Lilypie First Birthday tickers Lilypie Kids Birthday tickers
คนนี้น้ำใส ตอน ข้อมูลเสริมเรื่องการแพ้อาหาร .. ตอนที่ 1

‘แพ้อาหาร’ คืออย่างไร

ถ้าเมื่อใดที่เกิดการแพ้อาหารขึ้น
คุณสามารถจะรู้สึกเกือบทันทีเลยว่าอาหารที่กินเข้าไปนั้น
ร่างกายได้แสดงปฏิกิริยาไม่ต้อนรับออกมาแล้ว โดยแสดงอาการต่างๆ
อาทิเช่น เกิดอาการชาที่ลิ้น บวม ร้อน หรือเป็นลมพิษ

ซึ่งเป็นการแสดงอาการแพ้ทางผิวหนัง
ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายถูกกระตุ้นจากอาหารที่เรากินเข้าไป
ทำให้เม็ดเลือดขาว ปล่อยสารชนิดหนึ่งออกมาที่เรียกว่า “ฮิสตามีน”
ซึ่งจะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว
จึงมีการโป่งพองและมีอาการบวมร้อนในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย

ถ้าสังเกตอีกสักนิดจะพบว่า
การแพ้อาหารนี้ส่วนใหญ่จะเกิดในครอบครัวซึ่งมีประวัติของการแพ้
ไม่ว่าจะเป็นแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละออง หรือเป็นหอบหืด

ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้อาหารได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

แต่การแพ้อาหารก็สามารถเกิดได้เป็นครั้งคราว
แม้ไม่เคยแพ้อาหารชนิดนั้นๆ มาก่อนก็ตาม
อาหารส่วนใหญ่ที่พบว่าทำให้เกิดการแพ้ขึ้น
ได้แก่ อาหารทะเล ถั่วลิสง ช็อกโกแลต และบางรายอาจแพ้ไข่
ซึ่งก็พบไม่บ่อยนัก


http://www.doctor.or.th/node/3789


. . . . . . . .


ความรู้สุขภาพ
การแพ้อาหารเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง


การแพ้อาหารจัดเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง
พบได้ในเด็กบ่อยกว่าผู้ใหญ่ และเด็กเล็กบ่อยกว่าเด็กโต
โดยในผู้ใหญ่พบประมาณ 2 % ในเด็กพบ 6% และเด็กเล็ก
(อายุน้อยกว่า 3 ปี) พบได้ 8%


การแพ้อาหาร

อาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ในเด็กเล็กที่พบได้บ่อ
ย คือ นมวัว เนื่องจากในเด็กเล็กนมวัวยังเป็นอาหารหลักอยู่
เมื่อเริ่มโตขึ้นได้อาหารเสริม จะพบการแพ้ไข่ได้มากขึ้น
สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่พบว่าอาหารทะเลเป็นสาเหตุสำคัญของการแพ้อาหาร

แพ้อาหาร มีอาการอย่างไร ?

อาการของการแพ้อาหารเป็นได้ทุกระบบของร่างกาย
ที่พบบ่อยคือ

อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คันปาก อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาการทางผิวหนัง (ผื่นคัน ลมพิษ)
และอาการทางระบบหายใจ (จาม น้ำมูก ไอ หอบ แน่นหน้าอก)
ในบางรายอาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

รู้ได้อย่างไรว่า แพ้อาหารชนิดใด

เมื่อมีอาการดังกล่าวหลังรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆ
ควรไปหาแพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกาย

รวมทั้งถามถึงชนิดของอาหาร
ปริมาณที่กินอาการที่เกิดขึ้นในรายที่ประวัติชัดเจนว่ากินอาหารชนิดหนึ่งๆแล้วเกิดอาการแบบเดิมทุกๆครั้ง
ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้ง่าย ว่าแพ้อาหารชนิดนั้นๆ
แต่ในบางรายที่สงสัยว่าแพ้อาหารหลายชนิด
หรือไม่แน่ใจว่าแพ้อาหารชนิดใด

แพทย์จะให้ผู้ป่วยทำการจดบันทึกอาหารที่กินโดยละเอียด
และอาการที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ในประกอบการวินิจฉัย

นอกจากนั้น ยังมีการทดสอบทางผิวหนัง
เพื่อช่วยในการหาชนิดของอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ด้วย
ซึ่งใช้เวลาทดสอบ 15 นาที ก็สามารถทราบผลได้
หรือการตรวจเลือดเพื่อหาว่าแพ้อาหารชนิดใด

อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุด คือ
การให้ผู้ป่วยกินอาหารที่สงสัยว่าแพ้ แล้วดูอาการ
ถ้ากินแล้วเกิดอาการ หยุดอาหารนั้นแล้วอาการหายไป
พอกินอีกเกิดอาการอีก ก็แสดงว่าผู้ป่วยนั้นแพ้อาหารชนิดนั้นๆ

ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะในรายที่มีอาการแพ้อาหารรุนแรง

แพ้อาหาร
รักษาการแพ้อาหารได้หรือไม่


การรักษาที่ดีที่สุดและได้ผล คือการงดอาหารที่แพ้
โดยต้องงดอาหารทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของสารอาหารที่แพ้
เช่น แพ้นมวัว ก็งดอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบ
เช่น ไอศครีม คุ้กกี้ และให้กินนมถั่วเหลือง
หรือนมสูตรพิเศษสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวแทน

ส่วนการรักษาด้วยยา เป็นการรักษาตามอาการ
เช่น ยารักษาอาการผื่นคัน ยาลดน้ำมูก ยาแก้อาการหอบ
แน่นหน้าอก เป็นต้น

มีโอกาสหาย หรือไม่

ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารพบว่าถ้าให้งดอาหารที่แพ้ติดต่อกันนาน 1-2 ปี ก็มีโอกาสหายแพ้ได้ ยกเว้น การแพ้อาหารทะเล และถั่วลิสง ซึ่งมักแพ้ตลอดชีวิต
สำหรับเด็กที่แพ้นมวัว
พบว่ามีโอกาสหายแพ้ 50%เมื่ออายุ 1 ปี
และหายแพ้ 85% เมื่ออายุ 3 ปี
ส่วนที่เหลือ 15% จะมีอาการแพ้ตลอด
ไป และ 25 % ของเด็กที่แพ้นมวัว
มักมีอาการแพ้อาหารอื่นๆ ร่วมด้วย

ป้องกันได้อย่างไร

สำหรับครอบครัวที่มี พ่อ แม่ หรือลูกคนโตเป็นโรคภูมิแพ้
สามารถลดโอกาสที่จะเกิดโรคผื่นผิวหนังจากภูมิแพ้
และโรคแพ้อาหารได้ในลูกคนถัดไปโดย

• ให้กินนมแม่อย่างเดียว นานอย่างน้อย 4 เดือน ขึ้นไป
• มารดาที่ให้นมบุตร ให้งดอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้บ่อยๆ เช่น ไข่ นมวัว อาหารทะเล ถั่วลิสงในช่วงระยะที่ให้นมบุตร
• เริ่มให้อาหารเสริมแก่ลูกเมื่ออายุ 6 เดือน ขึ้นไป

พญ.สุกัลยา รัศมีทรางกูล
กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ รพ.วิภาวดี

http://www.vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=93



. . . . . . .



ภูมิแพ้คืออะไร
โรคภูมิแพ้ คือโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้
ซึ่งในคนปกติไม่มีปฏิกิริยานี้เกิดขึ้น
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ มีปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อฝุ่น ตัวไรฝุ่น เชื้อราในอากาศ
อาหาร ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เป็นต้น
สารที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิไวเกินนี้เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้

สามารถแบ่งได้ตามอวัยวะที่เกิดโรคได้เป็น 4 โรคคือ
โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้, โรคแพ้อากาศ, โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้, โรคหอบหืด, โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหาร
อาจปรากฏอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย
โดยอาจเกิดเฉพาะในระบบใดระบบหนึ่งหรือร่วมกันหลายระบบก็ได้
ที่พบบ่อยได้แก่

ระบบผิวหนัง
เช่น อาจเป็นลมพิษแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
มีอาการที่ผิวหนังอักเสบ หรือบวมตามผิวหนัง เป็นต้น

ที่พบบ่อยในเด็ก พบว่าการแพ้ไข่ หรือนมวัว
มักทำให้เกิดผิวหนังอักเสบในทารก

ส่วนการแพ้อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู ปลา
มักทำให้เกิดลมพิษแบบเฉียบพลัน

สารผสมในอาหารเช่น สี สารกันบูด หรือเชื้อราที่ปนเปื้อน
อาจทำให้ลมพิษเรื้อรังมีอาการกำเริบขึ้นได้ เป็นต้น

ระบบทางเดินอาหาร
อาจมีปากอักเสบ แผลในปาก ปวดท้อง ท้องเดิน
เลือดออกในทางเดิน อาหาร หรือลำไส้อักเสบ เป็นต้น

ระบบหายใจ
อาจมีจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ การบวมของกล่องเสียงและหลอดลม
หรือหืดได้ ซึ่งมักเกิดร่วมกับอาการในระบบอื่นด้วย

ชนิดของโรคภูมิแพ้จากอาหารตามระยะเวลาที่เกิดอาการหลังได้รับอาหารแล้ว อาจแบ่งได้เป็น

ชนิดที่มีอาการเฉียบพลัน
คือเกิดอาการหลังรับประทานภายใน 2-3 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
โดยอาจมีอาการคันปากและเพดาน ลมพิษขึ้น
หากอาการรุนแรงอาจถึงกับช็อคหมดสติได้

ชนิดมีอาการช้า
อาจเกิดอาการภายหลังรับประทานอาหารเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันได้

อาหารชนิดใดที่เป็นตัวการของการเกิด โรคภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหาร

ในเด็ก อาหารที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้มีดังนี้
คือ นมวัว ไข่ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ปลาทะเล


ในผู้ใหญ่ อาหารที่เป็นสาเหตุ คือ นม อาหารทะเล ปลา ถั่ว
อย่างไรก็ตามอาหารชนิดอื่นนอกเหนือจากนี้ ก็มีโอกาศแพ้ได้

การรักษาที่สำคัญที่สุด คือ หาอาหารที่แพ้ให้พบ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ร่างกายแพ้ ลองปรึกษาแพทย์ถึงวิธีหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

การรักษาโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากอาหาร ปัจจุบันการรักษาการแพ้อาหารที่ดีที่สุด คือ
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่แพ้ และรับประทานสารอาหารทดแทน
เช่น ถ้าแพ้นมวัว อาจใช้นมที่มีสูตรพิเศษซึ่งมีโปรตีนชนิดพิเศษแทน

ปัจจุบัน
เริ่มมีการจำหน่ายนมสำหรับทารกที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ในประเทศไทยแล้ว
โดยทั่วไป หลังจากเลี่ยงอาหารที่แพ้มาแล้วช่วงหนึ่ง เช่น ประมาณ 1-3 ปี
ผู้ป่วยจะสามารถรับประทานอาหารเหล่านั้นได้

อาหารที่มักจะรับประทานได้ หลังจากเลี่ยงมาแล้วช่วงหนึ่ง
ได้แก่ นมวัว และไข่ไก่ เนื่องจากร่างกายจะสามารถปรับตัวได้
โดยที่ภูมิคุ้มกันของลำไส้จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สารแพ้จากอาหารผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้อาการแพ้ลดความรุนแรงลง

จากการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียพบว่า
ร้อยละ 60 ของเด็กที่แพ้นมวัว จะสามารถรับประทานนมวัวได้โดยไม่มีปฏิกิริยา เมื่ออายุ 6 ปี


สำหรับผู้ป่วยบางคน
เช่น ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่แพ้อาหารทะเล เช่นกุ้ง หรือถั่วลิสง
และผู้ที่มีอาการแพ้ที่รุนแรง มักจะแพ้สารอาหารเหล่านั้นตลอดชีวิต

และจะเกิดอาการซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่าจะเลี่ยงอาหารนั้นมานานแล้ว

ผู้ป่วยบางคนที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงอาจจะเกิดอาการได้
ถึงแม้กระทั่งได้กลิ่นหรือควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร
เช่น ควันจากการปิ้ง / ย่างอาหารทะเล
ก็จะเกิดอาการได้โดยไม่ต้องรับประทานอาหารนั้นๆ

การรักษาสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง
อาจจำเป็นต้องให้น้ำเกลือในกรณีที่เสียน้ำจากการถ่ายเหลวมากๆ
หรือให้ยาฉีดพวกแอดดรีนาลีน ในรายที่มีอาการช็อค

ในรายที่มีอาการทางผิวหนังอาจให้ยาแก้แพ้ ยาต้านฮิสตามีน
หรืออาจใช้ยาพวกเสตียรอยด์ในระยะสั้นๆ
ผู้ที่มีอาการรุนแรง อาจต้องพกยาฉีดที่มียาแอดดรีนาลีน
ชนิดบรรจุเสร็จไว้ติดตัว

http://thaigoodview.com/node/41380


. . . . . . . .


แพ้อาหาร

หากคุณรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แล้วเกิดอาการผื่นลมพิษ
คันตามตัว ปากบวม หรือหายใจลำบาก
แสดงว่าคุณแพ้อาหาร
คนเราปกติจะรับประทานอาหารหลายอย่าง
ดังนั้นเป็นการยากที่จะบอกว่าแพ้อะไร

เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบอาจจะแพ้อาหารได้มากกว่าผู้ใหญ่
โดยเฉพาะ ไข่ นม และข้าวสาลี แต่เมื่อโตขึ้นอาการแพ้อาจจะดีขึ้น


หลายคนเลี่ยงภูมิแพ้จากอาหาร
โดยการไปรับประทานอาหารธรรมชาติ
ซึ่งหมายถึงอาหารที่ปรุงแต่งด้วยสารถนอมอาหาร
หรือสารปรุงรส สี กลิ่น ให้น้อย ซึ่งก็สามารถลดอาการภูมิแพ้ได้

แต่ถ้าหากแพ้อาหารแต่ละชนิด เช่น แพ้ปลา
คุณก็ยังคงแพ้ปลาแม้ว่าจะไม่ได้ปรุงรส

สารปรุงแต่งที่แพ้บ่อยได้แก่สีเหลือง tartrazine (yellow dye #5)

สารถนอมอาหาร เช่น sodium benzoate
และ sodium nitrate
สารปรุงแต่งรส เช่น sulfites
และ ผงชูรส monosodium glutamate (MSG)

sulfite ใช้พ่นบนผลไม้เพื่อให้สีผลไม้ไม่เปลี่ยนและรักษาความกรอบ
แต่ปัจจุบันยังพบสารนี้ได้ในอาหาร ผลไม้แห้ง ไวน์ เบียร์
อาหารทะเล มันฝรั่ง

หากคุณแพ้สาร sulfite คุณต้องดูว่ามีสารชื่อต่อไปนี้หรือไม่
sodium bisulfite, potassium bisulfite, sulfur dioxide
และ potassium metabisulfite.

•การแพ้อาหารจะพบมากในขวบปีแรก และค่อยหายไป
•เด็กที่แพ้อาหารมักจะมีผื่นแพ้ atopic ecZema
•สารอาหารที่แพ้บ่อยในเด็กได้แก่ นม ไข่ ถั่วลิสง ข้าวสาลี
ถั่วเหลือง ถั่วอื่นๆ
•เมื่อเด็กโตขึ้นอากรแพ้อาหารจะดีขึ้นได้แก่อาหารพวก ไข่ นม ถั่วเหลือง
•เมื่อโตขึ้นอาการแพ้อาหารมักจะเป็นติดตัวได้แก่ ถั่วลิง ถั่วต่างๆ ปลา หอย


กลไกการเกิดแพ้อาหาร
1.IgE Mediated Food Allergy
เป็นการเกิดแพ้อาหารโดยที่โปรตีนของอาหารเมื่อผ่านผนังลำไส้
และเกิดปฏิกิริยาภุมิแพ้ชนิด IgE อาการที่เกิดมักจะเฉียบพลัน
เช่นผื่นลมพิษ อาการอาจจะรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตโดยที่ไม่มีผื่น


อาการที่เกิด
•อาการทางเดินอาหารได้แก่ ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม เสียงแหบ
คลื่นไส้ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย
•อาการทางผิวหนัง คันตามตัว ลมพิษ ผิวแดง
•ทางเดินหายใจ แน่นหน้าอก หายใจหอบ หายใจเสียงดังหวีด
•จมูก คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม
•ตา มีน้ำตาไหล คันในตา
•ในรายที่เป็นรุนแรงผู้ป่วยจะมีอาการแพ้อย่างรุนแรง
ความดันโลหิตต่ำ และเสียชีวิต

1.Non IgE Mediated Food Allergy
เป็นการแพ้อาหารที่ไม่ได้ผ่านกลไกแพ้แบบ IgE ที่พบได้บ่อยได้แก่

อาหารทำให้เกิดลำไส้อักเสบ Food induced Enterocolotis
มักจะเกิดในเด็กอายุแรกเกิดจนถึง 3 เดือน
มักจะแพ้นม นมถั่วเหลือง เด็กจะมีอาการอาเจียนและถ่ายเหลว
อาการจะดีขึ้นหลังจากหยุดอาหารนั้น 72 ชั่วโมง

อาหารทำให้เกิดทวารหนักอักเสบ Food induced Proctitis
เด็กจะเกิดอาการถ่ายเป็นเลือด มักจะเกิดในช่วง 2-3 เดือนแรก
อาหารที่แพ้บ่อยได้แก่ นม นมถั่วเหลือง

อาหารทำให้การดูดซึมของลำไส้ผิดปกติ Food induced Enteropathy
เด็กจะขาดอาหารเนื่องจากลำไส้ไม่สามารถดูดซึมอาหาร
การเติบโตของเด็กจะช้า มีอาการถ่ายเหลว อาเจียน
อาหารที่ทำให้เกิดแพ้ชนิดนี้ได้แก่ นมซึ่งเป็นอาหารที่แพ้บ่อยที่สุด
ถั่วเ้หลือง ไข่ขาว ข้าวสาลี ปลา ไก่



Celiac Disease

เป็นการแพ้สารอาหารที่เรียกว่า gluten
ซึ่งพบมากในอาหารพวก ข้าวสาลี ข้าวโอต ข้าวบาร์เรย์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ บางคนถ่ายเป็นมูกมัน
แน่นท้องมีลมในท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน ปากเป็นแผล
บางคนน้ำหนักลด การรักษาต้องหลีกสารอาหารเหล่านี้


Food Intolerance

หมายถึงการแพ้อาหารที่ไม่ได้เกิดจากสารภูมิแพ้
เช่นการที่เราท้องร่วงหลังจากการดื่มนม
หรือปวดท้องเนื่องจากการรับประทานอาหารเผ็ด


เราจะทราบได้อย่างไรว่าแพ้อาหาร

ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่มาก แต่บางรายเป็นมากถึงกับเสียชีวิต
อาการมักจะหายไปเมื่อหยุดรับสารนั้น
แต่บางคนอาการจะคงอยู่เป็นเวลาหลายวัน
อาการมักจะเกิดหลังรับประทาน
โดยมากไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร
ท่านลองตอบปัญหาต่างๆเหล่านี้

• มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวและตัวเองหรือไม่
• มีอาการของโรคภูมิแพ้หรือไม่ เช่น โรคหอบหืด โรคผื่นแพ้
จามหรือคัดจมูก
•ได้รับอาหารบางอย่างแล้วเกิดอาการหรือไม่
• ประวัติเกิดผื่นหลังจากรับประทานอาหารไปกี่ชั่วโมง
• ก่อนออกผื่นกำลังทำอะไรอยู่( เช่นออกกำลังกาย)
• ควรจะมีสมุดจดรายการอาหารที่รับประทานก่อนเกิดผื่น 12 ชั่วโมง
และควรจะจดอาการต่างๆที่เกิดด้วย ท่านจะพบความสัมพันธ์ของอาหารและผื่น
• เมื่อสงสัยว่าเกิดจากอาหารประเภทใดก็ให้หยุดอาหารประเภทนั้น
สัก 10-14 วันแล้วสังเกตอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ อาการของผู้ป่วยแพ้อาหาร
• ผื่นลมพิษ บวมและคันบริเวณผิวหนัง
•บวมบริเวณริมฝีปาก หน้า ลิ้น คอ และส่วนอื่นของร่างกาย
• คัดจมูก หายใจเสียงดังหวีดเหมือนคนหอบหืด หายใจลำบาก
• ปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน
• เวียนศีรษะหน้ามืดเป็นลม

ในรายทีเป็นรุนแรงจะมีอาการดังกล่าวที่รุนแรง
และอาจจะมีอาการที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ได้แก่


• หลอดลมหดเกร็งเนื่องจากการบวมของคอและหลอดลมทำให้หายใจลำบาก
• ความดันโลหิตลดลงอาจจะต่ำจนช็อก
• ชีพขจรเร็ว
• หน้ามืดเป็นลม และหมดสติ ในรายที่อาการรุนแรงนี้เราเรียกว่า anaphylactic shock

แพ้อาหารทะเล

รายงานใหม่ๆ แนะนำให้รับประทานเนื้อปลาแทนเนื้อสัตว์
เนื่องจากจะป้องกันโรคหัวใจ แต่ผู้ป่วยบางคนแพ้อาหารทะเล
และปลาท่านต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลดีและผลเสีย

ผู้ที่แพ้อาหารทะเลมักจะเป็นตลอดชีวิต
อาหารทะเลที่แพ้บ่อยได้แก่ กุ้งน้ำจืด กุ้งทะเล ปู หอยนางรม
ปลาหมึก หอยแครง หอยแมลงภู่ ปลา
ข้อต้องระวังท่านที่รับประทานอาหารทะเลที่เริ่มเสียในนั้น
อาจจะมีสาร histamin อาจจะทำให้เกิดอาการเหมือนแพ้อาหาร

การป้องกัน

•หลีกเลี่ยงอาหารทะเล
•ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย 2 ชั่วโมง
•หลีกเลี่ยงอาหารที่อาหารทะเลเป็นส่วนประกอบ
•หากคุณแพ้อาหารทะเลมากต้องระวังว่า สารก่อภูมิแพ้จะมาจากกระทะ
หรือจานที่ใส่
•อ่านสลากอาหารก่อนรับประทานทุกครั้ง
•ถ้าคุณแพ้อาหารทะเล ไม่ได้หมายความว่าคุณแพ้ไอโอดีน

http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/allergy/food.htm






Create Date : 08 มิถุนายน 2553
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 11:03:56 น. 0 comments
Counter : 3472 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุณพ่อมือ1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




คุณแม่ 2 ลูก ..
ที่ยึดล๊อคอินคุณพ่อมา..
วิ่งเล่นไป วิ่งเล่นมาในเวปพันทิพ.. ..

ก่อนที่จะ..
กระโดดมานั่งเฝ้าชานเรือนอย่างจริงๆ จัง ..


หลายๆ เรื่องราว..
และหลายๆข้อความที่..
ถูกหลายๆ คนตั้งกระทู้ขึ้นมา..
ทำให้อดไม่ได้ที่จะ .. .. ต้องตามไปตอบ

โดยอาศัยข้อมูล และความเห็น ..
จาก..
ที่ได้อ่านมาบ้าง ..
ที่ได้รู้และพูดคุยกับคนอื่นๆมาบ้าง..
ที่ได้ปรึกษาและสอบถามคุณหมอมาบ้าง..
และที่สำคัญคือ..ที่เจอะเจอมากับตัวเองเต็มๆ ..

โดยหวังว่า..
ข้อความ หรือความเห็นต่างๆที่ได้ ตอบลงไป..
จะไม่เป็นการรู้มากเกินไป (นะคะ)

เพราะอันไหนสิ่งไหน ..
ถ้าเราไม่รู้จริงๆ ก็อาจจะข้าม ..
หรือตอบได้แบบสั้นๆ และตามด้วย ..

" ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ .. "


และหวังว่า สุดท้ายนี้..
น้ำใสกับใบบัวจะได้รู้จัก ..
เพื่อนๆ และป้าๆ หรือคุณพี่(ยังสาว) อีกเยอะเยอะเลยนะคะ
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
8 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คุณพ่อมือ1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.