Search is Fun
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
16 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 

8. Roaccutane


ตั้งแต่ผมรักษาสิวมา ช่วงเวลาที่ผมกินยาตัวนี้เป็นช่วงเวลาที่หน้าดีที่สุด หน้าจะใสมากๆ ไม่มัน สิวไม่ขึ้น กินมาติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี แต่พอหยุดได้ประมาณ 3 เดือน สิวก็กลับมาใหม่ และมาอ่านข้อมูลเจอเอาตอนหลังว่ายานี้จะต้องจ่ายจากแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นยาควบคุม ผลข้างเคียงมากเหลือเกิน แต่บ้านเราร้านขายยาทั่วไปก็มีขาย อย่างนี้อันตรายมากครับ เพราะจะต้องมี Dose ของมัน คำนวนการกินกับน้ำหนักตัว แต่่เชื่อเหลือเกินครับว่าคนขายไม่มีบอกแน่นอน เอาคร่าวๆนะครับก็กิน 0.5-1 mg./1 kg./วัน ก็เอาไว้คุยกับหมอครับดีที่สุด อย่าซื้อยากินเอง



ผมได้ข้อมูลจากคุณเลี้ยงแมวให้เป็นหมู ซึ่งรวบรวมข้อมูลของ Roaccutane ไว้ละเอียดมากๆครับเลยขอเอามาลง


(จาก http://www.newunewlook.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=42682)
ยาโรแอคคิวเทน โดยจัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องจ่ายโดยมีใบสั่งยา และในการขึ้นทะเบียนตำรับยายังมีเงื่อนไขกำหนดให้ผู้ประกอบการจำหน่ายยาดังกล่าวได้เฉพาะในสถานพยาบาล ที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น นอกจากนี้ในฉลากและเอกสารกำกับยา จะต้องแสดงข้อความคำเตือนต่าง ๆ คือ ห้ามใช้ยานี้ในหญิงมีครรภ์ เพราะอาจทำให้เกิดทารกพิการได้ ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับ โรคไต ผู้มีภาวะวิตามินเอสูงเกิน หรือผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้หรือไวต่อยานี้ และควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด





(จาก
http://www.bangkokhealth.com/consult_htdoc/Question.asp?GID=31593)
Acnotin , Roaccutane ชื่อสามัญทางยาคือ Isotretinoin
เป็นกรดวิตามินเอ มีสรรพคุณในการลดการทำงานของต่อมไขมันและต้านการอักเสบ ใช้รับประทานเพื่อรักษาสิวชนิดเป็นซีสต์ที่เป็นมากหรือสิวที่รวมเป็นก้อนซึ่งดื้อต่อยารักษาชนิดอื่น โดยให้รับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน 16-18 สัปดาห์

กลไกการออกฤทธิ์ของยา ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เกี่ยวกับการลดการทำงานของต่อมไขมัน ขนาดของต่อมไขมันเล็กลง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของผิวหนัง เชื้อ P.acne ลดลง อาจเนื่องจากไขมันที่เป็นอาหารลดน้อยลง


สิ่งที่ควรตรวจก่อนกินยา
ตรวจเลือด ดูการทำงานของตับ และระดับไตรกลีเซอไรด์ เมื่อกินยาไป 3-4 อาทิตย์ หรือ 6-8 อาทิตย์ เจาะเลือดดูไตรกลีเซอไรด์อีกครั้ง ถ้า > 500 mg/dL ต้องคอยตรวจเป็นระยะๆ >700mg/dL ต้องหยุดยา และให้ยาลดไขมันเพราะ อาจมีอาการตับอ่อนอักเสบ และก้อนไขมันตามผิวหนัง

** สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด **
- ห้ามกิน ขณะมีครรภ์ โดยเฉพาะ ช่วงท้องได้ 3 อาทิตย์ เด็กจะพิการ
- คุมกำเนิดก่อนกินยา 1 เดือน หลังหยุดยา ให้คุมกำเนิดต่ออีก 1 เดือน
- ทดสอบการตั้งครรภ์ว่า ให้ผลลบ ก่อนกินยา 2 อาทิตย์
- สำหรับผู้ชายที่กินยาตัวนี้ แล้วมีลูก จะไม่มีผลอะไรกับลูก
- ยาผ่านทางน้ำนมได้ จึงไม่ควรกินในรายที่ให้นมลูก

ผลข้างเคียงของยา ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ จะสัมพันธ์กับขนาดยาที่ให้
- ปากแห้ง พบเกือบทุกราย
- เยื่อบุตามช่องทวารต่างๆ แห้ง
- ผิวแห้ง ตาแห้ง ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ จมูกแห้งจนเลือดกำเดาออก เยื่อเมือกหลอดคอแห้ง ทำให้เสียงแหบ และมีอาการคัน ? 50%
- ผมร่วง ผมน้อยลง สิวเห่อ ขนดก
- ผิวหน้าร้อนแดง ผิวหนังอักเสบ ผิวคล้ำขึ้นและไวต่อแสง มีตุ่มคัน ตุ่มหนอง เนื้อรอบเล็บเป็นหนอง เล็บผิดรูปร่าง เพิ่มการสร้างเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดตุ่ม
- ปวดกล้าม ปวดข้อ การสร้างกระดูกมากขึ้น เอ็นอักเสบ มีการจับของแคลเซี่ยมที่เส้นเอ็น มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆของกระดูก
- พฤติกรรมผิดปกติ เครียด มีอาการทางจิตเวช พยายามฆ่าตัวตาย หรือฆ่าตัวตายในผู้ป่วยบางราย ปวดศีรษะ ความดันในกระโหลกศีรษะสูงขึ้น ชัก ผู้ป่วยจิตเวชควรปรึกษาจิตแพทย์ก่อนรับประทานยา
- เห็นภาพเปลี่ยนไป กลัวแสง ลดการมองเห็นตอนกลางคืน ต้อกระจก กระจกตาอักเสบ การฟังบกพร่องในบางช่วงคลื่น
- คลื่นไส้ ลำไส้อักเสบ มีเลือดออก ตับอ่อนอักเสบ ในรายไตรกลีเซอไรด์สูง ถ้ารุนแรงอาจเป็นอันตรายกับชีวิตได้ ตับอักเสบในบางราย
- หลอดลมหดเกร็ง ในรายที่เป็นโรคหอบมาก่อน
- มีการติดเชื้อกรัมบวก
- เลือดมีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวลดลง เกร็ดเลือดเพิ่มขึ้น อัตราการตกตะกอนของเลือดเพิ่มขึ้น ไขมันในเลือดสูงขึ้น แต่ไขมันตัวที่ดีกับร่างกายลดลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น กรดยูริคในเลือดสูงขึ้น ปัสสาวะมีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น มีเลือดและมีโปรตีนมากผิดปกติ
- ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ไม่ควรใช้ยาทาลอกผิว หรือลอกสิวร่วมด้วย ใช้ยาทาสิวชนิดอ่อนร่วมด้วยได้
- ไม่ควรให้ร่วมกับยาวิตามินเอ และ ยาเตตร้าไซคลิน

** ไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร โรคตับ โรคไต ได้วิตามินเอมากเกิน ไขมันในเลือดสูงและแพ้ยาตัวนี้ ใช้อย่างระมัดระวังในคนไข้เบาหวาน อ้วน พิษสุราเรื้อรัง และภาวะไขมันเผาผลาญผิดปกติ


สำหรับคนที่มีประสบการณ์กับการใช้ผลิตภัณฑ์อะไร สามารถเข้าไปร่วมแชร์ความคิดเห็นกันได้นะครับที่ หน้านี้




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2550
2 comments
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 13:10:51 น.
Counter : 6613 Pageviews.

 

ฟังดูน่ากลัวมากเลยค่ะแต่ก้อเคยกินยาชนิดนี้เหมือนกันเพราะหมอสั่งจ่ายให้สงสัยช่วงนั้นหน้ามันมากกกกกกกกกกินแล้วหน้าใสกิ๊กเลยค่ะไม่ต้องใช้กระดาษซับมันเลยส่วนตัวชอบมากกกกแต่ผลข้างเคียวรุนแรงเหลือเกิน

 

โดย: tujackpot 27 ตุลาคม 2551 22:05:16 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ หาหมอมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว ครั้งแรกแจ้งคุณหมดว่าขอเร็วทันใจ หมอจ่ายยาตัวนี้ให้ทานร่วมกับครีมและโลชั่นทาภายนอกค่ะ หมอสั่งให้ทานวันเว้นวันค่ะ มีอาการปากแห้งค่ะ(ธรรมดาก็ปากแห้งอยู่แล้ว) แต่สภาพผิวหน้าดูดีขึ้นเร็วมากค่ะ รู้สึกได้ คุณหมอให้ทานรวมกันก็ 7 เม็ดได้แล้วค่ะ ช่วงแรก 4 เม็ดวันเว้นวัน อีก 3 เม็ดให้หยุดยาไปก่อน 3 วันแล้วค่อยเริ่มทานต่อวันเว้นวันเช่นเดิมค่ะ จากข้อมูลของคุณ รู้สึกคุณหมอจ่ายให้อย่างระมัดระวังดี ผลข้างเคียงน่ากลัวมาก เคยได้ยินเรื่องยาชนิดนี้มานานแล้วแต่ไม่เคยเห็น เห็นคุณหมอให้ทานอย่างระวัง เลยนึกสงสัยแล้วก็หาข้อมูล ลืมเล่าไปนิดนึง คุณหมอแจ้งเรื่องการตั้งครรภ์ด้วย พร้อมกับให้เซ็นต์เอกสารยินยอมรับประทานยานี้ด้วยค่ะ ก็คิดว่า ถ้าหมด 3 เม็ดนี้แล้ว คงขอคุณหมอหยุดทานดีกว่า

ขอบคุณสำหรับข้อมูลด้านบนนะคะ มีประโยชน์มากมาย

 

โดย: TuGGaTa (Pigie ) 20 มกราคม 2553 19:36:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


tu111
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Brain > Money = Happiness

My status
Friends' blogs
[Add tu111's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.