All Blog
อาหารอิ่มนานและต้านอ้วน

ดอกเตอร์เดวิด คัมมิงส์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซีแอทเทิล สหรัฐฯ ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 16 คน สุ่มให้กินเครื่องดื่ม 3 ชนิด ซึ่งมีสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ไม่เท่ากัน
กลุ่มตัวอย่าง จะได้รับการตรวจเลือดก่อนเริ่มการทดลอง และดูดเลือดไปตรวจทุกๆ 20 นาที ติดต่อกัน 6 ชั่วโมง เพื่อวัดระดับฮอร์โมน “เกรลอิน (ghrelin)” หรือฮอร์โมนฝ่ายหิว

ฮอร์โมนเกรลอินสร้างจากกระเพาะอาหาร ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง ทำให้เพิ่มความอยากอาหาร (appetite)

ผลการศึกษาพบว่า อาหารประเภทคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรตได้แก่ แป้งและน้ำตาลออกฤทธิ์กดฮอร์โมนฝ่ายหิวได้ชั่วคราว

หลังจากนั้นฮอร์โมนฝ่ายหิวจะเด้งกลับ (rebound) เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับเดิม สรุปง่ายๆ คือ ยิ่งกินคาร์บ (แป้ง น้ำตาล) มาก ยิ่งหิวมาก

อาหารประเภทโปรตีนได้แก่ โปรตีนจากไข่ นม เนื้อ ถั่ว ออกฤทธิ์กดฮอร์โมนฝ่ายหิวได้มากที่สุด และนานที่สุด

ดังนั้นอาหารที่ช่วยให้อิ่มนาน และต้านอ้วนได้มากที่สุดน่าจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

* มีโปรตีนสูงหน่อย (มีไข่ นม เนื้อ หรือถั่ว) เพื่อช่วยให้อิ่มได้มาก และอิ่มได้นาน
* มีไขมันชนิดดี โดยเฉพาะน้ำมันปลา หรือน้ำมันพืชที่ไม่ใช่กะทิ และน้ำมันปาล์มเล็กน้อย เพื่อช่วยให้การย่อยอาหารช้าลง และอิ่มนานขึ้น

ข้อควรระวังในการกินอาหารโปรตีนสูงหน่อยได้แก่

* ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่ควรกินไข่แดงเกิน 2 ฟองต่อสัปดาห์ เนื่องจากมีโคเลสเตอรอลสูง ไข่ขาวกินมากหน่อยได้ เพราะไข่ขาวไม่มีโคเลสเตอรอล
* เด็กไม่ควรกินไข่แดงเกินวันละ 1 ฟอง
* นม ไขมันเต็มมีไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันอิ่มตัวทำให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลเพ่มขึ้น ควรเปลี่ยนเป็นนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมัน ถ้าเป็นนมเติมวิตามินดี จะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมได้ด้วย
* เนื้อ แดงไม่ติดมัน… ถ้ากินมากเกินสัปดาห์ละ 3 ฝ่ามือผู้ใหญ่ (ไม่รวมนิ้วมือ) อาจทำให้ได้รับไขมันสัตว์ที่ติดมากับเนื้อมากขึ้น ไขมันสัตว์มีไขมันอิ่มตัวสุง ทำให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นได้
* เนื้อสัตว์ปีก เช่น เป็ด ไก่ ห่าน ฯลฯ ควรลอกหนังออกก่อนปรุงอาหาร เพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัวที่มีมากในหนังสัตว์
* ควร เสริมโปรตีนจากพืช โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วชนิดต่างๆ แทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ประมาณครึ่งหนึ่ง เนื่องจากโปรตีนจากถั่วมีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า มีไขมันชนิดดีสูงกว่า และมีเส้นใย(ไฟเบอร์)ชนิดละลายน้ำ ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้อิ่มนานขึ้น
* ควรเปลี่ยน ข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง หรือเปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท(สีรำ) เนื่องจากข้าวกล้อง และขนมปังโฮลวีทมีโปรตีนสูงกว่าข้าวขาว และขนมปังขาว

เรียนเสนอให้ ท่านที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเดินรวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 60 นาที ขึ้นลงบันไดตามโอกาส เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มระดับการใช้กำลังงานทุกวัน

Other Link


ปรึกษาลดน้ำหนักฟรี


บทความอื่นๆ




Create Date : 01 ตุลาคม 2553
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 17:26:01 น.
Counter : 455 Pageviews.

0 comment
ไคโตซาน ลดอ้วน?
ไคติน-ไคโตซาน สารมหัศจรรย์จากธรรมชาติเมื่อพูดถึงไคติน สิ่งที่คุณผู้อ่านนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ก็คือความอ้วน ไคติน-ไคโตซาน นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ไคติน ยังมีสรรพคุณอีกสารพัดสารเพ... 

 

เชื่อว่าคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายที่มีหุ่นตุ้ยนุ้ยจนละม้ายคล้ายโอ่งมังกรหลายๆ คนคงเคยลองใช้ผลิตภัณฑ์ไคติน-ไคโตซานมาแล้ว นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ไคตินยังมีสรรพคุณอีกสารพัดสารเพที่เรียกได้ว่าแทบจะบรรยายไม่หมดเลยทีเดียว ทั้งดักจับคราบไขมันและโลหะหนัก เป็นอาหารเสริมสุขภาพ และเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง 

ไคตินคืออะไร
ไคตินเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพชนิดหนึ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อ เป็นองค์ประกอบในโครงสร้างต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิด ไคตินเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่มีมากเป็นอันดับสองของโลก และเนื่องจากไคตินเป็นพอลิเมอร์ที่พบในธรรมชาติ เราจึงมักพบไคตินในรูป สารประกอบเชิงซ้อนที่อยู่รวมกับสารอื่นๆ ไคตินเป็นสารประกอบพวกคาร์โบไฮเดรตเช่นเดียวกับเซลลูโลสและแป้ง รูปร่างของไคตินจะเป็นเส้นสายยาวๆ มีลักษณะคล้ายลูกประคำที่ประกอบขึ้นมาจาก น้ำตาลโมเลกุลเล็กๆ ที่มีชื่อว่า เอ็น-อะซิทิลกลูโคซามีน(N-acetylglucosamine) 

ไคติน-ไคโตซาน ดาวรุ่งพุ่งแรง
เมื่อพูดถึงไคติน อีกคำที่มักจะพ่วงมาด้วยคือ ไคโตซาน ไคโตซานคืออนุพันธ์ตัวหนึ่งของไคติน รูปร่างหน้าตาของมันก็จะละม้ายคล้ายกับไคติน ไคโตซานจะได้จากปฏิกิริยาการดึงส่วนที่เรียกว่า หมู่อะซิทิล (acetyl group) ของไคตินออกไป เรียกว่า ปฏิกิริยาดีอะซิทิเลชัน (deacetylation) ทำให้จากเดิมโมเลกุลเดี่ยวของไคตินที่เคยเป็นเอ็น-อะซิทิลกลูโคซามีน ถูกแปลงโฉมใหม่เหลือแค่ กลูโคซามีน (glucosamine) เท่านั้น จากที่เคยเรียกว่าไคตินก็เลย
เปลี่ยนชื่อเป็นไคโตซาน 

การหายไปของหมู่อะซิทิล ทำให้ไคโตซานมีส่วนของโมเลกุลที่แอคทีฟ และพร้อมที่จะทำ ปฏิกิริยาอย่างว่องไวอยู่หลายหมู่ หมู่ที่เด่นๆ เลยก็คือ หมู่อะมิโน (-NH2) ตรงคาร์บอนตัวที่ 2 หมู่แอลกอฮอล์ (CH2OH) ตรงคาร์บอนตัวที่ 6 และหมู่แอลกอฮอล์ที่คาร์บอนตัวที่ 3 และเพราะหมู่ที่อยากทำปฏิกิริยานี้เองที่ทำให้ไคโตซานมีโอกาสได้ฉายแววรุ่งโรจน์ในหลายๆ วงการ 

ไคติน-ไคโตซานทำงานได้อย่างไร
ไคติน-ไคโตซานจะทำงานเป็นตัวสร้างตะกอนและตัวตกตะกอน ตัวสร้างตะกอนจะกระตุ้นให้เศษของเสียที่แขวนลอยๆ ในน้ำเกิดการรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ใหญ่ขึ้นๆ และพอใหญ่มากเกินก็ตกเป็นตะกอนลงมา ส่วนตัวตกตะกอน ก็จะทำงานคล้ายๆ กันคือจะไปจับกับสารแขวนลอยในน้ำแล้วตกตะกอนลงมา โดย-ไคโตซานจะทำหน้าที่ทั้งสองแบบ ซึ่งทำได้ดีเนื่องจากมีหมู่อะมิโนที่สามารถแตกตัวให้ประจุบวกมาก จึงทำให้พวกประจุลบอย่างโปรตีน สีย้อม กรดไขมันอิสระ คอเลสเทอรอล (ในร่างกาย) ต้องเข้ามาเกาะกับประจุบวกของไคโตซาน ส่วนโลหะหนักซึ่งเป็นประจุบวกอยู่แล้ว จะจับกับอิเล็กตรอนจากไนโตรเจนในหมู่อะมิโนของไคโตซานทำให้เกิดพันธะเคมีที่เรียกว่า พันธะเชิงซ้อนขึ้นมา และจากการทดลองพบว่าหมู่อะมิโนในไคโตซานจะสามารถจับกับโลหะหนักในน้ำ ได้ดีกว่าหมู่อะซิทิลของไคติน 

ประโยชน์ของไคติน-ไคโตซาน
ไคติน-ไคโตซานเป็นตัวอย่างของการจัดการกับกากของเสียที่ชาญฉลาด ซึ่งตอนนี้ถูกนำไปใช้ ประโยชน์หลายๆ อย่างได้อย่างน่าทึ่งในแทบทุกวงการเลยทีเดียว ทั้งการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม 

ในทางการแพทย์
ไคตินสุดไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านจากร่างกาย ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายทั้งยังช่วยส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อคนอีก ไคติน-ไคโตซานก็เลยได้รับความสนใจเป็นอย่างมากที่จะได้รับการพัฒนาไปใช้ในทางการแพทย์อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ส่งเสริมการเจริญของแบคทีเรียในลำไส้ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ต่อต้านมะเร็ง ช่วยลดสารพิษและยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายอย่างเชื้อซัลโมเนลลา 
ใช้ทำผิวหนังเทียมที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานให้กับผู้ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือพวกประสบอุบัติเหตุที่มีแผลลึกๆ 

ในทางการเกษตร
ไคโตซานสามารถก่อตัวเป็นฟิล์มบาง ใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เคลือบผิวเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรและเมล็ดพันธุ์ และยังมีการนำเอาอนุพันธ์ของไคตินและไคโตซานไปเป็นสารต่อต้านเชื้อรา ไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด ซึ่งมันสามารถทำงานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ยับยั้งโรคโคนเน่าจากเชื้อรา โรคแอนแทรกโนส และโรคอื่นๆ 
ไคติน-ไคโตซานสามารถใช้เป็นสารเสริมผสมลงในอาหารสัตว์บก เช่น สุกร วัว ควาย เป็ด ไก่ ช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการท้องเสียของสัตว์ได้ และลดอัตราการตายของสัตว์วัยอ่อนอันเนื่องมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดในทางเดินอาหาร 

ในด้านความสวยความงาม
ไคติน-ไคโตซานสามารถลดความอ้วน ได้ดีสุดยอดอย่างที่เราไม่อยากจะเชื่อ เมื่อไคตินนั้นได้กลายเป็นไคโตซานแล้ว ประจุบวกอันมหาศาลของไคโตซาน จะเป็นที่ดึงดูดใจมากของเหล่ากรดไขมันอิสระ และคอเลสเทอรอลที่มีประจุลบ ดังนั้นเจ้าตัวต้นเหตุของความอ้วน ทั้ง 2 ตัว ก็จะเกาะติดแจกับไคโตซาน และคนไม่สามารถย่อยไคติน-ไคโตซานได้ทั้งหมดจึงถูกขับออกมาพร้อม กับอุจจาระโดยที่มีคอเลสเทอรอลและไขมันส่วนเกินตามออกมาด้วย 
ไคโตซานมีประจุบวกอย่างล้นเหลือทำให้มันสามารถเกาะกับประจุลบของผิวหนังและเส้นผมได้เป็นอย่างดี จึงถูกนำไปใส่ในเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ธรรม ชาติที่เราคงคุ้นชื่อกันดีว่ากรดแอลฟาไฮดรอกซี หรือ AHA ไงครับ กรดพวกนี้จะกระตุ้นให้ผิวหนังเก่าหลุดลอก เพื่อสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้น ส่วนในการบำรุงเส้นผม ไคโตซานจะก่อตัวเป็นฟิล์มเคลือบเส้นผมไว้ ทำให้เส้นผมคงสภาพนุ่มสลวยไม่เสียง่าย 

ในด้านสิ่งแวดล้อม
ไคโตซานคือสุดยอดนวัตกรรมที่เกิด มาจากเทคโนโลยีการใช้กากของเสียให้เป็นประโยชน์ เป็นทางออกที่ดีทั้งต่อมนุษย์และต่อสิ่งแวดล้อม ในการจัดการเปลือกกุ้งมากมาย ที่ถูกทิ้งจากอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ บทบาทที่สำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อมของไคโตซานที่เรารู้ๆ กันก็คือการบำบัดน้ำทิ้ง น้ำเสีย 
นอกจากการบำบัดน้ำเสียแล้ว ไคโตซานยังมีความสามารถในการจับกับของแข็งแขวนลอยได้ดี และจับกับอะตอมของ โลหะหนัก รวมทั้งมีการนำไปจับกับสารกัมมันตรังสีอย่างพลูโตเนียมและยูเรเนียมด้วย ส่วนการจับกับคราบไขมันนั้น กลไกการจับก็คล้ายๆ กับการจับกับไขมันในทางเดินอาหาร 
และบทบาทที่คนไม่ค่อยจะรู้กันประการหนึ่งก็คือ มีการใช้ไคโตซานผสมกับพลาสติกเพื่อผลิตพลาสติก ที่สามารถย่อยสลายได้ 

ในภาคอุตสาหกรรม
ไคตินและไคโตซาน มีประโยชน์อย่างมากมายใน อุตสาหกรรมอาหาร เช่น ใช้เสริมใยอาหารธรรมชาติในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้ง ใช้เพิ่มความเหนียวแน่นให้กับ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ใช้เพิ่มกลิ่นรสให้ดีขึ้นกับผลิต ภัณฑ์เนื้อสัตว์ 
อุตสาหกรรมเส้นใย กระดาษ สิ่งทอ ก็มีการใช้ไคโตซาน เช่น ใช้ทำภาชนะบรรจุที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ทำฟิล์มถนอมอาหารที่สามารถรับประทานได้ ใช้ในการผลิตผ้าที่ย้อมสีติดทนนาน ใช้ในกระบวนการผลิตกระดาษ ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพสูง ทนทานต่อการฉีกขาด หรือผลิตกระดาษที่ซับหมึกได้ดีเพื่อการพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง 

Other Link


ปรึกษาลดน้ำหนักฟรี


บทความอื่นๆ




Create Date : 01 ตุลาคม 2553
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 13:43:52 น.
Counter : 904 Pageviews.

0 comment
10 วิธีช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดอ้วน

การเพิ่ม metabolism ทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารและอาหารเสริมที่คุณทานเข้าไปด้วย ทำให้คุณอยากดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น และน้ำที่คุณดื่มยังช่วยขับพิษ การขับถ่ายและการย่อยอาหารในร่างกายอีกด้วย... 

 

10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานค่ะ...

1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
"ยิ่ง คุณมีกล้ามเนื้อเรียบมาก ร่างกายคุณก็จะเผาผลาญพลังงานมาก" การยกดัมเบลล์อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเหมือนกันและช่วงที่ระดับเมตาบอลิซึ่มคุณพุ่งสุด ขี้ดนั้นน่ะ ไม่ใช่ตอนที่คุณวิ่งหอบแฮกๆบนสายพานหรอกนะคะ แต่หลังจากนั้นอีกสัก 2-3 ชั่วโมงค่ะ

2.ขยับตัว
อยาก เผาผลาญแคลอรี่ให้เร็วที่สุดก็ต้องออกกำลังกายอย่างน้อยออกเดิน30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง วิ่งเหยาะๆหรือเต้นแอโรบิกอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มทั้งนั้นล่ะ ให้หัวใจได้เต้นแรงเต็มที่ 120 ครั้งต่อนาที ให้ต่อเนื่องนานสัก 30-45 นาที

3.กิน
ยิ่งร่างกายคุณขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อก็จะล้า การเผาผลาญก็จะน้อยลง ทางที่ดีกินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อ ยังดีกว่าอดอาหารไปเลย

4.งดน้ำตาล
เหตุผลง่ายๆก็คือน้ำตาลที่เหลือใช้แล้ว ร่างกายจะแปรสภาพเป็นไขมัน เพราะฉะนั้นลดน้ำตาล ก็จะช่วยลดไขมันไปในตัว

5.อย่าลืมกินอาหารเช้า
เป็น ความจริงที่ว่าคนที่กินอาหารเช้าที่มีประโยชน์ หุ่นดีกว่าคนที่อดข้าวเช้า และอาหารเช้ายังทำให้ระดับเมตาบอลิซึ่มของคุณวันนั้นพุ่งเป็น 2 เท่าด้วย

6.กินอาหารเผ็ดร้อน
เป็นคนไทยแสนจะโชคดี มีอาหารที่รสจัด มีทั้งพริกขี้หนูและพริกไทย

7.ดื่มชาเขียว
เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเร่งเมตาบอลิซึ่มได้ดีและปลอดภัยกว่ากาแฟ

8.ดื่มน้ำเยอะๆ
จะช่วยขับสารพิษหลังจากที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานแล้ว น้ำเย็นๆยังช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มกระเตื้องขึ้นอีกนิดหนึ่งด้วยนะ

9.อย่าเครียด
ความเครียดทำให้เราอ้วนขึ้น เพราะฮอร์โมนคอร์ติโซนจะไปทำให้อัตราเมตาบอลิซึ่มช้าลง

10.นอนหลับ
ความลับที่เพิ่งจะค้นพบก็คือ กล้ามเนื้อเรียบในร่างกายเราจะทำงานเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีที่สุดในชั่วโมงหลังๆที่เราหลับสนิทเต็มที่ค่ะ

Other Link


ปรึกษาลดน้ำหนักฟรี


บทความอื่นๆ




Create Date : 01 ตุลาคม 2553
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 11:26:41 น.
Counter : 394 Pageviews.

3 comment
อาหารลดไขมันหน้าท้อง

อาหารลดไขมันหน้าท้องหาก "ไขมัน" คืออีกหนึ่งตัวการที่ทำให้คุณเกิดห่วงยางน้อย ๆ บนหน้าท้อง แล้วต่อไปอาจไม่มีใครกล้าทานอาหารเข้าไปอีก และไม่นานมานี้มีการวิจัยของประเทศสเปนพบว่า สารอาหารจำพวกหนึ่งที่ช่วยลดไขมันหน้าท้องที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่าและยังสามารถขจัดไขมันอันตรายที่เกาะที่ลำไส้ของคุณได้ด้วย ...


อาหารลดไขมันหน้าท้อง จะเป็นแบบไหนมาทำความรู้จักกัน ซึ่งคุณคงต้องแปลกใจเมื่อรู้ว่าเจ้าสารอาหารที่ว่านี้ก็คือ ไขมัน นั่นเอง แต่ต้องเป็นไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยว (Monounsaturoted Fat) ฉะนั้น เลิกพะวงกับการทานอาหารไขมันต่ำหันมาใส่ใจเลือกชนิดของไขมันที่ดีแทนจะดีกว่า ซึ่งเรามักจะพบไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยวในอาหารอย่างเช่น ถั่วลิสง แอปเปิ้ล อะโวคาโด กล้วยหอม ถั่วพิสตาชิโอ น้ำมันมะกอก ข้าวโอ๊ต เรียกว่าถั่วทุกชนิดนั่นแหละ และนี่คือคำแนะนำพื้นฐานในการเลือกรับประทานไขมันที่ดีสำหรับทุกคน


4 อาหารลดไขมันหน้าท้อง


1. การทานอาหารไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยวเป็นประจำ เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ข้าวโอ๊ต ถั่วต่าง ๆ งา และน้ำมันงา


2. การทานอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทธัญพืช

3. การทานอาหารจำพวกผลไม้และผักสดมาก ๆ เพราะให้พลังงานน้อย แต่มากไปด้วยสารอาหาร

4. การทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เพื่อเพิ่มโปรตีนและทำให้คุณอิ่มท้องได้นาน

Other Link


ปรึกษาลดน้ำหนักฟรี


บทความอื่นๆ




Create Date : 30 กันยายน 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 15:20:16 น.
Counter : 633 Pageviews.

1 comment
เผยลดน้ำหนักตัว ด้วยมะเขือเทศ


หนังสือพิมพ์ราย วัน “เดอะ เดลี่ เอกซ์เปรสส์” ชื่อดังเมืองอังกฤษ รายงานว่า นักวิจัยมหาวิทยาลัยรีดดิงของสหรัฐฯ ได้ศึกษากับสตรี 17 คน โดยให้กินแซนด์วิชที่ทำด้วยขนมปังขาว ชนิดที่มีหัวผักกาดแดง หรือมะเขือเทศเป็นไส้เป็นอาหาร


ปรากฏผลว่าผู้ ที่กินแซนด์วิชที่ประกบมะเขือเทศ จะพากันรู้สึกอิ่มทนนานที่สุด และไม่ค่อยไปหาของขบเคี้ยวกินพร่ำเพรื่อ อันเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อ้วนอย่างหนึ่ง ดร.จูซี่ เลิฟโกรฟ์ หัวหน้าโครงการ วิจัยเชื่อว่า เป็นเพราะมะเขือเทศมีส่วนประกอบที่ไปปรับระดับฮอร์โมน ซึ่งทำให้รู้สึกหิวเสียใหม่ได้ จึงทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว


“แม้จะยังไม่ อาจบอกได้ว่า ส่วนประกอบที่สำคัญเป็นอะไร แต่มันก็ให้ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง” ดร.จูซี่ บอก



Other Link


ปรึกษาลดน้ำหนักฟรี


บทความอื่นๆ




Create Date : 30 กันยายน 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 11:12:26 น.
Counter : 396 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

ChaiKU
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รับสมัครผู้สนใจหารายได้ทาง Internet
และให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก