"ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)"
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
คนธรรมดาผู้ปั่นจักรยานไปทั่วโลก3

ท่ามกลางหิมะและความหนาวยะเยือกขณะปั่นจักรยานในทิเบต

ระหว่างปั่นจักรยานผ่าน Trola Pass ไม่ไกลจากมณฑลเสฉวน ที่ความสูง ๔,๙๘๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล

คุณเดินทางขี่จักรยานในประเทศจีนมาหลายครั้ง คิดว่าการเดินทางครั้งไหนตื่นเต้นที่สุด

ทริปที่ตื่นเต้นที่สุดคือจากคุนหมิงไปกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เพราะต้องปั่นจักรยานข้ามภูเขาไม่ต่ำกว่า ๒๐ ลูก ข้ามแม่น้ำใหญ่ ๓ สาย ผมต้องผ่านแม่น้ำแยงซี แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ต้องปั่นจักรยานไปตามยอดเขาที่สูง ๕,๐๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลลงไปที่ระดับ ๒,๐๐๐ เมตร แล้วก็ปั่นจักรยานขึ้นภูเขาอีกรอบ ระยะทางเกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร เพื่อที่จะข้ามยอดเขาแต่ละลูก ใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะผ่านข้ามไปได้ แต่โชคดีที่ถนนในจีนค่อนข้างดีมาก ไม่ลาดชันจนกระทั่งปั่นจักรยานขึ้นเขาไม่ได้

คุณเผชิญกับปัญหาการหายใจในระดับความสูงที่แตกต่างกันอย่างไร

หากคุณขี่จักรยานขึ้นมาถึงระดับ ๓,๐๐๐ เมตรแล้ว มันยากมากเรื่องการหายใจ คุณต้องปรับสภาพร่างกาย ต้องพักอยู่กับที่สัก ๒-๓ วันหรือประมาณ ๑ สัปดาห์ แล้วต้องเดินรอบๆ เมืองเพื่อให้ร่างกายปรับตัว ใช่ว่าจะสามารถเริ่มปั่นจักรยานต่อได้ทันที ต้องรอจนกว่าร่างกายจะพร้อมและเริ่มปั่นจักรยานได้ ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหามาก แต่ช่วงยากลำบากที่สุดคือเมื่อต้องไต่ระดับที่ ๕,๐๐๐ เมตรขึ้นไปครั้งแรก วันนั้นผมจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความทรงจำมันเลือนหายไปชั่วระยะหนึ่ง รู้แต่ว่าผมปีนขึ้นไปเพื่อจะถ่ายภาพแต่ไม่รู้ว่าเป็นภาพอะไร เหมือนกับมันลืมทุกอย่างไปเลยในช่วงเวลานั้น แต่หลังจากนั้นเมื่อปรับตัวได้ผมก็ไม่เป็นอะไร ผมไม่เจ็บป่วย ไม่รู้สึกหายใจไม่ออก มันจะยากแค่ตอนแรกที่ถึงจุดเท่านั้น ผมต้องค่อยๆ ปั่นจักรยานเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แต่บางครั้งผมไม่สามารถปั่นต่อได้ ต้องค่อยๆ ดันจักรยานไปทีละนิด ผมรู้ว่ามันอันตรายมากอาจทำให้ตายได้

ซึ่งผมก็ประเมินร่างกายตัวเองด้วยว่าสามารถรับได้มากน้อยแค่ไหน เคล็ดลับสำหรับนักปั่นจักรยานทั่วไปคือตั้งเป้าหมายข้างหน้าไม่ต้องไกล อาทิตั้งเป้าไว้ว่าจะไปถึงจุดหมายข้างหน้าในเวลา ๑๕ นาที แล้วก็ค่อยๆ ปั่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหมาย พอถึงที่หมายก็มองต่อไปข้างหน้าทีละนิด โอ้ ! จุดหมายข้างหน้าอีก ๑๐ นาที คุณไปต่อเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบเร่ง ไปทีละนิด และสิ่งที่ยากที่สุดไม่ว่าจะเป็นนักเดินป่าหรือนักปั่นจักรยานทางไกลคือ เรื่องของร่างกายและจิตใจ เพื่อนบางคนร่างกายอาจดูไม่แข็งแรงมากนัก แต่จิตใจเธอสู้และอดทนทำให้เธอผ่านมันไปได้

ตอนท้ายๆ ของทริปขณะจะข้ามด่านสุดท้ายเข้าสู่เนปาล ผมป่วยจากอาหารเป็นพิษ ร่างกายผมอ่อนแอมาก ความเจ็บป่วยทำให้การจะปั่นจักรยานขึ้นที่สูงยากมากๆ แต่ว่าโชคดีผมพบเพื่อนร่วมทาง สองคนแรกมาจากทิเบต และอีกสองคนเป็นชาวสเปนจากบาร์เซโลนา พวกเขาน่ารักมาก คอยดูแล รอผมเป็นระยะๆ จนกระทั่งถึงจุดหมาย ขณะที่ร่างกายอ่อนแอมากๆ จากความสูงที่ระดับ ๕,๒๕๐ เมตร ผมค่อยๆ ไต่ระดับลงมาที่ความสูง ๖๐๐ เมตร ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ นั่นเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุด เพราะการเดินทางคนเดียวในต่างแดน เมื่อคุณเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยหรือบาดเจ็บคุณจะรู้สึกแย่มากๆ ผมโชคดีที่ได้เจอเพื่อนร่วมทางทำให้ผ่านมาได้

ไม่นานมานี้คุณเพิ่งปั่นจักรยานข้ามทวีปอเมริกาใต้

ผมมีแผนการเดินทางใหญ่สำหรับอเมริกาใต้ เพราะผมเคยไปมา ๒ ครั้ง ตอนปี ๑๙๘๔ และปี ๑๙๙๒ ตอนนั้นผมไปแบบนักท่องเที่ยวสะพายเป้ ไม่ได้ปั่นจักรยาน และผมก็ตั้งใจว่าอยากจะกลับไปเที่ยวแบบปั่นจักรยานอีกสักครั้ง แผนของผมเริ่มต้นปั่นจักรยานจากตอนเหนือสุดของทวีปผ่าลงมาใต้สุด ระยะทาง ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร ความคิดก็คืออยากจะปั่นจักรยานให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านยอดเขา ฟ้ากว้าง กะว่าจะใช้เวลาประมาณ ๑๐ เดือน ผมเริ่มต้นปั่นจักรยานในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๐๘ จากชายฝั่งทะเลแคริบเบียนของประเทศโคลอมเบียที่อากาศร้อน ทะเลอุ่น ผ่านตามสันเขาของเทือกเขาแอนดีส ลงไปประเทศเอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย อาร์เจนตินา และมาสิ้นสุดที่ติเอร์-ราเดลฟูเอโก เมืองที่อยู่ใต้สุดของโลกในประเทศชิลี อากาศเย็นยะเยือกและทะเลเป็นน้ำแข็ง โดยมีแผนจะจบทริปกลางเดือนธันวาคมก่อนวันคริสต์มาสปีเดียวกัน

ช่วงแรกของการปั่นจักรยานในโบลิเวีย ผมไม่ค่อยประทับใจเพราะปั่นไปตามทางหลวงที่เต็มไปด้วยรถบรรทุก รถประจำทาง และการจราจรติดขัด ผมพยายามหาเส้นทางลัดไปในป่าดิบและหมู่บ้านเล็กๆ ตามชนบท มันงดงาม สดชื่นและอากาศเย็นสบายมาก ถนนบนภูเขาค่อนข้างชันเหมือนในทิเบต บางทีระยะทางเพียง ๑.๕ กิโลเมตรแต่มีความสูงชันถึง ๑๐๐ เมตร มีอยู่ช่วงหนึ่งผมปั่นจักรยานขึ้นไปสูงถึงระดับ ๗,๐๐๐ เมตร มันยากลำบากมหาศาลทีเดียว จิตใจต้องทรหดสุดยอดจริงๆ และทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมแต่ละปีมีนักปั่นจักรยานจากประเทศโบลิเวียไป สร้างชื่อในการแข่งจักรยานสุดหฤโหดอย่างตูร์เดอฟรองซ์ได้

บางเส้นทางบนสันเขา ผมผ่านไร่อ้อย ไร่กาแฟขนาดใหญ่กินพื้นที่ภูเขาเป็นลูกๆ นี่เป็นสภาพการบุกรุกทำลายป่า บางเส้นทางต้องเผชิญกับอากาศร้อนกว่า ๔๐ องศาเซลเซียส​หรือสภาพฝนตกหนักดินถล่ม ต้องขี่ลุยโคลนอย่างหนัก บางครั้งปั่นจักรยานเข้าไปเจอทหารที่ไม่ค่อยเป็นมิตร ผ่านเหมืองทองคำ บางทีระหว่างทางในป่าพบโบราณสถาน รูปปั้นของชนเผ่าอินคาโบราณอายุหลายพันปี บางครั้งไปอาศัยอยู่กับชาวอินเดียนหลายเผ่าตามชนบทห่างไกล ไม่รวมการได้สำรวจต้นไม้ ดอกไม้ นก และสัตว์ป่าหลายร้อยชนิดที่พบเห็นระหว่างทาง

พอเดินทางไปได้ ๓-๔ เดือน ผมประสบอุบัติเหตุเสียก่อน เรื่องของเรื่องก็คือตอนอยู่ในเปรู ผมปั่นจักรยานบนถนนที่สภาพแย่มาก ขณะกำลังปั่นลงจากเขาระดับ ๒,๐๐๐ เมตร จักรยานสะดุดลงไปในหลุมมีหินก้อนใหญ่ ผมล้มลงกับพื้นคลุกฝุ่นบนถนน ไหล่กระแทกหิน ผมได้ยินเสียงกระดูกหัก เลือดไหลเยอะมาก ผมต้องนอนรออยู่เกือบ ๒ ชั่วโมงถึงสามารถขยับตัวได้ ผมลากตัวเองและจักรยานไปนอนใต้ต้นไม้ จนกระทั่งมีรถบัสผ่านมาและนำส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าไหปลาร้าหัก อาการหนักมาก หมอก็พยายามดามส่วนที่หักให้เข้าที่แต่มันผิดวิธี ทำให้ผมต้องใช้เวลารักษานานผิดปรกติ ผมบินกลับบ้านที่ออสเตรเลียเพื่อรักษาอาการเกือบ ๖ เดือน

ปีต่อมาคุณกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง

ผมตั้งใจทำความฝันของผมให้สำเร็จ พอหายดีผมก็กลับมาเริ่มต้นปั่นจักรยานใหม่ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๐๙ โดยเริ่มต้นในเปรู เหตุผลที่เลือกไปช่วงเดือนพฤษภาคมเพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการ ปั่นจักรยาน ช่วงพฤษภาคม-สิงหาคมอากาศค่อนข้างสบาย เมื่อผมวางแผนเดินทางก็ต้องเลือกช่วงที่เหมาะสมไว้ก่อน เปรูเป็นประเทศที่สร้างความตื่นเต้นและความประหลาดใจให้เรามากที่สุดใน อเมริกาใต้ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นภูมิศาสตร์ โบราณสถานเก่าแก่ของพวกอินคา ป่าไม้ ความแห้งแล้ง ภูเขา วัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมคิดจะหาทางลัดอ้อมไปเมืองข้างหน้าโดยต้องข้ามแม่น้ำสายหนึ่ง

ชาวบ้านบอกว่าช่วงนี้เป็นหน้าน้ำหลาก น้ำไหลเชี่ยวลึกและแรงมาก ข้ามไม่ได้หรอก ให้กลับมาอีกทีเดือนสิงหาคมถึงจะข้ามได้ แต่ผมดื้อจะข้ามให้ได้ ชาวบ้านก็ใจดีอุตส่าห์เอาเชือกมาผูกกับต้นไม้เป็นหลัก พอมาถึงแม่น้ำ ผมยังมั่นใจว่าจะลุยน้ำข้ามไปได้ และผมก็เดินลงแม่น้ำ มือข้างหนึ่งแบกจักรยาน อีกข้างดึงเชือกเอาไว้ แต่เดินลุยไปได้สักพัก น้ำไหลแรงมากจนผมแทบยืนไม่ไหว และกลัวจักรยานจะหล่นน้ำ ผมพยายามถึง ๒ ครั้งจึงยอมแพ้ เพราะแน่ใจแล้วว่าหากดื้อลุยน้ำต่อไป ไม่เฉพาะจักรยานที่จะสูญหายไปกับกระแสน้ำ แต่คงรวมถึงชีวิตผมด้วย

ต่อจากนั้นเราเข้าสู่ประเทศโบลิเวีย มันมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โบลิเวียเป็นประเทศค่อนข้างยากจน ผมชอบชาวโบลีเวียที่ได้พูดคุยด้วย ผมปั่นจักรยานที่ระดับความสูง ๔,๐๐๐ เมตร ตามเส้นทางขึ้นๆ ลงๆ ผ่านภูเขาสูงตลอด ต้องอาศัยประสบการณ์การขี่จักรยานพอสมควร บางครั้งเจอพายุฝุ่นพัดรุนแรงมากจนไม่สามารถมองอะไรได้เกิน ๒ เมตร จากนั้นเราข้ามผ่านทะเลสาบเกลือระยะทาง ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตร ต้องทาครีมกันแดดและสวมแว่นกันแดดตลอดเวลาเพราะแดดแรงมากจากแสงสะท้อนบนผิว ผลึกเกลือ มิฉะนั้นตาอาจบอดได้

หลังจากนั้นผ่านเข้าสู่อาร์เจนตินา บริเวณทางใต้ของทวีปที่เรียกว่า พาทาโกเนีย เราเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนตลอดทาง ลมแรงมาก ความเร็วลมวัดได้ ๑๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นแรงลมต้านเพราะเรากำลังมุ่งสู่ตอนใต้ แรงลมผ่านมาทางไหล่ ดังนั้นคุณต้องผลักจักรยานต้านไปข้างหน้า ไม่เช่นนั้นแรงลมอาจทำให้คุณล้มได้ คุณต้องผลักจักรยานแทนการปั่นไปข้างหน้า ตลอดวันเราเดินทางได้เพียง ๒๐ กิโลเมตรโดยที่ทั้งวันจะต้องผลักจักรยานไปข้างหน้าเท่านั้น และไม่สามารถหยุดพักได้เพราะไม่มีจุดให้พัก ไม่มีต้นไม้ให้หลบแรงลม เราต้องเดินทางต่อไป

พอข้ามไปตามเส้นทางเทือกเขาแอนดีสของชิลี เราเจอแต่ฝน ฝนมาจากทวีปแอนตาร์กติกา เราพบเห็นพันธุ์ไม้มากมาย บางชนิดเป็นพืชเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกอนด์วานา*คล้ายพืชบางชนิดที่พบในแผ่นดิน เก่าแก่ของออสเตรเลีย ผมเดินทางจนถึงปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้ในเดือนธันวาคม ค.ศ. ๒๐๐๙ สิ้นสุดการเดินทางระยะทางหมื่นกิโลเมตร

เชิงอรรถ
*เมื่อประมาณ ๒๐๐ ล้านปีก่อน แผ่นเปลือกโลกแบ่งออกเป็น ๒ ทวีป คือทางตอนเหนือเรียกว่าทวีปลอเรเซีย (Laurasia) ซึ่งกลายมาเป็นทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย และทางตอนใต้เรียกว่าทวีปกอนด์วานา (Gondwana) ซึ่งกลายมาเป็นทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย อินเดีย แอนตาร์กติกา

ยังไม่จบเน่อมี 4 ตอนครับ นี่ตอนที่ 3ครับ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, นิตยา วงษ์สวัสดิ์
ภาพ : ปีเตอร์ เบเรกครี



Create Date : 03 กรกฎาคม 2556
Last Update : 3 กรกฎาคม 2556 7:28:01 น. 10 comments
Counter : 1044 Pageviews.

 
ลุงขา มันมีเนื้อหาที่ลงซ้ำไปสามย่อหน้าค่ะ


โดย: VELEZ วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:7:14:27 น.  

 
อุปสรรคมีมากจริงๆ ค่ะ แต่ด้วยเพราะไม่ย่อและไม่ท้อ
ทรหดอดทนมากๆ ..



โดย: JewNid วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:02:30 น.  

 
เห็นแล้วทำไมนึกถึง Lord of the rings ภาคแรกก็ไม่รู้ หนาวทะลุจอเชียวค่ะ


โดย: ปลายฟ้า (fah_gully ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:9:58:32 น.  

 
สวัสดีค่าคุณลุงกล้วย ...
ตามมาอ่านตอนต่อแล้ว โหตื่นเต้นปั่นจักรยาน
แต่ละประเทศข้ามภูเขาไป20กว่าลูกระยะทาง
มากกว่า200กิโลแพมว่าที่โบลิเวียตื่นระทึกสุดๆ
ตอนฝ่าพายุฝุ่นที่รุนแรงมากโอ้เขาปั่นผ่านมาได้อ่ะ
ท่ามกลางอุปสรรคทางธรรมชาติ ..โหไหป้าร้าหัก
รอดมาได้ต่อสู้กับธรรมชาติไม่ง่ายเลยสุดยอดของความอดทนและความพยายามสุงมากกกกกกก
อ่านแล้วโอ้นี่เรื่องจริงไม่ใช่นิยายนะค่ะ...
ุลุ้นระทึกกันต่อตอนต่อไป

แฮ่..วันนี้มาอ่านกลางวันแพมตาตื่นนนเลย555
โหเอาอย่างเขาบ้างพยายามสู้ๆทำงานๆๆๆ
มีความสุขวันทำงานนะค๊าบบบบคุณลุง^^ไล้ค์ๆๆๆ


โดย: mastana วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:32:43 น.  

 
อึดมาก


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:14:25:25 น.  

 

แวะมาทำหน้าที่ค่ะลุงกะล้วย อ่านจบตั้งเป้าหมายไว้ว่าอาทิตย์นี้จะขี่จักรยานพามารวยไปหาหมอโรงพยาบาลใกล้ๆ ค่อยไต่ไประยะทางไปกลับประมาณ 5 กม. ไหวอยู่แล้ว ฝนอย่าตกแล้วกัน



โดย: deco_mom วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:32:43 น.  

 
สวัสดีครับลุงกล้วย
อ่านแล้วรู้สึกถึงในความพยายามของมนุษย์จริงๆครับ
ขอvoteให้ลุงกล้วยครับ


โดย: หมอหว่อง (หมอหว่อง ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:56:18 น.  

 

แหล่มค่ะลุงกล้วย
อุ้มมากด Like ให้เป็นคนที่ 2



โดย: อุ้มสี วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:46:04 น.  

 
เขาทรหดอดทนมากมายนะค่ะกับการหาประสบการณ์ชีวิตที่น้อยคนคิดทำ
น่าจะเป็นหนังสือถ่ายทอดเรื่องราวมหัศจรรย์
ไว้ให้คนศึกษาต่อไปได้อย่างดีนะค่ะ
ขอบคุณคุณลุงกล้วยและความห่วงใยที่มีให้คร้า

ถูกใจคนที่ 3 จร้า...ฝันดีค่ะคืนนี้


โดย: tui/Laksi วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:06:51 น.  

 
สวัสดีค่า คุณลุงกล้วย ^^
ตามอ่านตอนต่อค่ะ
เป็นนุ่นคงปั่นไม่ออก
ขาแข็งซะก่อน
ดูรอบข้างยะเยือกซะขนาดนั้นเลย

ไม่รู้เวลาปั่นจักรยานไปหลายๆประเทศและเจอสภาพอากาศที่แตกต่างกันไป อย่างไหนจะดีกว่ากันนะคะ ระหว่างหนาวมากแบบนี้ กับร้อนมากอ่ะค่ะ


โดย: lovereason วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:0:37:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลุงกล้วย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้นๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล อะไรก็ตามแต่ แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้นมันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
Friends' blogs
[Add ลุงกล้วย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.