All Blog
เพิ่มระบบเผาผลาญเพื่อลดน้ำหนัก
วิธีกินเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic rate) เพื่อลดความอ้วน ลดไขมัน
Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ
ระบบเผาผลาญเป็นวิธีที่ร่างกายผลิตพลังงานจากอาหารมาใช้ในการทำงานของร่างกาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนและเอ็นไซม์หลายชนิดในร่างกาย ระบบการเผาผลาญจะเป็นตัวกำหนดอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic rate) ซึ่งถ้าอัตราการเผาผลาญสูง ร่างกายจะเผาผลาญอาหารได้ดี แต่ถ้าอัตราการเผาผลาญต่ำจะทำให้เพิ่มน้ำหนักตัวได้เร็วหรือลดน้ำหนักได้ยาก

แต่ละคนมีประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานแตกต่างกัน ซึ่งอัตราการเผาผลาญของร่างกายมาจากพลังงาน 3 ส่วนคือ

1. พลังงานพื้นฐานที่ใช้ในการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย

2.พลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนไหวหรือออกแรง

3.พลังงานที่ใช้ในการย่อยอาหาร

การปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภคและการใช้ พลังงานจึงมีผลต่อระบบการเผาผลาญของร่างกายได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีอิทธิพลต่อระบบเผาผลาญ ได้แก่ อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง วิถีการดำเนินชีวิตและองค์ประกอบของร่างกาย (ปริมาณของมวลกล้ามเนื้อ) โดยธรรมชาติระบบการเผาผลาญของคนเราจะลดลงประมาณ 5% ทุกๆ 10 ปี โดยเริ่มหลังจากอายุ 40 ปี ขณะอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไร เพศชายจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเพศหญิง คนที่มีกล้ามเนื้อมากก็จะมีระบบการเผาผลาญสูงกว่าคนที่มีไขมันมาก เพราะเซลล์กล้ามเนื้อเป็นเซลล์ขยันใช้พลังงานได้ดีกว่าเซลล์ไขมันซึ่งเปรียบ ได้กับเซลล์ขี้เกียจ และท้ายที่สุดสิ่งที่ถูกกำหนดมาให้แต่ละคนตั้งแต่เกิดคือพันธุกรรม ซึ่งถูกโปรแกรมมาแล้วทำให้คนเรามีระบบเผาผลาญแตกต่างกันไป นอกจากนี้ โรคบางชนิด เช่น ไทรอยด์(ทำงานน้อย)ก็ทำให้ระบบการเผาผลาญช้าลงได้

ทำไมน้ำหนักทรงตัวหลังลดความอ้วน
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายเรื่องนี้ว่า ขณะที่เราอ้วน ระบบการเผาผลาญยังสูงอยู่ ฉะนั้นเมื่อลดแคลอรีจากอาหารลงมาแม้เพียงเล็กน้อย จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลง และหลังจากที่สูญเสียเซลล์ไขมันและเซลล์กล้ามเนื้อไปพร้อมกับการสูญเสียน้ำ ในระยะแรก ระบบเผาผลาญจะลดต่ำลงร่างกายจึงต้องการพลังงานในการทำงานน้อยลง

ทุกๆ 0.5 กิโลของเซลล์กล้ามเนื้อที่ลดลง จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานลดลงประมาณ 9 แคลอรี นี่เองเป็นเหตุผลว่า คนที่ลดน้ำหนักจึงอ้วนขึ้นได้ง่ายในเวลาต่อมาถ้าไม่ควบคุมต่อเนื่อง นอกจากนี้ พลังงานที่ร่างกายต้องการจากอาหารก็จะลดน้อยลงไปอีก นั่นหมายถึงว่าปริมาณอาหารที่รับประทานจะต้องน้อยลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น นายแดงและนายดำมีน้ำหนักเท่ากันคือ 112 กิโลกรัม โดยที่น้ำหนักเดิมของนายแดงคือ 156 กิโลกรัม ส่วนนายดำหนัก 112 กิโลกรัมมาตลอด นายแดงผู้ลดน้ำหนักโดยการจำกัดอาหารจึงมีระบบเผาผลาญลดลง ทำให้ร่างกายต้องการพลังงานน้อยลงกว่านายดำทั้งๆที่มีน้ำหนักเท่ากัน

ดังนั้นการที่มีน้ำหนักเท่ากันจึงไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องการพลังงานเท่ากันเสมอไป หากผ่านการลดน้ำหนักมาก่อน จึงต้องควบคุมการกินอาหารให้น้อยลงไปให้ได้อย่างต่อเนื่อง

วิธีกินเพื่อการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic rate)
1. กินบ่อยแต่แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ การกินอาหารวันละ 4-6 มื้อ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญตลอดทั้งวันและลดน้ำหนักได้มากขึ้น คนที่ทิ้งช่วงการกินระหว่างมื้อต่อมื้อนานเกินไประบบเผาผลาญจะปรับตัวให้ทำงานช้าลงเพื่อชดเชยกับการไม่ได้กิน แต่ถ้ากินมื้อใหญ่เกินไประบบเผาผลาญจะทำงานเสมือนว่าคุณกำลังอดอยาก จึงสงวนแคลอรีทั้งหมดที่กินไว้เพื่อสะสมเป็นเสบียงยามขาดแคลน

2. ห้ามอดมื้อเช้า คนที่งดอาหารเช้าบ่อยๆ จะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ ร่างกายคนเราต้องการพลังงานและสารอาหารเพื่อจะทำงานได้ทั้ง 24 ชั่วโมง ดังนั้น การอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งจึงทำให้ร่างกายเข้าสู่ระบบสงวนพลังงาน โดยการลดอัตราการเผาผลาญลงและทำให้ร่างกายเก็บสะสมพลังงานอย่างเต็มที่ในรูปของไขมัน อาหารเช้าที่มีคุณภาพได้แก่ ข้าว (ซ้อมมือ) ต้มเครื่องหรือขนมปังไข่ดาว

3. เพิ่มอาหารโปรตีน โดยปกติอาหารจะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญหลังจากที่กินไปแล้ว 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ทำงานได้ดีที่สุด แต่อาหารโปรตีนต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 25% ในการย่อย ฉะนั้นอาหารว่างที่มีโปรตีนสูงจึงทำให้การเผาผลาญทำงานได้ดีกว่า (เล็กน้อย) เมื่อเทียบกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง (โดยที่มีแคลอรีเท่าๆ กัน) แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนที่สรุปว่าอาหารชนิดใดจะมีผลพิเศษในการเพิ่มระบบเผาผลาญ

4. เติมเครื่องเทศรสเผ็ด มีงานวิจัยว่า พริกหรืออาหารรสจัดสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้ 20% เป็นเวลาถึง 30 นาที งานวิจัยในสตรีชาวญี่ปุ่นรายงานว่า พริกสีแดงช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อกินพริกแดงกับอาหารไขมันสูง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยขนาดเล็ก พบว่านักกีฬาชายที่กินพริกแดงกับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง มีอัตราระบบเผาผลาญสูงขึ้นทั้งขณะที่มีกิจกรรมและไม่มีกิจกรรม หลังการกินอาหาร 30 นาที แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเพิ่มการทำงานได้นานแค่ไหน ผลดีของการกินพริกคือช่วยให้กินผักได้เพิ่มขึ้นแต่ผลการเพิ่มอัตราการเผาผลาญนั้นเพียงเล็กน้อย จึงต้องใช้ความพอดีในข้อนี้ให้มาก

5. ดื่มน้ำตลอดวัน น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากดื่มน้ำน้อยไประบบเผาผลาญจะลดลงเหมือนขาดอาหาร โดยตับจะเก็บน้ำไว้แทนที่จะนำไปใช้ในหน้าที่อื่นๆ เช่น เผาผลาญไขมัน การดื่มน้ำเย็นๆจะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญได้เล็กน้อยจากการที่ร่างกายต้อง รักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ EGCG (epigallocatechin gallate) ที่มีฤทธิ์สูง หากดื่มขณะที่กินอาหารจะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ 24 ชั่วโมงได้ 4% (คาเฟอีนเพียงอย่างเดียวไม่แสดงผลนี้) แม้ชาเขียวจะกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีกว่าและนานกว่ากาแฟ แต่การดื่มชาเขียวโดยไม่ควบคุมปริมาณอาหารที่กินตลอดทั้งวันก็ไม่อาจช่วยให้น้ำหนักลดลงได้

6. เลี่ยงน้ำตาลและของหวาน การกินของหวานมากๆ จะช่วยส่งเสริมให้ระบบเผาผลาญเก็บสะสมไขมันมากกว่าการเผาผลาญไขมันออกไปใช้ นอกจากนี้ น้ำตาลยังเป็นพลังงานส่วนเกินที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่าย

ปัจจัยเสริมเร่งการเผาผลาญพลังงานตลอดทั้งวัน
ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่เผาผลาญพลังงานในเวลาสั้นๆ และยกน้ำหนักที่จะสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มระบบเผาผลาญในระยะยาว ถ้าเรายิ่งสร้างกล้ามเนื้อมากเท่าไร อัตราการเผาผลาญ(ขณะที่อยู่เฉยๆ) ก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้นเพราะเซลล์กล้ามเนื้อเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าเซลไขมัน

การออกกำลังกายแบบแอโรบิค 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการยกน้ำหนัก 30 นาที แต่การยกน้ำหนักกลับจะเพิ่มให้ระบบเผาผลาญทำงานได้นานกว่า ฉะนั้นกฏข้อหนึ่งของการลดน้ำหนักคือ การออกกำลังกายควบคู่กันไปกับการควบคุมอาหารจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายให้มากขึ้นและคงน้ำหนักที่ลดลงได้

ผู้หญิงบางคนกลัวว่าการออกกำลังกายจะทำให้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ดูแล้วไม่สวยงาม แต่ที่จริงผู้หญิงไม่มีฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) มากพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อใหญ่เหมือนผู้ชายได้ขนาดนั้น จึงไม่น่าเป็นข้ออ้างในการไม่ออกกำลังกาย ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อ้วนได้ โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เพราะความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมีผลให้ระบบเผาผลาญลดลง และที่สำคัญนอนให้เพียงพอ การวิจัยพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่าวันละ7-8 ชั่วโมงจะอ้วนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายมีสภาวะเครียดเพิ่มขึ้น

ที่มา: เฮลธ์ แอนด์ คูซีน

Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 05 มิถุนายน 2554
Last Update : 5 มิถุนายน 2554 15:02:12 น.
Counter : 579 Pageviews.

0 comment
อด ลด อ้วน ลดน้ำหนักให้ได้ใน 7 วัน






Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

สำหรับผู้ที่อยากมีหุ่นที่ดีนั้น การลดน้ำหนักถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ แต่จะทำอย่างไรให้ลดน้ำหนักแล้วได้รับสารอาการอย่างครบถ้วน ไม่ทำให้เสียสุขภาพด้วย และไม่ต้องกินยาลดความอ้วน...
อะ!!-->อยากรุ้แล้วละซิว่ามีวิธีลดความอ้วนอย่างไรมาฝากกัน ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่า มันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครบางคน แต่เอานะ เพื่อความสวยต้องอดทนกันหน่อย เพียงแค่ 7 วันเองคงไม่ลำบากอะไรมากมายหรอก เนอะ
วิธีที่ได้ผลดีที่สุด คือเคร่งคลัดกับสูตรการกินตามเมนูให้ได้ตรงที่สุด หากว่าเกิดกินเข้าไปผิดจากเมนู ก็ให้เริ่มนับหนึ่งใหม่อีครั้งหรือถ้าอยากให้ได้ผลดีกว่านี้ ก็เพิ่มเป็น 14 วันแทนได้เหมือนกัน งั้นมาเริ่มกันเลย


วันจันทร์(วันที่ 1):
เช้า : น้ำผลไม้ปั่น 
กลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง(ตั้ง2ฟอง)
เย็น : โยเกิต 1 ถ้วย (รสธรรมชาติ)
วันอังคาร(วันที่ 2):
เช้า : โยเกิต 1 ถ้วย(รสธรรมชาติเหมือนเดิม)
กลางวัน : เกาเหลา 1 ถ้วย(เกาหลาหมูลูกชิ้น)
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้น(1ชิ้น เล็ก ไม่ใช่ชิ้นละ 1 ลูกนะ)
วันพุธ:
เช้า : น้ำผลไม้ + ขนมปัง 1 ชิ้น
กลางวัน : สลัดผัก + ไก่ยาง
เย็น : โยเกิต 1 ถ้วย(รสธรรมชาติเหมือนเดิม)
วันพฤหัสบดี:
เช้า : โยเกิต 1 ถ้วย(รสธรรมชาติเหมือนเดิม)
กลางวัน : ส้มตำ + ไก่ยาง
เย็น : สลัดผัก
วันศุกร์:
เช้า : น้ำผลไม้ + ขนมปัง 2 แผ่น
กลางวัน : ปลาย่าง เผา นึ่ง (เลื่อกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง และห้ามทอด)
เย็น : นมถัวเหลืองไม่ใส่น้ำตาล
วันเสาร์:
เช้า : ข้าว 1 ทับพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง
กลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้น
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้น
วันอาทิตย์:
เช้า : โยเกิต 1 ถ้วย(รสธรรมชาติเหมือนเดิม)
กลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น : สลัดผัก 1 จาน

เย้ๆ ครบเจ็ดวันแล้ว ชั่งน้ำหนักได้เลย
Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 04 มิถุนายน 2554
Last Update : 4 มิถุนายน 2554 1:19:09 น.
Counter : 668 Pageviews.

0 comment
น้ำหนักตัวที่เหมาะสม


Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

ก่อนที่ท่านจะต้องเริ่มขบวนการควบคุมน้ำหนักตัว ท่านควรจะทราบน้ำหนักตัวที่เหมาะสมของท่านก่อนว่าควรจะเป็นเท่าใด บางท่านอาจจะใช้สูตรง่ายๆเช่น เอาตัวเลข 100 ลบออกจากส่วนสูงเป็นเซนติเมตร ได้เท่าใดเป็นน้ำหนักคร่าวๆของผู้ชาย ถ้าผู้หญิงให้เอา 110 ไปลบจากส่วนสูงที่วัดเป็นเซ็นติเมตร ก็จะได้น้ำหนักคร่าวๆ ของผู้หญิง ซึ่งค่อนข้างจะคลาดเคลื่อนได้ แต่ในปัจจุบันเรามีสูตรคำนวนหาดัชนีความหนาของร่างกาย หรือบางคนเรียกว่าดัชนีความอ้วน ให้ท่านชั่งน้ำหนักสมมุติว่าได้ 60 กิโลกรัม และวัดส่วนสูงได้ 1 เมตร 60 เซนติเมตร ให้เอา 60 หารด้วย 1.6 ยกกำลังสอง คำนวณออกมาแล้วจะได้เท่ากับ 22.04 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ค่าปกติอยู่ระหว่าง 20-24.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งตัวเลขที่ได้ตั้งแต่ 25 ขึ้นไปถือว่าเริ่มอ้วน ส่วนตัวเลขที่ได้ต่ำกว่า 20 ถือว่าผอม


ดังนั้นขอทบทวนวิธีการคำนวนดัชนีความหนาของร่างกาย เพื่อดูว่าน้ำหนักตัวของท่านอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมหรือไม่ อีกครั้งหนึ่งดังนี้ ให้ท่านชั่งน้ำหนัก สมมุติว่าได้ 60 กิโลกรัม และวัดส่วนสูงสมมุติว่าได้ 1 เมตร 60 เซนติเมตร ให้เอา 60หารด้วย 1.6 ยกกำลังสอง ตัวเลขที่ได้เรียกว่าดัชนีความหนาของร่างกาย ซึ่งค่าปกติอยู่ระหว่าง 20 -24.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ฟังมาถึงตอนนี้ท่านรีบไปชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง แล้วเอาตัวเลขมารีบคำนวณเลยนะคะ


Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 01 มิถุนายน 2554
Last Update : 1 มิถุนายน 2554 12:02:36 น.
Counter : 995 Pageviews.

2 comment
Do & Do Not ! ถ้าไม่อยากอ้วน

Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ
จำกัดโรคอ้วนอย่างได้ผล ประเด็นสำคัญ คือ การลดน้ำหนักตัว โดย ลดปริมาณไขมันส่วนเกิน ภายในร่างกาย และทรงน้ำหนักตัวที่ลดลงแล้วไว้ได้ ซึ่งต้องจัดดุลพลังงานในร่างกายให้เหมาะสม ให้พลังงานที่ถูกนำเข้าในร่างกายน้อยกว่า พลังงานที่ร่างกายจะนำไปใช้ เพื่อให้ร่างกายดึงส่วนเกินมาเผาผลาญเป็นพลังงาน

Do & Do Not !!!

กำจัดปริมาณพลังงานที่รับประทานให้น้อยลง ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป จนสามารถลดได้วันละ 500 กิโลแคลอรี่ แต่ต้องให้ได้พลังงานไม่ต่ำกว่าวันละ 1,200 กิโลแคลอรี่ ซึ่งพูดอย่างง่ายๆ ก็คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก เช่น หมู 3 ชิ้น ข้าวมันไก่ แกงกะทิ อาหารทอดต่าง ๆ ได้แก่ กลัวยแขก ทอดมัน ปลาท่องโก๋ เพราะไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงสุดถึง 9 กิโลแคลอรี่/กรัม นอกจากนี้ร่างกายมีขีดจำกัด ในการเผาไหม้ไขมันเป็นพลังงาน

ต้องรับประทานโปรตีนให้มากพอ เพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 75 เป็นไขมัน และร้อยละ 25 เป็นโปรตีน การลดน้ำหนักตัวมีเป้าหมายลดเฉพาะไขมันและสงวนโปรตีนไว้ พูดแปลง่ายๆ ก็คือ ให้หันมารับประทานเนื้อไก่ และเนื้อปลาที่ไม่มีไขมันให้มากขึ้น

เลือกรับประทานแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม ได้แก่ ข้าวและแป้ง งดรับประทานเครื่องดื่ม ที่มีน้ำตาลทรายและขนมหวาน แต่ถ้ายังติดในรสหวาน ก็ให้ใช้สารรสหวานแทนน้ำตาลทราย (น้ำตาลเทียม)

รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ เพราะนอกจากให้วิตามิน และเกลือแร่แล้ว ยังให้ใยอาหาร ทำให้ไม่ท้องผูกและมีความรู้สึกอิ่ม ไม่หิวบ่อย แต่ต้องไม่รับประทานผลไม้ที่หวานจัด เช่น องุ่น ละมุด ทุเรียน มะม่วงสุก เพราะให้พลังงานมาก ถ้าอดใจไม่ได้ก็ต้องรับประทานให้น้อยลง และเป็นครั้งคราวเท่านั้น

ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารเอทานอลซึ่งให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรี่/กรัม ร่างกายจะเผาไหม้เอทานลก่อนไขมันจึงเอื้ออำนวยให้เกิดการสะสมไขมันภายในร่างกาย

ห้ามอดมื้อกินมื้อ เพราะการอดอาหารอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ และยังจะทำให้การกินอาหารในมื้อถัดไปจะเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ

คนอ้วน ถ้ารับประทานอาหารที่ให้พลังงานน้อยลงวันละ 500 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักตัวจะลดลง 0.45 กก./สัปดาห์ ถ้าปฏิบัติจริงอย่างสม่ำเสมอในช่วง 10 เดือนจะลดได้ 18 กก. ดังนั้นต้องเข้าใจให้ดีว่า การลดน้ำหนักต้องใช้เวลา และต้องมีวินัยการบริโภคอาหารอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญกว่าน้ำหนักที่ลดลงคือ การรักษาสภาพของน้ำหนักตัวที่ลดลงแล้วให้ได้ตลอดไป จึงจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 29 พฤษภาคม 2554
Last Update : 29 พฤษภาคม 2554 21:51:48 น.
Counter : 393 Pageviews.

0 comment
ลดเท่าไหร่ก็ไม่ผอม
Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ

คุณอาจจะส่ายหน้าด้วยความท้อใจกับคำว่า "ลดความอ้วน"


เพราะว่าคุณมิได้นิ่งนอนใจที่จะแบกน้ำหนักและหุ่นอันเกินอวบของคุณมาจนถึงวันนี้ คุณอาจจะเคยพยายามทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการจะกำจัดไขมัน และน้ำหนักตัวให้หายหดหมดไปได้


วิธีต่างๆ นานาที่คนอ้วน ทดลองดูแล้วนั้นก็มีอาทิเช่น


- พึ่งยา


การใช้ยาลดความอ้วนนั้น ปัจจุบันมีการโฆษณากันอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ได้ให้ผลดีอันใดต่อร่างกายเลย แถมจะยังมีอันตรายต่อตัวผู้กินอีกด้วย เพราะยาเหล่านั้นมักจะมีผลข้างเคียงที่จะทำให้สุขภาพจิตและระบบประสาทถูกบั่นทอนไปไม่น้อยเลย และส่วนมากจะมีฤทธิ์ในทางขับปัสสาวะให้น้ำหนักตัวลด แต่ไขมันไม่ได้ลดไปด้วย ทำให้ร่างกายขาดน้ำอีกต่างหากและเมื่อร่างกายขาดน้ำ สมองก็พลอยขาดออกซิเจนไปด้วย เมื่อนั้นแหละอันตรายจะเกิดขึ้นอย่างยากแก้ไขเชียวล่ะ


- เคี้ยวอย่างอร่อย แต่คายทิ้ง


บางท่านเล่นไม่ยาก ด้วยการกินอาหารจานโปรดตามใจรัวเองแล้วก็คายทิ้ง เพราะไม่กลืนอาหารลงท้องแล้วความอ้วนจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? ก็คงจะได้ผลอยู่บ้าง แต่คุณคงใช้วิธีนี้ตลอดทุกื้อทุกวันคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ


- กินให้อร่อย แล้วค่อยอาเจียน


มีหลายท่านใช้วิธีกินเข้าไปไม่จำกัด แล้วก็เอานิ้วล้วงคอให้อาเจียนออกมาให้หมด แต่ทว่าคุณก็คงใช้วิธีนี้ทุกวันไม่ได้เช่นกัน


- ดูดไขมัน คุณผู้หญิงมักจะพึ่งวิธีนี้ แต่ทว่าการเจาะร่างกายแล้วดูดเอาไขมันออกมานั้น จะม่ผลต่อผิวหนังคือความเหี่ยวย่นของบริเวณนั้น และค่าใช้จ่ายการดูดไขมันเฉพาะที่ก็ตกในราคาหลายหมื่นบาท หากจะดูดให้ครบทั่วทุกส่วนก็คงจะใช้เงินเป็นแสนๆ หากคุณเป็นคนรวยอาจจะไม่คิดเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ก้ขอให้คิดถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นบ้างก็ดี


- จ้องกระดาษสีชมพู


นี่เป็นเทคนิคทางจิตวิทยาเป็นผลงานของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกิ้นส์ ซึ่งให้คนอ้วนจ้องกระดาษสีชมพู ขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3 นิ้วครึ่งคูณ 3 นิ้วครึ่ง นั่งจ้องกระดาษนาน 5 นาทีเท่านั้น คุณก็จะหายหิวและรุ้สึกสงบนิ่ง ปรากฏผลในการทดลองมาแล้วว่าได้ผล ทำให้น้ำหนักตัวลดลง แต่ทว่ายังมีคนอ้วนอีกไม่น้อยที่บอกลาวิธีนี้ เพราะจ้องนานเท่าไหร่ใจก็ยังอยากกินอาหารเหมือนเดิม!


- ฝังเข็ม


นี่เป็นวิธีที่กำลังนิยมมากพอสมควร ไม่เจ็บปวดและไม่ค่อยมีความเสี่ยงต่ออันตรายนัก แต่ทว่าต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอทนเชียวล่ะ การฝังเข็มที่ใบหูนี้ช่วยให้กระเพาะอาหารไม่หดตัวนัก ความหิวก็จะลดลง แต่ควรระวังการติดเชื้อเท่านั้นแหละ


- ครีมนวดละลายไขมัน


วิธีนี้ใช้เงินมากมายแต่ก็ยากที่จะเห็นผล ครีมนวดบางชนิด หลอดเล็กนิดเดียวซึ่งต้องนวดกันถึง 10 หลอดหรือ 10 กระปุก แต่ก็ไม่อาจวัดผลได้ว่าไขมันหดหายไปแล้วมากน้อยเท่าใด ความจริงครีมเหล่านั้นก็มีสารละลายไขมันที่จะซึมซาบผ่านผิวไปได้จริงเช่นกัน เพียงแต่ว่า ไขมันบางชนิดนั้นก็ยากที่จะละลายไป นอกจากการเผาผลาญโดยตรงของวิธีออกกำลังกายเท่านั้น!



หลายท่านคงจะเคยพบกับปัญหาที่ว่า บางครั้งก็ลดน้ำหนักไปได้ 2-3 กิโลแล้ว แต่ทว่าเผลอแผล็บเดียว ความอ้วนก็มาเยือนอีก และมาพร้อมกับน้ำหนักหลายกิโลกรัมซะด้วยซี


ขอให้คุณมาทำความเข้าใจกับอาหารทั้ง 5 หมู่ให้ชัดเจนอีกครั้งหลังจากที่เราได้เรียนรู้กันมาแล้วในชั้นเรียน เพื่อที่คุณจะได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าร่างกายคนเราต้องการพลังงานจากอาหารมากน้อยอย่างไรบ้าง



- คาร์โบไฮเดรต


ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ถ้าคุณไม่ได้ใช้แรงงานมากในการทำงานก็ไม่จำเป็นต้องกินคาร์โบไฮเดรตมาก "แต่" ก็ไม่ควร "งด" คาร์โบไฮเดรตอย่างที่คนลดน้ำหนักหลายคนเข้าใจว่าคาร์โบไฮเดรตจะทำให้อ้วน เพราะคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานทำให้อิ่ม และระบบขับถ่ายไม่ย่ำแย่เสียหายไปและคาร์โบไฮเดรตก็มีไฟเบอร์ หรือเส้นใยมากพอควรซึ่งมีผลดีต่อการขับถ่าย


ดังนั้น คนลดความอ้วนควรกินข้าว มากกว่าที่จะอดข้าวแล้วไปกินกล้วยหรือของว่างอย่างอื่น ซึ่งมีแต่จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น


- โปรตีน


แหล่งของโปรตีนก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วต่างๆ ซึ่งโปรตีนนี้เองที่จะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ดังนั้นคนเราไม่ควรขาดโปรตีน แต่ทว่าคนอ้วนควรเลือกอาหารโปรตีน อย่างเช่น เลือกกินปลา ไก่ (ไม่เอาหนัง) และควรหลีกเลี่ยง เนื้อวัว เนื้อหมู ซึ่งมีไขมันปนอยู่ด้วยไม่น้อยเลย


- ไขมัน


ศัตรูตัวร้ายของคนอ้วน อาหารที่ทอดและผัดทุกชนิดนั้นล้วนนำไขมันมาให้คุณทั้งนั้น ดังนั้นคุณควรกินอาหารที่นึ่งหรือย่างก็คงจะปลอดภัยกว่าแน่ หากอยากให้ร่างกายได้คุณค่าของไขมมันบ้างก็ควรกินนมที่พร่องไขมันบ้างก็ใช้ได้แล้ว


- วิตามิน


คุณไม่จำเป็นต้องกินวิตามินชนิดเม็ดเสริมให้ร่างกาย เพราะถ้าคุณกินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ก็สมบูรณ์พอเพียงแล้ว เว้นแต่ว่าแพทย์จะสั่งเท่านั้น


- เกลือแร่


เซลล์ต่างๆ ในร่างกายของคนเราต้องการเกลือแร่มาช่วยทำให้ระบบต่างๆ ทำงานได้เป็นปกติแลมีประสิทธิภาพ คนอ้วนก็ไม่ต้องงดเกลือแร่ เพราะเกลือแร่ไม่ได้ทำให้คุณอ้วน มีแต่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงดียิ่งขึ้น


- น้ำ


นอกจากอาหาร 5 หมู่แล้ว ร่างกายของคุณยังต้องการ "น้ำ" เป็นที่สุด ดังนั้นคุณไม่ควร "อด" น้ำเพราะร่างกายคุณสามารถขับน้ำออกมาได้เองอยู่แล้ว แต่ถ้าร่างกายขาดน้ำน่ะสิ ระบบการทำงานภายในร่างกายจะปั่นป่วนมีปัญหาแน่นอน!


Other Link
ลดน้ำหนักกับ Longderse ปรึกษาฟรี
บทความอื่นๆ



Create Date : 29 พฤษภาคม 2554
Last Update : 29 พฤษภาคม 2554 10:45:51 น.
Counter : 464 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

ChaiKU
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รับสมัครผู้สนใจหารายได้ทาง Internet
และให้คำปรึกษาผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก