ชีวิตเราในทวีปอเมริกาใต้
คนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรู้จักว่าประเทศซูรินามนี้มันอยู่ตรงส่วนไหนของโลก ถ้าไม่แอบเปิดดูในกูเกิ้ลก่อนคนทั่วไปจะคิดว่าอยู่ในอัฟริกา (โดยเฉพาะคุณย่าเรา ถามคำแรกว่าซูรินามนี่มันอยู่ส่วนไหนของทวีปอัฟริกา ก็เลยต้องแก้ว่าหนูอยู่ทวีปอเมริกาใต้ติดๆกันกับบราซิลค่ะ แต่อีกสองปีให้หลังคุณย่ายังคงถามอยู่อีกว่าแล้วไอ้ที่เขายิงกันที่ซูดานนี่ มันมีอันตรายกับประเทศซูรินามหรือเปล่าลูก...ฮ่าๆ) ก่อนที่เราจะโดนย้ายไปอยู่ที่อื่น เราก็ขอแนะนำประเทศซูรินามให้ชาวบล๊อกได้รู้จักกันมากขึ้นก่อน

จากบนระเบียงบ้านเราเอง

ซูรินาม


ซูรินามเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ที่ไม่มีใครสนใจจะบินออกนอกเส้นทางมาเที่ยว ยกเว้นคนดัชท์ที่เป็นนักท่องเที่ยวขาหลักของประเทศเพราะเขาเคยเป็นเมืองขึ้นกันมาก่อน ตั้งแต่สมัยศตวรรตที่ 16 ซึ่งถ้าอ่านประวัติศาสตร์แล้วจะรู้สึกสงสารคนดัชท์มาก ที่ตอนแรกมีนิวยอร์คเป็นเมืองขึ้นในปกครองอยู่แล้ว แต่อยู่ดีไม่ว่าดีดัน หลงเอานิวยอร์คไปแลกกับซูรินามที่เป็นเมืองขึ้นของคนอังกฤษในตอนนั้น แล้วเป็นไงล่ะทีนี้


นี่ก็ศาลแถวบ้านเราอีกเหมือนกัน 

ซูรินาม


เมืองหลวงของซูรินัมชื่อพารามาริโบ เป็นเมืองหลวงที่มีความเจริญ เจริญเหมือนหัวเมืองต่างจังหวัดของไทยสมัยสี่สิบปีที่แล้ว ทั้งประเทศจะมีโรงหนังอยู่โรงเดียว (แต่มีป๊อปคอร์นขายนะฮ้า) ส่วนร้านกาแฟสตาร์บั๊ค ร้าน7/11 หรือเทสโก้อะไรนี่ยังเข้ามาไม่ถึง ประเทศก็เลยดูซื่อๆใสๆมีสเนห์สไตล์บ้านๆ แต่กลางเมืองหลวงพารามาริโบจะไม่เหมือนเมืองหลวงของประเทศอื่น โดยเฉพาะช่วงเสาร์อาทิตย์นี่จะเงียบสนิทไร้ผู้คน เพราะกลางเมืองมันเป็นเขตอนุรักษ์บ้านโคโลเนียลโบราณของ UNESCO ที่คนดัชช์มาสร้างไว้เมือหลายร้อยปีที่แล้ว บ้านพวกนี้คนซูรินามรุ่นใหม่เห็นว่ามันไม่ทันสมัย เลยย้ายไปอยู่ชานเมืองกันหมด บ้านเก่าๆเลยถูกแปลงเป็นออฟฟิสร้านค้า เสียเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นเราที่ตอนย้ายมาใหม่ๆยังไม่รู้เหนือรู้ใต้ ก็ดันกระเสือกกระสนอยากอยู่บ้านโคโลเนียลโบราณ พอวีคเอนด์ทีก็เงี้ยบเงียบราวกับฉากหนังโบราณ)


ถนนหน้าบ้านท่านประธานาธิปดีแห่งซูรินาม

ซูรินาม


ปลายถนนจากบ้านที่เราอยู่ก็เป็นบ้านของท่านประธานาธิปดีผู้มีชื่อเสียง ฉาวโฉ่ของซูรินาม ที่เก่งทางบริหารบ้านเมือง สั่งฆ่าคน,ฟอกเงินไม่สุจริต,ขายอาวุธสงครามและตะติ้งโหน่งต่างๆ จนอเมริกาออกหมายจับ เสียดายว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อน ไม่งั้นจะเข้าไปขอลายเซ็น ทั้งๆที่เราชอบไปเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้านประธานาธิปดีเกือบทุกวัน โดยเฉพาะเวลาเขามีงานประจำชาติอะไรกัน เขาก็จะมาจัดกันอยู่ที่สแควร์ ('สแควร์" ก็สนามหญ้าหน้าบ้านประธานาธิปดีนั่นแหละ) ที่มีชื่อเรียกอย่างสวยงามแต่ออกเสียงคร่อกๆ แบบที่ชาวไทยอย่างเราๆไม่มีทางจะเรียกได้ถูกว่า "Onafhankelijkheidsplein" 

ปล. รูปข้างล่างนี่ มือถือแสนฉลาดของเรามันรวบได้ทีเดียวเห็นหมด ทั้งบ้านประธานาธิปดี สนามหญ้า เสาธง และหอนาฬิกาอยู่ไกลๆ ประทับใจนะนี่ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามือถือเรามันทำแบบนี้ได้ด้วย


"Onafhankelijkheidsplein" 




ต่อๆ ผู้คนชาวซูรินามนี่ส่วนดั้งเดิมจริงๆเป็นคน native Indians ถ้านึกไม่ออกว่าหน้าตาแบบไหน ก็ลองนึกถึงคนป่าในแม่น้ำอเมซอนดู จะหน้าตาคล้ายๆกันเพราะซูรินามอยู่ติดๆกันกับอเมซอนของบราซิล แต่อีกมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศจะมีลุ๊คเป็นคนอาฟริกันผิวดำ ที่สมัยก่อนพวกดัชท์ขนมาไว้เป็นทาสแบบในหนังคุนต้าคินเต้ แล้วก็ยังมีอีกนิดหน่อยที่มีเชื้อสายอินเดียมาจากกายอาน่า คนจีน แล้วก็คนอินโดนิเซีย  คือดัชท์นี่ได้ใครเป็นเมืองขึ้นสมัยก่อน ก็กวาดต้อนมาใช้แรงงานข้ามประเทศกันหมด จนคนชาติอื่นกลายพันธ์พูดจาภาษาดัชท์เป็นหลักแทนภาษาดั้งเดิมของตัวเองไปแล้ว ... 


ประชาชนบางส่วนของประเทศยังแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติอยู่ก็มี

บ้านประธานาธิปดี


นอกจากนี้แล้วก็มีประชาชนกลุ่มกระจิ๊ดริ๊ดของประเทศ ที่น้อยจนไม่สามารถนับเป็นจุดเปอร์เซนต์ได้ นั่นก็คือพวก Expats มาอยู่หรือทำงานชั่วคราวอย่างเรา หรืออย่างคนดัชท์ที่มาเป็นเทรนเป็นครู เป็นหมอ เป็นคนปลดเกษียณ เป็นอะไรต่ออะไรแถวๆนี้ พวกหนุ่มๆวิศวกรอิตาเลี่ยนก็เยอะ แพล่บๆๆ ตั้งแต่ State Oil ของอิตาลีมาเปิดโรงกลั่นขุดหาน้ำมัน แข่งกันกับบริษัทหาทองจากแคนาดา ชีวิตเราก็เริ่มคึกคักขึ้น แต่ด้วยความที่ประชากรในเมืองหลวงมันน้อย จึงไม่น่าแปลกใจที่นอกจากเราจะรู้จักแค่เพื่อนแล้ว เรายังรู้จักญาติโกโหติกาของเพื่อนอีกด้วย .... ขนาดวันก่อนเราโทรศัพย์ต่อผิดเบอร์ ไปโผล่บ้านใครก็ไม่รู้ เขาถามเลยว่าจะคุยกับใคร แล้วก็.. ร้องอ๋อๆรู้จักๆ แล้วก็ให้เบอร์ใหม่ที่ถูกต้องได้ทันที .. ฮ่าๆ 


เพื่อนมาเฟียวิศวกรอิตาเลี่ยนของเราเอง 




เดี๋ยวจะหาว่าเราโพสแต่รูปบ้านเมืองเงียบๆไม่มีคน จริงๆแล้วมันก็มีคนนะฮ้า แต่ว่าการที่ผู้คนจะไปชุมนุมกันโดยไม่ได้นัดหมายเหมือนพระสงฆ์ 1250 รูปในวันมาฆบูชานั้น มันไม่มี๊! ยกเว้นแต่ถ้าเขาจัดคอนเสริทเอาศิลปินดังๆมาจากแคริเบี้ยน เราก็จะได้เห็นคนเกือบครึ่งของประเทศมาชุมนุมกันประมาณนี้ 

(นี่คือคอนเสริทของ Chris Martin ทีแรกเราหลงดีใจนึกว่านักดนตรีอังกฤษแฟน Gwyneth Paltrow หลงดีใจขอเพื่อนที่เป็น CEO ของบริษัทสปอนเซอร์จัดงานใหญ่ไปรับที่สนามบินด้วยคน ไปๆมาๆกลายเป็นคริส มาร์ติน นักร้องภาคแคริเบี้ยนไปซะได้ ตัวดำผมถักเปียห้าร้อยเส้นติดหนังหัว .. แต่คนแถวนี้เขาปลื้มกันนะ)





ด้วยความที่ประเทศซูรินามมันเล็กๆ ถนนถะเหนินส่วนใหญ่ในเมืองหลวงก็เลยโดนบีบบังคับ ให้เป็นถนนสองเลน มีรถวิ่งสวนไปมาได้คนละเลน ส่วนมอเตอร์ไซด์นั่นก็จะใช้ที่เหลือซีกเล็กๆของถนนเอาไว้วิ่ง สมัยมาใหม่ๆเราเคยมีมอเตอร์ไซด์มาเคาะกระจกข้างๆรถ แล้วบ่นว่าเราขับรถกินที่มากเกินไป ฮ่ะๆ สตั๊นท์ไปห้าวินาทีเลย.. แต่นั่นมันสมัยใหม่ๆ ที่บริษัทออกรถไซด์เจ้าแม่ให้เราขับ เราไม่ชิน ขับไปก็คล้ายๆว่าเอากางเกงไซด์ L มาใส่กับคนไซด์ S แล้วมันจะไปคอมพาทถะเบิ้ลกันได้ยังง๊ายย...

ถนนหน้าบ้านเรายาวมาก หน้าตาเป็นแบบนี้ทั้งถนน




นี่ยังไม่นับวันฝนตกอีก คือฝนที่นี่ตกแทบทุกวัน น้ำจะท่วมเอ่อๆเต็มถนนมาครึ่งล้อ แต่ชาวบ้านเขาก็ดูชินกันไปแล้ว ส่วนเราก็ชินเพราะรถไซด์เจ้าแม่ของเรามันสูง จะขึ้นจะลงทีต้องกระโดด น้ำท่วมก็เลยไม่กระเทือนอะไร


สมัยก่อนนี่ตื่นเต้นมากฝนตกน้ำท่วม แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วเพราะรู้ว่าท่วมยังไงรถเราก็ลุยได้




ชีวิตครึ่งหนึ่งของการมีชีวิตทำงานอยู่ในเมืองหลวง เราต้องขับรถไปตรวจเช็คไซด์ทำงาน A B C D ตามแหล่งต่างๆของเมือง ก็เลยทำให้รู้จักตรอกซอกซอยของเมืองพารามาริโบทุกจุด ไม่งั้นเดี๋ยวเจอช่วงรถติดตอนกลางวันทำอะไรไม่ถูกอีก เวลารถติดนี่จะเป็นเวลาบ่ายโมงโรงเรียนเลิก (ช่างเป็นเด็กๆนักเรียนที่โชคดีจริงจริ๊ง แล้วจะได้ความรู้อะไรติดตัวหลังเลิกเรียนไปมั่งมั้ยนี่)


ด้านหน้าถนนนี้ติดแม่น้ำใหญ่



หรือไม่งั้นวันไหนตำรวจคึกๆขึ้นมาก็จัดสุ่มตรวจใบขับขี่รถอีก ซึ่งอันนี้เราโดนเรียกตรวจบ่อยมาก ไม่รู้ว่าบนหน้าผากเรามันมีตัวหนังสือสีแดงปรากฎหรือยังไงว่า Stop and Search ข้อดีจากการตรวจใบขับขี่บ่อยๆ ทำให้สถิติการขโมยรถไปขาย ที่ประเทศเฟรนช์กายอาน่าลดน้อยลง (กายอาน่านี่เป็นประเทศข้างๆ วันไหนเราขับรถเพลินไปหน่อย ก็อาจเลยข้ามไปถึงกายอาน่าได้) แถมพวกคุณตำรวจนี่ก็ช่างเป็นมิตรดีมาก เราขอถ่ายรูปด้วยก็ดันแห่กันมาซะทั้งโรงพัก


หามีคำบรรยายไม่




ทีนี้มาดูส่วนที่ลึกลงไปของซูรินามหน่อย ส่วนกลางของประเทศเป็นส่วนที่เขาเรียกว่า Interior หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเป็นป่าลึก อยู่ติดกับบราซิลทางด้านเหนือ อินทีเรียนี่จัดได้ว่าเป็นส่วนตัวเงินตัวทองของประเทศ (รู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ ว่าเราเลือกใช้คำผิดอีกล่ะ)

ในที่นี้คือแถวนี้มีเหมืองทองที่เป็นตัวเศรษฐกิจหลักของประเทศ แต่อย่าได้คิดไปว่าซูรินามจะรวยจนเอาทองมาปูหลุมบนถนนได้ เพราะทองที่ได้นั้นบริษัทจากแคนาดา มาประมูลเป็นเจ้าของรายได้ไปแล้ว ส่วนที่ต้องเสียภาษีให้รัฐบาลนั้น ก็แน่นอนว่าเสร็จท่านประธานาธิปดี แน่นอนว่ากระจายรายได้กันไปเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ในกระเป๋าในประเทศ นอกจากเหมือนทองแล้ว อินทีเรียนี่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ที่ชอบหาอะไรสมบุกสมบันมาทำอีกด้วย

ถ้าเป็นป่าอเมซอนแม่น้ำจะกว้างกว่านี้เยอะ



ถ้าจะให้ถูกต้องแล้ว ไม่ต้องไปถึงอินทีเรียเราก็จะเจอป่าอยู่ตามชานเมืองอยู่ดี ป่าแถวนี้เป็นป่าที่มีน้ำลำธารขังอยู่เยอะ ที่น่าสนใจคือน้ำในป่าจะเป็นสีคล้ำๆเหมือนโคล่า ชาวบ้านเชื่อกันว่าที่เป็นสีดำเพราะแร่ธาตุจากในดิน รวมทั้งถึงใบไม้ที่ทับถมกันมานาน ทำให้น้ำดูน่ากลัวมาก (ถึงจะน่ากลัวยังไงชาวบ้านและนักท่องเที่ยว เขาก็ยังลงไปว่ายเล่นกันนะ) ถ้าเป็นน้ำตามแม่น้ำมันจะเป็นสีโคลนๆ คนไม่ค่อยเล่นกันมากเพราะปลาพิรันย่าก็ยังมีอยู่


สีน้ำดูหยืยๆเล็กน้อย




เอ้ากลับมาในเมืองกันต่อ มาโผล่ที่บ้านเราก็แล้วกัน .. อย่างที่บอกตอนต้นๆแล้วว่าเรามีบ้านอยู่ในเมือง แต่ด้วยความที่ผู้คนเขาไม่นิยมอยู่ในเมืองกัน ก็เลยทำให้เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดคือบ้านท่านประธานาธิปดี (บ้านเราถนนสายเดียวกัน) เลยมีผลพลอยได้ทำให้ถนนบ้านเราเป็นถนนสายที่สำคัญที่สุดในประเทศไป แหมๆ คิดดูเวลาไฟดับทั่วเมือง ถนนเส้นบ้านเราจะเป็นถนนที่ไฟมาก่อนบ้านอื่น และเวลาออกมายืนที่ระเบียงบ้าน เราก็จะเห็นโบส์ถไม้ที่เคยใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้อยู่ใกล้ๆ (เห็นกันมั้ย เล็งๆกันหน่อย โบส์ถสีเหลืองๆนั่นแหละ) เวลาประเทศชาติมีงานสำคัญๆ ถนนหน้าบ้านเราก็จะถูกปิดไม่ให้รถเข้าออก (เออๆ เป็นเดือดเป็นร้อนเราอีก จะบอกตำรวจก็ไม่ค่อยอยากจะมีใครเชื่อว่าเราอยู่บ้านในเขต UNESCO)

ข้อดีก็คือเวลาเขามีพาเรด, เดินขบวนแห่, แข่งวิ่ง, อะไรพวกนี้เราจะยืนดูอยู่บนระเบียงบ้านได้สบายๆ ไม่ต้องแก่งแย่งกับประชาชนอีกสองพันคนที่ถนนข้างล่าง จะว่าไปเราก็อยู่ดีมีสุขนะ ตอนกลางคืนเงียบๆหน่อย บรรยากาศตอนเย็นๆราวๆ Wine O'clock  นี่มานั่งดื่มไวน์อยู่บนระเบียงบ้านจะมีความสุขมาก มองไปทางไหนก็เหมือนฉากในหนัง (ยกเว้นไอ้พวกแข่งรถมันจะมาใช้ถนนหน้าบ้านเราเป็นสนาม F1 ในบางครั้ง) ... ส่วนใครที่อยากเห็นว่าข้างในบ้านเราหน้าตาเป็นยังไง ก็ค้นหาบล๊อกเก่าๆที่เราเขียนดูกันเอาเองนะ บอกตรงๆเราขี้เกียจทำลิงค์ให้


เหมือนฉากในหนังเลยเนอะ




ผู้คนชาวซูรินามนี่เราชื่นชมว่าเขาน่ารักเป็นมิตรดี ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้หมด เราเลยไม่มีความจำเป็นต้องเรียนดัชท์ สมัยมาตอนแรกๆยังไม่ค่อยรู้จักทาง เวลาขับรถแล้วไปหลงที่ไหนซักที่หนึ่งแล้วไปถามทางใครเค้าเข้า เขาจะบอกให้ขับรถตามมาเลยจะขับไปส่งถึงที่ นี่คือพวกมีรถนะ ส่วนพวกไม่มีรถก็จะบอกทางว่าเลี้ยวซ้ายขวาโน่นนี่ แล้วก็จะเจอสถานที่ที่เราต้องการอยู่ใกล้ๆกับต้นไม้ใหญ่... ทีแรกนึกว่าเขาบอกเอาฮา เพราะประเทศนี้มันมีแต่ต้นไม้ใหญ่ๆ ต้นไหนก็ไม่รู้ คงให้เลือกเอาต้นใดต้นหนึ่งเองมั้ง


ตอนเย็นๆ




อีกอย่างที่เป็นธรรมเนียมของผู้ชายประเทศซูรินามก็คือ เวลาผู้หญิงเดินผ่านแทนที่เขาจะวี้ดวิ้วผิวปากเหมือนประเทศอื่นๆ เขาจะทำเสียงดังๆในปากคล้ายๆ Pissssssssssssss สมัยมาใหม่ๆเราก็แบบต๊ายย! นี่ชั้นเป็นสาวเป็นนาง มาทำอย่างนี้กับชั้นได้ยังไง แต่ลึกๆแอบภูมิใจ กะมัดใส่กระสอบกลับบ้านไปฝากแม่ จนเพื่อนมาอธิบายให้ฟังว่า ที่ผู้ชายทำเสียงแบบนี้แปลว่าเขาทักทาย ไม่ใช่เพราะมีบิดามารดาเป็นนกแต่ประการใด คือถ้าเห็นผู้หญิงเดินผ่านแล้วไม่ Pisss ทักก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง (คงคล้ายๆกับคนบางคนที่พอเห็นกล้องปั๊บก็จะชูนิ้วเป็นรูปตัว V) 


โบฮีเมี้ยนแรพโซดี้มาก




สุดท้ายล่ะ.. ใจจริงแล้วก็อยากจะเขียนเยอะๆ แต่ให้ตายเถอะเขียนบล๊อกนี่โหลดช้ามาก เสียเวลาทำมาหากิน (เอ..หรือว่าจะเป็นเพราะอินเตอร์เนทที่ซูรินามมันช้าเอง จะไปโทษมั่วซั่วก็ไม่ดี) หลังจากอยู่ซูรินามมาได้เกือบสองปี แน่นอนว่าภาษาดัชท์ไม่กระดิกซักคำ เราก็ได้ข่าวว่าทางบริษัทเขาจะย้ายเราไปอยู่ประเทศอื่นภายในอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว ทีแรกก็ว่าจะดีใจแต่พอรู้ว่าจะต้องไปอยู่ประเทศพม่า ความลิงโลดก็หดลงมาจาก 10 เหลือ 5 เพราะได้ข่าวว่าอินเตอร์เนทประเทศนี้เขายังไม่พัฒนาเช่นกัน เราล่ะกลัวจริงๆเรื่องไม่มีเนทใช้ติดต่อกับโลกภายนอก บล๊อกก็กลัวไม่ได้เขียน เฟสบุ๊คก็กลัวเข้าไปสอดส่องชาวบ้านเขาไม่ได้ แล้วไหนจะทวิตเตอร์ที่เพิ่งจะเล่น (แต่เริ่มติดแล้วนะ 30 วันที่เพิ่งเล่นเราก็ทวิตไปแล้ว 415 ครั้ง เหมือนจะบ้าพูดอยู่คนเดียวก็ได้ ) เพราะงั้นใครที่เล่นทวิตเตอร์ เราขอเชิญเข้าไปร่วมฟอลเราได้ที่ @MatahariDevi 


ขอเชิญร่วมดื่มไชโยให้กับซูรินาม






Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2559 22:02:22 น.
Counter : 359 Pageviews.

3 comments
  
แวะตามมาทักทายจากกระทู้พันทิปค่ะ
โดย: @~UltRaViOleT~@ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:11:00:40 น.
  
เข้ามาแล้วไม่ผิดหวังเลยค่ะได้รู้จักประเทศใหม่อีก 1 ประเทศ
ถ้าไม่ได้อ่านบล๊อกนี้จะไม่รู้เลยว่ามีประเทศน่ารักๆแบบนี้อีก
ระเบียงบ้านสวยงามตามที่เขียนเลยนะคะ

อ่านจบขอติดตามเป็นแฟนคลับค่ะ
โดย: HongDaYa วันที่: 8 มีนาคม 2557 เวลา:14:09:34 น.
  
ขอบคุณที่แนะนำประเทศใหม่ให้อีกประเทศนึงค่ะ
ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน สวยงามน่าอยู่ดีค่ะ
พาเที่ยวอีก ไปเคาะประตูบ้านเราทีน๊า กลัวพลาดค่ะ อิอิ
โดย: schnuggy วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:3:02:55 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นางสาวจบปอ6 สอบตกซ้ำๆซากๆ
Location :
Paramaribo  Suriname

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 93 คน [?]



If you’re looking for a new leadership of a mankind… YES! YOU HAVE FOUND ME!
กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28