เดินไปเดินมาในสวิส แต่ไม่คิดว่าจะร้อยกิโล





เราไปสวิสมาแล้วหลายครั้งอยู่เหมือนกัน แต่ว่าส่วนใหญ่ถ้าไม่ไปทำงาน ก็เป็นการต่อเนื่องกันกับการไปสกีของเราที่ฝรั่งเศส ตั้งแต่สมัยเรียนยันสมัยนี้ คือต้องนั่งเครื่องไปลงเจนนีวา แล้วต่อรถบัสข้ามไปสกีที่ฝรั่งเศส ชีวิตเราเลยไม่มีโอกาสได้เข้าถึงอะไรต่ออะไร ที่เขาร่ำลือกันนักหนาวิวในสวิสแลนด์สวยนักสวยหนา สำหรับเราแล้ว ถ้าคิดถึงสวิส อย่างแรกที่เข้ามาอยู่ในใจคือ โรเจอร์เฟดเดอเร่อ นักเทสนนิสเจ้าของแกรนด์สแลม17ครั้ง แล้วก็ตามมาด้วยเนยแข็งสวิสต่างๆ นับตั้งแต่ กรูแยร์ เอมเมอทัลแตทเดอมวง.. เขียนพาดพิงถึงกลิ่นก็โชยเข้ามาในใจทันที

มาเข้าเรื่องต่อ... ที่เลือกฮอลิเดย์แบบเดินๆในสวิสแสนด์คราวนี้ เป็นเพราะเราติดใจ การเดินชมนกชมไม้ในป่าฝรั่งเศส กับบริษัททัวร์ที่ใช้บริการมาคราวก่อนมาก (ถ้ายังไม่ได้อ่านกันก็กด ตรงนี้ เพื่ออ่าน)คราวนี้ได้จังหวะบริษัทส่งไปทำงานในลูเซิร์น ก็เลยถือโอกาสลาหยุดฮอลิเดย์ต่อ เพื่อเป็นการประหยัดเงินค่าเครื่องบินเที่ยวในตัว แต่คราวนี้พิเศษหน่อยตรงที่แฟนเรา ก็บินมาร่วมทริปด้วยจากไมอามี่ เลยรู้สึกดีมากๆไม่เหมือนตอนเดินคนเดียวในฝรั่งเศส ที่ไม่รู้จะพูดกับใคร (คุยกับต้นไม้ ต้นไม้มันก็ไม่คุยตอบ) แน่นอนว่าทริปนี้ก็คอนเซฟเหมือนเดิม คือเราฮอลิเดย์ด้วยการเดินตลอดหนึ่งอาทิตย์ เฉลี่ยแล้วคือเดินมากกว่า100กิโล รอบๆทะเลสาปลูเซิร์น แล้วบริษัททัวร์ก็จองโรงแรม ตั๋วรถไฟ ตั๋วเรือ จัดอาหารค่ำให้ แล้วก็ส่งคนมาขนกระเป๋าเปลี่ยนโรงแรมให้ทุกคืน พร้อมทั้งเอาแผนผังเส้นทางในการเดินมาให้แบบละเอียดยิบ ราวกับนิตยสารโว้กที่หนาเหมือนเวลามีโฆษณาในเล่ม
ข้างหลังมันดูดีกว่าข้างหน้าอ่ะนะ ทำใจกันหน่อย
ฮอลิเดย์เริ่มที่เมืองลูเซิร์นก็จริง แต่เราต้องขึ้นรถไฟไปครึ่งชั่วโมง เพื่อเริ่มออกเดินจากเมือง Sarnen ที่ตอนหลังเรามารู้ว่ามันเป็นจุดเริ่มต้น ของการเดินพวกนักแสวงบุญ ตามรอยนักบุญบราเธอร์ครอส (หม่อมฉันไม่ทราบความมาก่อนว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางบุญ ตาหามีแววไม่) พอบอกเพื่อนคนสวิสว่าจะไปเดินเส้นนี้ ทุกคนก็ถามกันเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเราจะไปแสวงบุญเหรอ แหมๆ บุญเก่านี่มันมีอยู่ในตัวแล้วเฟ้ย ไม่งั้นไม่มาถึงจุดนี้ได้หรอก อีกอย่างเราเป็นพวกเดินแบบเปี่ยมสุขอยู่แล้ว บุญไม่ต้องมาบารมีก็เพิ่มได้ (เขียนอย่างเริ่ด-เชิด-หยิ่ง)
แผนที่การเดินรอบๆทะเลสาปลูเซิร์นอันกว้างใหญ่
เอาเป็นว่าคราวนี้เราเดินตามรอยประสีแดงๆ ตามเมืองชนบทแถวขอบทะเลสาปลูเซิร์น ตามที่เห็นชื่อเมืองที่เขียนไว้ในแผนที่นั่นเลย แต่มีบางวันต้องนั่งรถไฟไปเริ่มเดินที่เส้นทางใหม่ อันนี้ก็สนุกดีเพราะรถไฟสวิสนี่ขึ้นสะดวกสบายมาก ให้คะแนน11/10 สำหรับการตรงเวลาของรถไฟสวิส ตอนนี้เขียนๆอยู่นี่ก็น้ำตาจะไหล เราประทับใจกับการเป๊ะๆเรื่องเวลาของคนสวิส มาก คงเป็นเพราะตลอดชีวิตการทำงานของเรา บริษัทส่งมาอยู่ประเทศด้อยพัฒนา (เอ..ทางการสั่งให้เรียก ประเทศกำลังพัฒนาแล้วนิ) ที่ไม่เคยมีใครให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเวลา โดยเฉพาะงานที่ต้องรับผิดชอบแบบงานเรา มันไม่สามารถยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้ เพราะงั้นเราจึงชื่นชมเรื่องตรงเวลาของรถไฟสวิสมาก มันตรงเวลาจนเราสามารถเซ็ทเวลานาฬิกา ตามเวลาออกของรถไฟได้เลยนะ
ทุ่งหญ้าน่าเกลือกกลิ้งมาก * แค่คิดเฉยๆ
ใครกันจะไปรู้ว่าชนบทสวิสนี่ยิ่งเดินออกไปไกลๆ ก็จะยิ่งสวย โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนของสวิสนี่อะไรมันก็ดูสดชื่นไปหมด แม้แต่ดอกไม้ป่ายังแข่งกันออกดอกสะพรั่งต่างสีต่างขนาด ใบไม้ไหวรับลมที่พัดมาเรื่อยๆ พร้อมไออุ่นของแดด ที่ไล่ความเหน็บเย็นในช่วงเช้าออกไป ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนเราก็จะเห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆน้อยๆอยู่ตลอดเวลา .. ขนาดว่าพี่ลูกหมาน้อย (นามแฝงของแฟนเราเอง) ผู้ซึ่งเป็นคนที่ไม่เก้ทตั้งแต่แรก ว่าทำไมพวกเราจะมาต้องมาเดินกันแบบเป็นล่ำเป็นสันในวันพักผ่อน ก็ดูจะตื่นตาตื่นใจกับวิวทิวทัศน์โดยรอบเป็นอย่างมาก เช้าๆเห็นเดินเตะยอดหญ้าจนรองเท้าเปียก สายๆมีเดินไล่เหยียบใบไม้แห้งเสียงดังกรอบๆแกรบๆตามหลังเรา (คนกรุงอ่ะนะ)
การแบ่งเขตแดนวัวกับเขตแดนคน
ความที่กังวลมาก่อนว่าพี่หมาน้อยจะไม่มั่นใจเวลาเดิน เราเลยซื้ออุปกรณ์หลอกล่อ มาเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินมาให้ ไม่ว่าจะเป็นกระติกน้ำลายใบหน้าวัวสวิสแบบยิ้มร่าๆ (อันนี้เค้าชอบมาก) หรือแม้แต่ไม้เท้าช่วยในการทรงตัวเวลาเดินขึ้นๆลงๆเขา ซึ่งอันนี้ต้องขอแยกเขียนต่างหากว่า พี่ลูกหมาไม่ชอบถือสองอัน เลยแบ่งมาให้เราใช้อันนึง เราทีแรกก็ไม่คุ้นกับถือไม้เท้าเหมือนกัน ลองใช้ดูภายในห้านาทีแรกก็เฮ้ย ดีแฮะ .. ใช้แล้วก็สามารถละสายตาออกจากทางเดินข้างหน้า หันไปมองวัวควายในทุ่งหญ้า หรือมองวิวอื่นๆได้มากขึ้น แทนที่จะเดินเกร็งระวังทางอย่างเดียว แถมไอ้ไม้เท้านี่ยังปรับขนาดความยาวตามส่วนสูงที่เราต้องการได้อีก หรือไว้ใช้ไล่วัวที่หลุดจากฟาร์มออกมาก็ยังได้ด้วยนะ
ว่าแล้วก็เขียนพาดพิงถึงวัวเสียหน่อย วัวสวิสเท่าที่เราเห็นนี่เป็นวัวนมเป็นส่วนใหญ่ ชาวนาจะกั้นบริเวณให้อยู่เป็นสัดเป็นส่วน ตามฟาร์มบนเขาอันกว้างใหญ่ ด้วยการขึงลวดติดกระแสไฟฟ้า ไม่ให้มันเดินข้ามถิ่นมาหยามศักดิ์ศรีเราได้ เจ้าวัวพวกนี้ดูจะมีชีวิตที่เป็นออโตเมติคดี คือตื่นแต่เช้าออกมากินหญ้าหากินกันเองตามภูเขา พอสายๆหน่อยก็จะเดินส่ายสะโพก เดินไปให้ชาวนารีดนมวัวกันเอง (เข้าแถวรอคิวกันเองด้วยนะ) พวกมันดูเป็นวัวที่น่ารักและหน้าตาดีมาก โดยเฉพาะขนตางี้ยาวดก กระพือทีแมลงวันวิ้งกระจาย แต่ว่าภายใต้กิริยาหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักนั้น บางทีมันก็ดื้อเงียบเหมือนกันนะ
ดูอยู่ระยะห่างแบบไกลๆ มันก็ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวกันดีนะ
จำได้ว่ามีอยู่วันนึงเราเดินอยู่บนเขา เดินบนทางแคบๆชันๆ (แบบวัวเรียงหนึ่ง) อยู่ๆก็มีฝูงครอบครัววัวสี่ตัวหลุดมาจากรั้วกระแสไฟฟ้า มาร์ชขึ้นเขายกครอบครัว มาตามทางคนเดินเล็กๆแคบๆริมหน้าผา ที่เรากำลังจะเดินสวนลงเขามา ความที่เรากับพี่ลูกหมาสองคน ไม่มีจิตวิญญานเป็นชาวเรือกสวนไร่นาแต่กำเนิด ก็เลยคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับพวกมันดี จะเดินสวน ก็กลัวมันเอาหางปัดทีเดียวกลิ้งตกเขา วัวสวิสพวกนี้ลำตัวมันล่ำสัน ใหญ่กว้างขวางกว่าวัวไทยเยอะ แถมขนดกอีกต่างหาก เราเลยยืนจ้องหน้ากันอยู่พักใหญ่ๆ จนพี่ลูกหมาน้อยทนไม่ได้ ออกความเห็น ที่แสดงความเป็นผู้นำครอบครัวออกมาสุดๆว่า เราควรเดินย้อนกลับขึ้นเขาแล้วหาทางลงทางอื่นแทน .. ห๋าา
เนี่ยมากันยกครอบครัว เลยต้อนลงเขาหมดทั้งครอบครัวเหมือนกัน
มีหรือเราจะยอม ดีที่ตอนนั่งเครื่องสวิสแอร์ไลน์มา เขามีหนังเรื่องไฮดี้ เป็นหนังชีวิตของไฮดี้ เด็กสวิสในฟาร์มบนเขาแอลป์ มีวิธีเลี้ยงแพะต้อนวัวด้วยการยกไม้เท้า แล้วร้องชู้ว์ๆ เราเลยทำมั่ง ...ก็ได้ผลดีนะ วัววิ่งกันกระเจิดลงเขา พี่ลูกหมาดูจะประทับใจและคาดไม่ถึงว่า เราที่ดูบอบบางหมาเห่าก็บุบ จะฮึกเหิมไล่ต้อนวัวลงเขาได้เป็นระยะทางมากกว่า100เมตรได้ เราภูมิใจมาก หวังว่าพวกเธอคงเข้าใจว่ามันเป็นความภูมิใจของชาวเมืองหลวงอย่างเราโดยแท้จริง ...
ยอดเขาที่สูงที่สุดที่เดินถึงคือ Titlis จะขึ้นรถกระเช้าก็ได้นะ แต่เราเดินเอาอ่ะ
โปรแกรมการเดิน ที่บริษัททัวร์เขาเลือกสรรเส้นทางหลายหลากมาให้ นี่ก็น่าประทับใจดีมากๆ บางวันก็แค่เดินผ่านทุ่งนาเนินหญ้าเขาเขียว ผ่านหมู่บ้านเล็กๆมีลำธารน้ำไหล อีกวันผ่านป่าละเมาะ ผ่านเมืองที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ แล้วในที่สุดเขาก็จัดให้มาเดินบนเขาทิทลิสส์จนได้ ... เขาทิทลิสส์นี่มีความสูงถึง3,000เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (แต่เราเดินมาแค่ระดับ 2,200เมตรเอง Trübsee-Jochpass-Engstlenalp-Tannalp-Melchsee-Frutt) หรือถ้าไม่อยากเดินจะขึ้นรถกระเช้าไปถึงยอดเขาก็ได้ บริษัทเขาแนบตั๋วมาให้ในแพ็คเกจแล้ว แต่ความที่เราเป็นพวกฮาร์ทคอร์ ก็เลยใช้เวลาห้าชั่วโมงเดินแทนที่จะเป็นสิบห้านาทีนั่งรถกระเช้า (วู้ย.. เธอต้องเห็นสีหน้าพี่ลูกหมา ตอนเราบังคับให้เขาเดินแทนขึ้นรถกระเช้า หน้าหงิกหน้างอ เป็นตาขอแขวนเสื้อ)
น้ำที่ขังในทะเลสาปอยู่บนยอดเขาก็เป็นสีฟ้าที่มาจากแร่ธาตุในหินใต้น้ำ
และถ้าจะถามว่าเดินที่สวิสแลนด์นี่ยากมั้ย เราก็ว่าไม่ยากนะ ไม่ว่าจะไปไหนก็มีแต่ป้ายบอกทางแม้แต่ทางเล็กๆชันๆบนเขา แล้วก็ไม่อันตรายเลย (เหนื่อยอย่างเดียว) ต่อให้ช่วงเดินบางช่วงดูเหมือนไม่มีคนใช้เดิน แต่ทางการเขาก็ทำทางไว้ดีมาก ต่อให้เป็นทางเล็กๆชันๆ ฝ่าทุ่งนาป่าเขาอะไรก็ตาม นานๆทีมันมักจะมีคนเดินสวนผ่านไปผ่านมาเสมอ อีกอย่างคือต่อให้ดูเหมือนจะเปลี่ยวแค่ไหน แต่เราจะได้ยินเสียงรถแล่นในถนนไม่ไกลออกไปอยู่เสมอ คาดว่าความเจริญคงพาดผ่านถึงสวิสแลนด์ทั่วหย่อมหญ้า

อีกอย่างที่เราค่อนข้างชอบมากๆในชนบทสวิสแลนด์ นอกจากวิวทิวทัศน์สวยสดสไตล์ปฎิทิน ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาซับซ้อนไล่เฉดกันสวยงาม มีหิมะตกค้างอยู่ตามยอด กระท่อมหลังเล็กๆสไตล์สวิสชาเล่ท์ วัวขนนั่งๆนอนๆเคี้ยวหญ้าเขียวเอื่อยๆอยู่ในปากแล้ว เรายังชอบสอดส่องดูตามสวนหลังบ้านชาวนา ที่เราเดินผ่านเป็นอย่างมากอีกด้วย คือรู้สึกได้เลยนะ ว่าคนที่จัดแต่งอะไรกุ๊กๆกิ๊กๆอยู่ในสวน คือคนที่มีอะไรเพียบพร้อมอยู่ในใจแล้ว พร้อมที่จะส่งความสุข เผื่อแผ่ให้คนที่เดินผ่านสวนบ้านเขา ผ่านทางสายตาให้ชื่นชมการจัดสวนแบบประดิษฐ์ประดอยน่ารักๆ ที่หาได้ทั่วไปแบบไม่ต้องชะโงกหน้า เข้าไปส่องถึงในบ้าน
เด็กหญิงกระถาง
บางทีเดินผ่านบางบ้าน มันให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปในหนังโรงงานช๊อคโกแลตของชาลีมาก ดูตื่นตาตื่นใจสดใสฟู่ฟ่า และเท่าที่เดินผ่านมาร้อยกว่ากิโล เราจะเจอหมดไม่ว่าจะปลูกดอกไม้หน้าร้อนสวยๆไว้เต็มสวน หรือประดับสวนด้วยตุ๊กตาโนม ให้ดูมีชีวิตชีวาราวกับมันจะมามีชีวิตขึ้นเองได้ (ในวันที่ดวงจันทร์เต็มดวง) ทั้งๆที่บ้านพวกนี้ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่หรือทางผ่าน ที่จะมีผู้คนมากหน้ามาชื่นชมกับผลงานตัวเองได้
หลากหลายต่างทรงต่างสไตล์ รอคนแปลกหน้าชื่นชมอยู่

บางบ้านก็ช่างประดิษฐ์แบบไม่แคร์เวริ์ด มีทั้งเอาแก้วคริสตอลไปแขวนไว้ในสวน, ทำที่ให้นกอาบน้ำแบบโมเสคสวยงาม, มีทางเดินหินทรงผีเสื้อ เอากาน้ำมาแขวนไว้เป็นบ้านนก หรืออุสาหะเก็บเอาหินภูเขามาเจาะรูแล้วก็ร้อยกลางให้มันตั้งได้อยู่ในสวน เดาว่าเจ้าของบ้านคงทำมาเป็นชาติ เอ้ยๆ คงชอบธรรมชาติ และคงชอบให้คนอย่างเรามายืนส่องถ่ายรูปแบบผลุบๆโผล่ๆ ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่มีงานปฎิมากรรมในสวนแบบนี้ออกมาให้เห็นแน่ๆ

ทะเลสาปลูเซิร์นนี่ถ้าดูในแผนที่ เราก็ว่ามันมีรูปทรงพิสดาร เป็นแฉกๆมีแขนมีขาแยกออกไปตามที่ต่างๆ แทนที่จะเป็นทะเลสาปกลมๆเหมือนส่วนใหญ่ นี่ก็เลยทำให้เมืองที่มีที่ตั้งอยู่รอบๆทะเลสาป มีวิวที่งดงาม ไม่ว่าจะมองขึ้นไปที่หุบเขา หรือว่ามองลงมาจากหุบเขาก็สวยหมด นักท่องเที่ยวจะเที่ยวทะเลสาปสั้นๆแบบนั่งเรือก็ได้ เพราะแต่ละเมืองที่ติดทะเลสาปมีเรือบริการข้ามเมืองด้วย ส่วนวิวนั้นอย่าให้พูดถึง แต่ละจุดก็จะสวยกันคนละแบบ จะแค่นั่งเรือเฉยๆหรือว่านั่งเรือแบบกินข้าว หรือว่าเช่าเรือทั้งลำกินข้าวไปมีประชุมไปก็ได้ (บริษัทเราทำมาแล้ว เวียนหัวขยอกขย้อนดีมาก) ทิน่า เทิร์นเนอร์นักร้องอเมริกัน ที่ย้ายบ้านมาอยู่สวิสอย่างถาวร ก็หลงเสน่ห์ของทะเลสาปลูเซิร์นเช่นกัน เธอเลยมาซื้อบ้านอยู่ริมทะเลสาปตอนที่เรานั่งเรือเล่นตอนอยู่ซูริค คนขับเรือก็ยังชี้ให้ดูด้วย ขอบอก.. หลังใหญ่มาก
บางครั้งก็สงสัยว่าทำไมบริษัทไม่ส่งเรามาประจำอยู่ที่นี่ซะเลย
ค่าครองชีพของสวิสนี่ค่อนข้างจะแพง เนื่องจากรายได้ของประชากรต่อหัวต่อคนค่อนข้างสูง แต่เชื่อหรือไม่ ของถูกอย่างหนึ่งที่เราค้นพบในสวิสแลนด์คือช๊อคโกแลต เราพบว่าสวิสช๊อคโกแลตนี่ถูกกว่าที่อื่นๆมาก เลยกวาดตุนมาฝากเพื่อนร่วมงานขากลับเกาะBVIเพียบ ...​ส่วนเรื่องอื่นๆ อย่างเช่นการก่อสร้างในสวิสนี่ค่าวัสดุและค่าแรงงานจะแพงมาก แต่ถ้าเทียบเรื่องการสร้างเป็นตารางเมตรแล้วจะถูกกว่าที่อังกฤษและโมนาโคหน่อย ยกเว้นเคสที่จะขึ้นไปสร้างบนเทือกเขา อันนี้จะมีค่าขนส่งที่แพงเป็นเงาตามมา เศรษฐีชาวสวิสที่ต้นทุนเยอะบางคนจะใช้การขนส่งวัสดุก่อสร้างด้วยเฮลิคอปเตอร์ คือถ้าเทียบราคาแล้วก็ไม่ได้แพงกว่าการขนส่งทางรถมากเท่าไหร่นัก แต่จะเร็วกว่ามาก ตัดการบานปลายของดอกเบี้ยไปได้ดี
ลำนี้ยกได้เยอะถึง 1000K เชียวนะ เป็นเล่นไป
อย่างไซต์ก่อสร้างวิลล่าส่วนตัวแห่งนี้ ค่าจ้างเฮลิคอปเตอร์ เหมาเป็นชั่วโมง ต่อน้ำหนักของวัสดุที่จะต้องขน และระยะทาง อาจจะฟังดูแพงเว่อสำหรับคนอย่างเราๆ (ที่หม้อหุงข้าวยังผ่อนตั้ง2ปี) แต่สำหรับคนมีเงินและเวลาน้อยแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่จะใช้เฮลิคอปเตอร์ขนเครื่องเจนเนอร์เรเตอร์ ขนวางสายเคเบิ้ล ยกประกอบเสาเครนในสกีรีสอร์ท หรือแม้แต่วัวเวลามันเจ็บต้องไปหาหมอจะใช้ฮ.ขนวัวก็ได้นะ (นี่เรื่องจริง เช่นเดียวกันกับวิธีเดียวการกับการขนวัสดุก่อสร้างทั่วไป) โดยเฉพาะถ้าต้องหารค่าแรงงานคนงาน ต่อชั่วโมงด้วยการขนส่งแบบธรรมดาๆแล้วจะคุ้มมากที่จะเลือกใช้เฮลิคอปเตอร์สกายเครนแทน * เออแฮะ เรานี่ก็เก่ง เขียนเรื่องเดินอยู่ดีๆ แว่บมาถึงเรื่องการก่อสร้างได้ยังไง.. กลับมาๆ

กลับมาสู่ธรรมชาติต่อ ..​ หุบเขาในสวิสช่วงหน้าร้อนนี่ มันดูเขียวเนียนละมุนเรียบไปหมดเลยนะ เดินผ่านหลายบ้านที่เป็นฟาร์ม ก็เห็นชาวนาเขาก็ออกมาตัดหญ้ากันจนเรียบกริบดี คงถ้าไม่แข่งกันกลายๆ ว่าสนามหญ้าบ้านฉันสวยกว่าบ้านเธอ ก็คงตัดหญ้าเอาไปป้อนวัวที่เลี้ยงไว้ก็ได้ (บางครั้งอยากจะกลิ้งตัวลงมาตามหุบเขาสวิส แบบนางเอกหนังอินเดียเหมือนกันนะ แต่เกรงจะไปทับขี้วัวเข้า) หน้าร้อนแบบนี้ เวลาเดินไปไหน เราจะได้กลิ่นหญ้าสดๆหอมอวลอยู่ในอากาศ เวลาเดินลุยผ่านตามทางเดินเท้าเล็กๆ ที่ตัดผ่านปลายที่ดินของฟาร์มคนโน้นคนนี้ ก็จะมีตั๊กแตนตัวเล็กๆโดดโหยงเหยงคอยหลบเท้าเราตลอดเวลา .. โอ ชีวิตที่ใครๆเขาว่า เหมือนกำลังเดินอยู่กลางทุ่งดอกไม้ และมีผีเสื้อโบยบิน มันคงเป็นเยี่ยงนี้เอง
ดอกไม้ป่าที่ขึ้นอยู่โดดๆแบบเจียมเนื้อเจียมตัว (ว่าอาจจะถูกวัวกินได้)
เขียนมาตั้งยาว เกือบลืมบอกเลยว่าการเดินฮอลิเดย์ด้วยตัวเองในสวิสคราวนี้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรมากจากการเดินฮอลิเดย์ของเราในที่อื่นๆ แต่ประเด็นใหญ่ที่ต่างกัน จากที่อื่นคือที่สวิสแลนด์นี่ป้ายบอกทางอะไรเค้าดีมากๆ ต่อให้เดินอยู่ในป่าละเมาะ หรือเขาที่เหมือนดูไกลผู้คนยังไง มันก็จะมีป้ายบอกทางตามแยก ไม่มีงี่เง่าปักป้ายกึ่งกลางทางสองแพร่ง ลูกศรชี้ขึ้นท้องฟ้าเหมือนที่ฝรั่งเศส เพราะฉนั้นเวลาเดินด้วยตัวเอง ตามโพยที่บริษัทให้มาโดยไม่มีไกด์นี่จะง่ายมากๆ เหมาะสำหรับคนที่คิดอยากจะลองมาเดินเที่ยวด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ไหนจะมีเวลาในการเดินบอกไว้อีกว่ากี่ชั่วโมงถึง สะดวกจนไม่รู้จะสะดวกยังไงแล้ว นี่สินะที่เป็นความแตกต่างของเมืองเจริญ เขาคงวัดกันตรงนี้ ..
และทุกอย่างในฮอลิเดย์ของเราครั้งนี้ เราก็เป็นผู้กำหนดความเรื่อยเปื่อยในการเดินด้วยตัวเองได้หมด ไม่ว่าจะออกเริ่มต้นเดินกี่โมง กินข้าวกลางวันที่ร้านในหมู่บ้านบ่ายๆก็ได้ จะพักกินเบียร์ที่ไหนก็ตามสะดวก (รู้สึกว่าจะพักเยอะมากระหว่างเดิน แต่ก็ช่างเถอะ มันฮอลิเดย์ของเรานี่นะ)
ตลอดเจ็ดวันที่เดินขึ้นๆลงๆเขาแบบนี้ ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนร่วมฮอลิเดย์คนอื่นอีกด้วย บางคนมีเส้นทางเดินคล้ายๆเรา มักจะเจอกันในช่วงพักกลางทาง แล้วก็ได้คุยกันสนิทสนมกันดีจนกลายเป็นเพื่อนกันไปอีก ไอ้ที่เขาว่าคนเรามักจะปล่อยการ์ดตัวเอง ไม่เครียดเหมือนตอนทำงาน ก็ตอนช่วงฮอลิเดย์นี่คงจริง ....และนอกจากเพื่อนใหม่ที่เป็นมนุษย์แล้ว เรายังได้เพื่อนใหม่ที่เป็นแมวอีกด้วยนะ สำหรับคนที่ชอบแมว เราขอโฆษณาว่าที่ฟาร์มอะไรต่างๆทั้งหลายแหล่ที่เราเดินผ่านนี่ แมวเยอะมาก มีให้เล่นตลอดทางไม่ขาดตอน ต่อให้เห็นมันอยู่ไกลๆอยู่กลางทุ่งโน้นน แล้วเหมียวๆเรียกมันมาเล่นด้วย มันก็กระโดดหยอยๆมาตามคำเรียกร้องด้วยนะ ไม่มีหวงเนื้อตัวกันเลย เรามีความสุขมาก เวลาที่ได้เล่นแมวหน้าเป็นก้อน ตัวอ้วนหยุยติดมือแบบนี้
ตัวนี้มาจากกาแลคซี่สีกุหลาบ เฟรนด์ลี่มาก มาให้จับแถมขนทิ้งไว้อีกกระหย่อมนึงด้วย
ตอนนี้เราก็เข้าใจล่ะ ว่าทำไมสวิตเซอร์แลนด์ คือประเทศที่เป็นจุดหมายในฝันของใครหลายคน แต่ละคนอาจมีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่สำหรับเราแล้วการไปสัมผัสความงามทางธรรมชาติ ด้วยการหลบลี้จากกรุ๊ปทัวร์ช๊อปปิ้งกลุ่มใหญ่ๆแล้ว เราแนะนำให้มาเดินเที่ยวด้วยตัวเอง แบบเราซักอาทิตย์นึง มาชาร์จพลังงานให้ร่างกาย อย่างที่เราอย่างเกริ่นไปแต่แรกว่าเรามากับทัวร์เดินพิเศษ ที่เขาจัดโปรแกรมการเดินให้ในเรียบร้อยในแต่ละวันโดยไม่ต้องทำการบ้านมาก่อน ก็เลยสะดวกดีไม่ต้องคิดอะไรมาก เราใช้บริการของ InnTravel ที่เป็นบริษัทอังกฤษ ใครอยากจะดูรายละเอียดทัวร์ของเราและราคาก็กดได้ ตรงนี้
โรงแรมนี้ที่เราอยู่มีสระว่ายน้ำแล้วก็ทางลงให้ว่ายน้ำในทะเลสาปเล่นด้วย
สุดท้ายของสุดท้าย ... เพิ่งรู้ว่าการเขียนเรื่องประเทศที่เราปลื้มปิติมากๆนี่มันไม่ง่ายนะ คืออะไรก็อยากเขียนถึงไปหมด แต่คิดไปคิดมาการเดินเจ็ดวันในสวิสนี่มันก็มีแต่เรื่องซ้ำๆซากๆอยู่เหมือนกันนะ แบบดอกไม้นั้นสวยเบิกบาน วัวตัวโน้นดุตัวนี้เฟร์นลี่ เขาลูกนี้ชันซับซ้อนมีเลเวิลล์ พูดง่ายๆคือไม่รู้จะนำเสนออะไรแล้ว ตัวอักษรไม่พอต่อความอิจฉา (แต่ถ้าอยากอ่านมากกว่านี้อีกนิด เราก็สะสมที่เราเขียนไว้แบบไม่เรียงลำดับในทวิตด้วยการกด ตรงนี้ ) เอาเป็นว่าถ้าชอบเดิน ชอบออกกำลังกาย รักสัตว์และธรรมชาติ พร้อมทั้งอยากเห็นโลกสวย เราแนะนำว่าให้พวกเธอหยอดกระปุกหมู เก็บเงินเพื่อไปตามเส้นทางที่เราไปมานี่ได้ ...​อย่าลืมว่ายุคติจิตอล พวกเราต้องว่องไว.. ไปเลยๆสวิส รับรองว่าไม่ผิดหวัง



Create Date : 12 ตุลาคม 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 0:14:18 น.
Counter : 447 Pageviews.

1 comments
  
cobba แวะมาทักทายรอบดึกครับ cobba cobba
โดย: สมาชิกหมายเลข 3449339 วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:3:35:14 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นางสาวจบปอ6 สอบตกซ้ำๆซากๆ
Location :
Paramaribo  Suriname

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 93 คน [?]



If you’re looking for a new leadership of a mankind… YES! YOU HAVE FOUND ME!
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31