All Blog
ถ้าอยากผอม…ฟังเพลงสิ




ถ้าอยากผอม…ฟังเพลงสิ 


ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย แฟร์รี่ ดิกกินสัน ในเมืองทีเน็กซ์ รัฐนิวเจอร์ซี่ สหรัฐอเมริกา พบว่า คนอ้วนที่ลดน้ำหนักด้วยการเดิน อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ภายในระยะเวลา 6 เดือน จะสามารถลดน้ำหนักลงได้ราว 4 กิโลกรัม รวมถึงลดไขมันในร่างกายได้ราว 2 เปอร์เซนต์ แต่ถ้าหากเดินไปด้วย ฟังเพลงไปด้วย จะได้ผลดียิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว โดยสามารถลดน้ำหนักได้โดยเฉลี่ย 8 กิโลกรัม และไขมันในร่างกายลดลงไป 4 เปอร์เซนต์ ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการฟังเพลงทำให้เกิดอารมณ์สุนทรี ทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการออกกำลังกายน้อยลง และทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น



ลิงค์อื่นๆ


สูตรลับลดน้ำหนัก


เหตุผล 8 อย่างที่ทำให้ผู้หญิง “อ้วนขึ้น” (แบบไม่รู้ตัว)




Create Date : 18 กันยายน 2553
Last Update : 18 กันยายน 2553 23:51:15 น.
Counter : 417 Pageviews.

1 comment
Peanut Butter เนยถั่วแสนอร่อย กินแล้วไม่อ้วน




Peanut Butter เนยถั่วแสนอร่อย กินแล้วไม่อ้วนนะ 


พูดถึงเนยถั่ว หลายคนคงนึกถึงแครกเกอร์ไม่ก็ขนมปัง  เนยถั่วปาดบางๆ บนแผ่นขนมปังนุ่มๆ กับแยม ที่เรียกว่า Peanut Butter & Jelly Sandwich เป็นอะไรที่สุดยอดและเข้ากั๊น เข้ากัน  หรือถ้าใครไม่ชอบจะหันเอาเนยถั่วมากินกับแครกเกอร์กรุบกรอบ ก็เป็นเมนูอาหารว่างที่เคี้ยวเพลิน จนหยุดไม่อยู่สำหรับบางคนเลยทีเดียว แต่สำหรับคนที่กลัวอ้วน คงอยากจะเมินหน้าหนี  แต่ถ้าคุณได้อ่านข้อมูลต่อไปนี้ คุณอาจจะเปลี่ยนความคิด และเปลี่ยนใจกลับไปกินมัน


จริงอยู่ที่เนยถั่ว มีปริมาณแคลอรี่สูง ประมาณ 160 แคลอรี่ ต่อ 2 ช้อนชา และแคลอรี่ที่อัดแน่นอยู่ในเนยถั่วนี้ ประกอบไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและไฟโตนิวเทรียนต่างๆ อันมีประโยชน์ถึง 30 ชนิด และเป็นแหล่งโปรตีน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส กากใย และวิตามินอี นอกจากนี้มันยังไม่มีไขมันแปรรูปหรือโคเลสเตอรอล


จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ชอบกินเนยถั่วจะมีความเสี่ยงต่ำที่จะน้ำหนักเกินหรืออ้วน (เป็นงั้นไป!!) ในอาหารที่อุดมไปด้วยถั่วนั้น จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจ  เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ถูกพบ นั่นคือในเนยถั่ว มีสารตามธรรมชาติบางอย่าง ที่ช่วยลดความอยากอาหารได้ การกินเนยถั่วเป็นประจำ จึงสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ……ว่าแล้วก็กุลีกุจอ ไปหาเนยถั่วมากินกันได้อย่างสบายใจซะที





Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 22:30:05 น.
Counter : 7086 Pageviews.

0 comment
แอปเปิ้ล...ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก








     การจำกัดปริมาณอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับคุณผู้หญิง เพราะไหนจะต้องทนต่อความหิวจนกว่าจะผอม แต่พอผอมสมใจกลับโดนทักว่าทำไมดูซีดเซียว ไม่สดชื่น อวบอั๋นเหมือนตอนก่อนลดน้ำหนัก


     การรับประทานผลไม้จึงเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งการลดน้ำหนัก และการมีสุขภาพที่สดใส เพราะผลไม้ประกอบไปด้วยเส้นใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องมีน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว และนำไปใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ ผลไม้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกนับไม่ถ้วน ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่ทรุดโทรม จึงเหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเป็นที่สุด

     เมื่อถามคนใกล้ตัวว่า
 "อยากลดน้ำหนักจะทานผลไม้อะไรดี?" เชื่อว่าคงได้คำตอบกว่าครึ่งเป็นผลไม้รูปร่างอวบอัดที่ชื่อว่า "แอปเปิ้ล" แน่ ๆ เพราะแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีสีสันชวนรับประทาน เนื้อสัมผัสกรอบ รสชาติอร่อย กลิ่นหอม มีคุณค่าทางโภชนาการสูง หาทานได้ง่าย ราคาไม่แพง และที่สำคัญคือไม่ทำให้อ้วน แอปเปิ้ลจึงได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก" กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล ร่างกายแข็งแรง

     แอปเปิ้ลให้สารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและวิตามินซีเป็นหลัก ซึ่งปริมาณวิตามินซีจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และความสด เนื้อแอปเปิ้ล 100 กรัม 
มีวิตามินซีประมาณ 6 มิลลิกรัม และให้พลังงานราว 59 แคลอรี ไม่ทำให้อ้วน แต่แอปเปิ้ลก็มีสารอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นทดแทน แบบที่เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นแต่อย่างใด

      พลังงานที่ได้จากแอปเปิ้ลมีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจคือ แอปเปิ้ลจะให้พลังงานค่อนข้างต่ำและค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ 
น้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกายช่วยให้ไม่รู้สึกหิว อิ่มนาน ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูงเร็วเหมือนกินขนมหวาน จึงเหมาะกับคนไข้เบาหวานด้วยเช่นกัน

      เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า 
"เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารมีการทำงานเป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง

       นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน สารอาหารเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะวิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในแอปเปิ้ล จะช่วยป้องกันโรคหัวใจในผู้ที่รับประทานเป็นประจำ


แอปเปิ้ลเขียว หรือแอปเปิ้ลแดง ที่มีประโยชน์มากกว่ากัน
       เมื่อวิเคราะห์จากคุณค่าสารอาหารต่าง ๆ เปรียบเทียบระหว่างแอปเปิ้ลเขียวและแอปเปิ้ลแดง พบว่าไม่มีความแตกต่างกันมากนัก 
แต่สิ่งที่แอปเปิ้ลแดงมีเหนือกว่าเล็กน้อยคือ ปริมาณของสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์นั่นเอง 


ดื่มน้ำแอปเปิ้ล ก็ได้ประโยชน์เท่ากินทั้งลูก?
       จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะพบว่าประโยชน์ของแอปเปิ้ลมาจากองค์ประกอบ 3 ตัวด้วยกันคือ จากเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากบริเวณเปลือก และจากน้ำตาลฟรักโทสที่มีมากในเนื้อแอปเปิ้ล ดังนั้นหากต้องการดื่มน้ำแอปเปิ้ล ควรเลือกวิธีการปั่นทั้งผล โดยไม่ต้องปอกเปลือก เพราะหากใช้วิธีคั้นน้ำ จะทำให้ได้เฉพาะน้ำตาลและสารต้านอนุมูลอิสระอีกเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้อ้วนได้มากกว่าเดิม และไม่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากแอปเปิ้ลอย่างครบถ้วน


กินแอปเปิ้ลอย่างไรให้ได้ประโยชน์
      ในแง่โภชนาการ แอปเปิ้ลไม่ใช่ผลไม้ที่มีวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณสูงมากนัก เมื่อเทียบกับกล้วย ฝรั่งหรือส้ม แต่หากทานแอปเปิ้ลวันละ 2-4 ลูก โดยไม่ปอกเปลือกก็จะได้รับเส้นใยอาหารและสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ

      ในปัจจุบันมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของแอปเปิ้ลมากมาย เช่น บำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหาร ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่และฆ่าเชื้อไวรัส ซึ่งหากต้องการจะรับประทานแอปเปิ้ลสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมน้ำหนักแล้ว ก็ควรต้องทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และผักผลไม้อื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อป้องกันการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย






Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 20:11:08 น.
Counter : 571 Pageviews.

0 comment
แร่ธาตุที่จำเป็นในการลดน้ำหนัก




   การทํางานของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับนํ้าหนัก เช่น ความอยากอาหาร ความหิว อัตราการเผาผลาญระดับนํ้าตาลในเลือด และอื่นๆ จะทํางานมีประสิทธิ์ภาพมากกว่า เมื่อร่งกายเราได้รับแร่ธาตุอย่างเหมาะสมครับ แร่ธาตุเหล่านี้ล้วนมีบทบาทในการรักษาสูขภาพและนํ้าหนักตัวครับ ซึ้งส่วนใหญ่จะทํางานร่วมกันครับ  มันจึงไม่ถูกต้องนักหากจะแยกแร่ธาตุที่ ดีที่สุด เพียงอย่างเดืยวสําหรับการลดนํ้าหนักแต่แร่ธาตุบางอย่างก็มีค่าพอที่จะทําความรุ้จักมากเป็นพิเศษนั่นก็คือ


แคลเซี่ยม ระหว่างการบริโภคแคลเซี่ยมกับการลดนํ้าหนัก  นั่นคือการกินแคลเซี่ยมในปริมาณเท่ากับการกินอาหารนมสองส่วนในแต่ละวันสามารถลดความเสี่ยงของการมีนํ้าหนักเกินลงได้ บางทีอาจมากถึง 70%ทีเดืยวครับ


โครเมี่ยม  ใช้ในการเผาผลาญนํ้าตาล เมื่อไม่มีเพียงพอ อินซูลินจะมีประสิทธิภาพน้อยลงในการจัดการกับระดับนํ้าตาลในเลือดครับ  ด้วยวิธีนี้โครเมี่ยมจึงช่วยในการควบคุมความอยากอาหารและลดความหิว อาหารที่อุดมด้วยโครเมี่ยม ได้แก่ ไข่แดง เนื้อวัว ตับ นํ้าผลไม้ ขนมปังโฮลเกรน


แมงกานีส ช่วยในการเผาผลาญไขมันและกลูโคสในเลือด  ทั้งยังช่วยให้ธัยรอยด์ทํางานเหมาะสม  ซึ้งจําเป้นต่อการรักษานํ้าหนักที่ดีต่อสูขภาพ  แหล่งอาหารที่อุดมด้วยแมงกานีสได้แก่ จมูกข้าวสาลี  ชา ผักโขม ถั่ว ข้าวโอ๊ต สับปะรด ผักใบเขืยว


สังกะสี ช่วยในการจัดการกับความอยากอาหาร  และช่วยแก้ไขการทํางานของฮอร์โมน เช่น อินซูลีน การขาดสังกะสีพบกันมากในหมุ่ผุ้ที่สูบบุหรี คนดื่มหนัก คนที่กินมังสวิรัติบางคน คนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง  และคนที่กินอาหารแคลอรีตํ่าอย่างเคร่งครัดเกินไป  อาหารที่อุดมด้วยสังกะสีได้แก่  สัตว์นํ้าที่มีกระดองทั้งหลาย  ปลาเฮอร์รี่ง จมูกข้าวสาลี เนื้อวัวหรือเนื้อแกะที่ไม่ติดมัน  ไข่  อัลมอนด์  และไก่ จบ


นี่คือทริปเรื่อง แร่ธาตุจําเป้นสําหรับการลดนํ้าหนัก  ที่นํามาฝากในช่วงใกล้จะเลิกงานในวันนี้น่ะครับ ไว้เจอกันใหม่ในวันต่อไป สวัสดีครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง


วิตามินชนิดอื่นๆที่จำเป็นในการลดน้ำหนัก


20ไอเีดียลดความอ้วน




Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 15:55:49 น.
Counter : 409 Pageviews.

0 comment
อาหารที่เราควรกินยามอยากแล้วไม่อ้วน


หลายคนคงชอบที่จะหาขนมกินกันตอนบ่ายๆ หรือตอนพักผ่อนดูทีวี อ่านหนังสือ บางคนต้องทำงานดึกๆ พอหิวก็ต้องหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาทาน บางคนก้ทานเป็นมื้อใหญ่เลย จะดีกว่ามั้ยคะที่จะเปลี่ยนของกินเหล่านี้ให้เป็นอาหารที่เบาๆ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย และที่สำคัญคือไม่ทำให้อ้วน


1.นมถั่วเหลืองชนิดกล่อง สำหรับผู้ที่ต้องทำงานดึกๆ ลองดื่มนมถั่วเหลืองดูซํกล่องจะช่วยให้สบายท้องขึ้นเยอะค่ะ

2.ซีเรียลชนิดแท่ง เป็นอีกทางเลือกที่สามารถเก็บได้นานโดยไมม่ต้องแช่ตู้เย็น มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ควรเลือกประเภทที่น้ำตาลต่ำนะคะ ยังสามารถเพิ่มรสชาติด้วยการทานกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติได้อีกด้วยค่ะ

3.เนื้อปลาอบแห้ง เป็นขนมขบเคี้ยวที่มีโปรตีนสูง ต้องเลือกแบบอบและไม่มีผงชูรสนะคะ

4.ถั่วอบ ขนมขบเคี้ยวให้โปรตีน ไขมันที่มีประโยชน์ รวมทั้งวิตามินและเกลือแร่ ต่างๆ มากมาย 

บทความอื่นๆ


อาหารที่ช่วยลดน้ำหนัก


รูปร่างดีใน 4 สัปดาห์





Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 10:47:28 น.
Counter : 718 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

ChaiKU
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รับสมัครผู้สนใจหารายได้ทาง Internet
และให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก