยความคะนองส่วนตัว
.
.
.
ครูไม่ตีผม เพราะผมยอมรับกับครูโดยดุษฎีครับ ...
แต่ครูบอกว่า...
.
.
.
.
"...(ชื่อจริงพี่หนุ่ม)..ครูจะให้เพื่อนของเธอลงโทษเธอเองด้วยวิธีการอะไรก็ได้ตามแต่พวกเขาจะขอมา ..."

พวกเธอๆเหล่านั้นขอลงโทษผมด้วยการตบหัวผมคืน คนละที แน่นอน 3 คน ก็ 3 ที...

นั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ยอมให้พวกกระเทยตบหัวผมโดยที่ผมไม่ติดใจเอาคืน...(ผมก็ไม่ได้คิดเอาคืนด้วยนะ..)

อันที่จริงที่เล่ามาทั้งหมดข้างต้นเป็นวีรกรรม และความคะนองโดยส่วนตัวของผม...
ผมไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรอก ตรงกันข้าม ผมคิดว่าผมไม่สมควรแกล้งพวกเธอๆๆเหล่านั้นด้วยซ้ำไป ...
เธอๆๆ เหล่านั้นอันที่จริงไม่ได้มีนิสัยแย่ๆเหมือนอย่างที่พวกนั่งหลังห้องทำกัน และเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการเรียนเสียด้วยซ้ำ
ผมเคยถามพวกเธอคนนึงหลังจากจบ ม.ปลายไปแล้วหลายปีแล้วมาเจอกัน ทราบว่าเธอได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ "วังกระเทย" แถบพัทยา..

"จะเป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิตมั๊ย...??"
"ไม่รู้สิ..เราก็ไม่ได้ไปใช้ชีวิตเบียดเบียนใครนี่นา..."

ผมคิดว่าธรรมชาติสร้างสมดุลย์ให้กับทุกๆสิ่ง..
มีขาว มีดำ ต้องมีเทาๆ
มีรสอร่อย มีรสไม่อร่อย ก็มีรสเฉยๆบอกไม่ถูกก็มี
มีไฟแดง มีไฟเขียว ก็ต้องมีไฟเหลือง
มีร้อน มีหนาว มีพอดีๆ
และอีกสารพัด

ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องไม่ชอบคนพวกนี้
ที่จริงผมว่าเค้าเป็นส่วนนึงของสังคมไทย เป็นสีสัน เป็นในหลายๆสิ่งที่ผู้หญิงจริงๆทำไม่ได้ อาทิ เป็นผู้หญิงแต่ไปยืนฉี่....
เป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม เป็นคนที่รักสงบ (แต่ยกเว้นพวกที่ชอบกรี๊ดกร๊าด...ซึ่งผมไม่ค่อยชอบ)

ดูไปก็คล้ายๆกับดอกไม้พลาสติก ที่พี่เต๋อเรวัติเคยร้องไว้
สวยแต่ว่าใช้ดมจริงๆแล้วสดชื่นแบบดอกไม้ธรรมชาติไม่ได้...
แต่ถ้าหากเอาไปประดับหรือเอาไปตกแต่ง ก็ยังพอทำเนา คุณว่ามั๊ย..

จบบล็อควันนี้ด้วยสุภาษิตไทยที่ว่า

"หัวเดียว..กระเทยลีบ" หมายถึง การทำอะไรแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีคนอื่นคอยช่วยเหลือ
....เหมือนอย่างงานที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ เหอๆๆๆ






Create Date : 02 พฤษภาคม 2551
Last Update : 2 พฤษภาคม 2551 19:53:54 น. 6 comments
Counter : 1052 Pageviews.

 

ผมยังไม่เคยแกล้งใครเลย

อาจจะเป็นคนดีหรือไม่ก็เฉื่อย

อ่านเรื่องแล้ว ก็ไม่ได้คิดอะไรอีกนั่นแหละ คล้ายๆกับเรื่องวัยรุ่นปกติที่เขาทำกัน




โดย: yyswim วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:29:18 น.  

 
เฮือก เด็กหลังห้องสะดุ้ง
เป็นเด็กหลังห้องมาตลอดชีวิตค่ะ
แม้กระทั่งเรียนมหาลัยก็ยังเด็กหลังห้องอยู่ แต่ๆไม่ใช่พวกโง่ดักกานนะคะ แค่....อยู่หลังห้องเพื่อจะได้ทำการอ่านนิยายที่ซุกไว้ได้สะดวก ชีวิตนี้ก็วนเวียนกับเพื่อนผู้ชายไม่กี่คนค่ะ นอกนั้นก็เกย์ก่ากระเทย อยู่กับพวกนี้ดีนะคะ สร้างสีสันฮาๆดี


โดย: น้ำเคียงดิน วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:40:12 น.  

 
ฮ่า ๆ ๆ กร๊าก ๆ ๆ

โอ๊ย พี่ชายเรา....

สุภาษิตว่าไว้ "หัวเดียว กระเทยรีบไปไหน น้ำขึ้นให้รีบตัก" แปลว่า ทำโดยมะมีใครช่วย แค่ซักวันคงได้ดี อิอิ


โดย: อีนู๋กวาง IP: 58.8.235.153 วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:21:28 น.  

 

ขออนุญาต เขียนคอมเมนต์นอกเรื่องหน่อยครับ

ผมขอบอกว่า ข่าวทางทีวี เป็นลักษณะข่าวเขียนให้อ่าน ไม่ใช่ข่าวพูด..แบบที่เราพูดกัน

ไอเดียเดียวกะ ข่าวในพระราชสำนัก เป๊ะ

ซึ่งเป็นข่าวที่ใช้ภาษาเขียน แล้วอ่านตามภาษาเขียน

เหตุผล ..เพื่อให้ข่าวน่าเชื่อถือ

เพราะเขียน จะน่าเชื่อถือกว่าพูด


เรื่องภาษาเขียน ผมขอให้คุณ abhirakk ลองนึกถึงจดหมายราชการ..

ในจดหมายราชการ เมื่อเขียนถึงชื่อองค์กรของตน เขาจะเขียนชื่อเต็มครับ

เพราะเขาเกรงว่าผู้อ่านจะไม่เข้าใจ หากเขียนตัวย่อ และเพราะเป็นการเขียนแบบทางการ

แต่ถ้าเอ่ยถึงชื่อองค์กรแบบเต็มๆหลายครั้งในจดหมาย ก็จะดูยืดยาว


เหตุนี้ ..เขาจะมีวิธีเขียน 2 กรณี

เช่น ชื่อองค์กร ว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

กรณีที่ 1 ....เขาจะเขียนชื่อ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการเขียนครั้งแรก ..แต่ในการเขียนครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 เขาจะเขียนว่า กรมฯ

แบบนี้เป็นการกร่อนคำหลังโดยใช้ ฯ

เคยเห็นไหมครับ


ส่วนกรณีที่ 2 .... เขาจะเขียนชื่อ .....กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. .... ในการเขียนครั้งแรก ..แต่ในการเขียนครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 เขาจะเขียนเพียงคำว่า กสอ. ...แทนการเขียนว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพราะเขาได้เขียนบอกคำย่อให้ทราบตรง หรือ กสอ. ไปแล้ว


ที่คุณ abhirakk ไปคอมเมนต์ไว้ให้ที่บล๊อกของผม ผมขอขอบคุณนะครับ ...พอดีผมยังไม่เคยสังเกตผู้ประกาศข่าวทีวี ตามที่คุณสังเกต


อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่กระจ่างตามคำตอบข้างบน ลองตั้งกระทู้ถามในห้องเฉลิมไทย(วิทยุ-โทรทัศน์) หรือในห้องห้องสมุดนะครับ คงจะมีผู้รู้เข้ามาช่วยคลายความสงสัยให้คุณได้





โดย: จบนิเทศแถวสามย่าน (yyswim ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:14:20 น.  

 
คิดดีค่ะรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา...เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง...นะ


โดย: หัวเดียวกระเทยรีบ(ไปไหน?) (sunries ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:23:20 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

กระเทยที่อ้อมแอ้มรู้จักมักจะมีเอกลักษณ์

เป็นของตัวเอง มีความสามารถมากในระดับหนึ่ง

ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนที่แปลกประหลาดเลย

ก็ฌป็นคนเหมือนเราๆท่านนี่แหละ

ชอบคุยกับพวกเขานะ เพราะเขาจริงใจดี

มีความมันส์ในหัวใจ..ชื่นชมค่ะ..

zwani.com myspace graphic comments
Myspace Candy Bar Dolls
ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ..


โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:51:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

abhirakk
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ใช่เกิดมาเพื่อแพ้
แน่จงลุยต่อไป
อย่ามัวรอดวงชะตา
ความสำเร็จมาเองหรือไง
มันต้องสูญ ต้องเสีย
ต้องแลกเปลี่ยนไป จึงได้มา
นี่แหล่ะคือคุณค่า เป็นตำรานอกมหา'ลัย

เพลงประจำตัว
สู้-หิน เหล็ก ไฟ
ส่งข้อความหลังไมค์ คลิ๊กที่นี่ครับพี่น้อง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add abhirakk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.