All Blog
Hi! Seoul....Part II

      วันนี้เราจะเดินทางไกลกันสักหน่อยครับ จากโซลเราจะไปทางฝั่งตะวันออกขึ้นไปทางเหนือ คือเมือง
ซกโซ(Sokcho) เพื่อไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติซอรัคซาน(Seoraksan National Park) การเดินทางไปยัง
ซอคโซก็ไม่ยากครับ ขึ้นรถบัสจากโซลไปซอคโซได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
      จากเมียงดง เราขึ้นรถไฟสาย 4 ไปลง Dongdamun Stadium แล้วต่อรถไฟสาย 2 ไปลงที่สถานี
Gangbyeon ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งของโซลครับ


      พอถึงสถานี Gangbyeon เดินขึ้นทางออก 4 ครับ ออกมาก็จะ งงๆ นิดนึง ให้มองขวามือเยื้องไปทางด้านหลัง
จะเห็นอาคารคล้ายๆห้างสรรพสินค้าและ Office Buliding คนเดินเข้าไปเยอะๆ เดินตามเค้าเข้าไปเลยครับ ทะลุ
ออกด้านหลังอาคารจะเจอกับสถานีขนส่ง เดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ จะเจอห้องขายตั๋วครับ รถไป Sokcho เที่ยว
แรกออก 6 โมงครึ่ง แต่มันเช้าเกินไปครับ ผมเลยไปรถเที่ยว 7 โมง 10 นาที ค่ารถ 16,100 วอนครับ

      รถบัสที่นี่ออกตรงเวลามากครับ พอ 7 โมง 10 นาทีปุ๊บ รถออกทันทีครับ ทั้งคันมี 7 คนรวมคนขับ ไม่เหมือน
รถบ้านเราถ้าไม่เต็มไม่ออก ช่วงเช้าในกรุงโซลรถติดพอสมควร แต่พอขึ้น Freeway ก็โล่งครับ รถจะไปแวะ 1 จุด
ซึ่งผมไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร ลงไปเข้าห้องน้ำได้ครับ คล้ายๆจุดแวะพักมอร์เตอร์เวย์บ้านเรา แต่ร้านค้ามีไม่กี่ร้านครับ
ซื้อน้ำ ซื้อขนมกินได้ครับ

      เลยจากจุดแวะพักมาไม่นาน ภูมิประเทศเริ่มเปลี่ยนไปเป็นป่าเขา แล้วจู่ๆหิมะต้นฤดูร้อนก็ตกอย่างหนักเลย
ครับจนสองข้างทางขาวโพลนไปหมด

      ขับมาอีกไม่นานเราก็มาถึงเมืองซกโซ(Sokcho)ครับ หิมะหยุดตกแล้วแต่ถนนหนทางเฉอะแฉะมาก ท้องฟ้า
ก็หม่นมัวสุดๆครับ

      ถึงสถานี Sokcho ผมแวะไปดูตารางรถขากลับ รถออกทุก 40 นาที คันสุดท้ายประมาณ 6 โมงเย็น ผมเลย
ไม่ได้จองตั๋วขากลับไว้ เพราะกะเวลาไม่ถูกว่าจะกลับมาถึงกี่โมงครับ


      ออกจากสถานีเราต้องข้ามฟากไปขึ้นรถเมล์อีกฟากของถนน แต่ต้องเดินย้อนลงไปพอสมควรครับถึงจะเจอ
ทางม้าลาย อย่าข้ามสุ่มสี่สุ่มห้านะครับเดี๋ยวจะโดนปรับเอา ข้ามถนนเสร็จก็เดินย้อนกลับมาป้ายรถเมล์ ป้ายแรก
ยังไม่ใช่ครับ เดินเลยมาอีกเจอป้ายที่มีสาย 7-1 แต่ว่าไม่มีภาษาอังกฤษนะครับมีแค่ตัวเลขเท่านั้นที่เป็นอาราบิค
นอกนั้นภาษาเกาหลีล้วนๆครับ รอตรงนี้สักพักรถก็มาขึ้นกันเลยครับ รถเมล์ที่ไปซอรัคซาน มี 2 สายครับคือสาย
7 และ 7-1 ราคาค่ารถ 1,000 Won ขึ้นทางประตูหน้าหยอดเงินในกล่องข้างคนขับครับ รถจะขับเลียบทะเลไป
เรื่อยจากนั้นก็จะเลี้ยวเข้าเขตอุทยาน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงครับ

      รถเมล์จะมาจอดที่หน้าอุทยานครับจากนั้นเราต้องเดินต่อเข้าไป ประมาณสัก 200 เมตรได้จะเห็นร้านอาหาร
และร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้านซ้าย เลยเข้าไปอีกนิดตรงสีแดงๆระหว่างต้นสนจะเป็นซุ้มขายบัตรผ่านประตูครับ
เราแวะกินข้าวกันที่ร้านอาหารด้านหน้า มีคุณป้า 2-3 คนช่วยกันขาย พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ใช้ชี้จากโต๊ะข้างๆ
เอาครับ

      กินข้าวเสร็จก็เดินเข้ามาซื้อบัตรผ่านประตู ราคา 2,500 Won ต่อคนครับ ผ่านประตูมาแล้วยังไม่ทันได้เดิน
เข้าไป หิมะก็ตกลงมาอีกครับ มัวแต่สนุกสนานถ่ายรูปตอนหิมะตกก็เลยลืมถ่ายรูปกับรูปปั้นหมีซึ่งเป็นสัญลักษณ์
ของซอรัคซาน หมีตัวนี้มีชื่อว่า"หมีเสี้ยวพระจันทร์" ไม่ทราบว่าชื่อนี้ได้แต่ใดมาครับ แต่จนแล้วจนรอดเดินกลับ
ออกมาก็ไม่ได้ถ่ายคู่กับหมีครับเพราะลืมไปเลย


      หลบหลังซุ้มขายบัตรจนหิมะหยุดตกก็เดินทางกันต่อเลยครับ เดินเข้าไปด้านในประมาณสัก 500 เมตรจะ
ถึงสถานีรถกระเช้าครับ ซื้อตั๋วขึ้นรถกระเช้าเพื่อไปสู่ยอดเขาอีกคนละ 6,500 Won วันที่ผมมาเที่ยวกันแทบไม่
มีคนเลยครับ รถกระเช้าคันที่ผมขึ้นมีคนไม่ถึง 10 คน Cable Car ที่นี่มีความยาว 1,100 เมตรครับ

อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน(Seoraksan)

      ตั้งอยู่ในจังหวัดกังวอน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของเกาหลีใต้
ซึ่งติดกับชายแดนของประเทศเกาหลีเหนือ อยู่ห่างจากโซลราว 400 กิโลเมตรเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของ
เกาหลี โดยยอดเขาซอรัคซานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาแทแบคที่ทอดยาวไปจรดกับภูเขาคึมคังของเกาหลีเหนือ


      ด้านบนอากาศหนาวมากครับเราเลยยืนรับไออุ่นในสถานี Cable Car สักพักก่อนค่อยออกเดินสู่ยอดเขากัน
จุดชมวิวด้านบนคือยอดเขากวนกึมซอง (Gwongeumseong) สามารถมองเห็นแนวเทือกเขา ที่มียอดเขาสลับ
ซับซ้อนของอุทยาน แต่หิมะที่ตกลงมาทำให้ทางเดินลื่นมากครับ เราเดินไปได้แค่ครึ่งทางก็ต้องเดินกลับลงมา
เพราะทั้งลื่นและมีหมอกลงจัดเดินขึ้นไปต่อก็คงไม่เห็นอะไร


      กลับลงมาที่สถานี Cable Car เพื่อนั่งกระเช้ากลับลงไปด้านล่าง ที่สถานีจะมีอาหาร น้ำ และกาแฟขายนะ
ครับ จากบนกระเช้าจะเห็นวัดชินฮันซา(Sinheungsa) อยู่ภายในหุบเขาด้านล่าง จากสถานีด้านล่างเดินเข้าไป
ด้านในไม่ไกลก็จะถึงวัดครับ


     ระหว่างทางเดินจะมีร้านค้า ร้านอาหาร แต่วันที่ผมไปเหมือนว่าจะเปิดอยู่ไม่กี่ร้านคงเพราะไม่ค่อยมีคนมาเที่ยว
ขนาดเดินเข้าไปวัดยังมีกลุ่มผมเพี่ยงกลุ่มเดียว เดินสักพักจะพบกับพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปรางสมาธิองค์ใหญ่ พระ
พุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นเพื่อสวดอ้อนวอนให้คาบสมุทรเกาหลีได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน


     เดินต่อเข้ามาด้านในจะพบกับวัดชินฮันซา(Sinheungsa) วัดในสมัยราชวงศ์ชิลลาอายุกว่า 1,000 ปี เข้ามาถึง
ก็งงครับ ไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์เลยสักคน เดินเข้าไปด้านใน ได้ยินเสียงสวดมนต์จากในโบสถ์ แต่ประตู
ปิดหน้าต่างก็ปิด ไม่กล้าเปิดเข้าไปดูครับ เดินวนสักพักกลับดีกว่า


      เรากลับออกมาด้านนอกเห็นรถเมล์จอดรอผู้โดยสารอยู่ตรงจุดที่เราลงรถตอนเช้า สาย 7-1 เช่นเดียวกับขามา
กลับมาถึงซกโซ สถานีจะอยู่ 4 แยกพอดี สังเกตุตึกสีชมพูไว้ครับ เพราะอยู่บนรถจะเห็นได้แต่ไกล พอรถเลี้ยวซ้าย
จะเห็นสถานีขนส่งตึกสีขาวอยู่ริมถนนก็ลงป้ายนี้เลย ป้ายรถเมล์อยู่เลยสถานีไป แถวๆทางม้าลายที่เราข้ามเมื่อเช้า
รถที่เกาหลีวิ่งชิดขวาสลับด้านกับบ้านเราครับ (ยืมภาพเค้ามาให้ดูครับพอดีไม่ได้ถ่ายไว้)

ภาพจาก : http://4.bp.blogspot.com

      ผมได้รถเที่ยวบ่าย 3 โมงครึ่ง รอประมาณแค่ 10 นาทีครับ ขากลับ คนเยอะพอสมควร รถจะจอดกลางทาง
1 จุด ให้เข้าห้องน้ำเหมือนตอนขามาครับ นั่งชมวิวไปเรื่อยๆประมาณ 6 โมงครึ่งก็กลับมาถึงโซลครับและแน่นอน
จบวันด้วยตลาดเมียงดง แต่ผมขอนั่งรอที่ร้านกาแฟหน้าตลาดครับ





Create Date : 13 กันยายน 2556
Last Update : 13 กันยายน 2556 14:06:16 น.
Counter : 448 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]