อ่านรีวิวล่าสุดได้ เพียงคลิ้กเบาๆ ที่โปสเตอร์ข้างล่างนี้ครับ (((ครึ่งซ้ายเป็นรีวิวหนัง))) {{{ส่วนครึ่งขวาเป็นรีวิวหนังสือครับ}}}
*****เปิดพรีออเดอร์นิยาย The Lord of The Rings (ฉบับครบรอบ 60 ปี) คลิ้กโปสเตอร์เพื่ออ่านรายละเอียดได้เลยครับ*****
หมื่นทิพ's Movie Review

เทพบุตรตบะแตก!!
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]




จำนวนดาว = กี่คะแนน

= 10 เต็ม
= 9
= 8
1/2 = 7
= 6
1/2 = 5
และต่ำกว่า < 4 แต่ไม่ถึงกับ 0

ค้นหารีวิวหนังเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เทพบุตรตบะแตก!!'s blog to your web]
Links
 

 
Mad City (1997) แมดซิตี้ 2 ใหญ่คลั่งพล่านเมือง



แนวหนัง ชีวิต

Mad City คือหนึ่งในหนังล่มของค่าย Warner Bros. (ร่วมรุ่นกับ The Postman ของ Kevin Costner) แต่ผมดูแล้วรู้สึกชอบครับ ชอบประเด็นง่ายๆ ตรงๆ ที่หนังสื่อ

แซม (John Travolta) ยามประจำพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งโดนไล่ออกจากงาน เขาเลยบันดาลโทสะควงปืนลูกซองหมายจะคุยกับคุณแบงค์ส (Blythe Danner) ผู้ดูแลที่นั่น ให้ยอมรับเขากลับเข้าทำงาน แต่ปืนดันลั่นไปถูกผู้บริสุทธิ์เข้า...

พอดีที่แบรคเกตต์ (Dustin Hoffman) นักข่าวหัวเห็ดไปทำข่าวที่นั่น เขาเลยถือโอกาสเกาะติดข่าวที่แซมจับตัวประกัน หมายเรียกชื่อเสียงให้ตัวเอง

ตัวหนังไม่หวือหวาครับ เดินเรื่องแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่ได้พลังดาราอย่าง Travolta และ Hoffman ประคองไปตลอดเรื่อง และหนังยาวตั้งเกือบ 2 ชั่วโมงจึงไม่แปลกหากจะไม่ถูกปากผู้ชมที่หมายจะดูอะไรเพลินๆ มากกว่านี้

แต่ผมชอบประเด็นที่หนังพูดถึงครับ นั่นคือเรื่องการขายข่าวของสื่อ ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ข่าวกลายเป็นสินค้าที่สร้างได้ทั้งกำไรและกระแส บางครั้งข่าวธรรมดาก็ถูกปรุงให้จัดจ้านขึ้นเพื่อเรียกเรตติ้ง และบางทีที่เรื่องราวในข่าวมันไปใหญ่โตก็เพราะการปรุงแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้แบบนี้แหละครับ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

(ด้านล่างนี้สปอยล์อยู่นะครับ ไม่อยากทราบก็ข้ามได้ครับ)

ในเรื่องแบรคเกตต์แทนที่จะช่วยกล่อมให้แซมมอบตัวดีๆ หรือทำให้สถานการณ์บรรเทาลง แต่เขากลับฉวยโอกาสนี้สร้างชื่อให้ตนเอง คือจริงๆ แบรคเกตต์รู้ครับว่าพูดแบบไหนถึงจะกล่อมแซมให้ยอมได้ พูดแบบไหนถึงจะทำให้เรื่องจบไวๆ ได้ แต่เขาดันไม่พูดสิ่งเหล่านั้น

เขากลับพูดอะไรก็ตามที่ยืดให้เหตุการณ์เกิดไปเรื่อยๆ ทำให้ดราม่ามันก่อตัวมากขึ้นๆ ทำให้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่การสัมภาษณ์สดของเขา สุดท้ายแทนที่อะไรๆ จะลงเอยด้วยดี มันก็บานปลายไปจนถึงขั้นเกินเยียวยา

ประเด็นนี้ผมว่าง่ายครับ มันชัดเลยน่ะ จริงๆ ผู้สื่อข่าวมีหน้าที่หลักคือรายงานข่าวตามจริง และควรพยายามไม่ชงเรื่องให้มันแย่ลง แต่หากทำให้มันดีขึ้นได้ก็ควรทำ (ทว่าหากทำแบบนั้นข่าวก็จบไว) มันเลยเป็นเรื่องทางจรรยาบรรณและมนุษยธรรมที่สำคัญมาก

... แต่ทุกวันนี้เหมือนจะยึดถืออะไรเหล่านี้กันน้อยลงยังไงก็ไม่รู้

ตัวละครหนึ่งที่ทำให้คนดูสะอึกก็คือลอรี่ (Mia Kirshner) นักข่าวสาวหน้าใหม่ที่เพิ่งมาทำงานกับแบรคเกตต์ ตอนแรกเธอก็ยังไร้เดียงสา แต่พอเจออะไรมากๆ เข้า เธอก็กลายเป็นเหมือนทายาทของแบรคเกตต์ที่เห็นข่าวเป็นของอร่อยซึ่งทำกำไร และการปรุงข่าวให้ดูแรงก็เป็นเรื่องปกติ

น่าคิดเหมือนกันว่าถ้าปล่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะนำไปสู่อะไร?

ดีกว่านี้ หรือร้ายกว่านี้?

อันที่จริงก็ดูได้ไม่ยากครับ แค่ถามตัวเองว่าทุกวันนี้หากเทียบกับเมื่อสมัยคนยังมีจรรยาในข่าวแล้ว... มันน่าอยู่มากกว่าเดิมหรือน้อยกว่าเดิม

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พอเข้าใจครับว่าทำไมหนังทุน $50 ล้านเรื่องนี้ถึงทำเงินไปแค่ $10 ล้าน ก็เนื้อหนังมันไม่ตลาด ความตื่นเต้นลุ้นอะไรก็ไม่มี แต่สำหรับคอหนังดราม่าหรือหนังสะท้อนสังคม ผมว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจทีเดียวครับ

นี่เป็นผลงานของ Costa-Gavras ผู้กำกับ Z หนังดีอีกเรื่องแห่งปี 1969 ซึ่ง Mad City เทียบกับเรื่องนั้นไม่ได้แน่ๆ ครับ ทว่ามันก็ยังถือว่าเป็นหนังที่มีอะไรชวนให้คิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

สองดาวครึ่งครับ

1/2


ข้อมูลจาก IMDB ครับ


Create Date : 15 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2557 21:08:21 น. 0 comments
Counter : 1811 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.