อ่านรีวิวล่าสุดได้ เพียงคลิ้กเบาๆ ที่โปสเตอร์ข้างล่างนี้ครับ (((ครึ่งซ้ายเป็นรีวิวหนัง))) {{{ส่วนครึ่งขวาเป็นรีวิวหนังสือครับ}}}
*****เปิดพรีออเดอร์นิยาย The Lord of The Rings (ฉบับครบรอบ 60 ปี) คลิ้กโปสเตอร์เพื่ออ่านรายละเอียดได้เลยครับ*****
หมื่นทิพ's Movie Review

เทพบุตรตบะแตก!!
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]




จำนวนดาว = กี่คะแนน

= 10 เต็ม
= 9
= 8
1/2 = 7
= 6
1/2 = 5
และต่ำกว่า < 4 แต่ไม่ถึงกับ 0

ค้นหารีวิวหนังเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เทพบุตรตบะแตก!!'s blog to your web]
Links
 

 
นะโม OK (2014)



แนวหนัง ตลก

เท่าที่ทราบมา นะโม OK มีทั้งคนที่โอและไม่โอกับหนังครับ ส่วนผมนั้นถือว่าอยู่กลางๆ คือดูแล้วก็มีทั้งส่วนที่ชอบและเฉย

ถ้าบอกว่าจุดประสงค์ของหนังคือ "เบาสมองแฝงหลักธรรม" หนังก็ตอบโจทย์ได้ไม่เลว โดยสอดแทรกผ่านบทพูดของ พระสตีฟ (อดัม ซีม่า) หลวงพี่ฝรั่งความจำเสื่อม ที่มักตั้งคำถามกับข้อปฏิบัติต่างๆ ของศาสนาพุทธอย่างน่าสนใจ อีกทั้งสิ่งที่หลวงพ่อธีร์ (เก่งกาจ จงใจพระ) กล่าวสอนทั้งพระลูกวัดและญาติโยมอยู่เนืองๆ

ไม่ว่าเรื่องการปล่อยวาง ทางสายกลาง หรือเรื่องไสยศาสตร์ ผีสาง เครื่องรางของขลังทั้งหลาย หนังก็มีประโยคสอนคนชวนให้คิดใส่ลงไปเป็นระยะๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ อะไรคือสิ่งที่ควรเชื่อ

แต่น่าเสียดายครับที่การเล่าเรื่องยังไม่จับใจ ทั้งที่พล็อตประเด็นในเรื่องมันเล่นได้หลายปมมาก แต่หนังเลือกจะไปให้เวลากับมุขตลกที่บางอันก็ฝืด บางอันก็นอกเรื่องไปหน่อย (นี่ถ้าไม่ได้น้าค่อมกับพี่ยัด เฟ็ดเฟ่ล่ะก็ ด้านความฮาคงกริบกว่านี้แน่ๆ)

เป็นอะไรที่เจอบ่อยในหนังตลกผสมธรรมะของบ้านเราครับ ส่วนมากจะเน้นขำจนหนังผิดสัดส่วนไป และถ้ามันขำบ้างแป้กบ้างล่ะก็ แทนที่มันน่าจะดีน่าจะแจ๋วก็เลยกลายเป็นกลางๆ ไป

กระนั้นผมก็ยังรู้สึก OK กับหนังนะครับ อย่างที่บอกว่าพล็อตมันดี มันเอื้อต่อการสอนหลักธรรม หากทำดีๆ นี่คนดูมีสิทธิ์อินอย่างแรง เพราะเท่าที่เป็นนี่จริงๆ ก็มีช่วงให้อินอยู่นะครับ จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเน้นที่เนื้อเรื่องดีๆ ผูกปมให้คนดูอินกว่านี้ เล่าเรื่องให้กลมกล่อมกว่านี้ หนังจะได้รับการพูดถึงมากกว่านี้อย่างแน่นอน

เอาเป็นว่านี่คือหนังตลกผสมธรรมะที่ไม่เลวครับ ดูแล้วไม่ถึงกับผิดหวัง เพราะมันก็มีสาระแง่คิดอยู่ไม่น้อย ดาราก็เล่นกันดี มุขตลกหลายๆ อันก็จัดว่าขำไม่เลอะเทอะ เพียงแต่ถ้าเล่าเรื่องได้ลงล็อกกว่านี้ล่ะก็ มันต้องแจ๋วมากๆ ทีเดียว

+++ ข้างล่างจะมีสปอยล์นะครับ ไม่อยากทราบข้ามได้ครับ +++

พล็อตหลักในเรื่องนั้น มีอยู่ 3 พล็อตใหญ่ๆ

พล็อตแรกก็คืออดีตของพระสตีฟก่อนจะถูกฟ้าผ่าจนสมองเสื่อม

พล็อตที่ 2 คือ 2 เณรสุดแสบที่ตั้งใจบวชเพื่อหาเงินไปโชว์สาว ผ่านกิจนิมนต์และการปั้มพระเครื่อง

พล็อตที่ 3 คือเรื่องของเสี่ยถัง (น้าค่อม ชวนชื่น) นักการเมืองดังที่โดนคนขู่ฆ่า (เนื่องจากสมัยก่อนทำเรื่องเลวๆ ไว้มาก) เลยต้องปลอมตัวเวลาไปไหนมาไหน

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบครับ พล็อตดีและสามารถทำให้เกิดความน่าติดตามผสมแง่คิดได้ แต่ปัญหาคือการเล่าเรื่องยังไม่สุด คือประเด็นนับว่าโอเคครับ แต่ด้านการเล่ามันไม่เร้าอารมณ์ให้เราอิน

พล็อตที่ถือว่าเล่าได้น่าพอใจคือเรื่องของพระสตีฟ ที่ว่าน่าพอใจก็เพราะการแสดงเข้าท่าของ อดัม และ อ.เก่งกาจ บวกกับบทสนทนาที่แฝงธรรมไว้ แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าหลายส่วนยังไม่สุด

อย่างบทสรุปของเรื่องที่หลวงพ่อธีร์สอนชาวบ้านนั่น จริงๆ ผมชอบนะครับ ตอนที่ท่านสอนให้ชาวบ้านเลิกงมงาย เลิกบูชาพระเครื่อง เพียงแต่การสอนหรือคำเทศน์เหล่านั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้ผมเชื่อว่าชาวบ้านทั้งหลายจะเลิกงมงายเร็วขนาดนั้น เหมือนกับเทศน์ 3 นาที แล้วชาวบ้านถอดพระเครื่องมาเผากันเลยน่ะครับ ลองคิดในแง่ความเป็นจริงแล้วมันยากที่จะเชื่อไปหน่อย

จริงๆ ผมคิดนะครับ สำหรับฉากเผาพระเครื่องนี่ จริงๆ มันสามารถรวบเอาพล็อตของ 2 เณรมาสรุปด้วยได้ มันจะเสริมกันและกันได้อย่างดี

เช่น อาจจะให้หลวงพ่อเทศน์ต่ออีกหน่อย ว่าพวกโยมไม่ต้องไปบูชาพระเครื่องหรอก บูชาตัวเองดีกว่าไหม ที่มีเงินใช้ตอนนี้ก็เพราะโยมทำงานไม่ใช่หรือ แล้วก็ลิ้งค์มาที่เรื่องของ 2 เณรที่วันๆ เอาแต่วีดีโอโฟนกับสาวและจะเอาเงินไปอวดสาวท่าเดียว เช่นว่า

"ดูอย่างแม่ของพวกเณรสิ ทำงานเลี้ยงเณรมาจนเติบใหญ่" หรือไม่ก็โยนคำถามให้เณรก็ได้ว่า "เณรเอ๋ย หลวงพ่อถามนิดหนึ่งเถิด ว่าที่เณรโตมาถึงป่านนี้น่ะ เณรโตด้วยความทุ่มเทของแม่หรือด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่อง"

ผมว่าถามแบบนี้นี่ มันจะสรุปพล็อต 1 และพล็อต 2 เข้าด้วยกันแบบพอเหมาะเลยนะครับ เพราะจริงๆ พล็อต 2 ว่าด้วย 2 เณรนั่น สามารถผูกให้เกิดเรื่องซึ้งๆ ได้มากมาย เช่น การที่เณรสนแต่หาเงินโชว์สาว มันคงมีหากหนังใส่ประเด็นซ้อนลงไปว่า แม่ของเณรที่ทำงานเยอะๆ ที่ต้องมาขูดเลขที่ต้นไม้เพื่อหาหวย ต้องแทงหวยทุกงวดน่ะ ก็เพื่อหาเงินมาให้เณรใช้ เพราะลำพังทำงานอย่างเดียวเงินไม่พอ อะไรประมาณนี้

จุดนี้ถ้าผูกปมดีๆ รับรองว่าเรียกน้ำตาได้และสอนแง่คิดให้วัยรุ่นได้อย่างดีทีเดียว "ว่าหญิงที่เพิ่งรู้จักไม่กี่ปีน่ะ เทียวไล้เทียวขื่อดูแลได้ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน แต่หญิงคนเดียวที่อุ้มท้องเรามา 9 เดือน และยังส่งเสียเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เราน่ะให้เวลาดูแลได้ถึงสักครึ่งหนึ่งของที่ดูแลสาวๆ หรือเปล่า"

ส่วนเรื่องของเสี่ยถัง ตอนจบก็เข้าโหมดซึ้งอย่างเร็ว ซึ่งมันก็พอซึ้งนะครับ แต่ลองคิดเล่นๆ ว่าหนังถ้าผูกเรื่องเน้นที่ประเด็นซึ้งบ้างขำบ้าง (แทนที่จะขำล้วน) ตอนจบก็่น่าจะซึ้งรุนแรงกว่านี้

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่คือจินตนาการบวกอารมณ์หลังดูหนังเรื่องนี้น่ะนะครับ คือผมว่าจริงๆ หนังก็มีดีอย่างที่ผมย้ำไปบ่อยๆ นั่นแหละ ถ้าไม่มีดีจริงผมคงไม่เอามาคิดต่อเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ ที่ว่าไปก็ด้วยความเสียดายนั่นแหละครับ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าทีมงานอาจคิดเรื่องพวกนี้ไว้แล้ว แต่จำต้องตัดออกไปเพราะนายทุนอยากให้เน้นขำมากกว่าหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่อาจทราบ เอาเป็นว่า อย่างน้อยผมก็ชื่นชมสิ่งดีๆ ที่มีในหนังแล้วกันครับผม

สรุปอีกรอบว่าเรื่องนี้ถือว่ามีดีมากกว่าหนังตลกชายผ้าเหลืองหลายๆ เรื่องก่อนหน้าก็แล้วกันครับ

สองดาวครับ




Create Date : 23 กันยายน 2558
Last Update : 15 ตุลาคม 2558 20:48:25 น. 0 comments
Counter : 4852 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.