All Blog
Journey to Switzerland - Day 5 Brienz - Bern

๑๘ เมษายน ๒๕๕๗

   เป็นไปตามพยากรณ์อากาศเลยครับ สำหรับอากาศวันนี้ตื่นเช้ามาพร้อมกับสายฝนปรอย ผิดกับเมื่อวานที่ท้องฟ้า
ไม่มีเมฆเลย โปรแกรมวันนี้คือไปล่องเรือ แต่ผมยังตัดสินใจว่าจะล่องทะเลสาบ Thun หรือ Brienz พอมาเจอฝนตก
แบบนี้ตัดสินใจไป Brienz ดีกว่า เพราะอยู่บนเรือนานๆ ฝนตกคงไม่สนุกเท่าไหร่

   ท่าเรือล่องทะเลสาบเบรียนซ์อยู่หลังสถานีรถไฟครับ เดินลอดใต้สถานีไปก็จะเห็นเรือจอดอยู่ริมแม่น้ำ มีซุ้มขาย
ตั๋วอยู่ด้านหน้า ยื่นสวิสพาสให้เค้าดูก็เดินผ่านเข้ามารอขึ้นเรือได้เลยครับ

   เรือเที่ยวแรกออก 9.07 น. แวะจอดตามท่าต่างๆ ตามนี้ครับ Interlaken Ost BrS -  Bönigen -  Ringgenberg BrS -
Niederried BrS - Iseltwald -  Giessbach See -  Brienz BrS ค่าโดยสารหากไม่มี Swisspass จาก Interlaken ถึง
Brienz ผู้ใหญ่ 29 CHF เด็ก 6-16 ครึ่งราคา 14.50 CHF ครับ ต่ำกว่า 6 ปี ฟรี

   นั่งเรือเที่ยวนี้ความรู้สึกเหมือนนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาเลยครับ เจอกรุ๊ปคนไทยเกือบทั้งลำ เฮฮาสนุกสนานกันมาก
ต่างคนต่างมาเที่ยวกันเองครับ ตอนแรกก็นั่งด้านในเรืออุ่นกว่า แต่นั่งไปสักพักออกไปนั่งด้านนอกท้ายเรือกันหมด
สู้กับอากาศหนาวและละอองฝนด้านนอก

   น้ำที่ทะเลสาบ Brienz นี่สีสุดยอดจริงๆครับ เป็นสีเพทายหรือที่ฝรั่งเรียกเทอร์ควอยส์ (Turquoise) ชอบมากครับ
น้ำก็ใสมาก

บ้านสไตล์ชาเล่ย์ริมทะเลสาบ มีแบบนี้สักหลังคงสุขมิใช่น้อย

   หันกลับไปมอง Interlaken เมฆฝนปกคลุมทั่วไปหมด โชคดีที่เราขึ้นจรุงเฟราเมื่อวานครับ ไม่งั้นคงกร่อยแน่ถ้า
ขึ้นวันนี้

วันนี้เที่ยวแบบสบายๆครับ ให้ดูแต่รูปครับ

   และนี่คือโรงแรม Grand hotel Giessbach ครับ ไม่รู้ว่าคืนละเท่าไหร่นะครับแต่ที่แน่ๆเต็มไปจนถึง May 2016
ครับบร่ะเจ้า!! โรงแรมนี้ตั้งอยู่ริมน้ำตก 
Giessbach Fall มีท่าเรือและรถไฟขึ้นจากท่าเรือเป็นของตัวเอง สงสัยนอน
คืนนึงคงเที่ยวได้ทั้งทริปเลย

   น้ำตก Giessbach Falls ใครจะมาเที่ยวน้ำตกนี้ก็ลงที่ท่า Giessbach See ครับ เป็นน้ำตกที่ใหญ่โตพอสมควร
สะพานด้านบนนั่นน่าขึ้นไปเดินเล่นจริงๆครับ

   เลยจากน้ำตกไม่นานก็มาถึงท่าเรือสุดท้ายครับเมือง Brienz ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ใครยังไม่จุใจจะนั่งกลับ
อีกเที่ยวก็ได้นะครับ

ชีวิตช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้ น่าอิจฉาจัง

   เมือง Brienz วันนี้เงียบสนิทครับ ไม่มีร้านเปิดสักร้านเพราะเป็นช่วงหยุดเทศกาลอีสเตอร์ พร้อมใจกันหยุดจริงๆ
ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ไม่มีเปิดเลยสักร้านครับ เราเลยนั่งรถไฟไปเที่ยว Bern กันดีกว่า นั่งย้อนกลับ
ไปลง Interlaken Ost แล้วต่อรถไป Bern ครับ

    จาก Interlaken ไป Bern รถไฟแล่นเรียบทะเลสาบ Thun ถ้าวันฟ้าใสๆคงสวยมากครับ ขนาดวันฟ้าหม่นๆแบบ
นี้ยังนั่งดูเพลินเลยครับ

   มาถึงสถานี Bern ก็เดินตามป้าย City ไปเรื่อยๆครับ จะเจอบันไดเลื่อนอยู่ขวามือ ขึ้นบันไดเลื่อนไปออกมาหน้า
สถานีเห็นโบสถ์ Heiliggeistkirche อยู่ข้างหน้า (นอกเรื่องนิดครับ ไม่รู้เป็นเทศกาลซ่อมโบสถ์แห่งชาติหรือไงก็
ไม่รู้ครับ ไปที่ไหนปิดซ่อมที่นั่น) เดินไปทางซ้ายมือพ้นโบสถ์แล้วเลี้ยวซ้ายครับ

   เลี้ยวซ้ายมาตามถนน Spitalgasse เดินเรื่อย ๆ สุดถนนก็จะเห็นซุ้มประตูเมืองเก่าที่มีหอนาฬิกาตั้งเด่น ประตูเมือง
โบราณ Käfigturm หรือ Prison Tower คือประตูเมืองและป้อมปราการทางด้านตะวันตก ตึกนี้ถูกสร้างขึ้นมาในราว
ค.ศ. 1256 เพื่อใช้เป็นคุกจนถึงปี 1897 ในปัจจุบันนี้ Prison Tower ถูกใช้เป็นที่จะนิทรรศการทางการเมือง และจะ
เปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงที่มีนิทรรศการเท่านั้น
   ตามถนนในกรุงเบิร์นมีน้ำพุมากมายจนเมืองมรดกโลกแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุ (City of Fountains) ใคร
จะลองมาเดินนับดูก็ได้นะครับว่ามีทั้งหมดกี่แห่ง ก่อนมาเที่ยวไปดูกระทู้ต่างๆเห็นบอกว่าน้ำพุที่นี่ใสเย็นจนรองน้ำมา
ดื่มได้ มาเจอของจริง อัยย่ะ! ขี้บุหรี่ทั้งนั้นเลย

   ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายช๊อปปิ้งที่ยาวที่สุดในสวิส แต่เดี๋ยวก่อน วันนี้วันหยุดเทศกาลอีสเตอร์เสียใจกับคุณนาย
และคุณหนูด้วยจริงๆ :) เดินไปสุดมุมตึกจะเจอทางแยกครับ เลี้ยวขวาไปจะเห็นอาคารรัฐสถา(ฟ้าจะขาวไปไหน)
ตรงด้านขวานั่นมีทางเดินเข้าไปได้ ไปกันเลยครับ

   เดินทะลุไปด้านหลัง วิวทิวทัศน์เมืองเบิร์นสวยเชียวครับ กรุงเบิร์น(Bern หรือ Baren ในภาษาเยอรมัน) แปลว่า
หมี ในอดีตดุ๊กแบร์ซโทลด์ที่ 5 แห่งราชวงศ์ ซาห์ ริงเงิ่น (Duke Berchtold V of Zahringen) ผู้ครองเมืองได้ออก
ล่าสัตว์และตั้งปณิธานไว้ว่าสัตว์ตัวแรกที่ล่าได้ จะนำมาตั้งเป็นชื่อเมืองซึ่งสัตว์นั้นก็คือ หมี จึงได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า
ฺBern เมื่อปี ค.ศ.1191

   ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงและตั้งอยู่ใจกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความโดดเด่นอย่างน่าประทับใจของ
เมืองเก่าสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นตัวอย่างผังเมืองของสมัยกลางที่
ดีมากที่สุดในทวีปยุโรปจนได้รับยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ในปี 1983 มีแม่น้ำอาเรอ(Aare) โอบ
รอบ 3 ด้านของเมือง(ถ้าเทียบภูมิประเทศ คล้ายๆบางกระเจ้าบ้านเรา)

   กลับออกมาด้านนอกเดินกันต่อครับ เห็นตึกที่อยู่ตรงข้ามศาลาว่าการเมือง เดินเลี้ยวขวาไปตามทางนี้เลยครับ
จะเห็นยอดมหาวิหารมึนสเตอร์ จุดหมายต่อไปของเราครับ

 ร้านค้าปิดเรียบครับ แม้แต่ร้านอาหาร

   มหาวิหารมึนสเตอร์ (Munster) เป็นโบสถ์โกธิคสไตล์เยอรมัน เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1421 แต่มาแล้วเสร็จในอีก
470 ปีต่อมา แม้จะขนาดไม่ใหญ่โตอลังการเหมือนโบสถ์วิหารอื่นๆในอิตาลี หรือฝรั่งเศส แต่มหาวิหารแห่งกรุงเบิร์น
แห่งนี้ก็มียอดหอคอยที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ มีความสูงถึง 100 เมตร และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิว
ด้านบนได้ แต่...วันนี้ปิด T-T

   ในเมื่อขึ้นด้านบนไม่ได้ ก็ออกไปดูด้านหลังก็ได้ครับ วิวเมืองเบิร์นกับแม่น้ำ Aare

   เดินกลับออกมาด้านถนนอีกครั้ง ไม่ต่องเดินย้อนกลับทางเดิมครับ เดินต่อไปเรื่อยๆ จะทะลุออกมาถนนเส้นหลัก
และเจอสะพานข้ามแม่น้ำ Aare เดินข้ามสะพานไปเลยครับ แวะดูวิวแม่น้ำกันสักนิดก่อน ชอบสีของน้ำจริงๆ

   มองกลับไปอีกด้านเห็นมหาวิหารมึนสเตอร์

   เดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งจะเจอบ่อหมี Bärengraben เป็นสวนขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่บนแนวชันของเนินเขาริม
แม่น้ำ ซึ่งสนามหญ้าชันๆ เป็นสถานที่เลี้ยงหมีสีน้ำตาลสัญลักษณ์ประจำเมือง Bern

   ดูหมีแล้วก็ข้ามถนนมาอีกด้านจะเห็นป้ายรถเมล์ครับ นั่งรถ Bus สาย 12 กลับเข้าเมือง ความจริงเดินไม่ไกลมาก
ประมาณกิโลนึงครับ แต่นั่งรถดีกว่าเพราะสวิสพาสนั่งฟรีครับ กลับมาลงใกล้ๆหอนาฬิกา ลงรถก็เดินหาบ้านเลขที่
49 ถนน Bim Zytglogge ที่นี่คือ Einstein-Haus หรือบ้านของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์อัจริยะของโลก ใช้ชีวิต
อยู่ที่นี่ ระหว่างปี ค.ศ. 1903-1905 ปัจจุบันบ้านหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่ายและผลงานบางส่วนของ
ไอน์สไตน์ เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 6 CHF หาไม่ยากครับ หันหน้าเข้าหอนาฬิกา
อยู่ซ้ายมือ ประมาณน้ำพุ อันที่ 2 นับจากหอนาฬิกา

   เดินกันต่อกลับไปทางสถานีรถไฟครับ ผ่านหอนาฬิกา Zytgloggeturm หรือ Zeitglockenturm สร้างขึ้นราว
ปี ค.ศ. 1191 ใช้เป็นประตูเมืองจนได้สร้างประตูเมือง Käfigturm ขึ้นแทน และในปี ค.ศ. 1530 ได้มีการติดตั้ง
นาฬิกาดาราศาสตร์เข้าไป หลังจากนั้นมาหอนาฬิกาแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมือง ก่อนเริ่มต้น
ชั่วโมงใหม่ 4 นาที จะมีตัวตุ๊กตาต่างๆออกมาให้ได้ชมทางด้านขวาของนาฬิกาดาราศาสตร์ แต่อย่าคาดหวังอะไร
มากนะครับ

   ได้เวลากลับกันสักทีครับ อุตส่าห์มาถึงถนนช๊อปปิ้งยาวที่สุดของสวิสร้านดันปิดหมดซะนี่ ลอดซุ้มหอนาฬิกามา
ก็จะเห็นซุ้มประตูเมืองที่เราผ่านตอนมาถึง เป็นอันว่าครบรอบกรุงเบิร์นแล้วครับ ขาดตกตรงไหนขออภัยเพราะมี
เวลาจำกัดครับ

   เสียดายที่ฟ้าอึมครึมทั้งวันรูปก็เลยออกมาหม่นๆทั้งเซ็ทครับ กลับมาที่สถานีปรากฏว่ารถไฟที่ไป Interlaken เพิ่ง
ออกไปเมื่อ 3 นาทีที่แล้ว ถ้าจะรอรถไฟตรงต้องรออีก 40 กว่านาที เราก็เลยเลือกรถไป Spienz ครับแล้วไปเปลี่ยน
ขบวนที่นั่น จะถึงเร็วกว่าประมาณครึ่งชั่วโมง

   พรุ่งนี้เราจะอำลา Interlaken กันแล้วครับมุ่งหน้าสู่ Lucern ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ




Create Date : 25 พฤษภาคม 2557
Last Update : 25 พฤษภาคม 2557 20:21:02 น.
Counter : 714 Pageviews.

5 comments
  
Thank you
โดย: Kai (nookookai8 ) วันที่: 25 พฤษภาคม 2557 เวลา:22:40:01 น.
  
บรรยากาศชิลล์ดีจังเลยค่ะ

โหวตให้นะคะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:24:56 น.
  
Zurg Travel Blog

ทำไมน้ำถึงได้ใสน่าโดดอย่างนี้
โดย: mariabamboo วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:22:07 น.
  
สวยจริงๆครับ บ้านเราน่าจะสวยแบบนี้บ้าง..
โดย: ChakoiKinrin วันที่: 31 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:09:55 น.
  
ขอบคุณทุกท่านครับ
โดย: Zurg วันที่: 2 มิถุนายน 2557 เวลา:8:54:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]