All Blog
Yokoso Japan - Day1 Hello Tokyo


มั่ว งง หลง ในดงปลาดิบ

      เมื่อวันเดินทางมาถึงเราก็ได้เวลาเหิรฟ้าสู่แดนปลาดิบโดยสายการบินรักคุณเท่าฟ้า  บนเครื่องมีคนไทยมากมาย
และส่วนใหญ่มากับทัวร์ เราออกจากสุวรรณภูมิกลางดึกและถึง Kaisai Airport ตอนรุ่งเช้า ก่อนลง Kansai พนักงาน
นำ Immigration form มาแจก ผมกรอกไม่ทันเสร็จเครื่องก็ Landing เรียบร้อยแล้ว เลยต้องถือไปกรอกต่อภายใน
อาคารผู้โดยสารขาเข้า ขณะยืนกรอกอยู่นั้นก็แปลกใจทำไมคนอื่นเค้ากรอกกันเร็วจัง   เพราะเห็นเค้าไปเข้าแถวเพื่อ
ตรวจคนเข้าเมืองกันแล้ว แต่มารู้ทีหลังว่าเค้าได้ใบ Im มาจากทัวร์ก่อนแล้ว  กว่าผมจะกรอกเสร็จเหมือนโดนลงโทษ
สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก นำอาม่าอากงจากเมืองจีนมาเที่ยว  คราวนี้เหมือนตลาดแตกเลยครับ ทุกอย่างดูวุ่นวายไป
หมดทั้ง แซงแถว มุดแถว แย่งคิว วิ่งเข้าวิ่งออกกันวุ่นวายไปหมด  กว่าผมจะหลุด ตม. ออกมาได้ผ่านไปเกือบชั่วโมง

      พอผ่านตม. ออกมาแล้วเราก็ไปรับกระเป๋าที่สายพาน  กระเป๋าเราเป็นชุดสุดท้ายที่วิ่งวนอยู่บนสายพานของเที่ยว
บิน TG ผมลากกระเป๋าขึ้นบันไดไปด้านบน เพราะเราต้องไปเปิดใช้ื JR PASS ก่อน วันนี้เราจะเดินทางไป โตเกียวกัน
เลยครับ ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นบนสุด จะเห็นห้องขายตั๋วรถไฟด้านซ้าย ทางเข้าสถานีอยู่ด้านขวา  เดินไปห้องสุดท้าย
ทางซ้ายมือ จะเจอสำนักงาน JR เราต้องเอา Voucher ไปยื่นเพื่อให้เค้าออกตั๋ว JR PASS ให้ครับ

      การเดินทางในญี่ปุ่นจะใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก เราสามารถวางแผนการเดินทางก่อนล่วงหน้าได้ครับโดยวางแผนว่า
แต่ละวันเราจะไปไหนบ้างและแต่ละที่นั่งรถไฟจากไหนไปไหน คู่มือการท่องเที่ยวหรือเวปไซต์แนะนำการท่องเที่ยว
ของญี่ปุ่นจะระบุครับว่าแต่ละสถานที่อยู่ใกล้สถานีอะไร จากนั้นเราก็เข้าไปที่   http://www.hyperdia.com   เลือก
สถานีต้นทางและปลายทาง เลือกวันเดินทาง เลือกเวลา แล้วกด Search เวปก็จะแสดงตารางการเดินทางทั้งหมดมา
ให้เราเลือกครับ รวมถึงการเดินทางโดยรถประจำทางและเครื่องบินด้วย   การเดินทางแบบไหนที่ไม่่ต้องการเราก็ติ๊ก
เครื่องหมายออกแล้วสั่ง Search ใหม่อีกรอบครับ การเลือกรถที่จะเดินทาง ถ้าใช้ JR Pass เลือกสัญลักษณ์รถที่มีสี
เขียวและรถ Shinkansen ยกเว้นขบวน Nosomi ครับ ขึ้นได้เลยไม่ต้องเสียเพิ่ม แต่บางเส้นทางอาจไม่มีรถของ  JR
ให้บริการ ก็ต้องไปหยอดตู้ซื้อตั๋วเพิ่มเอาครับ

      จาก Kansai Airport ผมต้องขึ้นรถ Limited Express Haruka 10 เวลา 9.16 น. ไปลง Shin-Osaka ชานชลา 11
ไปต่อ Shinkansen Hikari 464 ชานชลาที่ 25 ไปลง Shinagawa (Tokyo)  จากนั้นไปขึ้น JR Yamanote Line ไปลง
สถานี Shinjuku ซึ่งผมจองที่พักไว้ที่แถวนั้น

      กว่าผมจะจัดการกับ JR Pass เสร็จ 9 โมง 12 นาที ผมมีเวลาแค่ 4 นาที วิ่งไปขึ้นรถไฟให้ทัน เลยพากันวิ่งหน้าตั้ง
ก็ยังรักเธอไปถึงหน้าประตูรถไฟปิดพอดี พวกเราทั้งหมดอยู่นอกขบวนรถไฟมองดูรถไฟเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
หากเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่น เวลาตัวการ์ตูนมันสลดมันจะตัวเล็กลงไปอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าอารมณ์ผมตอนนั้นเป็นแบบ
นั้นเลยครับ

      วันแรกที่เดินทางมาถึง รถไฟเที่ยวแรกที่กำลังจะขึ้นแล้วดันตกรถไฟต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นสับสนมากว่าจะเอาไง
ดีแล้วถ้าเราไปไม่ทันชิงกันเซ็นจะทำไงดี ไป Taxi ดีมั๊ยจะได้ทัน ตั้งสติอยู่สักพักผมเลยกลับไปถามเจ้าหน้าที่ JR  ว่า
ผมตกรถไฟผมจะทำยังไง เจ้าหน้าที่บอกให้รอขบวนต่อไปอีก 16 นาทีผมเลยถามต่อว่าแล้วผมจะไปทันขึ้นชิงกันเซ็น
มั๊ย เจ้าหน้าที่ก็ตอบให้สบายใจว่าขบวนที่คุณตั้งใจไปขึ้น ไม่ทันแน่นอน แต่คุณไม่ต้องกังวล เพราะรถชิงกันเซ็นที่เดิน
ทางไปโตเกียวมีหลายขบวน ผมเลยคลายกังวลไปนั่งรอรถขบวนถัดไป

ถึงแล้ว Shin-Osaka

      ในที่สุดก้าวแรกในแดนปลาดิบก็ผ่านไปได้ ผมมาถึง Shin-Osaka จนได้แต่ปัญหาก็ไม่ได้หมดแค่นั้นเพราะสถานี
Shin-Osaka เป็นสถานีที่ใหญ่มาก พอลงจากรถไฟฟ้าเข้าสู่ตัวสถานีก็ได้แต่ยืนงง แล้วยังไงต่อดีหล่ะนี่ ผมยืนรวบรวม
สติอยู่พักหนึ่งก็เห็นป้ายทางไป Shinkansen เดินตามป้ายไปก็เจอสำนักงาน Shinkansen Tickets เราก็เลยเข้าไปทำ
การสำรองที่นั่ง ควรสำรองที่นั่งนะครับ เพราะจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการไม่มีที่นั่งและตู้สูบบุหรี่

      เมื่อทำการสำรองที่นั่ง เค้าจะออกตั๋วให้เราครับ ตั๋วจะระบุขบวนรถ หมายเลขรถ เลขที่นั่งและรายละเอียดการเดิน
ทางครับ   เราได้รถขบวน Hikari 464  ออกจาก Shin-Osaka 10:40 น.  ไปถึงโตเกียวสถานี Shinagawa  13:33 น.
เมื่อไปถึง Shinakawa เราจะไปต่อ Yamanote Line ซึ่งวิ่งเป็นวงกลมมีรถวิ่งตลอดเวลาครับ

      เมื่อได้ตั๋วเรียบร้อย เราก็ไปดูที่ป้ายบอกตารางเวลาครับ เค้าจะแจ้งว่าขบวนรถ Hikari 464 ออกที่ชานชลาไหน จาก
ตัวอย่างเราต้องไปรอที่ทางขึ้นตู้ที่ 10 ครับ เค้าจะมีป้ายบอกว่าตำแหน่งตู้ 10 อยู่ตรงไหน  ไปเข้าแถวรอเมื่อใกล้เวลารถ
มาได้เลยครับ ด้านข้างรถตรงประตูจะมีตัวอักษรวิ่งว่า Hikari 464 กันขึ้นผิดคันครับ    เมื่อขึ้นไปแล้วก็นั่งประจำที่ได้เลย
ส่วนกระเป๋าล้อลาก เค้ามีที่วางกระเป๋าด้านหน้าตู้โดยสารเป็นชั้นวางไม่ต้องกลัวล้มกลัวหล่นครับ จาก Shin-Osaka   ไป
โตเกียวจองที่นั่งฝั่งซ้ายนะครับ ส่วนขา Tokyo - Osaka ให้จองฝั่งขวา

      ระหว่างทางก็นั่งชมวิวไปเรื่อยๆครับ น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆครับกับวิวที่ดูแปลกตาไปตลอดทางที่รถไฟวิ่งผ่าน ภาพนี้ถ้า
เดาไม่ผิดคงเป็นไร่ชาเขียวครับ

         และสาเหตุที่เราควรจองที่นั่งด้านซ้าย เพราะเมื่อเข้าใกล้โตเกียว หากวันที่อากาศไม่ปิด เรามีโอกาสได้เห็น
ฟูจิซังจากริมหน้าต่าง ช่างสวยงามจริงๆครับ

Hello Tokyo

      แล้วเราก็เดินทางมาถึง Tokyo Shinjuku สักที พอขึ้นมาจากสถานีรถไฟ  ความงงก็เข้ามาครอบงำอีกครั้งครับ แล้ว
เราจะเดินไปทางไหนดี ผมไม่รู้เลยครับว่าจะเริ่มต้นยังไง มองซ้าย มองขวา เจอวตำรวจอยู่หนึ่งคน   ผมก็เลยเดินเข้าไป
ถามว่าผมจะไป Hotel Kent Shinjuku ได้อย่างไร คุณตำรวจทำหน้าแบบไม่เข้าใจที่ผมพูดอย่างแรง เอาหล่ะวา  ภาษา
ประกิตตรูแย่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แล้วคุณตำรวจก็หันไปกวักมือเรียกคุณตำรวจหญิงมาช่วยฟัง พอคุณตำรวจหญิงมาถึง
ก็หยิบแผนที่ขึ้นมากางแล้วชี้ว่าเรายืนอยู่ตรงนี้ ผมก็เลยเอาแผนที่โรงแรมมาเทียบ เอาหล่ะ ผมรู้แล้วว่าต้องไปทางไหน
หันไปดูนั่นไง Prince Hotel ตึกแบนๆสูงๆ เดินเข้าไปในซอยข้างตึกนั้นแหละ

      เราเดินตรงไปทางตึกโรงแรม Prince และเข้าไปในซอยข้างตึกตามแผนที่บอก ไม่ไกลนักก็มาถึงครับ Hotel Kent
Sinjuku โรงแรมที่เราจองไว้ห้องที่นี่แคบมากผมจองไว้ 2 ห้องติดกัน ในห้องมี Free Internet ให้เล่นครับราคาไม่แพง
นักแต่อยู่ในจุดที่เดินทางได้สะดวก ก็โอเคครับ

      เก็บข้าวของเสร็จ ยังพอมีเวลาเที่ยวต่อครับตราบใดที่ฟ้ายังไม่มืด พวกเราจะไปวัด Sensoji หรือที่นักท่องเที่ยวมัก
เรียกว่าวัด Asakusa เหตุเพราะวัดนี้ตั้งอยู่ที่ Asakusa แต่ก่อนจะไปวัด Sensoji เราแวะไปจองตั๋วรถบัสกันก่อน   เพราะ
พรุ่งนี้เราจะเดินทางไป Kawaguchi-go ออกจากโรงแรมเดินกลับไปทางสถานีชินจูกุ เราจะเห็นทางเดินลิดใต้รางรถไฟ
อยู่ทางขวา เดินลอดใต้ทางรถไฟไปเลยครับ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเดินตรงไปจะเจอ Keio Department Store และเห็นทาง
เข้าสถานีรถไฟฟ้าทางเข้าห้าง เดินเลยไปจนสุดตึก ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม เลี้ยวขวาเดินเลาะแนวตึกไปจนสุดแล้วเลี้ยว
ซ้ายเราก็จะเจอสถานีรถบัส Keio ด้านล่างจะมีห้องขายตั๋ว เดินเลยไปครับเลี้ยวซ้ายไปตามมุมตึก จะเจอท่ารถเห็นบันได
ขึ้นชั้น 2 เดินขึ้นไปเลยครับ จะเป็นห้องสำรองตั๋ว จองตั๋วไป Kawaguchi-go รอบ 7 โมงเช้าพรุ่งนี้ครับ

      จองตั๋วเสร็จเราก็เดินกลับไปทางห้าง Keio Department Store จะมีทางลงไปยังสถานีรถไฟครับ    จาก Shinjuku
เรานั่งรถไฟสาย JR Chuo Line ไปลงที่สถานี Kanda เพื่อต่อ Ginza Subway Line ไปสถานี Asakusa ช่วงที่ต่อรถสาย
Subway JR Pass ใช้ไม่ได้ต้องหยอดตู้ซื้อบัตรโดยสารนะครับ หากคุณไม่ได้พักที่ Shinjuku ก็ตรวจสอบการเดินทางได้
จาก http://www.hyperdia.com ได้เลยครับ  เพียง 30 นาทีจากที่พักเราก็มาถึงสถานี Asakusa จากสถานีเดินอีกไม่ไกลนักก็
ถึงวัด Sensoji หรือจะลองนั่งรถลากดูสักรอบก่อนเข้าวัดก็ได้ครับ

 วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple)  

      ตามเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวเค้าเล่าว่า มีพี่น้องชาวประมงคู่หนึ่งไปเจอเทวรูป Kannon ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความ
เมตตาในแม่น้ำ Sumida และแม้ว่าทั้งคู่จะนำรูปปั้นนี้กลับทิ้งแม่น้ำอีกสักกี่ครั้ง  ก็จะมีเหตุให้รูปปั้นกลับมาอยู่ในมือของคน
ทั้งสองเสมอ จึงมีการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการสักการะบูชาเทพเจ้า Kannon ต่อมาจึงมีการสร้างเป็นวัด เมื่อปี
ค.ศ. 628 และสร้างเสร็จในปี 645

      ระหว่างทางเดินเข้าวัด จากประตูด้านนอกถึงประตูด้านใน มีร้านค้าสองข้างทางตลอดทาง มีสินค้ามากมายทั้งของที่
ระลึกและขนมต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าและของใช้เดินชมกันเพลินจนลืมเวลาเลยครับ

นอกจากร้านค้าสองข้างทางแล้ว ยังมีซากุระกำลังเบ่งบานให้ชมอีกด้วยครับ

มัวเดินดูนู่นดูนี่ กว่าจะเดินมาถึงประตูด้านในก็มืดพอดีครับ โบสถ์ปิดไปซะแล้ว

      เรากลับออกมาหน้าวัดออกมาหาอาหารมื้อเย็นกินก่อนกลับ เจอร้านบะหมี่ก่อนถึงทางลงสถานีรสชาติอร่อยใช้ได้ดีที
เดียวครับ เมื่ออิ่มแล้วก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนคืนแรกในโตเกียวกันแล้ว พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางไป Kawagushi-go เพื่อ
ชมภูเขาไฟฟูจิครับ




Create Date : 08 ตุลาคม 2555
Last Update : 16 กันยายน 2556 10:42:23 น.
Counter : 2185 Pageviews.

2 comments
  
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด คิดถึงญี่ปุ่นค่ะ รูปสวยค่ะ
โดย: mariabamboo วันที่: 8 ตุลาคม 2555 เวลา:9:12:43 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Zurg Travel Blog
โดย: Maeboon วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:16:58:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]