อ่านรีวิวล่าสุดได้ เพียงคลิ้กเบาๆ ที่โปสเตอร์ข้างล่างนี้ครับ (((ครึ่งซ้ายเป็นรีวิวหนัง))) {{{ส่วนครึ่งขวาเป็นรีวิวหนังสือครับ}}}
*****เปิดพรีออเดอร์นิยาย The Lord of The Rings (ฉบับครบรอบ 60 ปี) คลิ้กโปสเตอร์เพื่ออ่านรายละเอียดได้เลยครับ*****
หมื่นทิพ's Movie Review

เทพบุตรตบะแตก!!
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 112 คน [?]




จำนวนดาว = กี่คะแนน

= 10 เต็ม
= 9
= 8
1/2 = 7
= 6
1/2 = 5
และต่ำกว่า < 4 แต่ไม่ถึงกับ 0

ค้นหารีวิวหนังเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เทพบุตรตบะแตก!!'s blog to your web]
Links
 

 
X-Men: Days of Future Past (2014) X-เม็น สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต



แนวหนัง แอ็กชัน ไซไฟ ซูเปอร์ฮีโร่

X-Men: Days of Future Past ทำการแก้ลำเรื่องราวของหนังชุดนี้อย่างได้ผลครับ หลังจากที่หลายภาคที่ทำออกมาก่อนหน้า ทำแล้วมีจุดขัดกันเองหรือไม่กลมกลืนอยู่หลายอย่าง

ไปๆ มาๆ ภาคนี้ผมเอามาเปิดดูบ่อยทีเดียวตั้งแต่มันออกแผ่นมา ถ้าถามว่าชอบอะไรก็ตอบได้ว่าชอบเนื้อเรื่องครับ การเล่าเรื่องภาคนี้มันเข้มข้นในระดับหนึ่ง และที่ชอบมากที่สุดคือตัวละครทุกตัวมีคาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก ไม่ว่าจะโผล่มากหรือโผล่น้อย แต่ทุกคนล้วนมีจุดให้เราจดจำ ล้วนมีผลต่อเนื้อเรื่องในแต่ละส่วนอย่างพอเหมาะ

ถ้าว่ากันถึงแง่แอ็กชันแล้ว ภาคนี้ไม่ได้ตีกันเยอะ เอาเข้าจริงๆ แล้วฉากแอ็กชันที่เด็ดสุดต้องยกให้ตอนกลางเรื่อง เมื่อควิกซิลเวอร์ (Evan Peters) สำแดงพลัง ฉากนี้เท่ห์และสุดยอดมากๆ แต่นอกนั้นถือว่าฉากปะทะกันมีไม่มากเท่าไร

แต่กระนั้น สำหรับผมแล้วแก่นหลักของ X-Men ไม่ใช่เรื่องคนตีกัน ดังนั้นฉากแอ็กชัน ถ้ามากก็กำไร แต่ถ้าน้อยไปก็ไม่ขาดทุน เพราะจุดที่เป็นพล็อตหลักของจริงมันคือเรื่องการปรับตัวเข้าหากันระหว่างคนธรรมดากับมิวแตนท์ (และยังมีระหว่างมิวแตนท์ที่คิดต่างกันอีก) อันนี้แหละครับที่น่าลุ้นและน่าติดตาม

++++++++++++++++++++++++++++

ผมคิดเสมอว่า แม้คนธรรมดาและมิวแตนท์จะแตกต่างในด้านพันธุกรรมมากแค่ไหน แต่ยังไงคนก็ยังเป็นคนครับ ไม่ว่าจะกลายพันธุ์หรือไม่พวกเขาต่างก็มีความคิด มีความรู้สึก มีความรัก ความหลง ความกลัวเป็นของธรรมดา

สิ่งที่มีผลสำคัญจริงๆ ต่อเหตุการณ์ต่างๆ (ที่ทำให้เรื่องมัน "จบด้วยดี" หรือ"ไปกันใหญ่") มันไม่ใช่ว่าใครมีพลังมากกว่าใคร แต่มันอยู่ที่ "ใครคิดยังไง และจะทำอย่างไรต่อไป"

ถ้าในหนังมีแค่คนธรรมดา และคนมิวแตนท์เดินดินด้วยกัน ไม่กลัว ไม่ข่ม ไม่ถ่มถุย ไม่ระราน ต่างฝ่ายต่างไม่ให้อารมณ์มาขย่มโลกจนความสงบกระเจิง เรื่องราวอาจต่างออกไป

แต่จะทำยังไงได้ เมื่อคนเรายังไงก็เป็นคน ยังไงอารมณ์ความรู้สึกก็ส่งผลต่อสรรพสิ่งในชีวิตเสมอ

ถ้าต่างฝ่ายต่างคุมอารมณ์ได้ เรื่องคงเป็นอีกแบบ... ประโยคที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงแค่ในหนังครับ แต่ยังหมายถึงอีกหลากเรื่องราว หลายสถานการณ์ในโลกแห่งความจริงที่เรากำลังหายใจอยู่ด้วย

อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง หากแต่ละคนในโลก X-Men ไม่ได้มองที่ความต่าง แบบ "ไอ้นั่นกลายพันธุ์ ไอ้นั่นบินได้ ยัยนั่นตัวฟ้า" แต่พากันมองว่า "ต่างฝ่ายต่างก็กลัวนะ ต่างฝ่ายต่างก็มีธรรมชาติเป็นพ่อแม่นะ ต่างฝ่ายต่างก็มีอารมณ์ขึ้นลงนะ"... หากพากันมองแบบนั้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร

(หลายคนอาจตอบในใจ "เป็นอย่างไรน่ะหรือ?... ก็เป็นไปไม่ได้ไง" 5555)

+++++++++++++++++++++++++++++

ดาราแต่ละเจ้าที่มารับบท X-Men ก็เล่นกันได้ดีครับ ต้องบอกว่าเพราะการแสดงดีๆ ของพวกเขาด้วยนี่แหละครับที่ทำให้หนังน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ

ว่าง่ายๆ คือชีวิตของตัวละครจะเป็นอย่างไร ก็เพราะพวกเขานั่นเองครับที่ตัดสินใจเลือกเดินไป

อยากดูภาคต่อไปแล้วล่ะครับ อยากรู้ว่าเรื่องราวจะถูกสานต่อไปในทิศทางใด

สามดาวครับ



ข้อมูลจาก IMDB ครับ



Create Date : 22 กันยายน 2558
Last Update : 22 กันยายน 2558 23:50:52 น. 0 comments
Counter : 795 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.