"ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)"
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 

เปิดดวงตาสู่ธรรมชาติ จากโลกที่มองไม่เห็น



เด็กชายตัวผอม ผิวคล้ำอายุราว ๑๐ ขวบ ยื่นนิ้วชี้ไปสัมผัสทากตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนใบหญ้า เขายิ้มแป้นเมื่อสัมผัสทากตัวนั้นจนพอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“นี่ทากเหรอครับ ไม่เห็นน่ากลัวอย่างที่พี่บอกเลย ตัวมันนิ่ม ๆ น่ารักจังเลยครับ”

นับเป็นความเห็นที่แปลกพอควร หากเด็กคนนี้อยู่ในโลกของคนปรกติ เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้วทากดูดเลือดนั้นยังห่างไกลจากคำว่า “น่ารัก” อีกมากโข

โลกของเขาเป็นโลกใบเดียวกับเด็กชายอีก ๓-๔ คนที่กำลังกางแขนโอบรอบต้นไม้ใหญ่อย่างทุลักทุเล เป็นโลกใบเดียวกับเด็กหญิงที่กำลังขยี้ใบสาบเสือในมือ เพื่อดมกลิ่น และเป็นโลกใบเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ อีกราว ๔๐ คนที่กำลังสนุกสนานอยู่กับการได้รู้จักธรรมชาติ ด้วยประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี ยกเว้น…การมองเห็น ตลอดชีวิตของเด็กบางคนในค่าย

“ดวงตาสู่ธรรมชาติกับ ปตท.สผ.” ครั้งนี้ ไม่เคยรู้เลยว่าการได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ บนโลกนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะปิดกั้นโอกาสแห่งการเรียนรู้ พวกเขาอ่านออกเขียนได้ (ด้วยอักษรเบรลล์) จดจำและรับรู้ได้ด้วยทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างดี การได้มาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติตลอดระยะเวลา ๓ วัน ๒ คืนที่เขาใหญ่ ของเยาวชนจากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด จ.นครราชสีมา จึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากหรือไร้ความหมายต่อพวกเขาอย่างที่หลายคนคิด

“ข้าวอยู่ข้างหน้าเรานะคะ ไข่เจียวอยู่ที่ ๑๐ นาฬิกา แกงจืดอยู่ด้านบนสุด และผัดกะเพราอยู่ที่๑๕ นาฬิกานะคะ”

เป็นสิ่งที่พี่เลี้ยงอาสาสมัครที่มีทั้งพนักงานจาก ปตท.สผ. และบุคคลภายนอกที่สนใจ ต้องบอกกล่าวแก่น้อง ๆ ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อ แต่มีหลายคนที่สามารถเรียนรู้ได้เองจากการสัมผัสและกลิ่นของอาหาร เช่นเดียวกับการเดินไปยังที่พักหรือลานกิจกรรม เมื่อล่วงเข้าวันที่ ๒

พวกเขาก็เริ่มจดจำทิศทางได้เองหากพี่เลี้ยงพาเดินไปในเส้นทางเดิมทุกครั้ง น้อง ๆ ในค่ายได้เรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและธรรมชาติจากแบบจำลองรูปนกชนิดต่าง ๆ ด้วยการสัมผัสและการปั้นดินกระดาษ โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้คำอธิบายอย่างใกล้ชิด หลายคนปั้นออกมาได้เหมือนแบบแทบไม่ผิดเพี้ยน และมีไม่น้อยที่แลกเปลี่ยนจินตนาการจากงานปั้นของตัวเองกับเพื่อนข้างกายอย่างร่าเริง

“หนูชอบธรรมชาติค่ะ เพราะมันทำให้เราได้พบกับสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ตอนที่รู้ว่าจะต้องไปเผชิญโลกภายนอกกับคนตาดีก็กลัว ไม่ได้กลัว ตัวเองลำบากนะคะ กลัวจะเป็นภาระให้คนอื่นมากกว่า แต่เพื่อน ๆ และพี่เลี้ยงก็บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ที่จะต้องช่วยเหลือกัน”

“น้องน้ำ” บอกเล่าอย่างอารมณ์ดีในวันสุดท้ายก่อนพิธีปิดค่าย กิจกรรมในค่ายจึงไม่เพียงแต่ให้ความรู้และความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนปรกติได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตของคนในโลกที่มืดบอดอย่างถูกต้อง เพราะการมองไม่เห็นโลกภายนอกไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ แต่ความไม่เข้าใจและไม่รู้จักเปิดใจของคนปรกติอย่างเรา ๆ ต่างหากที่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับพวกเขา

สิริลักษณ์ จุทิ่น : รายงานและถ่ายภาพ
ตีพิมพ์ในนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 295

ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีและพี่ๆที่ดูแลน้องๆอย่างดีครับ




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2556
6 comments
Last Update : 19 กรกฎาคม 2556 5:31:45 น.
Counter : 709 Pageviews.

 

ถ้าใช้ใจมอง ก็จะเห็นความงามตรงหน้าได้เหมือนกัน

 

โดย: VELEZ 19 กรกฎาคม 2556 5:56:37 น.  

 

สวัสดีลองวีคเอ็นท์ค่ะลุงกล้วย


มีความสุขพักผ่อนยาวนะคะ^^

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 861805 19 กรกฎาคม 2556 8:31:26 น.  

 

อรุณสวัสดียามสายค่ะคุณลุงกล้วย
ถูกต้องค่ะ "...เป็นหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ที่จะต้องช่วยเหลือกัน"
ขอบคุณค่ะที่นำเรื่องราวของคนมองไม่เห็นโลกภายนอก มาแชร์ความรู้สึก
เพิ่งรู้เองว่าเขาสอนบอกคนที่มองไม่เห็นเป็นอย่างไร

หยุดยาวนี้ ยังไม่มีแพลนพิเศษอะไรคร้า
ที่บ้านชอบพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า (เคลียร์ความรกทั้งในบ้าน-นอกบ้าน จร้า)

ขอให้คุณลุงกล้วยมีความสุขในบ้านเช่นกันจ๊ะ

 

โดย: tui/Laksi 19 กรกฎาคม 2556 9:06:57 น.  

 

วันหยุดหลายวันไปไหนฝากบ้านไว้กะลุงกล้วยได้นิ

^

อ้าว กะจะทำเหมือนกัน ลุงกล้วยตัดหน้าซะนี่ 555

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 861805 19 กรกฎาคม 2556 16:28:19 น.  

 

เขาแค่ประตูบางบานเสีย
แต่การรับรู้ภายในไม่ได้เสียไปด้วย

 

โดย: tuk-tuk@korat 19 กรกฎาคม 2556 17:24:47 น.  

 

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ คุณลุงกล้วย
อยากทำกิจกรรมแบบนี้บ้างจังค่ะ

มีความสุขมากๆในวันหยุดยาวนะคะ

 

โดย: lovereason 20 กรกฎาคม 2556 0:14:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ลุงกล้วย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้นๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล อะไรก็ตามแต่ แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้นมันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
Friends' blogs
[Add ลุงกล้วย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.