All Blog
Hi! Seoul....PartI

HI...SEOUL

      กำลังร้อนระอุเลยสำหรับคาบสมุทรเกาหลี แต่ที่ผ่านมาก็ร้อนมาหลายครั้ง อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้ก็ยังเป็น
อีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย หลังจากที่ซีรีส์เกาหลีเข้ามาเขย่าวงการทีวีบ้านเรา
      หากไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วเกาหลีใต้ก็แทบจะไม่มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจเลยสำหรับบางคน แต่สำหรับคนชอบ
เดินทางแล้ว จุดหมายไม่ได้สำคัญมากไปกว่าเรื่องราว 2 ข้างทาง มันจะสวยมากกว่าหรือน้อยกว่ากันมันไม่สำคัญ
สำคัญที่มันมีเรื่องราวความทรงจำให้ได้จดจำในส่วนหนึ่งของบันทึกการเดินทาง


      ทริปนี้ก็เหมือนๆกับหลายๆทริปที่ผ่านมาของผม คือเริ่มจากตั๋วเครื่องบินราคาถูกครั้งนี้ผมจองแอร์เอเซียได้
ในราคาคนละ 4 พันกว่าบาท จากกรุงเทพถึงอินชอน แต่ต้องไปต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ จากราคาก็คุ้มค่า แต่
ตอนขากลับเหนื่อยมากครับเพราะรอต่อเครื่องหลายชั่วโมงเลย
      จากกรุงเทพเรามาถึงสนามบินอินชอนสามทุ่ม กว่าจะลงเครื่อง ต่อรถไฟใต้ดิน ผ่าน ตม. ใช้เวลาอีกพอสมควร
ได้ข่าวก่อนมาว่าตม. เกาหลีเขี้ยวลากพอสมควร สำหรับผู้ที่ถือ Passport ไทยไม่ต้องขอ Visa เข้าเกาหลี ทำให้
ตม. ที่นี่เข้มงวดกับคนไทยมากเพราะชอบลักลอบเข้าไปทำงานประเทศเค้า แต่เราใช้เวลาผ่าน ตม. 4 คนไม่เกิน
10 นาที
      ผ่าน ตม. แล้วก็รับกระเป๋าแล้วออกมาด้านนอกเลยครับ ต่อไปเราก็ต้องหารถโดยสารเข้าเมืองกันก่อน ผมจอง
ที่พักที่ IB Ville Guesthouse อยู่ย่าน Myeongdong เราต้องนั่ง Bus สาย 6015 ไปสุดสาย แต่ก่อนอื่นต้องไปซื้อตั๋ว
รถก่อนครับ จากแผนที่หมายเลข 13 ซึ่งเป็นตู้ขายตั๋ว ตอนเรารับกระเป๋าและเดินออกมาจะอยู่บริเวณ ระหว่าง C กับ D
หากพักย่านอื่นลองศึกษาเส้นทางและสายรถได้จากเวปไซต์ครับ
http://www.airport.kr/airport/traffic/bus/busList.iia?flag=E&fake=1306823313914

      ซื้อตั๋วเสร็จก็ขึ้นรถเลยครับ รถจอดอยู่ที่ ช่องหมายเลข 12A มีป้ายชัดเจนครับ มีพนักงานบริการขนกระเป๋า
เข้าช่องเก็บใต้รถให้ เก็บกระเป๋าเสร็จก็ขึ้นรถกันเลยครับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึง Myeongdong
รถจะจอดหน้าโรงแรม Sejong Hotel ไม่ต้องกังวลว่าจะลงถูกป้ายมั๊ย เพราะคนขับเค้าจะถามเราก่อนขึ้นรถว่า
จะลงไหนแล้วเค้าจะมาเรียกเราเมื่อถึงจุดหมายครับ
      ลงรถหน้า Sejong Hotel แล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามครับ ลอดใต้สถานีรถไฟใต้ดินไปฝั่งตรงข้าม หรือจะ
เดินไปอีกหน่อย ข้ามทางม้าลายก็ได้ครับ สังเกตุฝั่งตรงข้ามจะเห็นโรงแรม Pacific Hotel เดินไปทางนั้นครับ

      ในที่สุดก็มาถึงสักทีครับ IB Ville Guesthouse ผม e-mail มาแจ้งเค้าล่วงหน้าว่าจะมาถึงดึกประมาณ 5 ทุ่ม
จะมีเจ้าหน้าที่อยู่รอครับ แต่ว่ามากี่โมงก็เจออีตานี่อยู่คนเดียว ห้องพักมีเตียงใหญ่ 1 เตียง เตียงเล็ก 2 ห้องน้ำใน
ตัว มี Wifi ฟรี มี Computer ให้ใช้ 2 ตัวที่ขั้น 1 มีเครื่องซักผ้าและไมโครเวฟบริการที่ชั้น 1 ครับ
      ได้กุญแจห้องแล้วก็ไม่รอช้าครับ รีบขึ้นไปพักผ่อนทันทีเพราะเกือบเที่ยงคืนของเกาหลีแล้ว วันนี้ใช้เวลาเดิน
ทางจากกรุงเทพเกือบ 10 ชั่วโมง รีบอาน้ำอาบท่านอนเอาแรงก่อนดีกว่า อาศัยมาม่าที่เตรียมมาด้วยเป็นอาหาร
มื้อค่ำของวันนี้

ระบบขนส่งในโซล

      ระบบขนส่งในโซลที่สะดวกที่สุดก็คือโครงข่ายรถไฟฟ้าครับ ซึ่งมีมากมายกว่า 10 สาย หากดูแผนที่รถไฟฟ้า
แล้วอย่าเพิ่งตกใจนะครับเพราะชื่อสถานีอ่านยากมาก แต่ผมใช้วิธีจำตัวเลขสถานีครับ เช่นสถานี Myeong-dong
ซึ่งเป็นที่พักของเรา เลขสถานี 424 ตัวแรกคือสาย 4 สีฟ้า 24 ก็คือสถานีที่ 24 ครับ

      สมมติจาก Myeong-dong เราจะไป Cityhall เราก็ขึ้นรถสายสีฟ้าจากสถานี Myeong-dong(424) ไปลง
Seoul Station(426) แล้วต่อรถสายสีน้ำเงินจาก Seoul Station(133) ไปสถานี City Hall(131) สถานีที่เป็น
Connecting Station จะมีเลขหลายเลขครับขึ้นอยู่กับว่ามีรถไฟกี่สายมาที่สถานีนี้ พอลงรถจะมีป้ายบอกครับ
ว่าจะไปต่อรถไฟสายอื่นทางไหน

NAMISEOM

      เช้าวันแรกในเกาหลี แม้จะเป็นปลายเดือนมีนาคมแต่อากาศที่นี่ก็ยังคงหนาวเย็นอยู่ เราออกจากที่พักกันแต่เช้า
วันแรกของเกาหลีเราจะเดินทางไปเกาะนามิ สถานที่สุดฮิตของคนไทย เดินออกมาจากซอยยังไม่สว่างเท่าไหร่เลยครับ
พ้นโค้งนี่ไปจะเจอถนนใหญ่และสถานีรถใต้ดิน ร้าน GS 25 ที่เห็นด้านซ้ายนั่นเป็นร้านที่เราฝากท้องมื้อเย็นกับอาหาร
สำเร็จรูปและอาหารกินเล่นยามดึกครับ ส่วนร้านอาหารที่เห็นด้านหน้าก็เป็นร้านอาหารเกาหลีที่มีคนเกาหลีมากินกันแน่น
ร้านทุกวัน ร้านจะเปิดช่วงเย็นถึงประมาณ 4 ทุ่มครับ ส่วนอาตารสูงด้านหลังที่มีลานจอด ฮ. อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนใหญ่
เป็นห้างสรรพสินค้าอยู่หน้าตลาดเมียงดงครับ

      จากเมียงดงไปเกาะนามิหรือ Namiseom เรานั่งรถไฟใต้ดินสาย4 จากสถานี Myeong-dong(424) ไปต่อ
รถไฟฟ้าสาย Jungang Line ที่สถานี Ichon(430)(K111) เพื่อไปลงสถานี Sangbong(K120) จากนั้นนั่งรถไฟ
สาย Gyeong Chun ไปลงที่สถานี Gapyeong ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงสถานี Gapyeong

      จาก Gapyeong จะต่อไปท่าเรือที่จะไปเกาะนามิ ทางที่สะดวกที่สุดคือ Taxi ครับ เรียกที่หน้าสถานีเลยครับ
ค่าโดยสารไม่ได้โหดร้ายอะไรมากนักบอกคนขับว่า Namiseom เค้าจะพาเราไปยังท่าเรือครับ มาถึงก็ซื้อตั๋วเรือ
ข้ามฝากกันเลยครับ บนเรือมีคำบรรยายภาษาเกาหลี อังกฤษ จีน ญี่ปุ่นและแน่นอนภาษาไทยครับ เพราะทั้งลำ
เรือแทบจะมีแต่คนไทยเลยครับ

      นั่งเรือประมาณ 10 นาทีก็มาถึงเกาะนามิครับ เกาะนามิเป็นเกาะกลางแม่น้ำฮัน ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อน
ชองเปียง (Cheongpyeong)  กั้นแม่น้ำ Bukhan มีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ จุดที่น่าสนใจของเกาะนามิก็คือทิว
ต้นเกาลัดและต้นสนที่ปลูกตามแนวทางเดินทำให้เกิดความร่มรื่น และถ้าเป็นฤดูใบไม่ร่วงสีของใบไม่จะทำให้
เป็นพรมสีแดงตลอดแนวทางเดิน

      แต่จุดไฮไลท์ที่สุดก็คงอยู่ที่แนวต้นเกาลัดด้านในสุด ซึ่งเป็นฉากในหนัง Winter Love Song ซีรีส์เกาหลี
ที่โด่งดังในบานเรา

      เรากลับมาที่ท่าเรือเพื่อนั่งเรือกลับ ตอนซื้อตั๋วขามามันเป็นตั๋วไป-กลับนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องซื้อตั๋วอีก
ยืนรอเรือได้เลยครับ ลำไหนมาก็ขึ้นลำนั้น กลับมาถึงฝั่งหามื้อเที่ยงกินกันก่อนครับ ร้านอาหารเกาหลีแถวๆลาน
จอดรถมีอยู่หลายร้านครับ ผมไม่ค่อยถนัดอาหารเกาหลีเลยไม่ขอแนะนำครับ
      จากนั้นเราก็นั่งเท็กซี่กลับมาที่สถานี Gapyeong แล้วนั่งรถย้อนกลับแต่แวะลงที่สถานี Cheongpyeong ก่อน
ครับลงรถไฟมาเดินไปด้านหลังสถานีครับ จะเจอป้ายรถบัสเพื่อจะไปยัง petite france หรือหมู่บ้านฝรั่งเศส

      รถบัสรอนานมากครับและไม่มีผู้ร่วมชะตากรรมมารอด้วยเลยจนชักหวั่นๆว่ามาถูกที่รึเปล่า แต่เห็นป้ายรถไป
Petite France เลยคิดว่าน่าจะไม่ผิดที่ ในที่สุดรถบัสก็มา ขึ้นเลยครับทั้งคันแทบไม่มีคนเลย

      มาถึงแล้วครับ บรรยากาศหลอนๆพิกล แทบไม่มีผู้มีคน ด้านในก็เป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ดูๆไป
ก็เหมือน ปาลิโอที่เขาใหญ่ แต่ปาลิโอคนจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ เดินไป เดินมาแป๊บเดียวกลับดีกว่าครับเดี๋ยวจะถึง
โซลค่ำเกินไป กลับมานั่งรถบัสเหมือนเดิมเค้าก็จะกลับไปส่งเราที่สถานีเดิม รถบัสรับ-ส่งนี่นั่งฟรีนะครับ

      กลับมาที่สถานี Cheongpyeong รอรถไฟเพื่อกลับเข้า Seoul มาถึง Myeong-dong ก็ค่ำพอดีครับ ได้เวลา
Shopping ของคุณผู้หญิงพอดี ขอจบบันทึกหน้าแรกของ Hi..Seoul ไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ พรุ่งนี้เราจะไปปีน
เขาที่อุทยานแห่งชาติซอรัคซานกันครับ




Create Date : 13 กันยายน 2556
Last Update : 13 กันยายน 2556 14:06:33 น.
Counter : 711 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]