"ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)"
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
21 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
มุก คลองเตย – จากลูกจีนโพ้นทะเลสู่ตำนานปรมาจารย์ เสือหมอบสยาม

ที่มาของฉายา “มุก คลองเตย” และชื่อร้าน “สินเจริญ”
มุก คือชื่อของผม คลองเตย มาจากย่านที่อยู่ และชื่อจริงของผมคือ “มุก แซ่คู” ส่วนชื่อร้านมาจากการดัดเสียงคำจีนว่า “เซ้ง หลี” มาเป็น “สินเจริญ”







ร้านคู่แข่งเจ้าอื่นละ
ร้าน “จุกอารีย์” อยู่ย่านซอยอารีย์ เฟรมของเขายังไม่สวยและเนี้ยบเท่าของเราที่ทำได้เทียบเท่ากับจักรยานต่างประเทศ ร้าน “ราชาช่าง” เดิมเจ้าของร้านเป็นช่างทำเหล็กดัดหน้าต่าง เขาเอาเหล็กตัน ๆ มาทำรถจักรยาน มันก็ยกกันไม่ไหว ผมยังสงสัยว่าจะขี่ได้ยังไง ส่วนร้าน “หลานหลวง” เสี่ยเจ้าของร้านเขากลับจากเมืองนอก เลยสั่งจักรยานนอกเข้ามาขาย ไม่ได้มีจุดเด่นอะไร

ช่วยเล่าบรรยากาศการขี่จักรยานเสือหมอบยุคนั้น
สมัยนั้นในกรุงเทพฯ ที่ซ้อมขี่เสือหมอบมีน้อย เขาจะหาถนนเส้นยาว ๆ ที่เพิ่งตัดใหม่ เช่น วิภาวดีรังสิต บางนา-ตราด หรือถนนแถวบางแคซ้อมกัน เย็น ๆ สามสี่โมง นักจักรยานจะมารวมกัน มาซ่อมบำรุงรถ ดูอุปกรณ์ พอรู้ว่าที่ร้านทำเฟรมได้สวย เขาก็มารวมกันที่นี่ มีจักรยานมาจอดหน้าร้าน ๓๐-๔๐ คัน น้ำแข็ง ๔ กระติกไม่พอ หลังไทยเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ ๖ ปี ๒๕๑๓ กระแสจักรยานเสือหมอบก็แรง เพราะมีการจัดการแข่งขันจักรยานในงานกีฬาเขต (ปัจจุบันคือกีฬาแห่งชาติ) และรายการจัดแข่งขันจักรยานทางไกลหลายรายการ ตอนนั้นมีคนมาสั่งทำรถล่วงหน้าเป็นเดือน เพราะแต่ละเขตที่ส่งทีมแข่งขันต้องมีจักรยาน ๘ คัน

แล้วจักรยานแฮนด์เมดดีกว่าจักรยานโรงงานแค่ไหน
โรงงานทำจักรยานแบบยกโหล แต่สร้างจักรยานแฮนด์เมดต้องละเอียด คนขี่สูงเท่าไร ขายาว แขนยาวไหม จักรยานแฮนด์เมดแต่ละคันก็ต่างกัน มีรายละเอียดเยอะ เช่น ถ้าเป็นเสือหมอบแบบแข่งในลู่ หางปลาสองข้างต้องสูง ถ้าไม่สูงจะงัดกับพื้นตอนเลี้ยวและทำให้รถคว่ำ ส่วนบันไดปั่น เราต้องวัดจากดุมล้อหน้าจนถึงก้านถีบ มันต้องไม่ติดกัน ต้องมีระยะแค่นิ้วสอดเข้าไปนิ้วเดียว และทำให้เวลาปั่นในเวลโลโดรมไม่ตีกับล้อหน้า มันเป็นจักรยานที่สร้างให้กับผู้ขี่คนเดียว

ช่วงหนึ่งได้เป็นนายช่างของทีมชาติไทย
ในยุคที่อาจารย์เสรี ไตรรัตน์ เป็นเลขาธิการและนายกสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ท่านเรียกผมไปเป็นช่างประจำทีมทุกครั้ง ไม่ว่าจะซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ หน้าที่คือประกอบรถจักรยานที่เขานำเข้ามาจากเมืองนอก เช็กสภาพรถนักกีฬาให้พร้อมแข่ง ล้อเบี้ยวไหม มีอะไรเสียหายหรือไม่ บางครั้งนักกีฬาเขาได้รางวัลมาก ๆ ก็ให้เหรียญรางวัลผมเป็นที่ระลึก ทุกวันนี้ยังเก็บไว้อยู่ ภายหลังทีมชาติรุ่นนั้นเกษียณตัวเอง ผมก็เลิกไป เพราะไม่รู้จักใครอีก ตอนนี้อาจารย์เสรีก็จากไปแล้ว ปรีดา จุลละมณฑล ก็จากไปแล้ว จริง ๆ ผมอายุมากกว่าพวกเขานะครับ

จักรยานมีส่วนในชัยชนะของนักจักรยานแค่ไหน
ส่วนมากคนขี่จักรยานมักไม่ค่อยนึกถึงข้อนี้ มันมีหลักการอยู่ เช่น เสือหมอบที่ใช้แข่งประเภทลู่ วัดระยะจากดุมล้อหน้าถึงดุมล้อหลังไม่ควรเกิน ๓๘ นิ้ว ตัวถังต้องสั้น ช่วงหลังสั้น ถ้าเป็นเสือหมอบถนนอาจห่างกว่านั้นได้ ผู้ขี่และการวางแผนก็มีส่วนมากเช่นกัน ต้องมีเทคนิค ใครจะนำช่วงไหน ใครจะขี่กัน ต้องทำงานเป็นทีมในสนามแข่ง

สร้างจักรยานจนมีชื่อเสียงแล้วขี่จักรยานเก่งไหม
ผมสร้างจักรยานแต่ขี่จักรยานไม่เก่งครับ ไม่เคยไปแข่ง มีหน้าที่อย่างเดียวคือทำรถให้เสร็จแล้วให้คนอื่นเขาเอาไปใช้

เคยมีคนทำจักรยานเลียนแบบ “มุก คลองเตย”
เราเรียกมันว่า “มุกปลอม” เป็นฝีมือของโรงงานแห่งหนึ่ง ทำเหมือนกับของเรา แต่งานไม่ละเอียดเท่า เราดูก็รู้ แต่ผมไม่สนใจ เพราะเราผลิตของดีอยู่แล้ว คนใช้จะรู้เอง

ในเมื่อกิจการไปได้ดีขนาดนี้ ทำไมต้องปิดร้านเลิกทำจักรยาน
ผมเลิกทำร้านตอนอายุ ๕๒ ปี แก่แล้ว ลูกชายแต่งงาน แม่ผมก็เสียชีวิต ไม่มีใครช่วย คนเดียวทำไม่ไหว แค่นั้นเอง จะขยายให้ใหญ่โตกว่านี้ก็ไม่มีเงิน ถ้านับจากวันที่เริ่มทำจักรยานก็ทำมาทั้งหมด ๓๖ ปี ห้องแถวนี่อายุเกินครึ่งศตวรรษแล้ว พอลูกชายแต่งงาน เขาแต่งบ้านใหม่หมด ของส่วนใหญ่ขายให้ซาเล้งชั่งกิโลไป ๕๐๐-๖๐๐ บาท

มีลูกศิษย์บ้างไหม
ก็มีครับ แต่เลิกทำกันไปหมดแล้ว อย่างลูกน้องมือขวาของผม ภรรยาไปเปิดร้านขายหมูทอด ขายได้วันละเป็นแสน เขาจะมาทำงานแบบนี้ให้เหนื่อยทำไม ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ ก็เป็นญาติพี่น้องที่ฝากมาให้ทำงานด้วย ขั้นตอนสำคัญอย่างการเชื่อมเฟรม ผมบอกตรง ๆ ว่าไม่ไว้ใจให้ทำ ถ้านักกีฬาเอาไปขี่อยู่ ๆ หลุดจะทำอย่างไร จะเรียกว่าผมไม่ได้สอนหรือถ่ายทอดวิชาให้ใครเป็นกิจจะลักษณะก็ได้

หลังปิดร้าน “มุก คลองเตย” ไปทำอะไร
ผมไม่ได้แตะงานนี้อีกเลย ไปอยู่ระยองเพราะภรรยาไปเปิดร้านขายของที่นั่น บางทีก็กลับมากรุงเทพฯ อยู่บ้านลูกสาว ส่วนบ้านเดิม ถ้าไม่เข้ามาหาหมอหรือทำธุระก็ปิดไว้เฉย ๆ สมัยที่เพิ่งเลิกใหม่ ๆ มีคนบ่นว่าเฮียเลิกทำไม ร้านอื่นทำไม่ได้ดังใจ งานนิดหน่อยต้องรอเป็นวัน แต่ถ้าเป็นผมนี่ทำให้ได้เลย ไปปะยางกลางถนนก็ทำได้

รู้หรือไม่ว่ากลายเป็นตำนานในวงการไปแล้ว
สำหรับผม ตำนาน “มุก คลองเตย” จบแล้ว เราไม่ได้เที่ยวไปบอกใครว่าเราคือใคร แต่ที่บ้านก็ทราบ ลูกเขยยังมาถามว่าป๋าเหลือเฟรมอยู่บ้างไหม เราก็หาเจอเฟรมมุกเปอโยต์อันหนึ่ง ก็ให้เขาเอาไปพ่นสี ปรากฏว่ามีคนมาขอซื้อต่อในราคา ๑๓,๐๐๐ บาท เราก็โอ้โฮเมื่อก่อนมัน ๖๐๐ บาทเอง แต่เขาไม่ขาย มันเป็นเรื่องของเจ้าของเฟรมที่จะตั้งราคาขายกัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเราแล้ว ผมเคยไปซื้อของแถววรจักร เขายังเรียกผมว่า “อาจารย์จักรยาน” ผมก็อาย กลัวเลย (หัวเราะ) เมื่อไม่นานมานี้ ผมขี่จักรยาน BMX ออกกำลังกายอยู่ที่บ้านระยอง จักรยานติดสติกเกอร์ยี่ห้อมุก ก็มีคนขับรถตามไปขอซื้อถึงที่หมู่บ้าน ผมบอกจะไว้ให้หลานขี่ ขายไม่ได้หรอก เขาก็ขอ ภรรยาผมตั้งราคา ๕,๐๐๐ บาท เขายอมจ่ายแล้วยกจักรยานไปเลย อีกครั้งหนึ่งผมไปเมืองจีน มีลูกของญาติถามถึง “มุก คลองเตย” เขาก็พามาแนะนำ ขอจับมือถ่ายภาพกันไป

มีโอกาสจะกลับคืนวงการนักสร้างจักรยานแฮนด์เมดไหม
ล่าสุดเพื่อนสนิทมาชวนผมทำตัวถังจักรยานมุกขายอีก ผมบอกว่าแก่แล้ว ไม่ไหว ช่วงที่ผมทำร้าน ปรีดา จุลละมณฑล นักแข่งชื่อดัง เขาก็เคยมาชวนร่วมลงหุ้น ผมบอกว่า ดา เราไม่มีเงิน ไม่มีทุน ตอนหลังเขาไปทำเองชื่อ “จักรยานปรีดา”

คิดอย่างไรกับคนไทยที่สร้างจักรยานแฮนด์เมดสมัยนี้
พวกอะไหล่และวัสดุสมัยนี้ดีกว่าสมัยก่อนมาก ช่วยให้รถจักรยานเบาขึ้น ไม่นานมานี้ผมไปดูการสอนประกอบจักรยานที่ “บ้านเสือหมอบ” ของ สุรชัย ศศิบุตร เขามีความรู้เรื่องการอ๊อกเหล็กเพราะเรียนมา แต่สิ่งที่ผมต่างจากเขา คือผมยึดอาชีพนักสร้างจักรยานเป็นอาชีพมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ และยุคนั้นต้องสร้างอุปกรณ์เองทั้งหมด สมัยนี้บางชิ้นซื้อมาใช้ได้เลย ถ้าใครคิดจะกลับไปทำอย่างผมนี่ใจต้องรักมาก ๆ เพราะจะเหนื่อยและลำบากกว่า

ช่วงชีวิตต่อจากนี้ละ
คงไม่คิดสอนใคร หรือกลับมาทำอะไรอีกแล้ว คิดแค่ว่าจะอยู่ต่อไปได้อีกสักกี่ปี ตอนนี้ผมก็เกือบ ๘๐ แล้ว บางคนบอกว่าผมตายไปแล้ว ได้ยินแล้วก็ได้แต่หัวเราะ ผมเพิ่งเริ่มขี่จักรยานญี่ปุ่นออกกำลังกายเช้าเย็นรอบหมู่บ้าน ระยะทางราว ๓๐๐ เมตร แค่นี้ก็พอแล้ว

(ตอนจบ)
สุเจน กรรพฤทธิ์ : สัมภาษณ์ บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช : ถ่ายภาพตีพิมพ์ใน นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 333


Create Date : 21 มิถุนายน 2556
Last Update : 21 มิถุนายน 2556 5:24:46 น. 4 comments
Counter : 2025 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์คร้าคุณลุงกล้วย
ขอชื่นชมและมอบถ้วยเกียรติยศบุคคลในตำนาน
"มุก คลองเตย" เจ้าของความคิดจักรยานเสือหมอบในไทยด้วยเลยค่ะ

ที่มาของชื่อ ...เหมือเราเองเลยคร้า (Tui Laksi)
ท่านอายุเกือบ 80 ปี คงอยากพักผ่อนตามแบบผู้สูงวัย
แต่ก็ยังอยู่กับจักรยานที่ใจรักน๊อ
ดีใจที่มีคนนำชีวประวัติของท่านมาเขียนให้คนไทยได้รู้จัก
และภาคภูมิใจไปกับท่าน ขอบคุณอีกครั้งคร้าคุณลุงกล้วย
วันนี้วันศุกร์ มีความสุขนะคร้า...


โดย: tui/Laksi วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:5:48:14 น.  

 

อุ้มมากด Like ให้เป็นคนที่ 2
อ่านแต่เช้าๆ แบบนี้ก็มีแรงฮึดขึ้นเยอะค่ะลุงกล้วย
สุขสันต์วันสุขแห่งชาติ


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:6:10:49 น.  

 
สวัสดีค่ะลุงกล้วย

จักรยานแฮนด์เมดน่าทึ่งค่ะ




แวะมาทักทายสบายดีนะคะ^^


โดย: สมาชิกหมายเลข 861805 วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:10:06:19 น.  

 
อานแล้วทึ่งค่ะ
เรื่องราวของคนจีนที่อพยพเข้ามา
แล้วประสบความสำเร็จอยู่ในเมืองไทยมีเยอะนะคะ
แล้วก็น่าทึ่งมากๆด้วย คนเราจะประสบความสำเร็จได้
ก็ด้วยความมานะ มุ่งมั่น พากเพียรโดยแท้

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาฝากค่ะ
มีความสุขกับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์นะคะ

ขอบคุณที่แวะไปชมบล็อกด้วยค่ะ


โดย: ฝากเธอ วันที่: 21 มิถุนายน 2556 เวลา:19:28:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลุงกล้วย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้นๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล อะไรก็ตามแต่ แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้นมันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
Friends' blogs
[Add ลุงกล้วย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.