น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย หากไม่รู้จักเจ็บปวด คงไม่รู้ถึงความสุขใจ
Group Blog
 
All Blogs
 

เกาหลี(ยุคจักรวรรดินิยม 5)

สาเหตุของการพ่ายแพ้ของจีน คงเป็นเรื่องเกี่ยงกันนะครับ เพราะตอนนั้นอำนาจทางทหารเริ่มอยู่ในมือขุนศึกตามภูมิภาคต่าง อย่างหลีหุงจาง ยังได้ควบคุมกองเรือเป่ยหยาง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 กองเรือของจีนและควบคุมกองทหารในภาคเหนือ(รอบๆปักกิ่งและแมนจูเรีย)ของจีน

พอสงครามเกิดก็เกี่ยงกันครับต่างฝ่ายต่างเกี่ยงที่จะส่งทหารเข้ารบ เพราะไม่อยากให้กองทัพตนเกิดความสูญเสีย มีแต่กองเรือเป่ยหยางกองเดียวทำยุทธนาวียาลูหรือยุทธนาวียาโดะ(ตอนสงครามจีน-ฝรั่งเศส ที่แย่งชิงอันนัมหรือเวียดนาม ก็มีแต่กองเรือฝูเจี้ยน เข้าทำการรบกับฝรั่งเศสกองเดียวเช่นกัน เรียกว่าทีใครทีมัน) สามัคคีกันขนาดนี้คงจะชนะหรอกครับ

ยังไม่รวมการคอรัปชั่นอย่างมโหฬารในกองทัพจีนที่มีกระสุนเก่าเก็บยิงแล้วกระสุนด้าน โลหะบางส่วนบนเรือรวมทั้งเกราะเรือโดนถอดไปขาย ไม่รวมทหารที่ฝึกไม่พอแม้ตอนรบ ก็ม้วนเสื่อตามระเบียบ

เมื่อสงครามสิ้นสุด ญี่ปุ่นยื่นข้อเรียกร้องไปพร้อมค่าปฏิกรรมสงคราม หลังจากตกลงกันไปยื้อกันมา รวมทั้งกรณีที่หลี่หุงจางผู้แทนของจีนโดนลอบทำร้ายที่ญี่ปุ่น ,3 ชาติมหาอำนาจ(รัสเซีย ฝรั่งเศสและ เยอรมัน) เข้าแทรกแซงในกรณีที่ญี่ปุ่นขอเช่าเมืองท่าปอร์ต อาร์เธอร์

ในที่สุดญี่ปุ่น-จีนจึงยอมลงนามใน สนธิสัญญา ซิโมโนเซกิ ว่าจีนชดใช้ค่าปฏิกรรมสงคราม ยกไต้หวันและหมู่เกาะโดกาเนส ที่เกี่ยวกับเกาหลีคือยอมให้เกาหลีเป็นเอกราช ไม่ต้องอยู่ใต้อิทธิพลของจีน(โดยที่เกาหลีไม่เต็มใจ)

หลังลงนามในสนธิสัญญาซิโมโนเซกิญี่ปุ่นยอมสละคาบสมุทรเหลียวตุงเพื่อแลกกับค่าปฏิกรรมก้อนโตจากจีนเพื่อมาพยุงฐานะการคลังอันยอบแยบของญี่ปุ่น


ข้างล่างรูป หลี่หุงจาง ขุนนางที่ทรงอิทธิพลในราชสำนักจีนและผู้แทนเจรจากับญี่ปุ่นครับ


รูปแรกทหารญี่ปุ่นกำลังตรวจปืนใหญ่ของเรือเจนหยวนที่ยึดจากจีนมาได้ครับ


รูปต่อมา เชลยศึกจีนที่ทหารญี่ปุ่นจับได้ครับ


รูปเรือเจนหยวนของจีนที่ถูกญี่ปุ่นยึดเป็นเรือเชลย


สุดท้าย ภาพการ์ตูนล้อเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นรบชนะจีน




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2551    
Last Update : 31 ตุลาคม 2551 17:54:17 น.  

เกาหลี(ยุคจักรวรรดินิยม 4)

จีนทำการเตือนญี่ปุ่นแรงๆว่าเฮ้ย ออกมาได้แล้วถ้าไม่ออกมามีเรื่องนะ ญี่ปุ่นก็เฉย จีนถือว่าเป็นการหลู่เกียรติอย่างแรง

กอปรกับช่วงนั้นจีน(รู้สึก)เข้มแข็งขึ้นเป็นผลจากการที่จีนพยายามปฎิรูปกองทัพ และซื้อเรือรบสมัยใหม่เข้าประจำการเรื่อยๆ ถึงแม้จะโดนพระนางซูสีไทเฮาตัดงบไปสร้างวังบ้างก็ตาม แต่ก็ยังมีเรือมากกว่าญี่ปุ่นอยู่ดี

บรรดาชาติตะวันตกเริ่มเกรงใจจีนไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับจีนทำให้จีนเริ่มลำพองใจเห็นว่าตนมาถูกทางแล้ว ขนาดมหาอำนาจตะวันตกยังเกรงใจตน (จากการที่จีนแก้ปัญหากรณีพิพาทดินแดนอี่ลี่ในเอเชียกลางกับรัสเซียได้)

ว่ากันว่าขณะนั้นกองทัพเรือของจีนใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก แต่ของญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 11 ของโลก โดยเฉพาะจีนมีเรือรบวางขับน้ำขนาด 7,000 ตันถึง 2 ลำ แต่ละลำมีปืน 12 นิ้ว ติดอยู่ ลำละ 4 กระบอก ซึ่งเป็นเรือที่ใหญ่โตมากในละแวกนั้น โดยเฉพาะเรือรบเจนหยวน(Chen-yuen) ขุนนางคนสำคัญอย่างหลี่หุงจางเจ้าของกองเรือเป่ยหยางในทะเลเหลือง ยังกล่าวเลยว่า ขอเพียงจีนทยอยซื้อเรือรบเข้าประจำการ จีนก็สามารถรักษาเอกราชได้แล้ว

ขณะที่ญี่ปุ่นมีเรือใหญ่สุดขนาดไม่เกิน 4,000 ตัน มีปืน 12 นิ้วแค่กระบอกเดียว แถมกว่าจะซื้อแต่ละลำ ก็ไม่ค่อยมีเงินจะซื้อ(ต้องขายพันธบัตรกับขอเงินบริจาคจากประชาชน)

ขนาดโต๊ะรับแทงในอังกฤษให้กองทัพจีนเป็นต่อกองทัพญี่ปุ่นหลายขุม

จากข้อมูลข้างต้นรู้กันทั่วโลก จีนจึงไม่จำเป็นต้องกลัวญี่ปุ่นเลยจึงยื่นคำขาดไปให้ญี่ปุ่นถอนทหารจากเกาหลี...


ข้างล่างรูปเรือรบเจนหยวนของจีนครับ

หลังจากจีนยื่นคำขาดแล้วก็รอ....รอ รอว่าเมื่อไหร่ญี่ปุ่นจะมาสยบแทบเท้าตนซะที ถามไปกี่ทีกี่ทีญี่ปุ่นก็นิ่งเฉย สงสัยจะกลัวจนหัวหด

แต่แล้วญี่ปุ่นก็ตอบมาจนได้ แต่ตอบด้วยลูกปืนครับ(จริงๆระหว่างนั้นมีการคุยกันระหว่างจีนกับญี่ปุ่น แต่จีนไม่ยอมเพราะข้อเรียกร้องของญี่ปุ่นจ้องจะเอาเปรียบอย่างเดียว)

วันที่ 23 ก.ค. 1894 ญี่ปุ่นบังคับพระเจ้าโคจง ให้ลงนามในสัญญาร่วมกันขับจีน(หลังจากเอาทหารมาล้อมพระราชวัง)

สองวันต่อมาญี่ปุ่นโจมตีกองลำเลียงของจีนในทะเลเหลืองและประกาศสงครามในวันที่ 1 สิงหาคม 1894

โดยรวมกองทัพจีนที่เข้าสู่สมรภูมิมีกำลังมากกว่าญี่ปุ่น แต่คุณภาพนั้นยังห่างไกล กองทัพจีนแตกพ่ายอย่างในยุทธภูมิที่เปียงยาง นายพลยวนซีไขหนีกลับจีนแทบไม่ทัน จากนั้นก็เข้ายึดเมืองท่า ปอร์ตไดเรนและ เวยไห่เว่ย ในคาบสมุทรเหลียวตุงได้อย่างรวดเร็ว ส่วนกองทัพเรือของจีนในทะเลเหลืองถึงแม้จะมีเรือรบใหญ่กว่าเกราะหนากว่าเรือญี่ปุ่น แต่การที่มีปืนขนาดใหญ่กว่าทำให้ขาดความคล่องตัว

ในยุทธนาวียาโดะ ญี่ปุ่นแทบไม่ได้ใช้ปืนเรือ 12 นิ้วเลย ใช้แต่ปืนยิงเร็วขนาด 6 นิ้ว ยิงใส่ดาดฟ้าไม่ใช่เกราะ เกิดเพลิงไหม้สร้างความวุ่นวายให้กับเรือรบจีนจนต้องถอนตัว(ไม่ก็ต้องสละเรือ) แถมเรือรบเจนหยวนขนาด 7,000 ตันก็ต้องตกเป็นเรือเชลยอีก ก็ย่อยยับตามทัพบกไปเช่นกัน จีนจึงขอสงบศึก




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2551    
Last Update : 31 ตุลาคม 2551 17:44:14 น.  

เกาหลี(ยุคจักรวรรดินิยม3)

ในปี 1893 ถึงแม้เกาหลีจะเปิดประเทศมาเกือบ 20 ปี แต่ความทุกข์ยากของชาวนาซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ไม่ได้เบาบางลงเลย ยังโดนขูดรีดเหมือนเดิม ซ้ำร้ายตั้งแต่เปิดประเทศมามีแต่ความวุ่นวายตลอด พวกชาวนาจึงเริ่มหวนคิดถึงความสงบสุขแบบเก่าภายใต้ลัทธิขงจื้อก่อนเปิดประเทศ

จึงมีการรวมกลุ่มกัน หรือที่เรารู้จักกันในนามของกลุ่ม"ตงฮัก"(Tonghaks) ซึ่งเน้นการเรียนรู้แบบตะวันออก มีพิธีกรรมและความเชื่อทางไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก(รูปแบบนี้คล้ายๆกับพวกกบฎผีบุญบ้านเราสมัย ร.5, พวกไทผิงเทียนกว๋อในจีน หรือกบฎซายาซานหรืออาจารย์ซานในพม่า)

ในปี 1894 พวกนี้ได้เริ่มก่อการจลาจลในภาคใต้ของเกาหลีโดยมีเป้าหมายล้มราชบัลลังค์ของพระเจ้าโคจงที่โซล แต่ไม่สำเร็จ แต่กองทหารของพระเจ้าโคจงก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะปราบกบฎตงฮักลงได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือจากจีน........


รูปชาวนาที่เข้าร่วมกับกลุ่มตงฮัก เพราะการเก็บภาษีที่สูงขึ้น


ภาพกองทหารของกลุ่มตงฮัก

เมื่อจีนได้รับคำขอร้องจากเกาหลีก็ส่งทหารเข้าไป โดยแจ้งให้ญี่ปุ่นทราบด้วยตามข้อตกลงที่มีต่อกัน เมื่อปี ค.ศ.1884

เมื่อญี่ปุ่นทราบข่าวจากจีนก็ส่งทหาร 8,000 คน เข้าไปในเกาหลีร่วมมือกับจีนในการปราบกบฎตงฮัก ฝ่ายกบฎเมื่อต้องรับศึก 3 ด้านทั้งจาก จีน ญี่ปุ่นและกองทัพของพระเจ้าโคจอง ไม่ช้าก็โดนปราบจนเหี้ยน


นายทหารเกาหลีในช่วงทศวรรตที่ 1890


รูปทหารญี่ปุ่นเข้าปราบปรามกลุ่มตงฮัก


รูป Chon Pong-chun ( Jeon Bong-jun ) ผู้นำกลุ่มตงฮักโดนจับและโดนประหารในเวลาต่อมา


อนุสรณ์ของกลุ่มตงฮัก

แต่เรื่องไม่จบเมื่อปราบกบฎตงฮักเสร็จจีนถอนทหารออกจากเกาหลีแต่ญี่ปุ่นไม่ยอมถอนซ้ำมีการส่งกำลังบำรุงเพิ่มเติมซะอีก(แหงเดะอ้อยเข้าปากช้างแล้วนี่หว่า)....




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2551    
Last Update : 30 ตุลาคม 2551 12:58:28 น.  

เกาหลี(ยุคจักรวรรดินิยม 2)

หลังจากเปิดประเทศแล้วบรรดาศิลปวิทยาการสมัยใหม่ทั้งหลายเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่เกาหลีทำให้กลุ่มการเมืองในเกาหลีในเวลานั้นแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
1.กลุ่มผู้สำเร็จราชการ ซึ่งมาจากชนชั้นขุนนาง ซึ่งนิยมจีน
2.กลุ่มสมเด็จพระราชินี และตระกูลมิน กลุ่มนี้มีอิทธิพลเหนือยุวกษัตริย์(พระเจ้าโคจง หรือแบบจีน เกาจง) กลุ่มนี้นิยมญี่ปุ่น

ในปี 1882 ความขัดแย้งของทั้ง 2 กลุ่มขึ้นในเกาหลี โดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมทำรัฐประหารขึ้น เข้าจับกุมพระเจ้าโคจองและราชินีมิน และเข้าจู่โจมสถานทูตญี่ปุ่น จีนและญี่ปุ่นร่วมกันส่งทหารเข้าระงับเหตุ ฝ่ายจีนรีบจับกุมตัวผู้สำเร็จราชการที่คิด กบฎจับไปขังที่เทียนจิน (เพื่อไว้ใช้ประโยชน์คราวหน้า)

หลังจากปราบกบฎราบคาบจีนเล็งเห็นแล้วว่า ตนเองต้องแสดงความเป็นใหญ่เหนือเกาหลี จึงส่งนายพลยวนซือไข ไปกำกับราชการที่เกาหลี และตามนโยบายของหลี หุงจาง ได้นำกฎหมายจีนไปใช้ในเกาหลีพร้อมทั้งส่งเสริมให้มหาอำนาจตะวันตกเข้าไปลงทุนในในเกาหลีเพื่อให้เกาหลีพ้นจากอิทธิพลของญี่ปุ่น ถึงขั้ยยอมลงทุนร่วมมือกับพระราชินีมิน เอาผู้สำเร็จราชการที่นิยมจีนส่ง(เนรเทศ)ไปอยู่ในจีน 3 ปี เพื่อให้ราชินีมินร่วมมือกับจีน

ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นก็สนับสนุนฝ่ายหัวก้าวหน้าของเกาหลีให้มีอำนาจ นั่นคือ คิม ออกคยุน, ปัก ยองเฮียว ,ซอ ควางบอม และฮง ยองซิก ทั้งสี่เป็นยางบานหัวปฏิรูป(ขอบคุณคุณผู้วังเวง ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลครับ) พวกฝ่ายปฏิรูปเห็นจีนพยายามครอบงำเกาหลี จึงก่อรัฐประหารขึ้นในปี 1884 โดยการสนับสนุนของญี่ปุ่น ...

ในช่วงแรกของการก่อการฝ่ายก่อการเข้ายึดสถานที่สำคัญๆได้ ทหารญี่ปุ่นเข้าอารักขาพระเจ้าโคจง การก่อการเกือบจะสำเร็จ แต่นายพลยวนซือไข ได้ใช้ทหารจีนที่ประจำในเกาหลีของตนเข้าขัดขวาง และปราบปรามจนพวกผู้ก่อการหลายคนโดยเฉพาะ คิม ออก คยุนต้องหนีไปญี่ปุ่น

รูปล่าง คิม ออด คยุน ครับ


ทั้งจีน-ญี่ปุ่นจึงเจรจากัน มีสาระว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะถอนทหารภายใน 4 เดือน และถ้าเกิดเหตุไม่สงบในเกาหลีอีกให้ทั้ง 2 ฝ่าย ส่งทหารเข้าระงับเหตุ โดยฝ่ายที่ส่งทหารเข้าไปก่อนต้องแจ้งให้อีกฝ่ายนึงทราบ และทั้ง 2 ฝ่ายไม่แทรกแซงกิจการภายในของเกาหลี

จากข้อตกลงนี้เป็นการยุติปัญหาชั่วคราวเพราะไม่มีฝ่ายใดพร้อมรบแต่ในสถานการณ์ปัจจุบันจีนได้แสดงให้เห็นว่าจีนเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเกาหลี หลังความวุ่นวายนี้นายพลยวนซือไขได้เร่งรัดให้เกาหลีเริ่มปฏิรูปประเทศ เพื่อที่จะรักษาอิทธิพลของจีนเหนือเกาหลีให้คงอยู่ตลอดไป แต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับว่าจีนมีแสนยานุภาพเข้มแข็งขนาดไหน

ส่วนญี่ปุ่นนั้นถือว่าเสียหน้ามากที่ปล่อยให้กลุ่มก้าวหน้าที่ตนสนับสนุนโดนจันปราบปรามจนหมด ซ้ำ คิม ออกคยุน ที่ลี้ภัยอยู่ในญี่ปุ่น โดนฆ่าตายในเขตนานาชาติในเซี่ยงไฮ้ และศพโดนขโมยไปเสียบประจานตามประเพณีโบราณที่เกาหลีซะอีก ญี่ปุ่นยิ่งเสียหน้าหนัก เล็งเห็นแล้วว่าการจะล้างอายนั้นต้องใช้กำลังอย่างเดียวแล้วญี่ปุ่นจึงต้องรอโอกาสจนกระทั่ง....

ขอต่อพรุ่งนี้ครับ ข้างล่างรูปนายพล ยวน ซือ ไข




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2551    
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 13:11:57 น.  

เกาหลี(ยุคจักวรรดินิยม1)

ในต้นศตวรรตที่ 19 ชาวตะวันตกหลายกลุ่มร้องขอความสัมพันธทางการทูตและการค้าขายแต่ไร้ผล เกาหลีวางนโยบายการติดต่อกับต่างชาติชัดเจนว่า จะให้การช่วยเหลือเรืออัปปาง แต่เมื่อช่วยเหลือเสร็จก็จะผลักดันให้กลับไป การติดต่อจะมีเท่านี้ จะไม่มากไปกว่านี้ เกาหลีจะไม่ยอมเจรจาใดๆกับชาติอื่นๆทั้งสิ้นยกเว้นจีน ถ้าจะให้เกาหลีทำอะไรก็ต้องไปขอพระบรมราชานุญาตจากจักรพรรดิจีน

ครั้นถามไปทางราชวงศ์ชิง ก็ได้คำตอบในทำนองว่า จริงอยู่เกาหลีเป็นประเทศราชของจีน แต่เกาหลีมีอิสระเต็มที่ในการปกครองตนเอง และจีนจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของเกาหลี

เจอไม้นี้ก็มึนตึบเลยครับแล้วจะเอายังไงกันเนี่ย....

เมื่อทั้งจีนและเกาหลีให้คำตอบแบบข้างๆคูๆ มาออกจะกวนๆนิดๆ ญี่ปุ่นจึงเป็นชาติแรก ขอเป็นสมิงพระรามอาสา ส่งคณะฑูตเข้าไปในเกาหลี

ผลโดนตะเพิดออกมา เกาหลีกล่าวหาว่าญี่ปุ่นไม่รู้จักเบื้องต่ำเบื้องสูง จักรพรรดิของญี่ปุ่นบังอาจยกตนเสมอกับจักรพรรดิจีน(ดูจากที่ถ้อยคำที่ญี่ปุ่นใช้ในพระราชสาสน์ที่ส่งถึงกษัตริย์เกาหลี)...

คำตอบเยี่ยงนี้ทำให้เหล่าซามูไรในยุคปฎิรูปเมจิโกรธแค้น พร้อมที่จะยกทัพไปตีเกาหลีเพื่อเป็นก้าวแรกในการสร้างจักรวรรดิญี่ปุ่น แต่โดนพวกสายพิราบขัดขวางไว้ก่อนโดยพูดทำนองว่า "จะบุกนะไม่ว่าแต่ควรพัฒนาประเทศก่อน" แผนการบุกก็เลยผับไป

เมื่อปี ค.ศ.1874 ญี่ปุ่นเข้ายึดเกาะไต้หวันจากจีน (โดยที่จีนไม่ยอมรับแต่ไม่มีปัญญาเอาคืน) ญี่ปุ่นจึงลองเข้าไปในเกาหลีในปี 1875

เมื่อเรือรบญี่ปุ่นเข้าใกล้ปืนใหญ่ตามแนวชายฝั่งของเกาหลีก็ยิงสกัดกั้น ญี่ปุ่นถือเป็นข้ออ้างใช้กำลังเปิดประเทศเกาหลีโดยปิดล้อมเมืองท่าสำคัญคือเมืองอินซอง

แต่การที่จะให้เกาหลีเปิดประเทศได้นั้นต้องให้จีนยอมรับด้วย จีน-ญี่ปุ่นตกลงกันได้ในสนธิสัญญากังหวา ในปี 1876 มีสาระสำคัญว่าเกาหลีเปิดเมืองท่าให้ญี่ปุ่นค้าขายได้โดยที่จีนไม่ขัดขวางเพราะถือว่าเกาหลีเป็นเอกราช

เมื่อเกาหลีเปิดประเทศก็ยังเคยชินกับรูปแบบเดิมๆเข้าใจว่าญี่ปุ่นจะเข้ามาค้าขายแบบจีน(เพราะก่อนทำสัญญาเกาหลีทำการค้ากับจีนชาติเดียว) ญี่ปุ่นต้องการให้เกาหลีแสดงความอ่อนน้อม เกาหลีจึงส่งเครื่องบรรณาการให้กับทั้งจีนและญี่ปุ่น

สร้างความไม่พอใจให้กับทั้ง 2 ฝ่าย จีนไม่ต้องการให้เกาหลีนอบน้อมญี่ปุ่น ยังต้องการความสัมพันธ์ฉันท์ประเทศราชเหมือนเดิม ส่วนญี่ปุ่นก็ต้องการให้เกาหลีพ้นจากอ้อมอกของจีนซะที(เพื่อที่จะได้ฮุบเกาหลีได้สะดวกๆ)

เมื่อเกาหลีเริ่มเปิดประเทศก็มีมหาอำนาจตะวันตกชาติต่างๆต่างหลั่งไหลเข้าไปทำการค้ากับเกาหลี ซึ่งเกาหลีก็ย้ำกับทุกประเทศว่าตนเป็นเมืองขึ้นของจีนแต่ตนมีอิสระในการติดต่อกับต่างประเทศ...




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2551    
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 12:53:50 น.  

1  2  3  4  
ryzon
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




free counters
Friends' blogs
[Add ryzon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.